จิ๊บ
เสียงนกกระจอกตัวเล็กที่บินไปเกาะบนต้นไม้ดึงความสนใจของซ่งซิงเหลียนที่กำลังเดินขึ้นเนินเขาอย่างเร่งรีบในยามที่อาจมีชาวบ้านลงจากเขาและตอนนี้แม้จะเริ่มพลบค่ำก็ตามเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจตามมาที่หลังเธอจึงใช้เส้นทางที่ชาวบ้านไม่ใช้กันถึงแม้จะใช้วิชาหลบหลีกที่ไม่มีวันที่คนทั่วไปจะรู้ถึงการมีอยู่ของเธอ
แม้ว่าเธอจะยืนอยู่ต่อหน้าก็ตาม
หากจะถูกจับได้คงเป็พวกมีวิชาที่สูงกว่าเธอซึ่งเธอยังไม่อาจรู้ได้เพราะยังไม่เจอคนฝึกวิชาในโลกใบนี้เลยสักคน ทว่าเธอก็ไม่กลัวกับการมีอยู่ของผู้มีวิชาในโลกใบนี้ถ้าเผชิญหน้ากันหากสู้ไม่ได้ก็แค่เผ่นหนี มั่นใจเลยว่าวิชาหลบหลีกของเธอติดอับดับหนึ่งในสิบแดนเซียนที่ใครก็ตามจับไม่ได้นี้คือคำสอนแรกของท่านอาจารย์ที่รับตนเองเป็ศิษย์เอกและเป็ผู้เดียวที่รับก่อนที่ท่านอาจารย์จะผ่านด้านเคราะห์ขึ้นไปเป็เทพ
ศักดิ์ศรีกินไม่ได้ แต่การมีชีวิตอยู่ต่อสามารถกินต่อได้
" อะไรเสี่ยวฝานเจอของดีอะไรหรือ " นี่คือเ้านกขุดทองคู่ใจที่เธอเลี้ยงไว้เพื่อไม่ให้เสียข้าวสุกจึงจับมัน อุ้ยหมายถึงร่วมมือกันทำมาหากินอย่างขยันขันแข็งน่ะนะ ไม่ได้ขุดทองอะไรหรอกจริงๆนะ
" จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ " เ้าเสี่ยวฝานส่งเสียงร้องตอบก่อนโผบินไปทิศทางหนึ่งที่ค่อนข้างรกเนื่องจากเป็ถนนที่ชาวบ้านไม่นิยมเดินทางไปกัน
ต้นไม้ที่หนาทึบกอหญ้าที่บึดบังสายตาผู้คนมีเถาวัลย์ที่เป็เหมือนปราการชั้นยอดในการปกป้องบางอย่างบ่งบอกถึงการที่ไร้ผู้คนสัญจรมาเนิ่นนานทำให้ซ่งซิงเหลียนคาดเดาได้ว่าในป่าูเาด้านนี้จะต้องสมบัติล้ำค่าที่รอให้เธอค้นพบมันอย่างแน่นอนและยิ่งตอกย้ำความมั่นใจของเธอมากขึ้นเมื่อเ้าเสี่ยวฝานบินไปเกาะที่ยอดโคนไม้ที่มีบางอย่างผุดขึ้นมา
" หลินจื้อดำ " ย่างก้าวพริ้วไหวเพียงแตะบนยอดหญ้าเหมือนเซียนตัวน้อยที่ลงมาท่องเที่ยวในป่าทำให้เ้านกเสี่ยวฝานอดสะท้านหวาดกลัวและมีความสุขไม่ได้
หวาดกลัวเพราะในตอนนั้นหากมันหนีไปก็อาจกลายเป็นกกระจอกตุ๋นยาจีน
ดีใจที่มันตกลงรับเด็กหญิงเป็เ้านายผลตอบแทนที่ได้คือการอยู่ดีกินดีเปิดสติปัญญาสำเร็จมีจิติญญากลายเป็ภูตนกที่มีโอกาสเข้าสู่โลกแห่งการหลุดพ้นพันธนาการกลายเป็ตัวตนที่เหล่าสัตว์ทั้งหลายเล่าขานว่าเป็เพียงตำนานเท่านั้น แต่นี้คือตำนานที่มีอยู่จริงโดยเ้านายตัวน้อยของมันที่สอนสั่งวิชาให้
" ว้าวววหลินจื้อดำอายุตั้ง120 ปี "
ของชั้นยอดขนาดนี้ยังไม่มีคนเจอแสดงว่าป่าแห่งนี้คงไม่มีคนเข้ามานานมากจริงๆ ถ้าให้เดาล่ะก็คงต้องนานมากกว่ายุคที่อดยากจะมาถึงในตอนยุคนั้นที่ผู้คนยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อความอยู่รอดในการเสี่ยงชีวิตเข้าป่าใหญ่บนูเาลึกที่เต็มไปด้วยอันตรายจากทั้งสัตว์ร้ายและสภาพแวดล้อมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้และยิ่งมีอันตรายกว่านั้นคือในยุคโจรร้ายที่มักจะซ่อนตัวบนูเา
เรียกได้ว่าเหล่าคนที่มีความสามารถในการเอาชวิตรอดจากเขาแห่งนี้ไปสิบกลับออกมาแปดจากหุบเขาแห่งนี้ที่กินพื้นที่ไปหลายมณฑลของแดนใต้ในประเทศ
" จิ๊บๆๆๆๆๆๆ " เสี่ยวฝานมองเ้านายตัวน้อยที่แย้มยิ้มดีใจกับสิ่งที่เรียกว่าเห็ดตรงหน้า แม้มันจะไม่รู้จักสมุนไพรมากนักแต่มันก็สามารแยกแยะถึงของล้ำค่าจากประสาทััของจิติญญาที่บริสุทธิ์ที่ล่องลอยออกมาจากสิ่งที่เติบโตขึ้นจากพลังฟ้าดินและธาตุทั้งเจ็ดได้เฉียบคม
และััของมันยิ่งเฉียบคมมากขึ้นหลังจากกลายเป็ภูตินก
" นี่คือหลินจือดำเอามาปรุงยาบำรุงร่างกายได้ ทำให้คนธรรมดาร่างกายแข็งแรงส่วนฉันกับเธอแล้วก็เสี่ยวเฟยจะกลายเป็ว่าบำรุงธาตุในร่างกายให้แข็งแกร่ง "
" จิ๊บ " อะไรเ้านายฉันไม่เข้าใจ
" หมายการปรุงยาที่จะทำให้นายกินแล้วกลายเป็ภูตินกที่แข็งแกร่งไปอีกขั้นนี้ "
เสี่ยวฝานเบิกตาโตที่โตอยู่แล้วยิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่าของพวกนี้ทำให้มันได้กลายเป็ผุู้ที่ก้าวหน้าไปอีกขั้น ทว่ามันกลับมองไปที่เ้าไก่เสี่ยวเฟยที่เดินตามกึ่งบินพึ่งจะมาถึงอย่างไม่ค่อยจะพอใจนักยิ่งเมื่อเห็นร่างอ้วนที่มีขนเงาสวยเกินไก่ และร่างอ้วนจนทำให้ร่างเชื่องช้าทำให้อาจเสียเวลาหาสมบัติดีๆแบบนี้มันต่อว่าเ้าไก่เสี่ยวเฟยอย่างไม่พอใจ
" จิ๊บๆๆๆๆๆๆ " เ้าชักช้าเกินไปแล้วรีบๆไปเถอะ เ้านายบอกว่าของพวกนี้เป็สมบัติที่ทำให้พวกเราก้าวหน้าเร็วขึ้นนะ
" กุ๊กกกกกกก กุ๊ก กุ๊ก " ฉันก็เร็วอยู่นี้ไงแต่เ้าบินได้ฉันบินไม่ได้เห็นไหมขนสวยๆของฉันแตกหมดแล้ว
ทั้งนกและไก่ต่างส่งเสียงโต้ตอบเสียงดังทำให้บรรยากาศในป่าจากที่เงียบสงบถึงขั้นเรียกว่าวังเวงกลายเป็คึกคักขึ้นทันตา ซ่งซิงเหลียนมองสองฝ่ายโต้เถียงด้วยภาษาสัตว์ที่มีสปีชี่ล์เดียวกันเป็สัตว์ปีกทำให้เข้าใจกันได้และยิ่งเข้าใจภาษากันมากขึ้นเพราะต่างก็เลื่อนขั้นกลายเป็ภูติสัตว์แล้ว ด้วยความชาชินกับเสียงพวกนี้เพราะไม่มีวันไหนที่สองตัวนี้จะอยู่อย่างเงียบสงบ
ตอนอยู่บ้านเสียงนกและไก่มีประโยชน์ทำให้พ่อกับแม่ต้องขบขันกับการโต้เถียงของพวกมันสองตัวบ้างแม้ว่าท่านทั้งสองจะไม่เข้าใจสิ่งที่สองตัวนี้ส่งเสียงออกมาทว่าท่าทางพวกมันก็ทำให้รุู้ได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ยิ่งบ้างครั้งโต้เถียงถึงขั้นตีกันจนท่านทั้งสองต้องคอยปรามก็มีมาแล้วหลายครั้งแต่ตอนนี้เราอยู่ในป่าสิ่งที่มีประโยชน์คือสายตาหาทองคำ
" จิ๊บบบ จิ๊บๆ " เ้านายบอกว่าถ้าหาสมุนไพรพวกนี้เจอก็สามารถปรุงยาที่ทำให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้น " จิ๊บๆ จิ๊บๆ " ถึงเวลานั้นเ้าอยากจะมีขนสวยขนาดไหนก็ง่าย
" กุ๊กๆ " จริงๆหรือ เสี่ยวเฟยมองเ้าเสี่ยวฝานที่ร่ายยาวออกมาอย่างไม่น่าเชื่อกับคำพูดของมันเลยไม่ทันได้ยินที่ทั้งสองพูดกันก่อนจะไปหาคำตอบเพื่อยืนยันจากเ้านายที่มองทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว
" จริงๆ ยิ่งหาได้มากและล้ำค่ามากก็จะสามารถทำยาได้ตรงกับความ้า อยากแข็งแกร่งก็ได้หรือเธออยากมีขนสวยๆกว่านี้ฉันก็ทำยานั้นได้นะ " ซ่งซิงเหลียนยกนิ้วโป้งให้เสี่ยวฝานที่พูดแค่ประโยคเดียวก็เขาใจความหมายที่เธอสื่ิออกมาและแทบอยากจะปรบมือให้กับฉลาดเ้าเล่ห์ที่หลอกล่อให้เสี่ยวเฟยจอมี้เีออกทำงานได้โดยไม่ต้องบอก
เสี่ยวเฟยเมื่อได้รับการยืนยันจากเ้านายแล้วมันก็ไม่รอช้าวิ่งเข้าป่าไปไม่หันกลับไปมองหลังอีก ทั้งยังสลัดความสะอาดและสวยงามของขนที่รักษาไว้มานานทิ้งเพื่อการข้างหน้าที่จะมีขนสวยกว่าเดิมให้ได้
" กุ๊กกกกกกกกก " เพื่อขนสวยๆ เ้านายรอรับสมบัติได้เลย
" โอ้วววว เสี่ยวเฟยสู้ๆ " ซ่งซิงเหลียนมองเ้าไก่สาวที่ถูกล่อล่วงจากเพื่อนรักเพื่อนแค้นอย่างเ้าเสี่ยวฝานวิ่งเข้าป่าในรอบหลายปีนับั้แ่เธอเก็บมันไว้เลี้ยงกินไข่ด้วยความเหลื่อเชื่อกับสิ่งที่มันกำลังทำซึ่งขัดกับความเป็ตัวมันที่เรียกว่า
ี้เีจนอ้วนกลม
แต่รักขนเท่าชีวิต
อ๋อที่อ้วนไม่ใช่ว่าเลี้ยงให้อ้วนแล้วจะได้ออกไข่ใบใหญ่ให้เธอกิน ั้แ่ที่ไก่สาวเสี่ยวเฟยสามารถฟักลูกไก่ออกมาได้สองตัวเมี่อสามปีก่อนมันก็ไม่ยอมให้ไก่ตัวไหนแตะต้องมันอีก เธอเคยได้เห็นไก่โต้งตัวโตโดนเ้าไก่ป่าสาวตัวนี้ะโกรงเล็บขยุ้มจิกปากจิกจนขนร่วงทั้งตัวหลังจากนั้นก็เรียบร้อยกลายเป็ซุปไก่โต้งในหม้อให้ครอบครัวเ้านายบำรุงร่างกาย ั้แ่นั้นมาก็ไม่มีไก่ตัวผู้ตัวไหนกล้าเข้าใกล้เ้าเสี่ยวเฟยอีก
ถ้าให้เธอหาคำตอบนี้ คงเพราะเสี่ยวเฟยได้เปิดสติปัญญาจนมีจิติญญาแล้วนั่นเอง
" ใกล้จะมืดแล้ว เราเร่งเดินทางให้ไปถึงจุดพักที่เธอว่าเถอะเสี่ยวเฟย " ซ่งซิงเหลียนโบกมือไปที่เห็ดหลินจือดำที่ขึ้นอยู่บนโคนไม้จากนั้นโคนไม้ที่มีเห็ดอยู่ก็หายไป ทั้งหมดลงอยุ่ในถุงหอมมิติใบเล็กนั้นที่ผูกห้อยข้างเอวเธอ
" จิ๊บๆ " เสี่ยวฝานรับคำแล้วโผบินนำหน้าเธอตรงเข้าป่าลึกเพื่อให้ถึงจุดพักที่เ้าภูตนกพูดถึงบ่อยๆ เพราะที่นั้นเคยเป็รังของมัน
พรึ่บบบ
เพียงพริบตาเดียวร่างเล็กก็หายไปจากจุดที่อยู่ทำให้เสี่ยวเฟยเร่งกระพือปีกเร็วขึ้นความรวดเร็วของมันไม่ต่างจากนกอินทรีตัวเต็มวัยหากมันไม่แข็งแกร่งขึ้นเกรงว่าอาจถูกเ้านายตัวน้อยทิ้งไว้เื้ัเพราะไร้ความสามารถ การมีเ้านายที่เก่งเกินวัยลูกน้องอย่างมันก็ต้องมีความสามารถเกินต้านไม่อย่างนั้นผู้อื่นจะดูถูกเ้านายผ่านลูกน้องไร้ความสามารถสอนสั่งไม่ได้
" อืมมมม " ซ่งซิงเหลียนมองใช้วิชาพุ่งทะยานผ่านป่าใหญ่เกือบครึ่งชั่วโมงก็มาถึงจุดที่เสี่ยวเฟยพูดถึงสายตากวาดมองรอบตัวที่มีแต่ต้นไม้ใหญ่หลายสิบต้นที่กระจัดกระจายเป็บริเวณกว้างดอกไม้ป่าหลายสายพันธุ์ต่างชูช่อออกดอกส่งกลิ่นหอมอบอวลด้วยบรรยากาศแบบนี้ทำให้บริเวณนี้เกิดมีพลังิญญา ถึงแม้จะบางเบาแต่ก้นับว่าหนาแน่นพอสำหรับเหล่านกตัวน้อย
" สงสัยวันนี้เ้าพวกนกคงต้องย้ายถิ่นซะแล้ว "
เพราะพลังิญญาพวกนี้ต้องกลายเป็อาหารว่างของเธอหมด