ตอนที่ 2
ชายในรถ (2)
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย!” เสียงของมะนาวที่ร้องลั่นอยู่หน้าร้าน ทำให้ชายฉกรรจ์ทั้งสามวิ่งหนีออกจากร้านไป
“พี่ตฤณ!” สาวน้อยรีบวิ่งเข้ามาหาคนเป็นายที่กำลังทรุดนั่งกองกับพื้น “ค่อยๆ นะคะ” เธอพยุงชายร่างใหญ่ขึ้น ก่อนจะพาเขานั่งลงที่เก้าอี้
“กลับมาทำไม?” ตฤณเอ่ยถาม
“หนูจำไม่ได้ว่าถอดปลั๊กเครื่องทำกาแฟหรือยัง เลยวนกลับมาดูเพื่อความสบายใจ พวกนั้นเป็ใครค่ะ มาปล้นเหรอ?” มะนาวเดินกลับมาจากหลังร้านพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาล
“มันบอกว่าเป็เ้าถิ่น อยากให้เราย้ายร้านออกไป เพราะทำให้คนในซอยวุ่นวาย”
“หา?? วุ่นวายอะไรคะ? ส่วนใหญ่ลูกค้าเราก็นั่งรถโดยสารกันมา ใครมีรถก็จอดที่ลานจอดซอยข้างๆ แล้วเดินลัดมา ไม่ได้มาจอดในซอยสักหน่อย....หนูว่า....มันแปลกๆ นะคะ” มะนาวย่อตัวคุกเข่าลงข้างๆ เขา ก่อนจะเปิดกล่องพยาบาลทำแผลให้เ้านาย “เราแจ้งความดีไหมคะ?”
“ยังก่อน พี่ว่ามันคงเป็แค่นักเลงกระจอกแถวๆ นี้” ตฤณไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดสักเท่าไร อาจเป็เพราะเขามีเพื่อนและคนรู้จักเป็ตำรวจที่พร้อมจะคุ้มครองเขาอยู่ หากนักเลงกลุ่มนั้นวนกลับมาอีก การจับโยนเข้าตารางคงไม่ใช่เื่ยากอะไร
ชายนักเลงทั้งสาม วิ่งหอบแฮกพากันออกมาจากร้านก่อนมาเคาะกระจกที่รถคันนึงที่จอดอยู่ในมุมมืดของซอยข้างๆ
กระจกรถถูกลดลงมาเพียงแค่ช่องเล็กๆ เพื่อสนทนากับกลุ่มนักเลง “เรียบร้อยไหม?” เสียงจากชายในรถ
“เออ ระดับนี้” ชายนักเลงตอบ
“แค่ขู่ใช่ไหม? ไม่ได้ทำร้ายใครใช่ไหม? มีใครเจ็บตัวหรือป่าว?” เขาถามต่อด้วยความกังวล
ชายนักเลงกวาดสายตาหันซ้ายขวา ด้วยท่าท่างลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย “ก็นิดนึง แค่ป้องกันตัว”
“ป้องกันตัวอะไร!? พวกแกไปกันตั้งสามคน เขาอยู่คนเดียวนะ!” ชายในรถโวยวายขึ้น “บอกแล้วไงว่าแค่ขู่ๆ อย่าทำร้ายคน” เขาขึ้นเสียงใส่กลุ่มนักเลง
“เออน่ะ รีบเอาเงินมา เร็วๆ จะมาโวยวายตรงนี้ เดี๋ยวพวกก็แห่กันมา จบหมด!”
มือเล็กยื่นซองสีขาวส่งให้ผ่านช่องกระจกที่ลดลงมาแค่เล็กน้อย “อ๊ะ เอาไป”
ชายนักเลงเปิดซองดูเพื่อกรีดนับเงิน “หมื่นหนึ่ง โอเคครบ กูไปละ” แล้วก็วิ่งหายไปในความมืด
ชายหนุ่มในรถรีบปิดกระจก พร้อมออกรถทันที
รถญี่ปุ่นคันเก่าค่อยๆ ขับชะลอตัวผ่านหน้าร้านกาแฟ
“เชี้ย! เละเทะขนาดนี้เลยเหรอวะ?” ชายในรถร้องใเมื่อมองส่องเข้าไปพบกับสภาพร้านที่พังกระจัดกระจายมากกว่าที่คิด
สายตาพลันเหลือบไปเห็นพุ่มทานตะวันที่ถูกเหยียบย่ำกับดินจนคิดว่ายังไงก็ไม่น่ารอด ซึ่งชายในรถพอจะคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็ผลงานของกลุ่มนักเลงที่ตนจ้างวาน
แก้มใสๆ เจือนสีแดงเริ่มกลายเป็สีขาวซีด เมื่อเห็นว่ามีชายร่างใหญ่ที่คับคล้ายคับคลาว่าจะเป็เ้าของร้าน นั่งหันหลังบนเก้าอี้ โดยมีเด็กสาวนั่งทำแผลให้อยู่
...เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้มีคนเจ็บ และไม่ได้ตั้งใจว่าจะเป็เื่ใหญ่ขนาดนี้...
รถคันเก่ามุ่งหน้ากลับห้องพักทันที ก่อนวนเข้าจอดที่ใต้อพาร์ทเม้นท์ เด็กหนุ่มชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเพื่อนสาวเดินพุ่งตัวเข้ามาที่ตน
“อีตะวัน! มึงคิดจะทำอะไร?” หงส์หยกยืนเท้าเอวเพื่อคาดคั้นเพื่อน
“อะไรของมึง?” ต้นตะวันตอบกลับโดยไม่มองสบตาคนตรงหน้า
“มึงอย่ามาเฉไฉ กูรู้นะว่ามึงแอบขอเบอร์หลานของลุงยามหน้าโชว์รูม...” ตาเบิกกว้างทันทีเมื่อสิ้นเสียงคำกล่าวหาของเพื่อนสาว “...ใครๆ ก็รู้ว่าหลานลุงเป็นักเลง ไอตะวัน นี่มึงคิดจะทำอะไรกันแน่?”
“.......” แววตาเริ่มคลอไปด้วยน้ำตาเมื่อโดนเพื่อนสาวคนสนิทจับได้ ผนึกกับความรู้สึกผิดที่เปี่ยมล้น
ต้นตะวันตั้งใจว่าจะแค่สร้างสถานการณ์เพื่อข่มขู่ให้กับร้านกาแฟเท่านั้น เพราะคาดหวังว่าเ้าของร้านอาจจะกลัวและย้ายร้านหนีไป เพื่อที่ตนจะได้มีโอกาสซื้อบ้านหลังนี้กลับคืนอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้มีผลกับการค้าขายของร้านกาแฟแห่งนี้เลย หากแต่จะมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ
ข่าวการถูกข่มขู่ทำร้ายของร้าน le rêve ถูกพูดกันปากต่อปากอย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีคนเข้ามาให้กำลังใจและอุดหนุนร้านกาแฟอย่างเนืองแน่น
โดยปกติ ตฤณมักจะเก็บตัวทำขนมอยู่ที่หลังร้าน แต่เพราะ่นี้คนเยอะ เขาจึงต้องออกมาช่วยมะนาวดูแลลูกค้าและเตรียมกาแฟอยู่หน้าร้าน ยิ่งวันไหนที่เ้าของร้านออกมาหน้าร้าน วันนั้นลูกค้าจะมากันเยอะกว่าปกติ
“เห็นว่าพี่ตฤณโดนแทงด้วย เจ็บแย่เลยนะคะ” ลูกค้าสาวรูปร่างอวบอึ๋มยืนเกาะบาร์กาแฟเพื่อถามชายหนุ่มที่กำลังหยิบขนมปังจากในตู้
“คาปูชิโน่เย็นของลูกค้าได้แล้วค่า” มะนาวเดินแทรกตัวเข้ามาดันเ้านายออกไป “เดี๋ยวรบกวนคุณลูกค้าได้กาแฟแล้วเขยิบเล็กน้อยนะคะ พอดีลูกค้าท่านอื่นๆ จะเลือกขนมค่ะ”
ถึงแม้ว่าจะเข้ามาทำงานกับตฤณได้ไม่นาน แต่มะนาวก็รู้ดีว่าผู้เป็นายไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร นอกจากที่เธอจะคอยช่วยเหลืองานในร้านแทบทุกอย่าง เธอยังมีหน้าที่คอยกันท่า สาวๆ ที่เข้ามาอ่อยอิงเ้านายอีกด้วย
ทั้งสองทิ้งตัวลงเก้าอี้ในร้านหลังจากที่ผ่านศึกการรับลูกค้ามาทั้งวัน “หนูว่าพี่ตฤณรับคนเพิ่มดีไหมคะ? พี่จะได้ทำขนมหลังร้าน ไม่ต้องออกมาช่วยหนูให้เหนื่อย”
ชายหนุ่มพ่นลมหายใจบาง ก่อนจะตอบด้วยความเหนื่อยล้า “เอาสิ ฝากจัดการหน่อยนะ...” ชายหนุ่มนั่งพักไม่นาน ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ “...ไปเถอะ รีบเก็บของ กลับบ้านไปได้แล้ว” เขามักจะรีบให้มะนาวกลับบ้านให้เร็วอยู่เสมอ เพราะเธอเดินทางด้วยรถสาธารณะ หากกลับช้าจนดึก เกรงว่าจะอันตราย ส่วนตัวเขาเองนั้น ก็อาศัยพักอยู่ที่ห้องนอน้าของร้าน ที่เขาจัดเตรียมเอาไว้แบบเรียบง่าย
รถญี่ปุ่นคันเก่ายังคงขับวนเวียนมาแถวร้านกาแฟอยู่บ่อยๆ และวันนี้ก็เช่นกัน....
“คนเยอะกว่าเดิมอีก” ต้นตะวันบ่นน้ำเสียงขุ่นมัวอยู่ในรถ “เอ๊ะ ปลูกใหม่แล้วเหรอ?” เขาแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าทานตะวันเจียนตายในวันนั้น ถูกแทนที่ด้วยต้นทานตะวันที่เติบโตอย่างสวยงามแล้ว
แววตาอยากรู้อยากเห็นยังคงสอดส่องจ้องมองไปเรื่อยๆ ก่อนจะสังเกตเห็นว่า เด็กสาวพนักงานในร้านกำลังถือบางสิ่งบางอย่างออกมา
มุมปากหยิบยก อมยิ้มอย่างมีเลศนัย แววตาแห่งความเบื่อหน่ายก็แปรเปลี่ยนทันที เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เด็กสาวถือออกมาติดหน้าร้านคืออะไร
“รับสมัครพนักงานงั้นเหรอ???”
.....................................................
Le Rêve เลอเรฟ พรหมลิขิต พิชิตฝัน
มี EBook แล้วค่าาา
โปรซื้อตอนนี้ ลด 25% เหลือ 119บาท เท่านั้นนะคะ