บทที่ 48
ดินแดนเซียน
ผู้เฒ่าอี้ที่อยู่เบื้องหน้าเอ่ยจุดประสงค์ของตนเองออกมาจางหยวนแสดงใบหน้าตกตะลึงอย่างชัดเจน ย้ำถามกับอีกฝ่าย “ ดินแดนเซียนอย่างนั้นหรือขอรับ?”
“ ใช่แล้วดินแดนเซียนทั้งชีวิตนี้ข้าเคยพบเห็นสถานที่ต่างๆมามากมายเงินทองเองก็มีมากมายจนใช้ไม่หมด”
“ ถ้าเจ้าอยากให้ค้าขายที่ดินแปลงนั้นให้กับเจ้าเจ้าก็ข้าให้ข้ามองเห็นดินแดนเซียนสิ ”
นั่นคือจุดประสงค์ของอีกฝ่ายที่เป็นเงื่อนไขในการซื้อขายที่ดิน
แน่นอนว่ามันเป็นจุดประสงค์ที่บ้าบอเป็นอย่างมากถ้ากล่าวออกมาว่าเงื่อนไขเป็นเช่นนี้ผู้ใดจะสามารถทำได้สำเร็จ
คงจะไม่มีผู้ใดสามารถทำได้สำเร็จอย่างแน่นอนมนุษย์ทีใดจะสามารถรังสรรค์ให้คนพบเห็นดินแดนเซียน
และดินแดนเซียนเองก็ยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่
จางหยวนที่นั่งอยู่ด้านหน้าใบหน้าของเขาแสดงความตื่นตระหนกไปชั่วขณะนึงก่อนที่นายไม่กี่ลมหายใจต่อมาใบหน้าของเขาจะกลับไปเป็นใบหน้าที่นิ่งสนิทเช่นเดิม
“ เพียงแค่เห็นดินแดนเซียนก็พอใช่หรือไม่ขอรับ ” จางหยวนย้ำถาม
ผู้อาวุโสเฒ่าใช้ดวงตาเหลือบมองที่บุรุษหนุ่มข้างกายของตนเองที่นั่งอยู่ในตำแหน่งแค่
ผู้อาวุโสเฒ่าผู้นี้สัมผัสได้ว่าบนของบุรุษหนุ่มผู้นี้น่าจะมีบางอย่างหรืออย่างแน่นอนมันสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนบนใบหน้าที่แสดงความมั่นใจบางอย่าง
“ ใช่เพียงแค่เห็นดินแดนเซียนก็พอ ”
หลังจากที่ได้ยืนยันคำตอบนั้นจางหยวนอยู่ก็ยกยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก
รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้ามันเป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ที่ยืนยันว่าเขาสามารถทำเรื่องนี้ได้
คนธรรมดาทั่วไปได้ยินเงื่อนไขในครั้งนี้ก็คงจะถอดใจไปเรียบร้อยแล้วไม่มีมนุษย์ผู้ใดหรอกที่จะสามารถรังสรรค์ให้คนธรรมดามองเห็นดินแดนเซียนได้
ผู้เฒ่าอี้จ้องมองมาที่จางหยวน “ ใบหน้าของเจ้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ”
“ เจ้าสามารถรังสรรค์ให้ข้ามองเห็นดินแดนเซียนได้อย่างนั้นหรือ? ”
จางหยวนค่อยๆลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ตำแหน่งแค่เขาใช้มือของตนเองล้วงเข้าไปภายในเสื้อก่อนจะนำบางอย่างออกมา
ก่อนหน้านี้ถ้าไม่ได้เข้าไปสู่ร้านค้าเกียรติยศเรื่องราวเช่นนี้คงจะไม่สามารถทำได้
แต่ในตอนนี้เมื่อได้เข้าไปสู่ร้านค้าเกียรติยศเขาได้ของสิ่งหนึ่งออกมาด้วย
มือที่ล้วงเข้าไปภายในเสื้อเปิดกระเป๋ามิติภายในนั้นและก็นำบางอย่างออกมาสิ่งที่มันน้ำออกมาจากกระเป๋ามิติของตนเองมันคือแผ่นยันต์
แผ่นยันต์ที่มีลวดลายอักขระแปลกประหลาดผู้เฒ่าอี้จ้องมองแผ่นยันต์นั้นด้วยความประหลาดใจ
มันดูแตกต่างจากแผ่นยันต์ธรรมดาทั่วไปลวดลายอักขระที่ถูกเขียนเอาไว้และก็ยังมีออร่าพลังบางอย่างปลดปล่อยออกมา
จางหยวนยกยิ้มที่มุมปากยกแผ่นยันต์ของตนเองขึ้นจากนั้นก็โยนแผ่นยันต์ขึ้นไปด้านบน “ ยันต์เทวะ!!! ”
ผู้อาวุโสเฒ่าดวงตาของตนเองมองตรงขึ้นไปตามแผนยันที่ถูกโยนขึ้นเหนือศีรษะ
เมื่อใช้ดวงตาของตนเองมองตรงขึ้นไปด้านบนแผ่นยันต์ที่มันถูกโยนขึ้นเหนือศีรษะค่อยๆส่องแสงสว่างไสวขึ้น
แสงเจิดจ้าที่ส่องเข้ามากระทบภายในดวงตาทำให้ดวงตาทั้งสองข้างของผู้เฒ่าอี้ต้องพับปิดลง
ดวงตาทั้งสองข้างพระปิดลงผ่านไปไม่นานนักเมื่อแสงเจิดจ้านั้นจางหายไปดวงตาคู่นั้นก็ค่อยๆเปิดขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อดวงตาคู่นั้นได้ลืมเปิดขึ้นมาอีกครั้งพบเห็นทัศนียภาพบริเวณรอบๆเปลี่ยนไปจากเดิม
ดวงตาทั้งสองข้างของผู้เฒ่าเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงกวาดไปมองพื้นที่บริเวณรอบๆราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง
ผืนท้องนภาที่กว้างใหญ่เป็นผืนท้องนภาสีทองประดับด้วยม่านเมฆสีรุ้งดวงอาทิตย์ที่เจิดจ้าอยู่ด้านบนส่องแสงสว่างไสวปกคลุมไปทั่วทั้งดินแดน
สถานที่รอบกายที่เขาอยู่ในตอนนี้มันคืออะไรกันแน่สิ่งก่อสร้างสูงใหญ่ตระการตาถูกทำขึ้นมาราวกับว่าเป็นงานวิจิตรแห่งยุค
บริเวณรอบๆถูกห้อมล้อมด้วยพลังหยินหยางอันบริสุทธิ์ผู้เฒ่าอี้เต็มไปด้วยความตกตะลึงสิ่งที่อยู่รอบร่างกายของมันในตอนนี้คล้ายคลึงกับดินแดนเซียนที่มันคิดเอาไว้เลย
สิ่งที่ปรากฏขึ้นคือสิ่งที่มันต้องการดินแดนเซียนที่มันใฝ่ฝันอยากจะมองเห็นด้วยตาของตนเองสักครั้งไม่ใช่ภาพภายในจินตนาการ
ผู้เฒ่าอี้ยังคงสับสนว่านี่คือภาพแห่งความฝันหรือความจริง
ในขณะที่พยายามจะหาคำยืนยันว่าภาพที่ปรากฏขึ้นด้านหน้าเป็นความฝันหรือความจริงเสียงฝีเท้าดังขึ้นบริเวณด้านหลังพร้อมกับเสียงของจางหยวน “ เป็นอย่างไรขอรับดินแดนเซียนที่ท่านอยากจะมองเห็น”
ผู้เฒ่าอี้ใช้ดวงตาของตนเองหันไปมองที่ต้นเสียงนั้น
มองเห็นร่างของบุรุษหนุ่มที่ตนเองสนทนาไปเมื่อสักครู่เดินมาอยู่ข้างกายเมื่อมองเห็นเช่นนี้จึงรู้ได้ในทันทีว่านี่มันไม่ใช่ความฝัน
ผู้เฒ่าอี้เอ่ยถามกับจางหยวน “ เจ้าทำได้อย่างไรเจ้าเป็นผู้วิเศษอย่างงั้นรึ?”
ในตอนนี้มันไม่รู้ว่ามันจะสนใจกับเรื่องใดก่อนดินแดนเซียนที่ตนเองต้องการจะมองเห็นสักครั้งหรือว่าความสามารถของบุรุษหนุ่มผู้นี้
“ ข้าทำได้อย่างไรย่อมไม่สำคัญแต่สิ่งที่ท่านควรจะสนใจในตอนนี้คือสถานที่ที่ท่านคิดว่าอยากจะเห็นสักครั้ง”
“ ตอนนี้อยู่เบื้องหน้าของท่าน ดูนั่นสิต้นไม้เซียนที่กำลังเติบโตหมู่มวลมังกรสีทองที่โบยบินอยู่บนท้องฟ้า ”
“ เหล่าเทพธิดาที่กำลังร่ายรำอยู่บริเวณรอบๆ ” จางหยวนยกมือของตนเองชี้ไปทางนู้นทีทางนี้ทีเพื่อให้อีกฝ่ายนั้นได้มองสิ่งที่ตัวเองอยากจะมอง
ผู้เฒ่าอี้ใช้ดวงตาของตนเองกวาดมองไปบริเวณรอบๆมองดูกับทัศนียภาพภายในดินแดนเซียนอย่างเพลิดเพลินใจ
เขาหลงอยู่ภายในดินแดนเซียนแห่งนั้นดูสถานที่ต่างๆอยู่ประมาณหนึ่งชั่วยามเต็มๆ
ก่อนที่ทุกอย่างนั้นมันจะกลับคืนเช่นเดิมอยู่ๆดินแดนเซียนมันก็ส่องแสงสว่างไสวขึ้นดวงตาของตาเฒ่าผู้นี้ได้พับปิดลง
ดวงตาของชายชราพับปิดลงก่อนที่จะเปิดขึ้นอย่างช้าๆเมื่อดวงตาคู่นั้นเปิดขึ้นอีกครั้งพบเห็นว่าตนเองกลับมาอยู่ที่จวนของตนเองเช่นเดิมแล้ว
มันมั่นใจว่าสิ่งที่มันพบเจอไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอนมันไม่ใช่คนเลอะเลือนเช่นนั้นภาพทุกอย่างยังคงถูกสลักลึกเอาไว้ภายในความทรงจำอย่างชัดเจน
ผู้เฒ่าอี้มองตรงไปที่ร่างของจางหยวน “ เจ้าทำได้อย่างไรภาพเมื่อคู่ไม่ใช่ความฝัน?แล้วก็ไม่ใช่ภาพลวงตาข้าสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน ”
“ หรือว่าเจ้าเป็นเซียนอย่างงั้นรึ? ” นั่นคือสิ่งเดียวที่ทำให้ผู้เฒ่าผู้นี้สามารถพูดออกมาได้แล้วขอยืนยันในความสับสนของตนเอง
ไม่มีมนุษย์ธรรมดาที่ได้หรอกที่สามารถรังสรรค์ให้ผู้คนเห็นภาพในดินแดนเซียนได้นอกจากบุรุษที่อยู่ด้านหน้าจะเป็นเซียน
ชายชราผู้นี้มั่นใจได้ว่าสิ่งที่ตัวเองมองเห็นไม่ใช่ภาพลวงตา
เพราะว่าสิ่งก่อสร้างทั้งหมดลองสัมผัสดูแล้วมันคือความจริง
จางหยวนยิ้มเล็กน้อยเขาก้มศีรษะลงและพูดขึ้นมา “ น้อยไม่ใช่เซียนที่ได้หล่อขอรับเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ”
“ สิ่งที่ข้าสามารถรังสรรค์ให้ท่านเห็นได้เมื่อสักครู่ มันเองก็ไม่ใช่พลังของข้า”
“ แต่ว่าข้าไม่สามารถพูดอะไรได้มากกว่านี้หวังว่าผู้อาวุโสจะสามารถรักษาสัญญาและคำพูดของตนเองยอมขายที่ดินผืนนั้นให้ข้า” จางหยวนตอบสนองสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการยามนี้ทักทวงสัญญาที่อีกฝ่ายเคยให้เอาไว้
ผู้เฒ่าอี้แสดงใบหน้าจริงจังพยักหน้าแล้วก็พูด “ ข้ารักษาสัญญาที่ดินแปลงนั้นคาดจะขายให้เจ้ามีที่ดินอยู่ทั้งหมดยี่สิบห้าหมู่ทางทิศเหนือดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่เจ้าต้องการทั้งหมดราคาหนึ่งพันตำลึง”
จางหยวนได้ยินราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดดวงตาลุกวาวขึ้นแล้วตอบตกลงไปอย่าง “ ได้ขอรับซื้อขายในราคาหนึ่งพันตำลึง!!”
หลังจากนั้นก็เริ่มทำการร่างสัญญาซื้อขายจางหยวนได้ครอบครองที่ดินแปลงนั้นในที่สุด แผนการทุกอย่างมันกำลังจะเริ่มขึ้น
จบบท