วิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade

    ตอนที่ 36: ด่านสังหารทะเลดารา และการร่วงหล่นของสามราชันย์สวรรค์

    การล่มสลายของนิกายเซียนวายุอัสนีและกองทัพเรือรบเหาะนับร้อยลำ กลายเป็นเพียงเศษซากปรักหักพังที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางพายุที่กำลังสงบลงในสวรรค์ชั้นที่สอง ร่างของหลินเฟยพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศ อาบชโลมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและเลือดเซียนสีทองคำที่ระเหยกลายเป็นไอ พลังวิญญาณปฐมกาลที่เพิ่งถือกำเนิดในจุดตันเถียน เต้นตุบๆ ประดุจหัวใจของจักรวาล มันมอบสัมผัสที่กว้างไกลและลึกล้ำยิ่งกว่าที่มนุษย์คนใดจะจินตนาการได้ เพียงแค่เขาหลับตา เส้นสนกลในและกฎเกณฑ์แห่งมิติของแดนสวรรค์ก็ปรากฏชัดเจนในห้วงความคิดราวกับใยแมงมุม

    เบื้องบน ท้องฟ้าสีม่วงคล้ำถูกฉีกออกเป็นรอยแยกขนาดมหึมาด้วยอำนาจของศัสตราไร้ลักษณ์ เผยให้เห็นเส้นทางสู่ 'สวรรค์ชั้นที่สาม' หลินเฟยไม่หยุดพักเพื่อฟื้นฟูพลัง เพราะด้วยปราณปฐมกาลที่ไร้ขีดจำกัด ร่างกายของเขากำลังดูดซับพลังงานจากความพินาศรอบด้านมาหล่อเลี้ยงตนเองอยู่ตลอดเวลา เขาก้าวเท้าเพียงหนึ่งก้าว ร่างก็เลือนหายกลายเป็นแสงสีเทาพุ่งทะลวงเข้าสู่รอยแยกมิติ ทิ้งสวรรค์ชั้นที่สองให้กลายเป็นเพียงสุสานอันเงียบงัน

    วูบบบบ!

    เมื่อหลินเฟยลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทัศนียภาพรอบด้านก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สวรรค์ชั้นที่สามไม่ได้มีท้องฟ้าสีครามหรือทะเลหมอกสีทอง แต่มันคือห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างและมืดมิดที่ถูกเรียกว่า 'ทะเลดาราดับสูญ' ดวงดาวขนาดเล็กใหญ่ที่แตกสลายและไร้ชีวิต ลอยล่องอยู่ท่ามกลางกาแล็กซีสีครามอมม่วง แสงสว่างเดียวที่มีมาจากเศษละอองดาวและอุกกาบาตที่ลุกไหม้ ทว่า ภายใต้ความเงียบสงัดและงดงามของห้วงอวกาศนี้ กลับซ่อนเร้นไปด้วยจิตสังหารที่หนาแน่นจนทำให้อุณหภูมิของมิติติดลบถึงจุดเยือกแข็งสัมบูรณ์!

    "ต้อนรับได้อบอุ่นดีนี่..." หลินเฟยแสยะยิ้ม นัยน์ตาสีเทาที่แฝงประกายหยินและหยางกวาดมองไปรอบๆ ห้วงอวกาศ

    เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตนับล้านซ่อนตัวอยู่ตามเศษซากดวงดาวและกลุ่มอุกกาบาต นี่ไม่ใช่การตั้งรับธรรมดา แต่มันคือ 'ค่ายกลดาราดับสูญ' ค่ายกลระดับบรรพกาลที่ใช้ดวงดาวนับหมื่นดวงเป็นแกนกลาง! ทันทีที่หลินเฟยก้าวเข้ามาในอาณาเขตนี้ กฎเกณฑ์ของมิติก็ถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์แบบ วิชาก้าวพริบตาหรือการทะลวงมิติใดๆ ล้วนถูกสะกดไว้

    ครืนนนนน!

    อุกกาบาตขนาดยักษ์สามลูกที่ลอยอยู่เบื้องหน้าหลินเฟย ระเบิดออกพร้อมกัน เปลวเพลิงดาราสีน้ำเงินสว่างวาบ เผยให้เห็นร่างของบุรุษวัยกลางคนสามคนในชุดคลุมยาวที่ทอจากแสงดาว แต่ละคนสวมมงกุฎรูปดาราจักร รังสีพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกมัน ล้วนอยู่ในระดับ 'ตัดวิญญาณขั้นสูงสุด' ซึ่งก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าสู่ขอบเขตแสวงมรรคา (Dao Seeking) ไปแล้ว! พวกมันคือ 'สามราชันย์สวรรค์' ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นที่สามและชั้นที่สี่

    "มารร้ายไร้ลักษณ์... ความจองหองของเจ้าสิ้นสุดลงแค่นี้แหละ" ราชันย์ดาราองค์กลาง ผู้มีนัยน์ตาสีเงินสว่างจ้า เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องไปทั่วห้วงอวกาศ "องค์มหาเทพได้ประทับตราสังหารลงบนวิญญาณของเจ้าแล้ว การที่เจ้าบุกฝ่าสวรรค์ชั้นที่หนึ่งและสองมาได้ นับว่ามีความสามารถ ทว่าที่นี่คือทะเลดาราดับสูญ ค่ายกลที่ใช้พลังของจักรวาลในการบดขยี้ศัตรู เจ้าไม่มีทางรอดไปได้!"

    สิ้นเสียงประกาศของราชันย์ดารา ทหารเซียนระดับวิญญาณแรกกำเนิดนับล้านคนก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดของเศษดาว พวกมันไม่ได้พุ่งเข้ามาโจมตี แต่กลับนั่งขัดสมาธิและประสานอิน ถ่ายทอดพลังปราณทั้งหมดเข้าสู่แกนกลางของค่ายกล เส้นแสงสีน้ำเงินนับล้านเส้นพุ่งเชื่อมต่อระหว่างดวงดาวและอุกกาบาต ถักทอเป็นตาข่ายแสงขนาดยักษ์ที่ครอบคลุมมิติรัศมีแสนลี้เอาไว้ แรงกดดันมหาศาลที่เกิดจากน้ำหนักของดวงดาวนับหมื่นดวง บีบอัดลงมาที่ร่างของหลินเฟยเพียงจุดเดียว!

    กร๊อบ...

    มิติรอบตัวหลินเฟยบิดเบี้ยวและแตกสลาย แรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นหลายล้านเท่าพยายามจะบดขยี้กระดูกและวิญญาณของเขาให้กลายเป็นผงธุลี หากเป็นยอดฝีมือระดับตัดวิญญาณคนอื่น คงถูกบีบอัดจนระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดไปแล้ว ทว่าหลินเฟยเพียงแค่หรี่ตาลง ร่างกายที่หล่อหลอมด้วยปราณปฐมกาลของเขายังคงตั้งตระหง่านดุจเสาหลักของจักรวาล

    "ใช้ดวงดาวเป็นอาวุธ... คิดใหญ่ดีนี่" หลินเฟยยกมือขวาขึ้นมาลูบปลายคาง "แต่พวกเจ้าลืมไปอย่างหนึ่ง... กฎเกณฑ์ของดวงดาว ก็ยังอยู่ภายใต้วัฏจักรของการเกิดและดับ... และข้า... คือผู้ควบคุมวัฏจักรนั้น!"

    หลินเฟยหลับตาลง พลังวิญญาณปฐมกาลในจุดตันเถียนถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มรูปแบบ!

    ตู้มมมมมมมมม!

    เงาร่างจำแลงขนาดยักษ์ของ 'ทารกปฐมกาล' ปรากฏขึ้นซ้อนทับอยู่เบื้องหลังหลินเฟย ร่างครึ่งหนึ่งเป็นอสูรมารสีดำสนิทที่มีปีกค้างคาว แผ่กลิ่นอายแห่งการทำลายล้างสูงสุด ร่างอีกครึ่งหนึ่งเป็นทูตสวรรค์สีขาวบริสุทธิ์ที่มีปีกขนนก แผ่กลิ่นอายแห่งการก่อกำเนิด ทารกยักษ์นั้นลืมตาสีเทาขึ้น จ้องมองไปยังตาข่ายแสงดาราและสามราชันย์สวรรค์ด้วยแววตาที่เย้ยหยันและสมเพช

    "อาณาเขตปฐมกาล... กลืนดารา!" หลินเฟยคำรามลั่น

    เขายื่นศัสตราไร้ลักษณ์ออกไปเบื้องหน้า ใบดาบครึ่งดำครึ่งขาวหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พลังปราณปฐมกาลแผ่ขยายออกเป็นวงแหวนสีเทาที่พุ่งสวนทิศทางกับแรงกดดันของค่ายกล วงแหวนสีเทานี้ไม่ได้เข้าปะทะหรือทำลาย แต่มันคือ 'หลุมดำ' ที่ไร้ก้นบึ้ง!

    เมื่อเส้นแสงดาราสีน้ำเงินและพลังบีบอัดของดวงดาวสัมผัสกับวงแหวนปฐมกาล พวกมันกลับถูกดูดกลืนและสูบหายเข้าไปในศัสตราไร้ลักษณ์อย่างตะกละตะกลาม! ทารกปฐมกาลที่อยู่เบื้องหลังหลินเฟยอ้าปากกว้าง สูดดมพลังงานเหล่านั้นเข้าไปประดุจกำลังดื่มน้ำหวาน พลังค่ายกลที่คนนับล้านร่วมกันสร้างขึ้น กลับกลายเป็นเพียงสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่หลินเฟย!

    "บะ... เป็นไปไม่ได้! มันดูดกลืนพลังของค่ายกลดาราดับสูญได้อย่างไร! ร่างกายของมันทนรับพลังระดับดวงดาวได้อย่างไร!" ราชันย์ดาราองค์ซ้ายเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าที่เคยสง่างามบิดเบี้ยวไปด้วยความหวาดกลัว

    "อย่าให้มันร่ายรำดาบได้! สังหารมันซะ!" ราชันย์ดาราองค์กลางตระหนักถึงหายนะที่กำลังจะมาเยือน มันชักกระบี่อุกกาบาตสวรรค์ออกมา พุ่งทะยานฝ่าห้วงอวกาศเข้าหาหลินเฟยด้วยความเร็วแสง ราชันย์อีกสององค์ก็ไม่รอช้า ชักอาวุธระดับบรรพกาลพุ่งกระหนาบซ้ายขวาหมายจะสับร่างของเด็กหนุ่มให้เป็นชิ้นๆ

    หลินเฟยลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีเทาทอประกายอำมหิต "รนหาที่ตาย!"

    หลินเฟยตวัดศัสตราไร้ลักษณ์ในมือ วิถีดาบของเขาไม่ได้รวดเร็วปานสายฟ้า ทว่ามันกลับลื่นไหลและสอดคล้องกับจังหวะการหมุนของจักรวาล เจตจำนงกระบี่ 'สมดุลตัดสวรรค์' ถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด

    แคร่ก! ฉัวะ!

    คลื่นกระบี่สีเทาสามสายพุ่งแหวกอวกาศออกไปอย่างเงียบกริบ ราชันย์ดาราองค์ขวาที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงที่สุด ไม่ทันได้ง้างอาวุธ คลื่นกระบี่สีเทาก็ทะลวงผ่านหน้าอกของมันไปแล้ว ชุดเกราะแสงดาราที่ทนทานต่อแรงระเบิดของดาวเคราะห์ ขาดสะบั้นราวกับเต้าหู้ ร่างของราชันย์ดาราขาดครึ่ง เลือดสีทองคำพุ่งกระฉูดออกมาก่อนที่วิญญาณจะถูกสลายหายไปในอากาศธาตุ!

    "น้องสาม!" ราชันย์ดาราองค์กลางและองค์ซ้ายคำรามด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น ทว่าพวกมันก็ไม่อาจหยุดยั้งวิถีดาบที่เหลือได้

    ราชันย์ดาราองค์ซ้ายพยายามยกโล่ศิลาดาราขึ้นมาป้องกัน ทว่าทันทีที่โล่สัมผัสกับคลื่นกระบี่สีเทา มันก็ถูก 'ลบล้าง' ให้หายไปพร้อมกับแขนซ้ายของมัน! ราชันย์ดาราองค์ซ้ายกรีดร้องลั่น เลือดสีทองสาดกระเซ็น

    หลินเฟยไม่ปล่อยโอกาสให้ศัตรูตั้งตัว เขาใช้วิชาก้าวพริบตาปฐมกาล ทะลวงผ่านมิติที่บิดเบี้ยวของค่ายกล มาปรากฏตัวเบื้องหน้าราชันย์ดาราองค์กลางในเสี้ยววินาที มือซ้ายของเขายื่นออกไปบีบลำคอของยอดฝีมือระดับตัดวิญญาณขั้นสูงสุด ยกให้ลอยขึ้นกลางห้วงอวกาศอย่างหมดสภาพ ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือขวาจ่ออยู่ที่หว่างคิ้วของมัน

    "ทะ... ท่าน... ได้โปรด..." ราชันย์ดาราองค์กลางสั่นสะท้านไปทั้งตัว ความหยิ่งยโสของการเป็นผู้ปกครองสวรรค์ถูกทำลายป่นปี้

    "บอกข้ามา... มหาเทพบรรพกาล... สุนัขตัวจ่าฝูงของพวกเจ้า ซ่อนหัวอยู่ที่ไหน และมันมีจุดอ่อนอะไร?" หลินเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งทะลวงวิญญาณ

    "อึก... องค์มหาเทพ... ทรงประทับอยู่ที่สวรรค์ชั้นที่เก้า 'ตำหนักนิรันดร์กาล'... พระองค์กำลังเข้าฌานหลับใหล... เพื่อดูดซับ 'แกนกลางแห่งโลก' เพื่อทะลวงสู่ขอบเขตเซียนอมตะที่แท้จริง... พระองค์ไม่ได้ใส่ใจเรื่องราวเบื้องล่างเลย... มีเพียงร่างอวตารและพวกเราเท่านั้นที่คอยทำตามบัญชาเดิม... อ๊ากก!"

    หลินเฟยบีบลำคอแน่นขึ้นจนกระดูกแตก "ดูดซับแกนกลางแห่งโลกงั้นรึ? ช่างโลภมากเสียจริง คิดจะกลืนกินโลกทั้งใบเพื่อประโยชน์ส่วนตัวสินะ... ข้อมูลของเจ้าหมดประโยชน์แล้ว"

    "มะ... ไม่นะ! อ๊ากกกก!"

    เป๊าะ!

    หลินเฟยออกแรงบีบ บดขยี้กะโหลกศีรษะและวิญญาณของราชันย์ดาราองค์กลางจนแหลกละเอียดเป็นผุยผงคามือ เลือดสีทองคำสาดกระเซ็นเปื้อนใบหน้าอันหล่อเหลาที่บัดนี้ดูอำมหิตดุจมารร้ายจากบรรพกาล ราชันย์ดาราองค์ซ้ายที่แขนขาดเห็นดังนั้นก็สติแตก พยายามจะหันหลังหนี ทว่าหลินเฟยเพียงแค่ตวัดศัสตราไร้ลักษณ์เบาๆ คลื่นกระบี่สีเทาก็พุ่งตัดศีรษะของมันให้หลุดจากบ่าอย่างง่ายดาย

    ผู้นำทั้งสามตายตก ค่ายกลดาราดับสูญที่ไร้การควบคุมก็เริ่มพังทลาย ทหารเซียนนับล้านคนที่สูญเสียแกนนำต่างกรีดร้องและกระอักเลือดจากแรงสะท้อนกลับของค่ายกล ดวงดาวและอุกกาบาตนับหมื่นดวงเริ่มพุ่งชนกันเอง ระเบิดเป็นลูกไฟขนาดยักษ์สว่างไสวไปทั่วห้วงอวกาศ

    หลินเฟยลอยตัวอยู่ท่ามกลางความพินาศของกาแล็กซีจำลอง ทารกปฐมกาลเบื้องหลังเขาอ้าปากกว้าง ดูดกลืนพลังวิญญาณและแสงดาราที่ระเบิดออกทั้งหมดเข้ามาหล่อเลี้ยงตัวมันเอง พลังของหลินเฟยพุ่งทะยานขึ้นไปอีกขั้น รากฐานขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดของเขาแข็งแกร่งจนมิติของสวรรค์ชั้นที่สามเริ่มปริแตกและไม่อาจรองรับเขาได้อีกต่อไป

    "สวรรค์ชั้นที่เก้า... ตำหนักนิรันดร์กาล..." หลินเฟยพึมพำ นัยน์ตาสีเทาทอประกายจิตสังหารที่ร้อนแรงที่สุด "ไม่ว่าแกจะกำลังดูดซับแกนกลางโลกหรือกำลังฝันหวานเป็นเทพเจ้า... ข้าก็จะไปกระชากคอแกออกมาสับเป็นชิ้นๆ!"

    หลินเฟยกระชับศัสตราไร้ลักษณ์ในมือ เขาไม่เสียเวลาเปิดค่ายกลใดๆ อีกต่อไป เขาตวัดดาบฟาดฟันขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องบนสุดแรงเกิด!

    "ปฐมกาลเบิกสวรรค์!"

    เปรี้ยงงงงงงง!

    คลื่นกระบี่สีเทาขนาดมหึมาพุ่งทะลวงฉีกกระชากกฎเกณฑ์ของสวรรค์ชั้นที่สาม ตัดข้ามชั้นที่สี่ ชั้นที่ห้า และชั้นที่หกในคราเดียว! ม่านพลังแห่งมิติถูกทำลายล้างเปิดเป็นช่องโหว่ขนาดยักษ์ที่ทอดยาวทะลุขึ้นไปจนถึงสวรรค์ชั้นที่เจ็ด

    ร่างของเด็กหนุ่มในชุดเกราะสีดำพุ่งทะยานเข้าสู่รอยแยกนั้นดุจดาวหางมฤตยู ทิ้งทะเลดาราที่ลุกไหม้และซากศพของทหารเซียนนับล้านไว้เบื้องหลัง สงครามแห่งการทำลายล้างสวรรค์ กำลังจะก้าวเข้าสู่ช่วงที่บ้าคลั่งและเดือดพล่านที่สุด!

    คล้ายกับเรื่องวิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade ที่คุณอ่าน