ตอนที่แปดสิบสาม เยือกเย็นกว่าน้ำแข็ง
“คิงคองทุ่มเหวี่ยง”
ร่างของสัตว์อสูรสีดำตาสีเหลืองตัวหนึ่งโดนเหวี่ยงไปที่สัตว์ร้ายตาสีเขียวอีกตัวหนึ่ง
“คิงคองรัดพัน”
คิงคองเงินกระโดดไปเกาะตรงหลังของหมาป่าตัวใหญ่ที่สุดในฝูงและรัดคอของหมาป่าจนคอหัก
กร็อบ
ร่างที่คิงคิองเงินรัดพันกระตุกไม่กี่ทีก็เสียชีวิตแต่หมาป่าอสูรอีกหลายตัวก็พุ่งเข้ามาเช่นกัน
“ลำแสงขาว”
ส่วนผมใช้พลังลำแสงสีขาวแช่แข็งหมาป่าที่พยายามจะเข้ามารุมคิงคองเงิน
คิงคองเงินก็กล้าหาญยิ่งนักสามารถเอาท่อนแขนที่ใหญ่ราวกับท่อนซุงชกไปที่ฟันเขี้ยวที่แหลมคมของหมาป่าชกจนฟันหักปากบิดและร้องครางไปอยู่รอบด้าน
ลำแสงสีขาวของผมเป็นพลังด้านความเย็นจนผมคิดว่า หมาป่าที่มีพลังหยินน่าจะทนได้ และสามารถแสดงออกอย่างเหนือความคาดหมายให้ผมตกใจได้
แต่ทว่า
ลำแสงเยือกแข็งของผมได้ผล
และมีบางตัวพยายามจะเคลื่อนไหว
การแข็งตัวที่เร็วเกินไปจนทำให้ร่างของหมาป่าตัวนั้นกระจายเป็นชิ้นๆ!!!
ราวกับรูปสลักน้ำแข็งที่หล่นตกแตก
เปรี๊ยะ เพล้ง
ราวกับเสียงแก้วแตกกระจาย
ความรุนแรงของลำแสงขาวเยือกแข็งนั้นรุนแรงเช่นนั้นเอง
ตกลงการทดลองที่ผมต้องการในสถานที่จริงนั้นทำให้ผมรู้อย่างหนึ่งว่า
แม้สายวิชาของเราจะเป็นธาตุหยินเราก็ไม่สามารถรองรับความเย็นที่เกินกว่าที่เราจะรับไหวได้นั่นเอง
สัตว์ที่อาศัยอยู่ในสถานที่เย็นเยือกแข็งก็มีความเย็นที่พวกเขารับไม่ไหวเช่นกัน
แน่นอนผมรู้เรื่องนี้อยู่แล้วตอนที่คนที่กลับมาจากโลกเซียนแสดงความเก่งโดยเผาคนที่มีวิชาไฟและแช่แข็งคนที่มีวิชาสายน้ำแข็งจนตาย
ก็พิสูจน์เรื่องบางอย่างที่ไดรับรู้มาจากนิยายว่าเป็นความจริง
ผมนึกว่าตนเองจะหวาดกลัวในการต่อสู้จริง
ว่าคนที่เป็นพระเอกอิเซไคไม่มีประสบการณ์การต่อสู้จริงจะมืออ่อนใจอ่อนหวาดกลัวสถานการณ์จริงแต่ไม่เป็นอย่างนั้น
“ลำแสงสีขาวเวอร์ชั่นโจมตีเป็นพื้นที่”
ผมทำมือเป็นรูปวงกลมกระจายแสงความเย็นเป็นวงกว้างที่ความเย็นน้อยลงมากกว่าการโจมตีเพียงแค่จุดเดียวแต่สามารถแช่แข็งหมาป่าที่เข้ามาเป็นฝูงในบริเวณเดียวกันได้
คือท่าโจมตีเป็นพื้นที่ของผมนั่นเอง
ผลลัพธ์คือ หมาป่าวิ่งช้าลงและค่อยๆหยุดนิ่งจนกลายเป็นหุ่นน้ำแข็งอยู่หลายสิบตัว
ไม่ได้แข็งตัวทันทีจนร่างกายแตกสลายแบบตอนที่ผมเพ่งเล็งพลังน้ำแข็งไปที่เป้าหมาหมาป่าตัวเดียว
“คร่อก นายท่านแย่งเหยื่อของข้าไปหมดเลยคร่อก”
คิงคองเงินบ่น
“เอาน่าแบ่งบางส่วนไปให้โรเบิร์ตทดลอง ที่เหลือยกให้เจ้าเอามาย่างทานได้”
“คร่อก ขอบคุณนายท่าน”
ท่าทางการทานสัตว์อสูรคงเป็นเรื่องธรรมดาแต่พระเอกที่แหวะท้องทานแก่นอสูรลยคงเป็นเรื่องแปลกสินะ?
“พักเดินลมปราณกันสักครู่เราจะไปสำรวจส่วนที่นามูใช้พลังจิตเจาะไปไม่ได้กัน”
ผมคิดอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง
“นามูหากผมเพิ่มพลังปราณให้จะพอใช้พลังจิตฝ่าเข้าไปดูในถ้ำที่พลังของนามูเจาะเข้าไปไม่ได้พอที่จะทำได้ไหม?”
เมื่อเจอปัญหาทุกอย่าง
ให้เราคิดเสมอว่า
มันเป็นปัญหาที่เอาเงินแก้ปัญหาได้หรือไม่?
หากเงินแก้ปัญหาได้ปัญหานั้นก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป