เมื่อเห็นว่าจางหลินยังคงแสดงสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก หนี่จุนโหยวระงับความเดือดดาล และชูกำปั้นไปยังหนี่หุนลั่ว “ท่านประมุข ดูเหมือนว่าผู้ดูแลพิเศษคนนี้จะเหิมเกริมมากเกินไป อนุญาตให้ข้าสั่งสอนเขาสักเล็กน้อย”
หนี่หุนลั่วไม่ได้มีความคิดที่จะห้ามปราม เขาเพียงแค่โบกมือ “พวกเจ้าที่เหลือถอยออกมา”
เห็นได้ชัดว่าหนี่หุนลั่วเองก็ตั้งตารอการเผชิญหน้าระหว่างทั้งสองอยู่เช่นกัน ตนอยากรู้ว่าหากหยุนเฟยหยางเอาจริงขึ้นมา หนี่จุนโหยวจะเทียบชั้นกับเขาได้หรือไม่
จางหลินหยิบหยกผู้ดูแลพิเศษออกมา ขณะปราดตามองผู้อาวุโสสาขารองทุกคนอย่างไร้อารมณ์ “ในบรรดาพวกเจ้า มีใครอยากจะช่วงชิงสถานะผู้ดูแลพิเศษไปจากข้าอีกหรือไม่?”
คำท้าทายของจางหลินทำให้ใบหน้าของผู้อาวุโสสาขารองทั้งหมดแดงก่ำด้วยความโกรธ
การเผชิญหน้ากับหนี่จุนโหยวเพียงคนเดียวก็นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้อยู่แล้ว
แต่เขากล้าที่จะท้าทายทุกคนที่อยู่ที่นี่ที่กำลังหมายตาสถานะของผู้ดูแลพิเศษ!
ชายผู้นี้เย่อหยิ่งเกินไป!
เขากำลังทำให้ผู้อาวุโสสาขารองทั้งหมดเป็นศัตรู!
ครั้นเห็นดวงตาที่ไร้อารมณ์ของจางหลิน หนี่จุนโหยวก็แสยะยิ้มออกมา “ในเมื่อเจ้ากล้าท้าทายพวกเรา—”
แต่มันกล่าวไม่ทันจะจบประโยค จู่ๆมันก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปถึงกลางหลัง
พรึ่บ!
วินาทีนั้นร่างของจางหลินมาปรากฏขึ้นด้านข้าง พร้อมกับกระบี่มังกรที่ถูกเหวี่ยงอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน!
“อะไร!?” หนี่จุนโหยวตกใจสุดขีดที่อีกฝ่ายเปิดฉากการโจมตีโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง
แต่ด้วยประสบการณ์การต่อสู้หลายสิบปี มันรีบตอบสนองโดยการดึงกระบี่ออกจากฝัก และตั้งรับกระบวนท่าของจางหลินไว้อย่างทันท่วงที
เชร้ง!
เสียงปะทะของกระบี่ก้องกังวาน สร้างกระแสลมแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง
ใบหน้าของหนี่จุนโหยวแสดงออกถึงความไม่เชื่อ เมื่อมันไม่สามารถต้านแรงผลักจากจางหลินกลับไปได้!
[วรยุทธ์และการเคลื่อนไหวของเขา ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาทั่วไปจะสามารถทำได้!]
[ชายผู้นี้ฝึกฝนมาอย่างไรกันแน่!?]
หนี่จุนโหยวกัดฟันอย่างเย็นชา มันเค้นเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งและผลักกระบี่กลับไปด้วยพละกำลังที่ดุร้าย
ในเวลาเดียวกันนั้นจางหลินสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่ผลักกลับมา เขากระทืบเท้าอยู่กับที่ และปล่อยกระบี่ให้ลู่ลงมาเพื่อผ่อนแรงผลักจากหนี่จุนโหยวที่กำลังกดดันอย่างหนัก
ด้วยแรงผลักที่มากเกินไป หนี่จุนโหยวเกิดการเสียสมดุลและตกใจ ที่อีกฝ่ายไม่ได้โต้ตอบกลับมาอย่างที่มันคาดการณ์ไว้
จางหลินที่มองเห็นช่องโหว่ก็พลิกตัวกลางอากาศ พลันเตะก้านคอหนี่จุนโหยวอย่างสุดกำลัง
ผัวะ!
โชคยังดีที่หนี่จุนโหยวยกแขนขึ้นมาป้องกันได้ทัน แต่ร่างของมันก็ถอยหลังไปสามก้าวด้วยความไม่เชื่อ
พรึ่บ!
พริบตาเดียวที่เท้าของจางหลินแตะพื้น เขาดีดตัวเป็นเส้นตรงพร้อมกับกระบี่ที่ส่งเสียงกู่ร้องของมังกรฟาดฟันเป็นแนวตั้ง!
หนี่จุนโหยวที่เห็นดังนั้นก็รีบตั้งหลัก มันจับกระบี่มั่นด้วยสองมือและเหวี่ยงไปในทิศทางตรงกันข้าม เพื่อที่จะทำลายล้างจางหลินให้ปราชัยในกระบวนท่านี้!
หากเป็นการปะทะพละกำลังแบบตัวต่อตัวโดยใช้กระบวนท่าเดียวกัน ผู้ที่มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าจะต้องได้เปรียบอย่างแน่นอน
นี่คือกระบวนท่าตัดสิน!
จู่ๆ จางหลินที่แสดงสีหน้าไร้อารมณ์ก็หมุนเวียนพลังของกำไลหยกต้นกำเนิด แสงสีทองอันครอบงำไหลผ่านเข้าสู่ฝ่ามือหยุดลงที่กระบี่
กระบี่ทั้งสองเล่มปะทะเข้าด้วยกันจนเกิดเสียง “เชร้ง!” ทันใดนั้นกระบี่ในมือของหนี่จุนโหยวก็ถูกสะบั้นจนขาดออกจากกันเป็นสองท่อน!
ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของหนี่จุนโหยวซีดลงในทันที “ปะ-เป็นไปได้อย่างไร!?”
พริบตาที่หนี่จุนโหยวเผยช่องโหว่ จางหลินก็พุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับเตะตรงไปที่กลางหน้าอกของอีกฝ่ายอย่างสุดกำลัง
ปัง!
ร่างของหนี่จุนโหยวถูกส่งกระเด็นไปราวกับว่าวเชือกขาด หลังของมันกระแทกเข้ากับกำแพงของห้องโถงจนมันกระอักเลือดออกมาเต็มปาก!
ฉากที่พลิกผันนี้ทำให้บรรยากาศในห้องโถงเงียบสงัด ไม่มีใครกล้าที่จะหายใจแรงแม้แต่คนเดียว!
แม้แต่หนี่หุนลั่วก็ยังตกตะลึงจนตาค้างเมื่อเห็นผลลัพธ์ของการต่อสู้ที่ถูกตัดสิน
หนี่จุนโหยว ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตก่อกำเนิด 5 ดาว ได้พ่ายแพ้แก่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาอย่างหยุนเฟยหยาง!
นี่คือความสามารถในการต่อสู้ของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาจริงๆหรือ?
จางหลินยังคงแสดงสีหน้าเฉยเมย เขาเก็บกระบี่คืนสู่ฝักพร้อมกับเหลือบมองหนี่จุนโหยวที่ขดตัวราวกับกุ้งอย่างเหยียดหยาม “มีดีแค่ฝีปาก แต่ฝีมือไม่ได้เรื่อง!”
สายตาที่เย็นชาปราดมองผู้อาวุโสสาขารองที่กำลังชะงักงัน เขาพลันเอ่ยถามอย่างไร้อารมณ์ “มีใครอยากได้ตำแหน่งผู้ดูแลพิเศษอีกหรือไม่?”
แรงกดดันจากกลิ่นอายของจางหลิน ทำให้ผู้อาวุโสสาขารองทั้งหมดรู้สึกหนาวเหน็บและขนลุกขนชันไปตามๆกัน!
บัดนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่า เหตุใดหนี่หุนลั่วถึงได้มอบตำแหน่งผู้ดูแลพิเศษให้แก่หยุนเฟยหยางแทนที่จะเป็นผู้อาวุโสจากสาขารอง
เพราะความสามารถในการต่อสู้ของเขา เกินกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตก่อกำเนิดอย่างหนี่จุนโหยวไปแล้ว!
ครั้นเห็นว่าไม่มีใครกล้าที่จะก้าวมาข้างหน้า จางหลินที่ไร้รอยขีดข่วนก็ค่อยๆเดินกลับไปยืนอยู่ข้างๆหนี่ซวงและกอดอกอย่างใจเย็น
การเอาชนะหนี่จุนโหยวที่เป็นผู้อาวุโสสาขารองที่แข็งแกร่งที่สุดก็เพื่อการข่มขู่เท่านั้น!
หนี่จุนโหยวที่รู้สึกจุกและหายใจไม่ออกก็ค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล มันชี้ไปที่จางหลินก่อนจะคำรามออกมาด้วยเสียงที่แข็งกร้าว “เจ้าเล่นสกปรก! แบบนี้ไม่ยุติธรรม! หากเจ้ากล้าก็มาสู้กับข้าอีกครั้ง!”
“เจ้า!” หนี่ซวงที่เห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ก็แสดงสีหน้าที่โกรธจัด
คิ้วของหนี่เหิงเหยียนขมวดชนกันอย่างเย็นชา
ทว่าจางหลินที่ยืนกอดอกก็ตอบอย่างใจเย็น “ศัตรูไม่เคยรอให้เจ้าเตรียมตัว หากเจ้ายังคิดแบบนี้ เจ้าคงจะตายตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่สนามรบแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้หนี่จุนโหยวเกือบจะอาเจียนเป็นเลือด! ดวงตาของมันแดงก่ำด้วยความเกลียดชัง ก่อนที่รอบกายของมันจะปรากฏระลอกคลื่นวงแหวนวิญญาณยุทธ์ที่แผ่ขยายออกมา!
หนี่จุนโหยวยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้!
มันประมาทฝีมือของหยุนเฟยหยางเกินไป จึงไม่ได้เรียกจิตวิญญาณยุทธ์ออกมา มันเชื่อว่าหากมันใช้จิตวิญญาณยุทธ์เพื่อเผชิญหน้ากับหยุนเฟยหยางอีกครั้ง หยุนเฟยหยางจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันอย่างแน่นอน!
“พอได้แล้ว!” แต่หนี่หุนลั่วก็กล่าวแทรกขึ้นมาด้วยเสียงตะคอก “ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตก่อกำเนิดท้าทายผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลา แค่นี้เจ้าก็เอาเปรียบเขามากแล้ว! จนถึงตอนนี้ยังมาถามหาความยุติธรรมอะไรอีก?”
“ทะ-ท่านประมุข…” ใบหน้าของหนี่จุนโหยวแข็งทื่ออย่างไม่เชื่อ มันยังคงมองตาขวางไปยังจางหลิน
แต่มันทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการสะบัดแขนเสื้อ และรีบออกจากห้องโถงไปด้วยความอับอาย “ฮึ่ม!”
จากนั้นผู้อาวุโสสาขารองทั้งหมดก็มีสีหน้าที่ขมขื่น พวกเขาชูกำปั้นและบอกลา ก่อนจะออกจากห้องโถงไปทีละคน