ตอนที่ 76 พิธีกรรมเวทมนตร์
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ห้องทำพิธีกรรมไม่ต่างไปจากห้องทดสอบพลังเวทมากนัก ผนังของมันถูกผังด้วยศิลาต้านเวทระดับสูง มันเพียงพอที่จะยับยั้งการโจมตีของตัวตนที่ต่ำกว่ามหาจอมเวทได้
เพียงแต่ห้องพิธีกรรมแห่งนี้ตรงกลางห้องมีวงเวทวงหนึ่งที่ถูกสลักฝังไว้บนพื้น
เรลิทไม่รอช้ารีบอธิบายให้กับเมอร์ลินฟังทันที
“นี่คือวงเวทพิธีกรรม มันสามารถทำให้การกลั่นวัสดุเวทได้ง่ายขึ้น นอกจากห้องนี้จะป้องกันการเสียหายจากพลังเวทแล้ว สาเหตุที่มันมีราคาแพงก็เพราะวงเวทนี้ด้วย”
หญิงสาวให้บริการด้วยรอยยิ้ม
“ครับ ผมรู้จักมัน” เมอร์ลินตอบด้วยรอยยิ้ม
แน่นอนว่าเขาเคยเห็นวงเวทนี้ ตอนที่ออสตินช่วยให้เขาสร้างวงเวทแรกขึ้นมาก็ใช้วงเวทแบบนี้ในการกลั่นวัสดุเวทเช่นกัน
เมอร์ลินย่อมรู้ว่าไม่ใช่ทุกวงเวทจะสามารถกลั่นวัสดุเวทได้ ยิ่งวัสดุเวทระดับสูงก็ย่อมต้องใช้วงเวทระดับสูงในการกลั่นเช่นกัน
“ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอตัวนะคะ” เรลิทกล่าวอย่างมีมารยาท ก่อนจะออกไปกับมาร์เทล
อย่างที่รู้กันว่าการจารึกวงเวทจะต้องทำด้วยตัวเอง ต่อให้เมอร์ลินมีจอมเวทอย่างออสตินอยู่ข้างกายก็ไม่ได้ช่วยให้เขาจารึกวงเวทได้สำเร็จ
ดังนั้นพื้นที่ทำพิธีกรรมจึงควรเป็นพื้นที่ส่วนตัว
“ตอนนี้ฉันบ่มเพาะขุมพลังเวทได้สามจุดแล้ว สามารถจารึกเวทระดับหนึ่งได้อีกสองบท ฉันควรจารึกเวทอะไรต่อไปดี” เมอร์ลินเอ่ยพึมพำกับตนเอง
วัสดุเวทที่เขาเตรียมไว้คือเวทป้องกัน เวทชะล้าง เวทตรวจจับ และเวทบอลเพลิง
เวทแรกที่เขาต้องจารึกแน่นอนว่าต้องเป็นเวทป้องกัน สร้างม่านพลังเวทเพื่อปกป้องตนเอง
ดังนั้นเขาจึงต้องเลือกอีกเวทหนึ่งเพื่อจารึก
เวทตรวจจับแน่นอนว่าใช้ตรวจจับสิ่งผิดปกติหรือค้นหาศัตรู เวทบอลเพลิงเป็นเวทโจมตีที่สามารถประยุกต์ใช้อำนวยความสะดวกให้ตนเองได้ ส่วนเวทชะล้างคือเวทอำนวยความสะดวกอย่างแท้จริงเพราะมันใช้ชำระล้างร่างกายหรือสิ่งสกปรกโดยไม่ต้องอาบน้ำ
“สถานการณ์ของฉันในตอนนี้ยังไงก็ไม่ได้ไปต่อสู้กับใครอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันควรเลือกเวทที่สามารถรักษาชีวิตของฉันไว้ก่อน”
ในที่สุดเมอร์ลินก็ตัดสินใจเลือกเวทได้
คาถาเวทแรกที่เขาทำการจารึกนั้นก็คือเวทป้องกัน
เขานำวัสดุเวทสำหรับประกอบพิธีออกมาจากแหวนเก็บของเรียงรายอยู่ตรงหน้า
วัสดุเวทเหล่านี้แบ่งออกเป็นหินเวทและชิ้นส่วนสัตว์อสูร
หินเวทระดับต่ำห้าธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ และสายฟ้า
ส่วนชิ้นส่วนของสัตว์อสูรมี กระดองเต่าศิลา ดวงตาเมจิกวูฟ และหนังอสรพิษเวท
ความจริงเมอร์ลินไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุเวทมากขนาดนี้ แต่เป็นออสตินที่จัดเตรียมมาให้
วัสดุเวทที่ใช้จารึกคาถาเวทจะมีผลต่อเวทที่ใช้จารึก และคาถาเวทแต่ละบทก็ไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุเวทที่ตายตัว ขอเพียงมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกันก็สามารถใช้ได้แล้ว
ความยากของการจารึกอยู่ที่การนำพลังเวทที่ได้จากการกลั่นวัสดุเวทไปวาดลงวงเวทของตนเอง
อย่างไรก็ตามขั้นตอนนี้ย่อมมีความง่ายกว่าการสร้างวงเวทขึ้นใหม่หรือการยกระดับวงเวท
เมอร์ลินไม่ลังเลที่จะเริ่มพิธีกรรมของตนเองในทันที
เขาสะบัดมือออกไปครั้งหนึ่ง วัสดุเวทเหล่านั้นก็ถูกชักนำลอยไปวางอยู่ในตำแหน่งต่างๆ บนวงเวทที่อยู่ตรงพื้น
สองมือของเขาทาบลงบนวงเวทนั้นก่อนจะถ่ายทอดพลังเวทเป็นการกระตุ้นให้วงเวททำงาน
วึง!
ทันทีที่พลังเวทโคจรเข้าไป วงเวทบนพื้นก็เปล่งแสงออกมา ทันทีที่วงเวททำงานมันก็โคจรเป็นวัฏจักร ในทุกครั้งที่พลังของวงเวทเคลื่อนผ่านวัสดุเวท พลังเวทภายในวัสดุเวทจะถูกกลั่นออกมาและหลอมรวมเข้ากับพลังของวงเวท
เมอร์ลินที่อยู่จุดศูนย์กลางของวงเวท มันคือตำแหน่งรวมศูนย์ของวงเวทที่มีพลังเคลื่อนที่เข้ามา
เขาไม่ลังเลที่จะใช้พลังนั้นวาดวงเวทของคาถาเวทป้องกัน
จิตของเมอร์ลินเพ่งไปยังตำแหน่งวงเวทบ่มเพาะของตนเองแล้วเริ่มวาดวงเวทคาถาเวทป้องกันด้วยอักขระรูนมากมายออกมา
อักขระรูนตัวแล้วตัวเล่าถูกเสกสรรปั้นแต่งเรียงร้อยไหลเวียนเข้าไปในวงเวทอย่างราบรื่น
การสร้างอักขระรูนของเมอร์ลินทำได้อย่างเชี่ยวชาญ
แม้นี่จะเป็นครั้งที่สองสำหรับเมอร์ลินที่ทำเช่นนี้ แต่เขากลับมีความรู้สึกคุ้นเคยกับการสร้างอักขระรูนเป็นอย่างมาก
อักขระรูนตัวแล้วตัวเขาถูกสร้างขึ้นตามสูตรวงเวทป้องกัน
ภายในเวลาไม่กี่ช่วงลมหายใจนั้นเอง ในที่สุดเมอร์ลินก็สามารถสร้างวงเวทถาคาเวทป้องกันได้อย่างสมบูรณ์!
เวิง!
เบื้องหน้าของเมอร์ลินปรากฏม่านพลังที่ไร้รูปร่างขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่มันจะหายไปอย่างรวดเร็ว
ครั้งนี้ไม่มีปรากฏการณ์ที่ทำให้พลังเวทมนตร์รอบข้างปั่นป่วน
วัสดุเวทที่ใช้ประกอบพิธีสลายกลายเป็นผุยผง
วงเวทที่สลักอยู่บนพื้นไม่ได้เรืองแสงอีกต่อไป สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“สำเร็จแล้ว” เมอร์ลินเผยรอยยิ้มที่มุมปาก
“การจารึกเวทมนตร์ก็ไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น ... ถ้าอย่างนั้นก็จารึกเวทต่อไปเลยก็แล้วกัน”
ว่าแล้วเมอร์ลินก็นำวัสดุเวทที่จะจารึกเวทต่อไปออกมา
พรึบ! พรึบ! พรึบ!
ครั้งนี้วัสดุเวทเกือบสิบชนิดปรากฏออกมา
เวทที่เขาจะจารึกเป็นลำดับต่อไปก็คือ “ถาคาเวทตรวจจับ” นั่นเอง
เขาไม่ได้ตั้งใจเดินในเส้นทางต่อสู้อยู่แล้ว อีกอย่างหนึ่งเวทที่ใช้ในการต่อสู้ สำหรับเวทระดับหนึ่งนั้นแทบจะนำไปใช้ต่อสู้จริงๆ ไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่าจะฝึกฝนมันอย่างเชี่ยวชาญ ทำให้เวทระดับหนึ่งเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่ได้เปรียบกว่าคนทั่วไป
ว่าแล้วเมอร์ลินก็ลงมือจารึกเวทต่อไปในทันที วงเวทบนพื้นสว่างขึ้นอีกครั้ง
พลังเวทจากวัสดุเวทไหลเข้าสู่ร่างกายของเมอร์ลิน แล้วเขาก็เริ่มจารึกเวทตรวจจับ
ในเวลาเดียวกันมาร์เทลที่เฝ้าอยู่หน้าห้อง เขาหยิบไปป์สีดำขึ้นมา ทันทีที่มันจรดลงบนริมฝีปากของเขาก็มีควันไหลออกมา
ใช่แล้ว ไปป์นี้ก็คืออุปกรณ์เวทชิ้นหนึ่ง
ควันสีขาวถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากหนา มือข้างหนึ่งของชายหนุ่มล้วงกระเป๋า แผ่นหลังพิงลงบนผนังสีขาว
“ถ้าฉันได้ทำงานสบายๆ แบบนี้ไปตลอดก็คงดี” มาร์เทลยกยิ้มที่มุมปาก เขาเฝ้าที่หน้าห้องทำพิธีกรรมอย่างใจเย็น
ทว่าในตอนนั้นเอง
ตูม! ตูม! ตูม!
จู่ๆ ภายในอาคารก็เกิดเสียงระเบิดที่รุนแรง พื้นและเพดานสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง
เสียงกรีดร้องและความโกลาหลบังเกิดขึ้น
ดวงตาของมาร์เทลเปลี่ยนไปในทันที