คำกล่าวของหยางเทียนอวี้นั้นมีพลังของเซียนเเผงอยู่ทำให่ฉางอันรู้สึกหวาดกลัวอย่างมากแต่ในตอนนั้นเองชายชราจากตระกูลฉางก็ยืนขึ้นแล้วปลดปล่อยพลังเซียนพร้อมกับเจดีย์วิญญาณ4 ชั้นออกมา (ต่อไปนี้ผมจะเรียกเจดีย์วิญญาณนะครับ)
"หยางเทียนอวี้นี่มันก็แค่การประลองไม่เห็นจะต้องโกรธเลย" ชายชรากล่าว
"ไม่ให้โกรธงั้นรึ กับการกระทำที่ไร้ยางอายต่อผู้หญิงเช่นนี้ตัวข้าก็ไม่สามารถยอมรับได้" เซียนสวรรค์เหยาจีกล่าวอย่างเย็นชาเซียนสวรรค์เหยาจีเองก็เป็นผู้หญิงย่อมเข้าใจความรู้สึกของหยางอวี้ที่ถูกการกระทำที่ไร้ยางอายของฉางอันว่ารู้สึกอย่างไร
ชายชราเริ่มรู้สึกกดดันกับหยางเทียนอวี้เขามีพลังสูสีกันแต่กับเหยาจีชายชรารู้ตัวว่าไม่สามารถเอาชนะได้"ทุกท่านใจเย็นๆก่อน เรื่องนี้สามารถคลี่คลายได้ " เมิงต้วนกล่าว
"ฉางอันการกระทำของเจ้านั้นถึงจะไม่ผิดกฎการประลอง แต่มันผิดกฎของมนุษยธรรมครั้งนี้พวกข้าจะให้อภัย" เมิงต้วนกล่าว ฉางอันมีรอยยิ้มปรากฏออกมาเมื่อได้ยินคำกล่าวของเมิงต้วนแต่ในตอนนั้นเองเมิงต้วนก็กล่าวออกมาอีกครั้ง "แต่ถ้าหากเจ้าทำแบบนี้อีกครั้ง ไม่ต้องให้หยางเทียนอวี้หรือเหยาจีลงมือข้าจะสังหารเจ้าซะแม้แต่ปู่ของเจ้าก็ไม่สามารถช่วยเจ้าได้"เมิงต้วนกลล่าวอย่างเย็นชา ทุกคำกล่าวของเมิงต้วนเเฝงไปด้วยจิตสังหารที่แรงกล้าและสำหรับผู้ฝึกยุทธที่เป็นหญิงสาวพวกเขามองไปที่ฉางอันด้วยสายตาเย็นชาและรังเกียจแม้แต่เหยาเซียนเองก็ยังเผยจิตสังหารออกมาฉางอันที่กระทำต่อหยางอวี้เพียงเพื่อให้หยางจื่อเจ็บปวดใจกลับกลายเป็นว่าตนต้องเป็นศัตรูกับผู้คนมากมาย หยางจื่อที่รีบไปนำหยางอวี้ลงจากเวทีใบหน้าของนางนั้นซีดขาวลงและตัวสั่นเหมือนลูกนกแต่นางกลับไม่ร้องให้ออกมาแม้แต่น้อยในเสี้ยวพริบตานางนั้นคิดว่าตนเองจะถูกทำให้อับอายต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก หยางจื่อหันไปมองฉางอันสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารความโกรธของหยางจื่อปะทุจนถึงขีดสุดด้วยกรจ้องมองของหยางจื่อทำให้ฉางอันรู้สึกกดดันมันราวกับสายตาของหยางจื่อที่จ้องมาเป็นสัตว์ร้ายโบราณที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจ "จงภาวนาว่าอย่าให้เจอกับข้าไม่อย่างงั้นเจ้าจะได้พบกับความเจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่เลย"หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชา"เหอะ เจ้าผ่านรอบต่อไปให้ได้ก่อนเถอะ" ฉางอันกล่าวเยาะเย้ย
ฉางอันเดินลงจากเวทีประลองไปหยางจื่อได้แต่อดกลั้นเอาไว้เเล้วพาหยางอวี้กลับที่พักแล้วมานั่งรอการประลองรอบต่อไป
"คู่ที่สอง ฝู่หลง เจอกับ หลู่เจียง"
ฝู่หลงเดินขึ้นไปบนเวทีประลองไอพลังปราณทมิฬหมุนวนรอบๆร่างกายและแผ่ไอพลังที่หนาวเย็นออกมา "หืมเด็กคนนั้นคือคนจากนิกายมารทมิฬที่พึ่งเข้าร่วมกับเจ้าใช่หรือไม่"ชายชราจากตระกูลหลู่หันไปกล่าวกับชายชราจากนิกายซากศพ"ใช่เเล้วเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ไม่เลว" ชายชราเฮ่ยหยาจากนิกายซากศพกล่าว
"เสียดายที่มาเจอกับหลี่เจียงของข้า ฮ่า ฮ่า" ชายชราหลู่เซียวกล่าว
"จะเป็นแบบนั้นแน่หรือ " เฮ่ยหยากล่าวด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
หลู่เซี่ยวขมวดคิ้วในทันทีเขาพยายามมองการบ่มเพาะของฝู่หลงแต่ก็พบเพียงแค่ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 8แต่หลู่เจียงอยู่จุดสูงสุดของปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 9 เเล้วเข้าไม่คิดว่าหลู่เจียงจะแพ้ฝู่หลงเด็ดขาด"เริ่มการประลองได้"
หลู่เจียงนำขวานยักออกมาบวกกับร่างกายที่ใหญ่โตของหลู่เจียงทำให้เขาตัวใหญ่เหมือนยักเทียบกับฝู่หลงที่มีร่างกายผอมแห้งและบอบบางเเล้วผู้คนจึงคิดว่าฝู่หลงจะพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว
แต่ในตอนนั้นเองที่ฝู่หลงเผยยิ้มออกมาอย่างเย็นชาไอพลังปราณความมืดก็ปะทุออกมา ปราณทมิฬพุ่งไปยังหลู่เจียงแล้วเริ่มกัดกล่อนพลังปราณของหลู่เจียงอย่างรวดเร็ว"กงเล็บปีศาจทมิฬ" ฝู่หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนาวเย็น
"ทำลาย" หลู่เจียงตวาดออกมาสุดเสียง
แต่ขวาดยักของหลู่เจียงก็ไม่สามารถทำลายปราณทมิฬได้ หงเล็บปีศาจทมิฬปะทะเข้ากับหน้าอกของหลู่เจียงอย่างจังทำให้หลู่เจียงร้องโหยหวนแล้วหมดสติไป ผู้คนทั่วทั้งสนามเงียบลงในทันทีหลู่เจียงที่พ่ายแพ้ต่อฝู่หลงด้วยการโจมตีเพียงครั้งงเดียวทำให้พวกเขาอดที่จะสั่นสะท้านไม่ได้"ดูเหมือนปีนี้จะมีม้ามืดปรากฏหลายคน" ผู้คนคิด
ชายชราจากตระกูลหลู่แสดงสีหน้าสสับสนแล้วหันไปมองหน้าเฮ่ยหยาที่ยิ้มออกมา
"เฮ่ยหยา เจ้าแน่ใจนะว่าคนกลุ่มนั้นจะไม่เป็นภัยคุกคาม" เมิงต้วนกล่าว
"ไม่ต้องห่วง ถึงพวกเขาจะบ่มเพาะทักษะปีศาจแต่พวกเขาก็ไม่ได้บ้าบิ่นถึงขั้นใช้มนุษย์เป็นเครื่องสังเวยบ่มเพาะพวกเขาแค่ศึกษาปราณทมิฬเพียงเท่านั้น" เฮ่ยหยากล่าว "ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆก็ดี แต่ถ้าเกิดเจ้าพวกนั้นทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อดินแดนเทวะละก็...."เมิงต้วนกล่าว "ไม่ต้องห่วงถ้าเจ้าพวกนั้นคิดไม่ซื่อข้าจะสังหารพวกมันเอง"เฮ่ยหยากล่าว ถึงแม้นิกายมารทมิฬจะยอมสวามิภักดิ์ต่อนิกายซากศพแต่เฮ่ยหยาเองก็ไม่ได้ไว้ใจพวกนิกายมารทมิฬแล้วยังคอยจับตาดูอยู่ หยางจื่อที่เห็นพลังของฝู่หลงก็ขมวดคิ้วเขาไม่คิดว่าฝู่หลงจะแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้เป็นอีกครั้งที่หยางจื่อไม่สามารถวัดความแข็งแกร่งของฝู่หลงได้ การแข็งขันดำเนินต่อไปและอัจฉริยะที่แข็งแกร่งก็สามารถเอาชนะได้อย่างไม่ยากเย็นอย่างเช่นเหยาเซียนหว่านเจียงอี้ และ ซีโหว คนทั้งสามนี้คืออัจฉริยะของดินแดนเทวะทิศเหนือพวกแวดงพลังที่เหนือล้ำเกินกว่ารุ่นเยาว์ที่อายุเท่ากันออกมา และทางด้านดินแดนเทวะทิศตะวันตกมีฝู่หลง เฮ่ยหู่ ไห่เซียง เต้าฟาง ทางดินแดนเทวะทิศตะวันออกมี จินสุ่ย หลงไห่จางอี้ หลิวเฟย ดินแดนเทวะทิศใต้มี หยางจื่อ หวงฟง ถึงซือฉีและนอกเหนือจากนั้นก็เป็นขุมอำนาจที่ไม่โด่งดังแต่มีโชควาสนาที่สามารถผ่านเข้ามาได้และในตอนนี้เองก็เป็นคู่สุดท้ายของการประลอง
"คู่สุดท้าย หยางจื่อ เจอกับ จินสุ่ย"
-----------------------------------------------------------------------------------