2
ณ จวนท่านแม่ทัพซีซวน
ลมเย็นๆ พัดผ่านมาอย่างช้าๆ เข่อซิงนั่งอยู่ในศาลาไม้คิดไม่ตกกับเื่การแต่งงาน ในเมื่อเป็เช่นนี้เธอก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องแต่งงานกับคนที่เกลียดกันมาั้แ่สมัยเด็กเธอนึกย้อนกลับไปเื่ที่ทำให้ทั้งคู่ต้องเกลียดกัน มันก็เป็เื่เล็กน้อยแต่มันก็ทะเลาะกันสะสมมายังตอนนี้
ตอนนั้นน่าจะประมาณอายุสักสิบขวบเห็นจะได้ก็เป็ที่รู้กันแม่ทัพซีซวนกับฮ่องเต้เป็สหายรักร่วมรบ ร่วมทุกข์ ร่วมสุข กันมาั้แ่ยังเด็กและแม่ทัพซีซวนก็เป็ผู้ที่สร้างชื่อเสียงในการรบปกป้องบ้านเมืองไว้มากมายเข่อซิงจึงเข้าวังมากับพ่อั้แ่เด็กได้เรียนรู้วิชาต่างๆ พร้อมๆ กับองค์รัชทายาทจนมาวันนั้นวันสอบเพื่อปรับเลื่อนขั้น เข่อซิงรีบวิ่งเพื่อที่จะไปทำการสอบได้เกิดสะดุดล้มทำให้ข้อเท้าพลิกลุกไม่ได้
“โอ้ย เจ็บจัง”
เข่อซิงร้องออกมาด้วยความเ็ป แต่เธอก็พยายามที่จะลุกขึ้นเมื่อรู้ว่าไม่ไหวเธอจึงนั่งลง
“เ้าเป็อะไรไป”
จางิ่กำลังจะเดินไปที่ห้องสอบเหมือนกันเมื่อเห็นเข่อซิงนั่งอยู่ก็ถามขึ้น นางเมื่อเห็นองค์รัชทายาทก็ดีใจอย่างยิ่ง
“ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะหม่อมฉันลื่นล้ม สงสัยเท้าจะแพลง”
เข่อซิงรีบอธิบาย เพื่อหวังว่าคนตรงหน้าจะช่วยพาเธอไปสอบให้ทันเวลา
“อ้อ...ได้ เดี๋ยวข้าจะตามคนมาช่วยเ้ารอไปก่อน”
จางิ่ลุกขึ้นแล้วเดินหันหลังไป
“ทำไมไม่พยุงหม่อมฉันไปพร้อมพระองค์ละเพคะ”
เข่อซิงะโขึ้นเมื่อเห็นว่าองค์รัชทายาทจะไปแล้ว
“ทำไมข้าต้องพยุงเ้า เ้าน่ะเป็สตรีไม่สมควรที่จะเข้าห้องสอบด้วยซ้ำ อืม...ไม่สิ! เ้าไม่สมควรที่จะเข้ามาเรียนั้แ่แรกเลยต่างหาก ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อเ้าเ้าคงไม่ได้มาที่นี้ ข้าจะตามคนมาช่วยก็ดีเท่าไรแล้ว ส่วนเื่การสอบแบบนี้ให้เป็หน้าที่ของบุรุษแค่เดินไปสอบเ้ายังไม่มีปัญญาเลย”
จางิ่เห็นว่าเื่การสอบต่างๆ สตรีไม่จำเป็ต้องรู้เลยสักนิดแค่งานบ้านงานเรือนก็พอ จะเรียนรู้เื่อื่นไปทำไมกัน
“เดี๋ยวข้าจะให้คนไปตามหมอหลวงมานั่งรออยู่ตรงนี้แหละ”
พูดจบเขาก็เดินจากไปทันทีทิ้งให้เข่อซิงที่นั่งเจ็บอยู่เกิดความโกรธและเกลียดองค์รัชทายาทอย่างยิ่งข้าเป็สตรีแล้วทำไม ข้าจะทำให้เ้าเห็นว่าสตรีก็แข็งแกร่งไม่แพ้ชายอย่างเ้า
“ไอ้บุรุษผู้เห็นแก่ตัว”
เข่อซิงะโออกไป จางิ่หยุดเดิน แต่ก็ไม่สนใจกับคำพูดของเธอเดินต่อไปจนลับสายตา ทำให้ในใจที่เธอมององค์รัชทายาทคือคนที่เห็นแกตัวคนที่ไม่อยากที่จะมองหน้า เธอตั้งใจฝึกฝนทุกอย่างไม่ว่าจะวิชาต่างๆ ที่บุรุษเรียนวรยุท สตรีก็ทำเป็ทุกอย่าง จนได้ชื่อหญิงงาม ทั้งเก่งและฉลาดและทำให้คุณสมบัติของเธอไปตรงใจฮ่องเต้และฮองเฮาเป็อย่างมากถึงจะรู้อยู่แล้วว่าทั้งคู่ไม่ถูกกันเจอหน้ากันทีไรก็จะทะเลาะกันทุกทีก็ตาม
“เข่อซิง เข่อซิง”
หนิงเฉิง สีหน้าเริ่มกังวล เมื่อเห็นลูกสาวตนเหม่อลอยแบบนี้ก็รู้ได้ทันที ว่านางคิดอะไรอยู่
“ท่านแม่”
เข่อซิงเมื่อเห็นแม่ก็รีบเดินไปพยุงมานั่งข้างๆ
“เ้าไม่อยากแต่ง ก็ไม่ต้องแต่งข้ากับพ่อเ้า ไม่ตำหนิเ้าเลยสักนิด”
หนิงเฉิงยื่นมือไปลูบหัวลูกสาวเบาๆ
“ไม่ได้ท่านแม่ข้าจะคิดแต่ตัวเองไม่ได้”
เข่อซิงจับมือแม่ของเธอมากุมไว้
“ท่านแม่วางใจเถอะการตัดสินใจของลูกในครั้งนี้ ลูกจะคิดอย่างถี่ถ้วน”
หนิงเฉิงรู้ว่าลูกสาวของตนเป็เป็คนเช่นไรจึงไม่เอ่ยถามอีก ใกล้วันครบกำหนดเข่อซิงพยายามใช้ความคิดอย่างมากในการหาวิธี ถ้าต้องได้แต่งงานจริงๆ ก็ขอยืดระยะเวลาออกไปก่อนไม่มากก็น้อยเพื่อจะได้มีเวลามาคิดหาวิธีอื่นอีก และแล้วนางก็คิดออก ใบหน้าเปร่งประกายขึ้นมารีบเดินไปที่ห้องทำงานของแม่ทัพซีซวนพ่อของตนเองทันที
“ท่านพ่อข้ามีวิธีที่สามารถยืดระยะเวลาออกไปได้แล้วเ้าค่ะ”
แม่ทัพซีซวนพอได้ยินลูกสาวของตนพูดก็หยุดเขียนงานลุกเดินมาหยุดตรงหน้าของเข่อซิง
“ไหน เ้าว่ามาสิ”
“ท่านพ่อ ลูกเป็ลูกสาวคนเล็กพี่ใหญ่ยังไม่ได้แต่งงานเลย อย่าว่าแต่แต่งงานเลย คนรักท่านพี่ก็ยังไม่มีเลยใช่หรือไม่”
เมื่อได้ยินลูกสาวพูดมา เขาก็เข้าใจได้ทันทีเลยว่าหมายความว่ายังไงเขาไม่รอช้ารีบพาลูกสาวเข้าวังเพื่อทูลแจ้ง
“เตรียมรถม้า”
ระหว่างการเดินทางเข้าวัง เข่อซิงก็อดที่จะยิ้มกับความคิดของตนไม่ได้อย่างน้อยๆ ก็น่าจะอีกนานแน่ๆ ถ้าต้องได้แต่งงานจริงๆ
“เ้าก็อย่าพึ่งดีใจไปฮ่องเต้เมื่อคิดอันใดแล้วก็อยากที่จะเปลี่ยนพระทัย”
เขารู้จักนิสัยของฮ่องเต้ดียิ่งกว่าใคร นี้ก็แค่เป็การยืดเวลาออกไปเท่านั้น
“ท่านพ่อ กว่าจะถึงเวลานั้นข้าว่าองค์รัชทายาทก็คงจะหาคนรักเองได้แหละเ้าค่ะ”
เข่อซิงยิ้มอย่างดีอกดีใจพอเข้ามาทั้งสองต้องเดินเท้าเพื่อไปยังตำหนักใน ระหว่างทางแม่ทัพซีซวนพบกับแม่ทัพตงหยาง จึงหยุดคุยกัน และบอกให้เข่อซิงนำไปก่อนเดี๋ยวตนค่อยตามไป เข่อซิงทำความเคารพแม่ทัพตงหยางแล้วเดินจากไประหว่างทางที่เดินก็เห็นว่า จางิ่กำลังเดินมาทางตนพอดีและเหมือนเขาจะเห็นเธอเช่นกัน เมื่อทั้งคู่เดินเข้ามาใกล้กันแน่นอนว่าสายตาของทั้งคู่ก็เริ่มทะเลาะกันก่อนที่จะเอ่ยปากเสียอีก
“คุณหนู”
ลี่ถัง สาวใช้คนสนิท เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นนางมองคนตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา
“เ้าพร้อมจะย้ายไปอยู่ชายแดนแล้วสินะคิดได้เร็วดีนิ”
จางิ่ก็คิดว่านางก็คงไม่อยากแต่งกับตนยังไงก็ต้องเลือกไปแน่นอน
“หม่อมฉัน ต้องทูลแจ้งพระองค์ด้วยรึเพคะ”
เข่อซิงจงใจพูดให้องค์รัชทายาทหัวเสียและเกิดความสงสัยในคำตอบวันนี้
“ข้าจะบอกเ้าตรงนี้ เดี๋ยวนี้ถึงเ้าจะเลือกแต่งงานกับข้า ข้าก็จะไม่มีวันที่จะรักเ้า อยู่กับเ้า”
จางิ่พูดกับเช่อซิงอย่างตรงไป ตรงมา
“หม่อมฉันก็เหมือนกันเพคะองค์รัชทายาทไม่ต้องกังวลพระทัยไป หม่อมฉันก็ไม่มีวันที่จะรักพระองค์ได้หรอกเพคะ”
จะหลงตัวเองเกินไปแล้วนะ คิดว่าเราจะรักเ้าอย่างนั้นหรอข้าหาทางแทบตายที่ไม่อยากอยู่ใกล้บุรุษอย่างเ้า
“เ้า.... ดี! อย่างน้อยข้ากับเ้าก็มีเื่ที่คิดตรงกัน”
“หม่อมฉัน ทูลลาเพคะ”
เข่อซิงรีบตัดบทแล้วเดินหนีไป นางไม่อยากจะอยู่กับชายคนนี้นานเลยจริงๆจางิ่ เมื่อเห็นเข่อซิงตัดบทหนีไปก็รีบเดินตามไปทันทีเขาอยากจะรู้ว่านางจะมาทูลคำตอบให้เสด็จพ่อว่ายังไง ในใจเข้าก็ยังคิดไม่ตก