ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 113 : หยุนเฟยหยางผู้ครอบงำ

    เมื่อเห็นว่าจางหลินยังคงแสดงสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก หนี่จุนโหยวระงับความเดือดดาล และชูกำปั้นไปยังหนี่หุนลั่ว “ท่านประมุข ดูเหมือนว่าผู้ดูแลพิเศษคนนี้จะเหิมเกริมมากเกินไป อนุญาตให้ข้าสั่งสอนเขาสักเล็กน้อย”


    หนี่หุนลั่วไม่ได้มีความคิดที่จะห้ามปราม เขาเพียงแค่โบกมือ “พวกเจ้าที่เหลือถอยออกมา”


    เห็นได้ชัดว่าหนี่หุนลั่วเองก็ตั้งตารอการเผชิญหน้าระหว่างทั้งสองอยู่เช่นกัน ตนอยากรู้ว่าหากหยุนเฟยหยางเอาจริงขึ้นมา หนี่จุนโหยวจะเทียบชั้นกับเขาได้หรือไม่


    จางหลินหยิบหยกผู้ดูแลพิเศษออกมา ขณะปราดตามองผู้อาวุโสสาขารองทุกคนอย่างไร้อารมณ์ “ในบรรดาพวกเจ้า มีใครอยากจะช่วงชิงสถานะผู้ดูแลพิเศษไปจากข้าอีกหรือไม่?”


    คำท้าทายของจางหลินทำให้ใบหน้าของผู้อาวุโสสาขารองทั้งหมดแดงก่ำด้วยความโกรธ 


    การเผชิญหน้ากับหนี่จุนโหยวเพียงคนเดียวก็นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้อยู่แล้ว 


    แต่เขากล้าที่จะท้าทายทุกคนที่อยู่ที่นี่ที่กำลังหมายตาสถานะของผู้ดูแลพิเศษ!


    ชายผู้นี้เย่อหยิ่งเกินไป!


    เขากำลังทำให้ผู้อาวุโสสาขารองทั้งหมดเป็นศัตรู!


    ครั้นเห็นดวงตาที่ไร้อารมณ์ของจางหลิน หนี่จุนโหยวก็แสยะยิ้มออกมา “ในเมื่อเจ้ากล้าท้าทายพวกเรา—”


    แต่มันกล่าวไม่ทันจะจบประโยค จู่ๆมันก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปถึงกลางหลัง 


    พรึ่บ!


    วินาทีนั้นร่างของจางหลินมาปรากฏขึ้นด้านข้าง พร้อมกับกระบี่มังกรที่ถูกเหวี่ยงอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน!


    “อะไร!?” หนี่จุนโหยวตกใจสุดขีดที่อีกฝ่ายเปิดฉากการโจมตีโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง


    แต่ด้วยประสบการณ์การต่อสู้หลายสิบปี มันรีบตอบสนองโดยการดึงกระบี่ออกจากฝัก และตั้งรับกระบวนท่าของจางหลินไว้อย่างทันท่วงที


    เชร้ง!


    เสียงปะทะของกระบี่ก้องกังวาน สร้างกระแสลมแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง 


    ใบหน้าของหนี่จุนโหยวแสดงออกถึงความไม่เชื่อ เมื่อมันไม่สามารถต้านแรงผลักจากจางหลินกลับไปได้!


    [วรยุทธ์และการเคลื่อนไหวของเขา ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาทั่วไปจะสามารถทำได้!]


    [ชายผู้นี้ฝึกฝนมาอย่างไรกันแน่!?]


    หนี่จุนโหยวกัดฟันอย่างเย็นชา มันเค้นเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งและผลักกระบี่กลับไปด้วยพละกำลังที่ดุร้าย


    ในเวลาเดียวกันนั้นจางหลินสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่ผลักกลับมา เขากระทืบเท้าอยู่กับที่ และปล่อยกระบี่ให้ลู่ลงมาเพื่อผ่อนแรงผลักจากหนี่จุนโหยวที่กำลังกดดันอย่างหนัก


    ด้วยแรงผลักที่มากเกินไป หนี่จุนโหยวเกิดการเสียสมดุลและตกใจ ที่อีกฝ่ายไม่ได้โต้ตอบกลับมาอย่างที่มันคาดการณ์ไว้


    จางหลินที่มองเห็นช่องโหว่ก็พลิกตัวกลางอากาศ พลันเตะก้านคอหนี่จุนโหยวอย่างสุดกำลัง


    ผัวะ!


    โชคยังดีที่หนี่จุนโหยวยกแขนขึ้นมาป้องกันได้ทัน แต่ร่างของมันก็ถอยหลังไปสามก้าวด้วยความไม่เชื่อ


    พรึ่บ!


    พริบตาเดียวที่เท้าของจางหลินแตะพื้น เขาดีดตัวเป็นเส้นตรงพร้อมกับกระบี่ที่ส่งเสียงกู่ร้องของมังกรฟาดฟันเป็นแนวตั้ง!


    หนี่จุนโหยวที่เห็นดังนั้นก็รีบตั้งหลัก มันจับกระบี่มั่นด้วยสองมือและเหวี่ยงไปในทิศทางตรงกันข้าม เพื่อที่จะทำลายล้างจางหลินให้ปราชัยในกระบวนท่านี้!


    หากเป็นการปะทะพละกำลังแบบตัวต่อตัวโดยใช้กระบวนท่าเดียวกัน ผู้ที่มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าจะต้องได้เปรียบอย่างแน่นอน


    นี่คือกระบวนท่าตัดสิน!


    จู่ๆ จางหลินที่แสดงสีหน้าไร้อารมณ์ก็หมุนเวียนพลังของกำไลหยกต้นกำเนิด แสงสีทองอันครอบงำไหลผ่านเข้าสู่ฝ่ามือหยุดลงที่กระบี่ 


    กระบี่ทั้งสองเล่มปะทะเข้าด้วยกันจนเกิดเสียง “เชร้ง!” ทันใดนั้นกระบี่ในมือของหนี่จุนโหยวก็ถูกสะบั้นจนขาดออกจากกันเป็นสองท่อน!


    ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของหนี่จุนโหยวซีดลงในทันที “ปะ-เป็นไปได้อย่างไร!?”


    พริบตาที่หนี่จุนโหยวเผยช่องโหว่ จางหลินก็พุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับเตะตรงไปที่กลางหน้าอกของอีกฝ่ายอย่างสุดกำลัง


    ปัง!


    ร่างของหนี่จุนโหยวถูกส่งกระเด็นไปราวกับว่าวเชือกขาด หลังของมันกระแทกเข้ากับกำแพงของห้องโถงจนมันกระอักเลือดออกมาเต็มปาก!


    ฉากที่พลิกผันนี้ทำให้บรรยากาศในห้องโถงเงียบสงัด ไม่มีใครกล้าที่จะหายใจแรงแม้แต่คนเดียว!


    แม้แต่หนี่หุนลั่วก็ยังตกตะลึงจนตาค้างเมื่อเห็นผลลัพธ์ของการต่อสู้ที่ถูกตัดสิน 


    หนี่จุนโหยว ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตก่อกำเนิด 5 ดาว ได้พ่ายแพ้แก่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาอย่างหยุนเฟยหยาง!


    นี่คือความสามารถในการต่อสู้ของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาจริงๆหรือ?


    จางหลินยังคงแสดงสีหน้าเฉยเมย เขาเก็บกระบี่คืนสู่ฝักพร้อมกับเหลือบมองหนี่จุนโหยวที่ขดตัวราวกับกุ้งอย่างเหยียดหยาม “มีดีแค่ฝีปาก แต่ฝีมือไม่ได้เรื่อง!”


    สายตาที่เย็นชาปราดมองผู้อาวุโสสาขารองที่กำลังชะงักงัน เขาพลันเอ่ยถามอย่างไร้อารมณ์ “มีใครอยากได้ตำแหน่งผู้ดูแลพิเศษอีกหรือไม่?”


    แรงกดดันจากกลิ่นอายของจางหลิน ทำให้ผู้อาวุโสสาขารองทั้งหมดรู้สึกหนาวเหน็บและขนลุกขนชันไปตามๆกัน!


    บัดนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่า เหตุใดหนี่หุนลั่วถึงได้มอบตำแหน่งผู้ดูแลพิเศษให้แก่หยุนเฟยหยางแทนที่จะเป็นผู้อาวุโสจากสาขารอง


    เพราะความสามารถในการต่อสู้ของเขา เกินกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตก่อกำเนิดอย่างหนี่จุนโหยวไปแล้ว!


    ครั้นเห็นว่าไม่มีใครกล้าที่จะก้าวมาข้างหน้า จางหลินที่ไร้รอยขีดข่วนก็ค่อยๆเดินกลับไปยืนอยู่ข้างๆหนี่ซวงและกอดอกอย่างใจเย็น


    การเอาชนะหนี่จุนโหยวที่เป็นผู้อาวุโสสาขารองที่แข็งแกร่งที่สุดก็เพื่อการข่มขู่เท่านั้น!


    หนี่จุนโหยวที่รู้สึกจุกและหายใจไม่ออกก็ค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล มันชี้ไปที่จางหลินก่อนจะคำรามออกมาด้วยเสียงที่แข็งกร้าว “เจ้าเล่นสกปรก! แบบนี้ไม่ยุติธรรม! หากเจ้ากล้าก็มาสู้กับข้าอีกครั้ง!”


    “เจ้า!” หนี่ซวงที่เห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ก็แสดงสีหน้าที่โกรธจัด


    คิ้วของหนี่เหิงเหยียนขมวดชนกันอย่างเย็นชา


    ทว่าจางหลินที่ยืนกอดอกก็ตอบอย่างใจเย็น “ศัตรูไม่เคยรอให้เจ้าเตรียมตัว หากเจ้ายังคิดแบบนี้ เจ้าคงจะตายตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่สนามรบแล้ว”


    คำพูดนั้นทำให้หนี่จุนโหยวเกือบจะอาเจียนเป็นเลือด! ดวงตาของมันแดงก่ำด้วยความเกลียดชัง ก่อนที่รอบกายของมันจะปรากฏระลอกคลื่นวงแหวนวิญญาณยุทธ์ที่แผ่ขยายออกมา!


    หนี่จุนโหยวยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้!


    มันประมาทฝีมือของหยุนเฟยหยางเกินไป จึงไม่ได้เรียกจิตวิญญาณยุทธ์ออกมา มันเชื่อว่าหากมันใช้จิตวิญญาณยุทธ์เพื่อเผชิญหน้ากับหยุนเฟยหยางอีกครั้ง หยุนเฟยหยางจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันอย่างแน่นอน!


    “พอได้แล้ว!” แต่หนี่หุนลั่วก็กล่าวแทรกขึ้นมาด้วยเสียงตะคอก “ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตก่อกำเนิดท้าทายผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลา แค่นี้เจ้าก็เอาเปรียบเขามากแล้ว! จนถึงตอนนี้ยังมาถามหาความยุติธรรมอะไรอีก?”


    “ทะ-ท่านประมุข…” ใบหน้าของหนี่จุนโหยวแข็งทื่ออย่างไม่เชื่อ มันยังคงมองตาขวางไปยังจางหลิน 


    แต่มันทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการสะบัดแขนเสื้อ และรีบออกจากห้องโถงไปด้วยความอับอาย “ฮึ่ม!”


    จากนั้นผู้อาวุโสสาขารองทั้งหมดก็มีสีหน้าที่ขมขื่น พวกเขาชูกำปั้นและบอกลา ก่อนจะออกจากห้องโถงไปทีละคน

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้า ข้าลิขิต ที่คุณอ่าน