ตะวันย้อยลงใกล้ยอดเขา เสียงไก่แจ้ป่าขันกู่เรียกคู่
ได้เวลาคืนกลับบ้าน ด้ามเสียมเปลี่ยนงานสอดหามคอนตะกร้า
เด็กหญิงผลัดกันหาบเป็่ระยะ ถุงสะพายย่ามถูกยกให้ยายคล้องบ่าแทน
แม่เฒ่าหอมไม่ลืมที่จะเด็ดใบตองกุง พับช้อนกันหลายใบ
เหน็บหนีบไว้สีข้าง เดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ ไม่รีบ
สามคน ยาย หลาน หมาหนึ่ง พากันเดินตามทางรอยเกวียนเก่า
ที่ชาวบ้านใช้เป็เส้นสัญจร ผ่านทุ่งนาผืนกว้างสุดตา
เข้าเขตแนวดงไผ่ใหญ่ เลาะอ้อมลงไปสู่ถนนทางดินทราย
่ปากทางเข้าหมู่บ้าน เ้าหัวแดงเหลือบเห็นแม่เฒ่าทองมา
หญิงชราซึ่งชื่นชอบการเดินป่า นั่งเหยียดขาพักเท้า ใต้ต้นยางนาริมทาง
“อ้าว เฒ่าหอมหมานบ่หล่ะ?”
เฒ่าทองมาวัยหกสิบปลาย ๆ เอ่ยทักทายตามวิสัย
ความคุ้นเคยจากคู่เสี่ยวในวัยเด็ก สามารถเรียกขานนามได้สนิทใจ
ประเพณีสืบทอดของคนท้องถิ่นอีสาน ถ้าในหมู่บ้านละแวกนั้น
มีเด็กเกิดใหม่พร้อมหรือเวลาใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็หญิงชายก็ตาม
เหล่าผู้เฒ่าผู้แก่จะคอยเฝ้าดู สังเกตถึงความละม้ายคล้ายคลึง
ในด้านนิสัยใจคอของทั้งคู่ จวบจนเติบโตสักระยะ
ผ่านสายตาและตรงตามเหมาะสม จากนั้นจึงตกลง
ทำวิธีการคล้องด้ายสายสิญจ์มงคล แก่เด็กทั้งสอง
ถือเป็เพื่อนตายเอาไว้พึ่งพาอาศัย ฮักแพงดูแลซึ่งกันตลอดไป
อันแม่เฒ่าทองมากับยายหอม ได้ผูกเสี่ยวสัมพันธ์มิตรตั่งแต่เด็กน้อย
กระทั่งบัดนี้มิเคยแปรเปลี่ยนน้ำใจ ไมตรีจิตมีให้กัน
“ได่หลายอย่างอยู่เด้อ งวดหนิ”
ยายเฒ่าหอมบอกเพื่อนร่วมรุ่น พร้อมนั่งลงข้างปลดผ้าคาดเอวออก
แล้วชะโงกส่องดูข้องไผ่สานใบย่อม ที่เต็มไปด้วยตัวจักจั่นของสหายเก่า
เ้าหัวแดงเดินเข้ามาพูดใกล้หู
“มื้อนี่ แม่ตู้ล่องโคกได๋มาหล่ะ?”
เปิดถามแม่เฒ่าทองมา ซึ่งคุ้นเคยกันดี
“ทางดงจิก พุ้นตั๊ว”
ลักษณะสำเนียงลากเสียง คำว่าพุ่นให้เป็พุ้น แสดงถึงระยะไกลไม่ใช่น้อย
“เคยไปบ่ อิหล่า”
ชวนสนทนาวางหาบพักเหนื่อย
“มะลางั้แ่โดน แล้วจ้า”
“จังซั่นคราหน้า ไปแหย่ไข่มดแดงนำกันเนาะ”
เชิงชวน นางจึงพูดนำร่องไว้
“กะได่ แม่ตู้”
เ้าหัวแดงรับปากง่าย ๆ เพราะเดิมทีก็พูดคุยถูกคอกันอยู่แล้ว
“อีหล่า มาเอาอันนี่”
แม่เฒ่าทองมาล้วงลงย่ามสะพาย ส่งห่อไข่จักจั่นพร้อมสายตาเอ็นดู
“ขอบพระคุณ หลายๆจ้า”
ผู้น้อยรู้ความยกมือขึ้นไหว้ ก่อนรับของ ทางผู้ใหญ่หยิบยื่นให้
ด้านเด็กผิวหมึกเออระเหยรั้งท้าย วางหาบคอนตะกร้าลงพื้นดินทราย
เข้าไปประจบแม่เฒ่าบ้าง เลยได้แจกหน่อหวายเป้งป่า มากัดกินลิ้มรสหวานสมใจ
สองยายปันหมากกันเคี้ยว ถามไถ่สาระทุกข์สุขดิบ
“พอเซาเมื่อย กะย่างกันได่แล้วเด้อ”
ต่างลุกปัดเศษดินทราย ออกจากชายผ้าถุง
แนวร่วมขบวนเดินขึ้นถนนดินแดง เขตทางเข้าหมู่บ้าน
“ข่อยสิแวะเฮือน บักอ่อนสาก่อน”
แม่เฒ่าทองมา ปลีกตัวขอเวียนเข้าบ้านลูกชาย
เพื่อถามข่าวคราวลูกสะใภ้ ที่ท้องโตใกล้วันคลอด
บักโด้ยถึงเรือนไผ่นอนหมอบ คอยยายเฒ่าหอมเดินเข้าบริเวณลานดิน
ตรงไปที่ตั้งของบันไดเรือน จัดแจงลากดึงลงมาปักไต่ขึ้นบนชานบ้าน
ปรี่ถึงโอ่งน้ำดินเผา ใช้กระบวยจ้วงตักดื่มแก้คอแห้งดับกระหาย
กองใบตองกุงที่เด็ดจากป่า ถูกแผ่ออกมาประดิษฐ์
แม่เฒ่ากลัดเย็บเป็กระทง ได้จำนวนหลายใบ
คัดวางดอกเห็ดไข่เห็ดผสมกันลง จนล้นขอบกระทง
มือคว้าตอกไม้ไผ่ มัดผักหวานเป็กำขนาดใหญ่
ปะพรมน้ำเย็นเพิ่มความสดงาม หน่อไม้ถูกเลือกเฉพาะหน่องาม ๆ กองรวม
เ้าเด็กสองคนแยกย้ายกันไปอาบน้ำ ผลัดผ้า ทาแป้งเตรียมเป็แม่ค้าตัวน้อย
“บ๊ะ! ทรงคืออีหลีแมะ”
มีหยอกออกปากชมกันเอง
ด้วยรู้งาน เ้าหัวแดงหิ้วตะกร้าหน่อไม้ไปทางบ้านน้าสาย
ญาติผู้น้องทางฝั่งแม่ ที่เสียชีวิตแล้ว
“ยืมล้อ แหน่เด้อน้า”
เอ่ยขอยืมรถเข็นไม้ล้อชี่เหล็กได้แล้ว จึงยื่นตะกร้าหน่อไม้
เพื่อสำหรับเป็การตอบแทน ออกแรงดันเข็นรถมาถึงเรือน
“เดี๋ยวก่อน อีหล่า”
ยายเฒ่าหอมนำเสื่อกกเก่า มาปูลงบนพื้นรถรองรับกระทงเห็ด
ที่วางกระจายเกือบเต็มพื้นที่ รวบมัดผักหวานกองเทินกัน
ส่วนด้านหน้าตัวรถเข็น วางกองหน่อไม้พะเนิน
เพื่อถ่วงน้ำหนักรถ จะได้ดุนผลักได้ง่ายขึ้นอีก
หมาบักโด้ยจามฟุดฟิดขึ้นจมูก เหม็นกลิ่นแป้งหอมจากตัวเด็กหญิง
มันเลยถอยห่าง เว้นระยะหยุดตามไม่ไปด้วย
เ้าหัวแดงวิ่งขึ้นเรือน จับคว้าถุงผ้ากระเป๋าเงิน
คล้องสะพายคาด สร้างความมั่นใจเข้าไปอีก
สองแรงแข็งขัน ดันล้อรถเข็นให้เคลื่อนสู่ถนน
มุ่งตามทางกลางหมู่บ้าน จุดจำหน่ายสินค้าส่งถึงที่
“มาแล้วเด้อ! มาแล้วจ้า”
เสียงใสร้องเรียกบรรดาลูกค้าขาประจำ ให้ออกมาชื้อหา ช่วยอุดหนุน
เ้าหัวแดงสวมบทบาทแม่ค้าคล่อง เพราะเป็สิ่งถนัด
นางประนอม แม่หญิงผู้มีความเชี่ยวชาญในการทอผ้าไหม แถบลุ่มเทือกเขาภูพาน
หัวหน้ากลุ่มสตรีทอผ้า ส่งมอบให้แก่โครงการของแม่ฟ้าหลวง
ละมือจากกระสวยเครื่องสอดถักทอ ชะเง้อถามเพื่อน
“ไปเบิ่งนำกันเถาะ มีอิหยังเฮ็ดกินแลงแหน่น้อ”
ชักชวนสมาชิกหลายคน ที่มาใช้ใต้ถุนบ้านยกสูงเป็ที่ตั้งกี่ทอผ้ารวมกลุ่ม
เพราะความที่ต้องเร่งงานในมือ ให้ทัน่ต้นฤดูหนาว
ซึ่งกิจวัตรพ่อหลวงกับแม่หลวง จะมาเยี่ยมเยือนลูก ๆ ทุกปี
จึงต่างไม่ค่อยได้ออกป่า หาอาหารสักเท่าไรนัก
หากสะดวก ถ้ามีคนมาส่งขายให้ถึงบ้านช่อง
“ไป๊ ๆ ซั่นเฮา”
ลูกค้ากลุ่มใหญ่กรูห้อมล้อมคันรถ เลือกยกกระทงเห็ดกันไปหลายใบ
รวมผักหวานอีกก็มากกำอยู่ เห็นแล้วชื่นใจแม่ค้าตัวน้อย
เ้าหัวแดงยิ้มแก้มปริ ยื่นมือรับเหรียญเต็มกอบหย่อนลงก้นถุงผ้า
คาดคะเนคอยเงี่ยฟังเสียงกระทบกัน ดังกรุ่งกริ่งฟังรื่นหู
“เอาไปสามกองสาหน่อไม้ สิได่ยอดผักหวานตืมใส่นำกันอีก”
เจรจาแจ้งลูกค้า ถ้าซื้อเหมามีของแถม
“จังซั่น กะเอาตามนั่นหละ”
ด้านนางไลไม่ลังเล เพราะเย็นนี้ได้แกงหม้อใหญ่แน่ ๆ
บางบ้านเรือนนำข้าวสารตักเต็มขัน มาแลกเปลี่ยนเป็ปกติวิสัย
จำนวนกระทงเห็ดถูกยกให้ลูกค้า จนหมดเกลี้ยงไม่เหลือ
เด็กผิวหมึกมองคุถังบรรจุข้าวสาร เต็มล้นแล้วอิ่มใจ
ปากต่อปากจากคนคุ้มกลางบ้าน กระจายข่าวโฆษณาช่วยส่งต่อ
ในไม่ช้าหน่อไม้กองสุดท้าย ก็ถูกขายออกหมด
“กะยังว่า ถามแล้ว!”
เ้าหัวแดงย้ำข้อตกลงที่คุยกันไว้ กับเด็กผิวหมึก
“อยากได่อีหยังให้ซื้อเอาโลด ยายเพิ่นเว้าจังซี่”
พูดกันมาตามทางเกือบจะค่ำ รู้สึกถุงผ้าหนัก พอมีกำลังจับจ่ายใช้สอย
ล้อหยุดหมุนชั่วคราว ตรงหน้าร้านค้าสหกรณ์ประจำหมู่บ้าน
“ป่ะ ๆ”
ทั้งสองยิ้มทอประกายสุขแก่กัน จูงเดินเข้าใส่ชั้นอุปกรณ์การเขียน
ตะลึงเล็งไปที่ดินสอด้ามใหม่ อันวาดจินตนาการลอยเด่นกลางอากาศ
เปล่งรัศมีแสงเรืองวิบวับจับใจ สองเด็กหญิงตัวน้อย หยิบคว้าสร้างฝันเป็จริง.