“พิษหรือ? พิษอะไรกัน?” สวีคั่งแสร้งทำเป็นตกใจ แสร้งโง่ทำไม่รู้เรื่อง“เย่เฉิน ข้าวสามารถจะกินอย่างไรก็ได้แต่วาจานั้นจะเอ่ยออกมาโดยมิได้ตริตรองไม่ได้นะ”
“นั่นสิเจ้าคงกลัวจะแพ้ศิษย์พี่สวี จึงจงใจจะใส่ความสินะ!”มีเสียงกำลังพูดคุยกันอยู่ด้านล่าง
ทันทีที่พูดออกไปก็มีคนเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว
“ข้าไม่เห็นว่าศิษย์พี่สวีคั่งจะใช้พิษตรงไหนเลยเจ้าเอาความคิดเห็นเลวๆ ของเจ้าไปใส่ความผู้มีคุณธรรมสูง”
“เย่เฉินเจ้าไม่สามารถจะเอาชนะศิษย์พี่สวีได้ เจ้าจึงใช้แผนการชั่วร้ายเช่นนี้สินะ”
คำสบประมาทจากผู้ชมที่ด้านล่างลานประลองได้เกิดขึ้นไปดั่งกระแสน้ำ ซึ่งเห็นชัดว่าเป็นการกลับดำเป็นขาวซึ่งใบหน้าของแต่ละคนนั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคืองกับความไม่เป็นธรรม
“ครั้งนี้เจ้ายังจะไม่ตายอีกหรือ?”
“นี่คือสิ่งที่ต้องแลกกับการมายั่วยุยอดเขาเหรินหยางและยอดเขาตี้หยาง”
“วันนี้เจ้าถูกกำหนดให้ต้องเลือดสาดกระเซ็นอยู่บนลานเมฆวายุแล้วล่ะ”
เมื่อเทียบกับบรรดาศิษย์ที่อยู่ด้านล่างแล้วศิษย์แท้จริงของยอดเขาเหรินหยางและยอดเขาตี้หยาง แต่ละคนก็เริ่มหัวเราะเยาะ
บนลานประลองเย่เฉินก็ฟังคำล่วงละเมิดต่างๆ อย่างเงียบๆ ดวงตาของเขาก็เย็นชาขึ้นเรื่อยๆ
เขาดูออกว่านี่เพื่อที่จะแก้แค้นเขายอดเขาเหรินหยางและยอดเขาตี้หยางจะต้องมีความเจ็บปวดเป็นอย่างมากจึงให้ศิษย์ที่แท้จริงออกมาตอบโต้ สร้างการต่อสู้ครั้งใหญ่ ถึงขนาดนี้แล้วยังไม่พอนึกไม่ถึงว่าจะแอบจัดสร้างหน้าม้ามาช่วยเป็นแรงผลักดันอีกด้วย
คำพูดของคนนั้นน่ากลัวเขาได้เห็นความหมายของคำคำนี้อย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
สองหมัดยากจะสู้สี่มือเขาเพียงปากเดียวจะไปเอาชนะคำล่วงละเมิดที่มีดั่งคลื่นทะเลนั้นได้อย่างไร
แต่เขาเป็นใคร เขาคือเย่เฉิน เขาจะมาถูกเอาเปรียบอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ได้อย่างไรมีอัคคีเที่ยงแท้คุ้มกันกาย พิษนั่นไม่สามารถจะทำอะไรเขาได้ ถ้าอย่างนั้นต่อไปเขาก็จะใช้วิธีการของตนเองในการรักษาตัวเอง
ท่ามกลางเสียงสบถด่าเขาได้แอบรวบรวมอัคคีเที่ยงแท้ในกายอย่างเงียบๆทำการแผดเผาพิษร้ายทั้งหมดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย
แต่การแสดงออกเบื้องหน้านั้นเขายังคงทำสีหน้าอย่างคนที่กำลังถูกพิษเล่นงานร่างกายยังคงแสร้งเดินโซเซอยู่บนลานประลอง เพื่อตบตาสวีคั่ง และจากนั้นก็จะโจมตีเขาให้ราบคาบ
“เย่เฉิน”เจ้าหมีสองที่อยู่ด้านล่างเมื่อเห็นว่าเย่เฉินถูกพิษ จึงรีบพุ่งขึ้นมาแต่เขากลับเห็นเย่เฉินขยิบตาให้เขาอย่างมีนัย
ทั้งคู่มาถึงขั้นที่ไม่บอกก็รู้ทุกอย่างแล้วเพียงแค่มอง เจ้าหมีสองก็สามารถเข้าใจได้ทุกอย่าง และก้าวเท้าถอยกลับไป
“ไอหยาๆศิษย์น้องเย่เป็นอะไรไปหรือ ดูท่าทางจะป่วยไม่น้อยเลยนะ!” บนลานประลอง เมื่อเห็นว่าร่างกายของเย่เฉินเริ่มมีสีดำสวีคั่งก็แสร้งทำเป็นกังวล
“จะจัดการกับคนที่ใกล้จะตายอย่างข้าไม่นึกเลยว่ายังจะใช้พิษ? เจ้ายังทำได้ลงคอ”
“ศิษย์น้องเย่จะกล่าวหาข้าเกินไปแล้ว”
“พูดจาเหลวไหลเข้ามาสิ!” เย่เฉินตะคอก และจ้องมองสวีคั่งอย่างเยือกเย็น
เมื่อได้ยินเช่นนี้สวีคั่งก็ยิ้มอย่างขี้เล่น และไม่ทำการปกปิดใบหน้าที่น่ากลัวและเจ้าเล่ห์ของตนเองอีกต่อไป“เนื่องจากศิษย์น้องเย่ดูจะมีความคึกคักมากถ้าอย่างนั้นศิษย์พี่อย่างข้าก็จะเล่นเป็นเพื่อนเจ้า”
พูดจบเขาก็ก้าวออกไปหนึ่งก้าวราวกับสายลม และชี้นิ้วไปยังเย่เฉิน
เมื่อเห็นว่าสวีคั่งชี้นิ้วมาเย่เฉินก็ยังคงนิ่งอยู่ไม่ไหวติง
ในสายตาของคนนอกเขากำลังถูกวางยาพิษและสูญเสียกำลังความสามารถไปแล้วแต่อันที่จริงแล้วเขาแค่กำลังรอคอยโอกาสเพราะการฝึกตนของสวีคั่งนั้นอยู่ในชั้นที่แปดของระดับขั้นพลังธาตุแล้ว
“ตายซะเถอะ!” และแล้วตอนนี้ก็มาถึง สวีคั่งจึงเผยให้เห็นรอยยิ้มชั่วร้าย
เพียงแต่ในขณะที่นิ้วของเขากำลังจะแตะลงไปยังร่างกายของเย่เฉินกลับมองเห็นการเยาะเย้ยที่มุมปากของเย่เฉิน
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่แปลกประหลาดของเย่เฉินในใจของเขาก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที
ในไม่ช้าภายใต้สายตาที่ส่งกระแทกมา เย่เฉินก็หลีกตัวหลบจากนิ้วของเขาจากนั้นจึงจับแขนของเขาไว้ และหลังจากนั้นเขาก็ถูกเย่เฉินพาตัวออกไป
ตูม!
ห่างออกไปไม่กี่จ้างเขาก็ตกลงสู่พื้นอย่างรุนแรง
จากนั้นเขาก็พลิกตัวกลับมาหน้าตาของสวีคั่งมองดูเย่เฉินอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เป็นไปไม่ได้ เห็นชัดๆว่าเจ้า...”
“ข้าทำไม”เย่เฉินหัวเราะเยาะ ร่องรอยสีดำบนร่างกาย ได้จางหายไปอย่างรวดเร็ว และฟื้นฟูกลับมาดังเดิม
“เขาไม่ได้ถูกพิษหรือ?”
“ข้าเห็นอยู่ชัดเจนว่าเข็มพิษของสวีคั่งได้แทงเข้าไปในร่างกายของเย่เฉิน”
ไม่เพียงแต่ศิษย์แท้จริงของยอดเขาตี้หยางแม้แต่ศิษย์ของยอดเขาเหรินหยางเองก็แสดงอาการประหลาดใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อมองไปบนลานประลองอีกครั้งใบหน้าของสวีคั่งก็ไม่มีความขี้เล่นเหมือนดั่งก่อนหน้าสีหน้าของเขาในตอนนี้กลายเป็นดุร้าย
เขารู้ว่าถูกเย่เฉินหลอกเอาเข้าเสียแล้วเดิมทีแล้วเย่เฉินไม่ได้ถูกพิษ แต่เขาจะพูดอะไรได้ก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าเข็มพิษเจาะเข้าไปในร่างกายของเย่เฉินถ้าทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการยอมรับสารภาพด้วยตนเอง
“ศิษย์พี่สวีต้องการจะเล่นเป็นเพื่อนศิษย์น้องไม่ใช่หรือ? มาสิ!” ฝั่งตรงข้าม เย่เฉินกำลังกวักนิ้วเรียกเขา
“คอยดูข้าจะจัดการเจ้าให้ได้”สวีคั่งแผดเสียง มีแสงสีม่วงล้อมรอบอยู่ระหว่างฝ่ามือของเขา
เพียงแต่เมื่อเขาก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว ก็ต้องตกตะลึง
“นี่...”เขามองไปยังฝ่ามือของตนเองโดยไม่รู้ตัว นึกไม่ถึงว่ามันจะกลายเป็นสีดำและแพร่กระจายไปยังแขนและลำตัวของเขาอย่างรวดเร็วจนเห็นได้ชัด
พิษ!
สวีคั่งรู้ได้ในทันทีว่าทำไมร่างกายของเขาถึงมีความผิดปกติเช่นนี้เขาที่ถูกวางยาพิษ จะดูไม่ออกได้อย่างไรว่าตนเองถูกพิษเข้าแล้ว
“หรือว่าเมื่อกี้นี้จะถูกเย่เฉิน...”สวีคั่งนึกทบทวนว่าตนเองถูกพิษตั้งแต่เมื่อใด
เฮือก!
ทันใดนั้นเขาก็พ่นเลือดสีดำออกมาคำโต ผู้ชมด้านล่างลานประลองต่างถึงกับสับสน
“เย่เฉินเจ้ากล้าที่จะใช้พิษกับข้า” ดวงตาของสวีคั่งเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขบฟันมองไปยังเย่เฉินที่อยู่ตรงข้าม
“พิษหรือ? พิษอะไรกัน” เย่เฉินแสร้งทำเป็นตกใจและเขายังแสร้งทำหูหนวกแกล้งโง่เหมือนที่สวีคั่งทำมาก่อนหน้านี้แม้คำพูดที่ใช้ก็ยังเหมือนกัน “ศิษย์พี่สวี ข้าวสามารถจะกินอย่างไรก็ได้แต่วาจานั้นจะเอ่ยออกมาโดยมิได้ตริตรองไม่ได้นะ!”
“นั่นสิๆเจ้ากลัวว่าไม่สามารถจะเอาชนะเย่เฉินได้ จึงจงใจใส่ความสินะ!” เสียงดังขึ้นมาจากด้านล่างของลานประลองไม่บอกก็รู้เลยว่าเป็นเสียงของเจ้าหมีสอง
รู้ใจนี่มันช่างรู้ใจจริงๆ
เจ้าหมีสองเป็นคนฉลาดคนของยอดเขาเหรินหยางและยอดเขาตี้หยางสามารถกลับดำขาวสลับไปมาได้ เขาจึงสามารถช่วยให้เย่เฉินพลิกกลับมาเอาชนะได้เช่นกัน
“ข้าไม่เห็นว่าเขาจะใช้พิษอะไรเลยแต่เจ้าสวีคั่ง เจ้าเอาความคิดเลวๆ ของเจ้าไปใส่ความผู้อื่นหรือ”
คำพูดอันยาวนานนี้เป็นเสียงของเจ้าหมีสองและบทกลอนที่ใช้ หรือคำพูดที่เอ่ยออกมาล้วนแต่เป็นการคัดลอกมาจากก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น
“เอาชนะไม่ได้ก็มาบอกว่าเย่เฉินใช้พิษสวีคั่ง เจ้านี่มันร้ายกาจจริงๆ”
“เจ้า...”สวีคั่งโกรธจนเลือดลมสูบฉีดจนแทบจะหัวใจวายตาย และกระอักเลือดออกมา
“เย่เฉินใช้พิษชัดๆ”ในตอนนี้บรรดาหน้าม้าของยอดเขาเหรินหยางและยอดเขาตี้หยางก็เริ่มก่อความวุ่นวายอีกครั้ง
“การประลองบนลานเมฆวายุห้ามมีการใช้พิษ เย่เฉินละเมิดกฎ ต้องลงโทษเขา”
“เย่เฉินเจ้าช่างอำมหิตนัก”
“ทั้งหมดนี่ก็เขาที่หาเรื่องใส่ตัวเองไม่ใช่หรือ?” เสียงที่ดังต่อมาค่อนข้างจะดังเป็นพิเศษเจ้าหมีสองกลั้นหายใจอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะพ่นคำพูดนี้ออกไป
เสียงตะโกนนี้สร้างความระคายเคืองและดูหยิ่งผยองยิ่งนัก เสียงของคนผู้หนึ่งนึกไม่ถึงว่าจะสามารถกลบเสียงละเมิดก่นด่าของทุกคนในที่นี้ได้บางทีอาจจะเป็นเสียงที่ดังเกินไปของเขา จนทำให้หลายๆคนอดไม่ได้ที่จะต้องปิดหูเอาไว้
หลังจากสิ้นเสียงตะโกนนั้นทั่วทั้งบริเวณต่างเงียบสงัดอยู่ครู่หนึ่ง
“เย่เฉินใช้พิษจะมาเล่นลิ้นอะไรต่อไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก” หลังจากสิ้นสุดความเงียบศิษย์ในชุดสีครามคนหนึ่งก็กระโดดออกมา
“เย่เฉินอำมหิตเกินไปแล้ว”
“ต้องลงโทษเขา”
“ให้ตายสิไสหัวไปให้หมด!” เจ้าหมีสองแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ของเขาคลื่นเสียงดังรุนแรงผู้คนจำนวนมากต้องปิดหูเพื่อหลบเลี่ยงเสียงตะโกนที่ดังขึ้นมานั้น
“นี่มันเคล็ดวิชาคลื่นเสียงของตระกูลสยง”ศิษย์แท้จริงของยอดเขาเหรินหยางคนหนึ่งหรี่ตาลง
“มิน่าล่ะถึงได้สามารถกลบเสียงของคนจำนวนมากขนาดนี้ได้”
“นึกไม่ถึงว่าเจ้าอ้วนจะมีวิชาลับเช่นนี้อยู่ด้วย”เย่เฉินลูบคางของตนเอง แอบคิดไว้ว่าต้องหาเวลาสักวันเพื่อนั่งคุยกับเจ้าหมีสอง
ว๊าก...!
หลังจากผ่านพ้นความเงียบสงบเป็นเวลาสั้นๆนั้น ยังไม่ทันให้บรรดาหน้าม้าของยอดเขาเหรินหยางและยอดเขาตี้หยางได้พูดจาเจ้าหมีสองผู้อ้วนเป็นก้อนกลม ก็ได้ตะโกนเสียงดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง
เมื่อมองไปยังท่าทีของเขานี่เป็นการช่วยเย่เฉินจัดการกับพวกหน้าม้าที่อยู่ด้านล่างลานประลอง
“กินข้าว”
“นอนหลับ”
“เกี้ยวสตรี”
วิชาลับคลื่นเสียงของเจ้าหมีสองยังไม่สามารถกลบได้อย่างแท้จริงเพราะมีเสียงตะโกนที่ดังสะเทือนฟ้าดินอีกเสียงหนึ่งดังตามขึ้นมา และเสียงตะโกนนั้นก็ไม่ใช่เสียงธรรมดาจนทำให้บรรดาหน้าม้าที่ส่งเสียงอยู่นั้น ตกอยู่ภายใต้พลังของคลื่นเสียงนั้น
“นี่มันเป็นสัตว์เดรัจฉานหรืออย่างไร?” บรรดาหน้าม้าแต่ละคนต่างเอามือปิดหูจนเงยหน้าไม่ได้
“เจ้านี่มันจริงๆเลย” เย่เฉินที่อยู่บนลานประลอง อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
บางทีด้วยฉากและสถานการณ์เช่นนี้ อาจจะต้องการตัวตลกอย่างเจ้าหมีสองสิ่งที่สำคัญที่สุดคือจิตใจที่สดชื่น และไร้ยางอายอย่างเขา
“เพื่ออิสรภาพ”เจ้าหมีสองส่งเสียงตะโกนอีกครั้ง
เสียงตะโกนนี้ที่ดังออกไปจากนั้นเขาจึงขยี้ผมตนเอง และมองไปยังพวกหน้าม้าที่อยู่ในฝูงชน ดวงตาเล็กๆของเขาแฝงไปด้วยความท้าทาย ราวกับจะบอกว่า ด่าสิ ด่าข้าอีกสิ! ด่าอีก ข้าจะตะโกนใส่ให้พิการไปเลย
เมื่อมองไปยังหน้าม้าพวกนั้นใบหน้าของแต่ละคนเริ่มแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอึดอัดหรือจะเป็นเพราะโกรธกันแน่
“ถอนตัว!” เจ้าหมีสองขยิบตาให้กับเย่เฉิน
เจ้าหมีสองไม่จำเป็นต้องพูดจาเย่เฉินก็กระโดดลงจากลานประลอง และต้องการออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
แน่นอนเขาต้องการจะออกไป แต่บางคนจะยอมปล่อยให้เขาไปได้อย่างไร
ทันทีที่กระโดดลงมาจากลานประลองศิษย์แท้จริงของยอดเขาเหรินหยางก็ก้าวออกมาข้างหน้า
“อะไรกัน? ทำไมจึงรีบไปเช่นนี้?”