ตอนที่ 104: ศึกชิงตัวประกันถ้ำหิน
เสียงปืนเล็กยาวกึ่งอัตโนมัติของกองทหารรับจ้างคำรามสาดกระสุนดังปังๆๆ ติดต่อกันหลายสิบนัดก้องระเบิดหน้าผาหินแกรนิตด้านนอกถ้ำหินลับทางตอนเหนือ เศษฝุ่นหินเขม่าควันดินปืนและดินทรายปลิวว่อนเข้ามาในปากถ้ำดุจพายุร้ายจนมีกลิ่นคาวไหม้อบอวลไปทั่วบริเวณ ฉันต้องก้มตัวลงต่ำซบหน้ากับพื้นหินชื้นแฉะเพื่อปกป้องเด็กฝาแฝดทั้งชายหญิงสองคนในอ้อมกอดอุ่นให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อป้องกันพวกเขาจากแรงกระแทกและสะเก็ดหิน สองเต้า E ยักษ์ของฉันบีบกระชับชิดกับลำตัวสะท้อนหัวใจที่เต้นรัวระเบิดดุจเสียงกระสุนปืนของศัตรู ยิ่งหวาดกลัวและเครียดจัดปานสายฟ้าฟาด น้ำนมแม่รสอุ่นหวานก็ยิ่งไหลซึมทะลักเปียกเปรอะเปื้อนเสื้อคลุมส่าหรีสีส้มทองจนชุ่มชื้นชโลมกายนุ่ม ทาริกกุลีกุจอชักปืนพกคู่กายและอาวุธยาวกึ่งอัตโนมัติที่พกติดตัวมาจากเรือกู้ชีพยาง ขยับร่างยักษ์ใหญ่สีเข้มกำยำก้าวไปซุ่มอยู่หลังชะง่อนผาปากถ้ำอย่างว่องไวราวนักล่าแห่งผืนทราย แขนแกร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ แข็งแกร่งขยับเหนี่ยวไกยิงสวนกลับศัตรูทันควัน เสียงปืนของทาริกดังกังวานก้องเจาะทะลุหน้าอกทหารกบฏในชุดพรางทะเลทรายสองนายล้มลงจมกองทรายก้นทะเลทันที คาริมในฐานะผู้บัญชาการใหญ่ขยับตัวยืนคุ้มกันอยู่ข้างฉัน แววตาคมปลาบดุจสิงโตทะเลทรายประเมินสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเยือกเย็นและเฉียบขาดไร้ความกลัวเกรงต่อยมทูตเบื้องหน้า
"ทาริก! ดึงชนวนและพังกลไกระเบิดถล่มโขดหินที่เราวางไว้ตรงแนวปากทางขึ้นเหนือถ้ำทันที! เราต้องปิดกั้นเส้นทางบุกปูพรมของพวกมันเพื่อดึงเวลาพามาดามและลูกแฝดหลบหนีออกทางช่องอุโมงค์ลับท้ายถ้ำเชื่อมต่อไปยังท่าเรือวิลล่าหลักด่วนที่สุด!" คาริมตะโกนสั่งการเสียงกร้าวทรงพลังพัดเป่าความกังวลใจพลางหันมาเอื้อมมือหนาฉุดดึงร่างอวบอัดสะโพกสามสิบแปดนิ้วของฉันให้ก้าวลุกขึ้นจากพื้นหินถ้ำที่สั่นสะเทือนด้วยแรงกระสุนปืนของศัตรูที่ระดมยิงปะทะเข้ามาไม่ขาดสาย
ทาริกสลัดปืนชั่วคราวแล้วหันไปใช้พลังกล้ามเนื้อแกร่งกวาดดึงท่อนไม้ที่ยึดกลไกหินค้ำจุนก้อนหินแกรนิตขนาดมหึมาหนักหลายร้อยกิโลกรัมที่เขาจัดเรียงเป็นกับดักหินถล่มปิดกั้นไว้ตั้งแต่เมื่อคืนทิ้งทันที ทาริกออกแรงทุ่มดันหินก้อนยักษ์สุดกำลังจนเส้นเลือดปูดโปนทั่วท่อนแขนแกร่งสีเข้มสั่นระริกสะท้อนความเป็นบุรุษนักสู้พลังยักษ์อันดับหนึ่งของสภาราชสำนักหลวง หินยักษ์ถล่มร่วงหล่นลงมาปิดกั้นช่องแคบทางขึ้นถ้ำเสียงดังครืนๆ สนั่นสะเทือนปานแผ่นดินไหว เลือดทหารกบฏสาดกระจายเมื่อโดนหินทับทับถมกัน เกิดเสียงร้องครวญครางชวนสยดสยองระงมป่าเถื่อน ความโกลาหลของศัตรูภายนอกช่วยดึงเวลาให้พวกเราก้าวเดินอพยพหลบหนีได้อย่างหวุดหวิด คาริมนำทางฉันอุ้มลูกแฝดวิ่งผ่านเข้าไปในซอกหินแคบดูลึกลับด้านหลังถ้ำที่มืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากกระบอกไฟฉายดวงเล็กของคาริมนำทาง คาริมกุมกระชับมือฉันไว้แน่นชโลมความรักความอบอุ่นซาบซึ้งใจสะท้อนในความมืดที่ช่วยให้ฉันยังมีสติและพละกำลังก้าวเดินสู้ต่อเพื่อลูกน้อยและสามีสุดที่รัก
"ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงนะมะนาวรักของฉัน... เพื่อทายาทและอนาคตของพวกเรา ฉันจะไม่มีวันยอมให้ใครทำอันตรายพวกเจ้าได้เลย" คาริมกระซิบปลอบประโลมข้างหูเสียงอุ่นซ่านช่วยนำทางใจของแม่บ้านสาวไทยให้เข้มแข็งก้าวขาอวบก้าววิ่งต่อไปในความมืด
ซอกทางเดินหินที่เย็นชื้นและเหนอะหนะนั้นทอดยาวลึกสลับซับซ้อนและคับแคบชื้นแฉะไปด้วยตะไคร่น้ำ ตัดทะลุก้นหน้าผาจนมาโผล่ที่แนวป่ามะพร้าวรกร้างริมหาดทิศใต้ข้างคฤหาสน์วิลล่าหลัก แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องชโลมทรายขาวและผืนน้ำทะเลสีฟ้าครามอันสงบนิ่งดุจภาพฝันชวนผ่อนคลาย ฉันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดมองเห็นท่าเรือยอชต์หลวงส่วนตัวอยู่ห่างออกไปเพียงไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตร คาริมและทาริกวิ่งประคองฉันหวังจะพาขึ้นเรือยอชต์หนีข้ามฝั่งกลับน่านน้ำดูไบเพื่อความปลอดภัยสูงสุดและได้รับการคุ้มกันจากทหารหลวง ทว่าก้าวเดินไปได้ไม่ถึงกึ่งกลางเนินทรายขาวกว้างใหญ่ ร่างในเครื่องแบบทหารสีครีมขลิบทองมีเหรียญตราตั้งสะดุดตาสง่าผ่าเผยของชายหนุ่มรูปงามทว่าใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นก้าวเดินออกขวางหน้าพร้อมทหารรับจ้างติดอาวุธปืนกลเบาห้านายรายล้อมรอบตัว
นั่นคือ "ผู้พันฟาริส" หลานชายแท้ๆ ของอดีตนายพลยาเซอร์ที่เคียดแค้นแสนสาหัสและมาเพื่อล่าพยานชำระหนี้เลือด! เขายกปืนเล็กยาวติดกล้องเล็งสไนเปอร์เล็งเป้าตรงมายังทารกฝาแฝดในห่อผ้าอ้อมอุ่นแนบอกของฉันทันควันด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมสะท้านโลกทรายสวาทจนฉันหน้าถอดสี
"หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ คาริม... ทาริก... และนังมาดามไทยชั้นต่ำตัวแสบ!" ผู้พันฟาริสตะโกนเสียงแหลมลึกก้องเนินหาดทรายขาวสั่นสะท้าน ลมทะเลพัดหอบเส้นผมและคลื่นผ้าคลุมสีทองของเขาปลิวไสวดูอันตราย "ก้าวขยับอีกเพียงก้าวเดียว ฉันจะเป่าหัวไอ้ทารกฝาแฝดสองตัวนี้ให้สมองกระจายคามือนังแม่บ้านเอเชียคนนี้ทันที! พวกแกส่งคุณอาของฉันเข้าคุกแถมริบทรัพย์สินของตระกูลยาเซอร์จนสิ้นเนื้อประดาตัว คิดรึว่าจะเสวยสุขเสพสมราคะอยู่บนเกาะลับนี้ได้ชั่วนิรันดร์โดยไม่มีการชดใช้แค้นเลือดนี้!"
ฉันเบิกตากว้างด้วยความตื่นกลัวตกใจอย่างแสนสาหัส ร่างกายอวบอัดสะโพกสามสิบแปดและสองเต้า E ยักษ์ของฉันสั่นระริกปานจะขาดใจตาย น้ำนมแม่อุ่นรสหวานไหลซึมทะลักชุดส่าหรีเปียกชุ่มด้วยความรักความปกป้องและห่วงใยดวงใจแฝดทั้งสองยิ่งกว่าชีวิตตนเอง คาริมและทาริกก้าวขยับมายืนบังหน้ากางแขนปกป้องร่างของฉันไว้ คาริมสบตาศัตรู แววตาดุจสิงโตราชาทรายไม่สะทกสะท้านต่อภัยคุกคามและความตายเบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย
"ฟาริส... ยาเซอร์โดนขังคุกเพราะความโลภและการทรยศหักหลังต่อความภักดีแผ่นดินดูไบเอง แกที่เป็นผู้พันทหารหลวงคิดจะทำกบฏลักพาตัวเพื่อล้มล้างตำแหน่งเสนาบดีใหญ่ของฉันอย่างนั้นรึ! ลดอาวุธลงเสียเถอะแล้วฉันจะขออภัยโทษต่อสภาหลวงให้แกละเว้นความตาย ยอมจำนนตอนนี้ยังไม่สายเกินไปฟาริส" คาริมเจรจาด้วยเสียงทุ้มกังวานน่าเกรงขามสะกดขวัญผู้พันหนุ่มสะท้านเนินทรายสวาท
"ฮ่าๆๆ! อภัยโทษอย่างนั้นรึ คาริม!" ฟาริสหัวเราะร่าด้วยความบ้าคลั่งดวงตาสีมรกตเบิกกว้างด้วยความโกรธจัดระงมแค้น "ข้อเสนอเดียวที่จะช่วยชีวิตไอ้ทารกฝาแฝดสองคนนี้รวมถึงตัวนังมะนาวคือ แกต้องลงนามส่งคืนตราตั้งเสนาบดีใหญ่และยกเลิกพินัยกรรมทรายสวาทขององค์ราชันทั้งหมด คืนทรัพย์สินห้าพันล้านเหรียญและสัมปทานน้ำมันทั้งหมดกลับมาให้ตระกูลยาเซอร์ทันควัน! ไม่เช่นนั้นฉันจะส่งกระสุนเจาะอกนังเมียรักของแกและขยี้หัวเด็กแฝดคาเนินทรายแห่งนี้ให้จมกองเลือดป่าเถื่อนสะใจ!"
ทาริกจิกมือกำแน่นปืนพก แววตายักษ์เข้มส่องประกายอำมหิตลึกซึ้งพร้อมชาร์จร่างทะลวงฟันสยบศัตรู ทว่าฟาริสนิ้วมือเกร็งบนไกปืนกลเตรียมลั่นกระสุนมรณะปลิดชีพเด็กน้อย บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดกดดันสูงบีบเค้นจิตใจของแม่บ้านไทยอย่างฉันจนแทบสิ้นสติพนมมือไหว้ขอร้องพระผู้เป็นเจ้าให้ลูกๆ ปลอดภัยจากเงื้อมมือมารร้ายที่ไร้เมตตา
ปัง!
ทันใดนั้น เสียงปืนไรเฟิลซุ่มยิงซุ่มเบาดังสะท้อนมาจากระเบียงป้อมยามชั้นบนของวิลล่าใหญ่ กระสุนความเร็วสูงเจาะทะลุหัวไหล่ขวาของทหารรับจ้างข้างตัวฟาริสจนล้มฟุบปืนหลุดมือร้องลั่นจมทรายขาว นั่นคือเสียงปืนจากฝีมือของ "เจ้าหญิงอามิรา" ที่ยืนตระหง่านอยู่บนระเบียง สวมชุดไหมส่าหรีสลักทองประคองกระบอกปืนไรเฟิลประดุจเทพธิดานักรบคอยสนับสนุนช่วยเหลือพวกรักสี่เส้าอย่างฉับพลันทันเวลา! แรงระเบิดปืนช็อคทหารรอบตัวฟาริสให้เสียจังหวะสมาธิและหันไปกวาดตามองหาพิกัดไปเสี้ยววินาทีทองที่แสนมีค่า
คาริมไม่ปล่อยโอกาสทองหลุดลอย ร่างแกร่งกำยำวัยห้าสิบสองปีพุ่งทะยานชนกระแทกเข้าใส่ร่างของผู้พันฟาริสเต็มแรงราวกระทิงทรายเดือดคลั่ง คาริมกอดรัดฟัดเหวี่ยงพยายามแย่งชิงปืนพกและรีโมทสัญญาณในมือฟาริส ทาริกชาร์จเข้าต่อสู้ตะลุมบอนกับทหารรับจ้างที่เหลืออีกสี่นายแสดงพละกำลังยักษ์หักคอและทุ่มร่างศัตรูกองคาพื้นทรายอย่างดุเดือดดิบเถื่อนสะใจคนดู คาริมและฟาริสกลิ้งเกลือกกลิ้งกอดรัดรั้งกันไปตามความชันของเนินโขดหินแหลมคมริมหน้าผาฝั่งขวาของท่าเรือ กระแสน้ำทะเลเบื้องล่างซัดสาดเกลียวคลื่นสีครามกระแทกโขดหินดังสนั่นเชี่ยวกรากน่ากลัวดุจอสูรกายใต้ท้องทะเลที่คอยกลืนกินวิญญาณ
ฟาริสขบฟันแน่นใช้เข่ากระทุ้งหน้าท้องคาริมพลางคว้าเศษหินคมกริบแทงไหล่ขวาของคาริมจนเลือดสีแดงสดไหลซึมเปื้อนเสื้อขาว คาริมคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสทว่าไม่ยอมปล่อยมือ คาริมใช้แขนแกร่งท่อนบนทั้งสองข้างโอบรัดเอวและคอของฟาริสไว้แน่นหนาพลางทุ่มเทน้ำหนักตัวและพละกำลังชายชาตรีทั้งหมดที่มีผลักดันร่างของศัตรูถอยหลังดิ่งลงสู่หน้าผาหินแกรนิตสูงชันริมทะเลเดือด
"คาริม! แกต้องตกนรกตายไปพร้อมกับฉันชั่วนิรันดร!" ฟาริสกรีดร้องลั่นด้วยความเคียดแค้นคลุ้มคลั่งเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขา
สิ้นเสียงร้องกึกก้อง ร่างของชีคคาริมและผู้พันฟาริสที่กอดรัดรัดรึงกันแน่นพลันเสียหลักร่วงหล่นจากขอบหน้าผาหินแกรนิตสูงชัน ดิ่งลอยละลิ่วตกลงไปสู่เกลียวคลื่นทะเลสีครามเข้มเบื้องล่างที่ปั่นป่วนและเชี่ยวกรากซัดกระแทกอย่างแรง ร่างของทั้งสองจมหายไปในเกลียวคลื่นเดือดพล่านทันทีโดยไม่มีร่องรอยโผล่พ้นกลับคืนมาเหนือน้ำเลยแม้แต่น้อยนิด!
"คุณคาริม!!! ไม่นะคะ!!! ช่วยด้วย!!!" ฉันกรีดร้องดังลั่นสุดเสียงปานหัวใจจะแตกสลายร่างอวบอัดทรุดลงบนเนินทราย น้ำตาไหลพรากอาบแก้มที่ชื้นเหงื่อมองภาพสามีสุดที่รักดิ่งตกเหวทะเลมรณะสูญหายไปในคลื่นสวาทนองเลือดชั่วนิรันดร์กาลท่ามกลางเสียงคลื่นลมที่กระหน่ำซัดสาดอย่างโหดร้าย!