หลี่ิเงยหน้าขึ้นสบตาท่านยายหลัน ภายในใจเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ค้างคาอยู่เนิ่นนาน หญิงชราเห็นดังนั้นจึงพยักหน้ารับรู้ “เ้าย่อมมีสิทธิ์รู้ความจริง” นางเอ่ยพลางผายมือให้เด็กหนุ่มนั่งลงบนม้านั่งไม้ยาวที่พิงผนังห้องลับ
เมื่อทั้งสองนั่งลงเรียบร้อย ท่านยายหลันจึงเริ่มเล่าเื่ราวที่ถูกปิดซ่อนไว้มานับสิบปี “หลายชั่วอายุคนมาแล้ว ตระกูลหลี่ของเ้าเป็ตระกูลหมอยาใหญ่ที่ได้รับความเคารพนับถือในใต้หล้า บรรพบุรุษของเ้าหลายคนเป็ยอดฝีมือทั้งทางโอสถและวรยุทธ์ ได้ช่วยชีวิตผู้คนมากมายด้วยยาวิเศษ แต่ก็สามารถปราบศัตรูด้วยพิษร้ายเมื่อจำเป็” นางเว้น่ให้หลี่ิซึมซับ “บรรพบุรุษเ่าั้ได้รวบรวมภูมิปัญญาทั้งหมดลงในตำราโบราณเล่มหนึ่ง ซึ่งก็คือตำรายาหยกปัญญานั่นเอง”
หลี่ิพยักหน้าช้าๆ ขณะฟัง ใจหนึ่งรู้สึกภาคภูมิที่ได้สืบทอดสายเืตระกูลผู้เปี่ยมเกียรติ อีกใจหนึ่งก็หนักอึ้งเมื่อคิดถึงภาระหน้าที่ที่อาจตกมาอยู่บนบ่าของตน
“เมื่อยี่สิบปีก่อน” หญิงชราเล่าต่อ “แม่ของเ้า ‘หลี่เซียง’ ยังเยาว์วัยนัก นางเติบโตขึ้นมาในครอบครัวหมอยาผู้เปี่ยมคุณธรรม ไม่ต่างจากบิดาของเ้า ‘หลี่เจิ้ง’ ที่ได้กลายมาเป็ส่วนหนึ่งของตระกูลหลี่ผ่านการสมรสกับหลี่เซียง ทั้งสองได้รับการถ่ายทอดวิชาแพทย์และพิษจากท่านตา ท่านยายของเ้า ซึ่งก็คือบิดามารดาของหลี่เซียงนั่นเอง ครอบครัวหลี่ใช้ชีวิตสงบสุขในหุบเขาแห่งนี้ เปิดเรือนรักษาเล็กๆ ช่วยเหลือชาวบ้านและศึกษาโอสถไปพร้อมกัน” แววตาของหญิงชราอ่อนโยนลงเมื่อพูดถึงความทรงจำอันสงบสุขเ่าั้
หลี่ินิ่งฟังอย่างตั้งใจ เขาไม่เคยได้รับรู้เื่ราวของบิดามาก่อน ในใจพลันนึกภาพครอบครัวหลี่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนขึ้นมา ทำไมท่านบิดาถึงเปลี่ยนไปได้
“แต่แล้วความสงบสุขนั้นก็มาถึงจุดสิ้นสุด” เสียงท่านยายหลันเข้มขึ้น “เมื่อจอมมารเมฆทมิฬแห่งพรรคเมฆทมิฬได้ยินข่าวเล่าลือถึงตำรายาหยกปัญญา เขาเป็คนโลภและกระหายอำนาจ ้าตำรายานี้เพื่อเสริมอำนาจให้ตนเองและพรรคชั่วของเขา จึงนำกำลังบุกโจมตีตระกูลหลี่โดยไม่ทันให้ตั้งตัว”
ดวงตาของหลี่ิเบิกกว้างขึ้น “จอมมารเมฆทมิฬ…” เขาทวนชื่อนั้นเบาๆ ด้วยเสียงที่สั่นสะท้าน ทั้งโกรธทั้งหวาดหวั่น
หญิงชรากำมือแน่นขณะนึกถึงเหตุการณ์เลวร้าย “ในคืนที่สายลมเย็นะเืพัดผ่านหุบเขาไม่ต่างจากคืนนี้ พวกมันบุกเข้ามาเผาบ้านเรือน ฆ่าฟันทุกคนที่ขัดขวาง หลี่เจิ้ง บิดาของเ้าและสามีของหลี่เซียง ท่านตา ท่านยายต่อสู้ปกป้องครอบครัวสุดชีวิต พวกเขาเป็นักรบผู้กล้าหาญใช้กระบี่คู่ต่อสู้กับเหล่าศัตรูจนพวกมันล้มตายไปหลาย ทว่าศัตรูมีจำนวนมากและเตรียมการมาอย่างดี” นางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
หลี่ิตัวแข็งทื่อ ลมหายใจติดขัดเมื่อฟังถึงชะตากรรมของคนในตระกูล
“สุดท้ายท่านตา ท่านยาย ก็ถูกจอมมารเมฆทมิฬสังหารต่อหน้าต่อตาหลี่เซียง” หญิงชรากล่าวคำนี้ออกมาช้าๆ ราวกับทุกถ้อยคำหนักอึ้ง “ก่อนที่ท่านผู้เฒ่าทั้งสองจะสิ้นใจ ได้ฝากกุญแจทองที่ห้อยคอของท่านตาเ้าให้แม่เ้าไว้… นั่นคือกุญแจดอกเดียวกับที่เปิดหีบตำรายาหยกปัญญา”
หลี่ิกลืนน้ำลายฝืดๆ พยายามควบคุมอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขากำหมัดแน่นสั่นเทาเมื่อนึกภาพความสูญเสียที่บิดามารดาต้องประสบ
หญิงชรายังคงเล่าต่อ “หลี่เซียงแบกความโศกเศร้าและความโกรธแค้นหนีออกมาได้พร้อมกับตำรายาหยกปัญญาและกุญแจทอง นางได้รับความช่วยเหลือจากข้า…ซึ่งในตอนนั้นเป็สหายร่วมเรียนวิชาโอสถกันมา” นางปรายตามองหลานชาย “ใช่แล้ว ข้าเองก็เป็ศิษย์ของตาเ้า เรียนรู้วิชาโอสถและพิษเคียงข้างหลี่เซียงมาก่อน”
หลี่ิมองหญิงชราในแสงสลัวด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าท่านยายหลันเคยเป็ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกับแม่ของเขา
“หลังจากนั้น เราจึงซ่อนตัวอยู่ที่กระท่อมหลังนี้ คอยรักษาาแและวางแผน” นางเล่าต่อ “หลี่เซียงมอบหมายให้ข้านำตำราใส่หีบล็อกไว้ด้วยกุญแจทอง แล้วซ่อนในห้องลับนี้ ส่วนตัวนางเลือกจะล่อพวกมันไปให้ไกล เ้าเองยังแบเบาะอยู่ นางกับสามีพาเ้าติดตัวหนีไปด้วย”
“ตำรายาหยกปัญญาเป็มรดกตกทอดสำคัญของตระกูล มันบรรจุทั้งตำรับยารักษาวิเศษและสูตรพิษร้ายแรงนับไม่ถ้วน” หญิงชราเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ในมือผู้มีคุณธรรม มันคือเครื่องมือช่วยชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน แต่หากตกไปอยู่ในมือคนชั่ว มันก็อาจกลายเป็อาวุธคร่าชีวิตผู้คนมหาศาลได้เช่นกัน” นางมองหน้าหลี่ิ “จอมมารเมฆทมิฬย่อมหมายตาที่จะใช้ตำรานี้สร้างอำนาจบารมีหรือไม่ก็ผลิตพิษร้ายครอบงำยุทธภพ ดังนั้นแม่เ้าจึงยอมสละได้แม้ชีวิตตนเพื่อปกป้องมัน”
น้ำเสียงของท่านยายหลันสั่นเครือเมื่อกล่าวถึงตรงนี้ “นางคงฝากฝังเ้าให้ข้ามิใช่เพียงเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น แต่เพื่อให้เ้าสืบทอดเจตนารักษาความรู้นี้ไว้ไม่ให้ตกในมือคนชั่ว” หญิงชราสบตาหลานชายแน่วนิ่ง “หลี่ิ จากนี้ไปเ้ามีสองสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ หนึ่งคือฝึกฝนตนเองให้เข้มแข็ง ทั้งในวิชาโอสถและวรยุทธ์ สองคือค้นหากุญแจทองให้พบ เพื่อเปิดหีบตำรายาหยกปัญญา นั่นคือหนทางเดียวที่จะล้างแค้นแทนบิดามารดาและปกป้องมรดกตระกูลได้”
เด็กหนุ่มฟังคำของท่านยายด้วยหัวใจที่หนักแน่นขึ้น เขารู้สึกถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่รออยู่เบื้องหน้า แม้หวาดหวั่นอยู่บ้าง แต่เปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในดวงตาของเขา “ข้าจะทำตามที่ท่านกล่าวขอรับ” หลี่ิให้คำมั่นเสียงหนักแน่น “ไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใด ข้าจะฝึกฝนวิชาจนแตกฉาน และหากุญแจทองนั้นมาปลดตรวนของตำราให้ได้”