เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    ตอนที่ 33 จี้ใจดำ ( rewrite )

    ย้อนกลับไปก่อนหน้า เริ่มหลังจากเซย่าวิ่งออกจากบ้านไป
    ซีว่างจึงเดินออกจากบ้านไปหาเจ้าอสูรน้อยที่นอนอยู่ในคอกหน้าบ้าน
    “วันนี้ไม่ว่าใครนำอะไรมาให้เจ้า..ห้ามเจ้ากินเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่?”
    เมื่อได้ยินเจ้านายตนเองสั่งเช่นนั้น มันก็ทำเสียงคัดค้านออกมาเล็กน้อย “ฮู่ม ฮู่ม”
    “ข้ารู้ ข้ารู้ , ว่าวันนี้เจ้าเดินทางเหนื่อยมาทั้งวัน..แต่ข้าว่าพวกมันคิดไม่ดีต่อเรา..หากเจ้ากินเข้าไปแล้วเกิดตายขึ้นมา , ข้าไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้..เจ้ารู้หรือไม่” ซีว่างเอ่ยเสียงอ่อนต่ออสูรน้อย ให้เข้าใจต่อสิ่งที่มันบอก
    ก่อนที่เจ้าเสี่ยวฮุ๋ยจะทำหูตกเล็กน้อย จากสิ่งที่เจ้านายมันสั่ง แต่มันก็เข้าใจในสิ่งที่นายมันบอก ร้องออกมาด้วยเสียงเศร้าสร้อย " ฮุม..... "
    “หลังจากจบเรื่องนี้..ข้าสัญญาว่าจะหาของดี ๆ ให้เจ้ากินในภายหลัง”
    หลังจากกล่าวจบชายหนุ่มจึงลูบหัวมันเล็กน้อย แล้วเดินเข้ามาในตัวบ้าน
    เมื่อซีว่างกลับเข้ามาในบ้านพัก มันจึงรีบปิดประตูปิดหน้าต่าง พอหันกลับมา มันก็ได้เห็นหญิงสาว ที่กำลังกัดปากตนเองทำแก้มป่องยืนกอดอกอยู่
    “เจ้าเป็นอันใด?” ชายหนุ่มกล่าวถามต่อหญิงสาว
    หญิงสาวสูดลมหายใจทางปาก ก่อนจะปล่อยออกมาทางจมูกอย่างแรง ก่อนกล่าววาจาด้วยเสียงที่ขุดเคือง
    “เจ้าไม่เห็นท่าทางของชายแก่นั้น..หลังจากเห็นศิลาธาตุทองของเจ้าหรือ ? , ท่าทางมันไว้ใจไม่ได้เป็นอย่างมาก” หญิงสาวกล่าวออกมาเสียงดัง เจ้าเสี่ยวฮุ๋ยที่อยู่ข้างนอกบ้าน หูมันกระดิกเล็กน้อย แล้วหันไปมองทางบ้านของเจ้านายมัน
    “ข้าเห็น...” ซีว่างกล่าวบอกหญิงสาวด้วยท่าทางไม่ได้ใส่ใจ
    “เจ้าเห็น...แต่เจ้าก็ยังจะอยู่รั้งรอ , หรือเป็นเพราะเจ้าสาวน้อยนางนั้น , ข้าเห็นมันมีใจให้แก่เจ้าอยู่ไม่น้อย..เจ้าเลย...”
    “ข้าแค่อยู่ดูอุปนิสัยของคนแผ่นดินนี้..ว่าเป็นคนเช่นไร , หากมันคิดดีต่อข้า..ข้าก็จะมอบศิลาทองให้มันเล็กน้อยเป็นค่าที่พัก , แต่หากไม่..” ซีว่างมิทันกล่าวจบมันก็ยิ้มชั่วร้ายออกมา “หมู่บ้านแห่งนี้..คงต้องมีผู้นำคนใหม่เสียแล้ว..”
    เมื่อเข้าใจสิ่งที่ซีว่างคิด หญิงสาวจึงอ่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากถามไป
    “เจ้ามีแผนการเช่นไร?” หญิงสาวกล่าวต่อชายหนุ่มด้วยความสงสัย แต่ซีว่างเพียงขยิบตาให้หญิงสาวก่อนจะกล่าวว่า “ชู่วววว์....มีคนกำลังมา”
    เมื่อชายหนุ่มพูดจบก็มีเสียงเคาะประตูดังมา “สหายน้อยข้านำอาหารมาให้เจ้า”
    เมื่อได้ยินหญิงชราเรียกหา มันจึงเปิดประตูแล้วรับถาดอาหารในมือนางมา
    “ข้าขอขอบคุณท่านมาก..ที่กรุณาต่อพวกข้า” ซีว่างกล่าวด้วยวาจายิ้มแย้ม
    “เป็นเพราะพวกเจ้ายื่นมือช่วยเหลือพวกเราก่อน..พวกเจ้าไม่ต้องคิดมาก” หญิงชราตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “หากเจ้าทานอิ่มแล้ว , เจ้าก็นำถาดนี้มาวางไว้หน้าบ้าน..ข้าจะเป็นผู้มารับไปทำความสะอาดเอง”
    “ลำบากท่านแล้ว” ซีว่างกล่าวพร้อมกับเดินเข้ามาข้างใน
    หญิงสาวมองถาดอาหารที่อยู่ในมือของชายหนุ่ม “เจ้ายังจะกล้าทานอาหารของพวกมันได้หรือไม่?” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยความสงสัย
    “อ้อไม่...ข้าไม่ทาน”
    ชายหนุ่มทำเสียง “หึ!!” ออกมาพร้อมกลับเทอาหารต่าง ๆ ใส่ลงไปในอ่างในห้องน้ำ ก่อนจะใช้ลมปราณเผาทำลายอาหารทั้งหมด จนควันที่ลอยฟุ้งออกมาเป็นสีม่วง
    ภพก่อนซีว่างนั้นเป็นผู้ที่พอรู้เกี่ยวกับวิชาแพทย์อยู่บ้าง แค่มันดมกลิ่นก็สามารถทราบได้ว่า อาหารนี้วางยาพิษไว้
    “ยาสลบกระจอก” ก่อนที่มันจะเดินกลับเข้าห้อง บอกเล่าแผนการของตน ให้หญิงสาวทราบแล้วทำตาม
    ตัดมาที่เหตุการณ์ปัจจุบัน
    “งั้นข้าของแสดงความยินดี..ที่เจ้าจะต้องตายกันร้างหมู่บ้าน!!” ก่อนที่ซีว่างจะเตะปีเตอร์กระเด็นทะลุประตูออกไป
    หลังจากเตะชายชรากระเด็นออกไปนอกบ้าน มันก็หันมามองคนที่เหลือ 3 4 คนด้วยสายตาดุดัน
    ก่อนที่หยางน่าจะกล่าวบางอย่างออกมา
    “อย่าคิดหนีเสียดีกว่า..พวกเจ้าหนีไปก็ไม่รอด , ข้าแนะนำให้คุกเข่าขอร้องมันแต่โดยดี , พวกเจ้าอาจจะรอดกันก็เป็นได้” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยท่าทีนิ่งเฉย
    แต่พวกนั้นกลับไม่ทำตาม รีบกรูกันออกไปข้างนอกในทันที
    ซีว่างทำเสียง “หึ” หนึ่งที ก่อนจะทะยานออกตามไป พร้อมกลับนำกระบี่ออกมาจากถุงมิติ
    “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!” คลื่นพลังรูปจันทร์เสี้ยว พุ่งผ่านร่างของพวกมันไป พร้อมกับร่างกายส่วนบนและส่วนล่างที่พุ่งไปคนละทิศคนละทาง
    ก่อนที่ซีว่างจะหันกลับมามองไปที่ปีเตอร์กับภรรยาของมัน เดินเข้าไปหาช้า ๆ
    “ข้ายื่นมือช่วยเหลือพวกเจ้า..!!” ซีว่างเดินเข้ามาเรื่อย ๆ กล่าววาจาออกไปด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด
    “ข้าไม่คิดว่าชาวบ้านซื่อ ๆ อย่างพวกเจ้า..จะละโมบโลภมากเพียงนี้” หลังจากกล่าวจบ มันจึงทะยานร่างของมันพร้อมกับง้างกระบี่ในมือเตรียมที่จะลงมือปลิดชีพของชายชรา
    “ช้าก่อน!!” เซย์ย่าวิ่งมาบังร่างของบิดาตนเอง กางแขนกางขาทำตัวให้ใหญ่ที่สุด เพื่อใช้ตนเองเป็นโล่มนุษย์ กำบังร่างบิดาของนางไว้
    เมื่อเห็นเช่นนั้นซีว่างจึงหยุดตนเอง ก่อนจะกล่าวกับหญิงสาว
    “ถอยไปสาวน้อย..ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้า” ซีว่างกล่าวเสียงลอดไรฟันออกมา
    “โอ้วว...ข้าไม่เกี่ยงนะ” หยางน่ากล่าวขัดชายหนุ่มขึ้นมา ด้วยท่าทีสนุกสนานกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
    เมื่อได้ยินหยางน่ากล่าวเช่นนั้น นางรีบคุกเข่าลง กุมมือในเชิงขอร้อง น้ำตารินไหลออกมาจากดวงตาที่แดงก่ำ กล่าวด้วยวาจาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ
    “ได้โปรดท่านผู้กล้า..ข้ารู้ว่าบิดาของข้าทำผิดต่อท่าน , ขอเพียงท่านไว้ชีวิตบิดาขอข้า..ท่านจะ...” หญิงสาวกล่าวออกมาพร้อมน้ำตาและเสียงสะอื้น แต่ก็โดนชายหนุ่มพูดขัดขึ้นมาด้วย วาจาที่มีโทสะ
    “ข้าจะทำไม ? , จะให้ข้าพรากความสาวของเจ้า..อย่างไรก็ได้หรือ?” ชายหนุ่มกล่าวก่อนที่จะทำสีหน้ารังเกียจไปที่หญิงสาว
    “เจ้าคิดว่าหลังจากข้า..ฆ่ามันไปแล้ว , ข้าจะมิสามารถทำเช่นนั้นต่อเจ้าได้หรือ ? , อ่อนต่อโลกนัก!!” ซีว่างตวาดออกมาด้วยโทสะที่รุนแรงนัก
    “ข้า...ข้า..” หญิงสาวถึงกับกล่าวอะไรไม่ออก ไม่รู้จะหาอะไรมาแก้ตัวต่อชายหนุ่ม
    “บิดาของเจ้าวางยาพิษข้า..หวังที่จะปล้นเงินของข้า , ข้าคือผู้ที่ช่วยเหลือหมู่บ้านของมัน..เป็นเจ้าจะให้ข้านิ่งเฉยเช่นนั้นหรือ?” ซีว่าตวาดออกมาเสียงดังลั่น
    หญิงสาวได้แต่สะอื้นกับสิ่งที่ได้ยิน แต่นางก็ยังอยู่ไม่ห่างจากบิดาของนาง ขวางกั้นบิดาไม่ไปไหน
    “ขอเพียงท่านผู้กล้าเมตตา..บิดาข้าเพียงหลงผิดชั่ววูบ , ขอได้โปรดไว้ชีวิตท่านพ่อข้าด้วยเถิด” ก่อนที่หญิงสาวจะร้องไห้ออกมาเป็นการใหญ่ น้ำตาไหลรินลงไปบนแก้มที่ขาวผ่อง
    น้ำตาที่รินไหลออกมาปนเสียงร้องไห้แทบใจจะขาด ก็ได้ทำให้ผู้เป็นบิดาได้สติกลับคืนมา
    เมื่อเห็นบุตรสาวตนเองเป็นเช่นนั้น ทำให้ผู้เป็นบิดาเจ็บปวดยิ่งนัก เจ็บปวดยิ่งกว่ามือที่โดนชายหนุ่มบีบจะเละเป็นเศษเนื้อเสียอีก
    “เป็นข้าผิดต่อมันเอง..จะโทษใครก็โทษข้าเถิด , เพราะความโลภชั่ววูบ..จึงทำให้เจ้าต้องมาหลั่งน้ำตาและเศร้าโศกเพียงนี้” ก่อนที่มันจะมองไปที่ซีว่างด้วยสายตาที่แดงก่ำ “หากจะฆ่าข้า..เชิญเจ้าทำได้ตามใจเจ้า , ข้าขอเพียงอย่างเดียว...หลังจากฆ่าข้าแล้วได้โปรด..”
    มันสะอึกเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อประโยคที่ค้างไว้ “ได้โปรดเมตตาต่อชาวบ้านที่เหลือ..รวมทั้งครอบครัวข้า , พวกมันมิได้รู้เห็น..เพียงแต่ทำตามคำสั่งของข้า..”
    ก่อนที่ชายชราจะเดินออกมาด้านหน้าบุตรสาวของตนเอง แล้วจ้องไปในตาของซีว่างด้วยสีหน้าที่เด็ดเดี่ยว
    “ข้าจะสงเคราะห์ให้สมใจเจ้า” ก่อนที่ซีว่างจะยกกระบี่ขึ้นมาช้า ๆ
    “ไม่..!! ได้โปรดเป็นข้า..” หญิงสาวลุกขึ้นบังบิดาตนเองไว้
    “เซย์ย่าถอยไป !! , มันอันตรายเจ้าถอยไป..อย่าดื้อต่อข้า...” ก่อนที่บิดาของนางจะใช้มืออีกข้างที่เหลืออยู่ ผลักนางออกจากวิถีของกระบี่
    เมื่อเห็นการกระทำที่รักใคร่ของครอบครัวนี้ ก็เกิดมีความรู้สึกบางอย่าง กำลังต่อสู้กับอารมณ์และสำนึกของชายหนุ่ม ทำให้ดาบที่ถือค้างไว้เริ่มสั่น
    มันลดกระบี่ลง หันหลังกลับแล้วกล่าวกับสหายของมันว่า “หยางน่า..รีบออกเดินทาง”
    “???” หญิงสาวงงงันกับสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าวออกมา “เจ้า...”
    หญิงสาวกล่าวไม่ทันจบ ซีว่างก็ตวาดออกมาคำโต “ออกเดินทาง!!” ก่อนที่มันจะพุ่งนำหน้าไปด้วยความเร็วสูง ทิ้งให้หญิงสาวอยู่เบื้องหลังของมัน
    หญิงสาวยืนนิ่งค้างไว้สักครู่ ก่อนจะรีบกระโดดขึ้นหลังของอสูรน้อย แล้วหันมากล่าวกับกลุ่มครอบของชายชรา
    “ถือว่าการแสดงน้ำเน่าของพวกเจ้า..ที่แสดงต่อมัน , ช่วยเหลือพวกเจ้าไว้!!”
    หลังจากกล่าวจบหญิงสาวก็สั่งให้อสูรน้อยวิ่งตามชายหนุ่มไป
    เมื่อวิ่งออกจากหมู่บ้านมาได้ไม่ไกล ก็เห็นเศษซากต้นไม้ที่ถูกทำลายด้วยฝีมือของมนุษย์ พลังทลายเป็นวงกว้าง ก่อนที่จะมองไปที่จุดตรงกลางคือชายหนุ่มที่นั่งคุกเข่าอยู่
    ที่ซีว่างเป็นเช่นนั้น หญิงสาวรู้ดีว่าเป็นเพราะเหตุใด ไม่ว่าจะภพไหน ซีว่างนั้นต่างเป็นเด็กที่โดนทิ้งไว้ให้ผู้อื่นได้เลี้ยงอุ้มชู มันมิเคยได้รับความอบอุ่นจากบิดามารดาที่แท้จริงของมันเลยสักครั้ง
    ภายในใจมันโหยหาบิดาและมารดาของตนเองเป็นที่สุด ถึงแม้ในแต่ละภพมันจะได้คนดีคอยเลี้ยงและสั่งสอนมา แต่ภายในใจมันก็ยังอยากจะพบเจอบิดาและมารดาบังเกิดเกล้าของตัวมัน
    แล้วยิ่งเห็นครอบครัวที่รักกันปรานนั้น เหมือนเป็นการจี้ปมเรื่องนี้ของมัน มันจึงไม่อยากพรากครอบครัวเช่นนี้ให้แยกจากกัน
    หยางน่าเห็นเช่นนั้น นางจึงมิได้ตำหนิชายหนุ่ม นางเพียงเดินเข้าไปหาชายหนุ่มใกล้ ๆ มือแตะไหลมันเล็กน้อย มิได้พูดอะไรมากมาย เพียงกล่าวออกมาประโยคเดียว “มันผ่านไปแล้ว”
    เจ้าอสูรน้อยเดินตามนายหญิงของมันไปติด ๆ ใช้งวงอันยาวของมันลูบหลังชายหนุ่มเล็กน้อย
    เวลาผ่านไปไม่นาน ชายหนุ่มปราดน้ำตาที่อาบแก้ม ลุกขึ้นมาจาพื้น ก่อนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยังเจือความหมองหม่น “ข้าไม่เป็นไรแล้ว..ออกเดินทางเถิด”
    มันเดินทางตามที่ชายชราบอกกล่าวแก่มัน ก็เป็นดั่งที่ชายชราบอกเอาไว้ ใช้เวลาเพียง 2 วันก็มาถึงตัวเมืองใหญ่ เมืองหนึ่ง
    ที่ป้ายหน้าเมืองมีอักษรแปลกประหลาดที่มันไม่เคยเห็นมาก่อน “Gary City”
    ลักษณะของเมืองนั้นแตกต่างจากเมืองทุกเมืองที่อยู่ในความทรงจำมันมากนัก รูปทรงดูเรียบง่าย แต่ก็มีความงดงามในตัวของมันเอง ถนนหนทางมิใช่ดินทรายเฉกเช่นเมืองในทวีปมัน
    เมืองแห่งนี้ปูพื้นด้วยอิฐก้อนใหญ่หลาย ๆ ก้อน โดยปกติแล้วจะทำเช่นนี้เฉพาะในราชวังเพียงเท่านั้น เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่มันไม่เคยเห็นมาก่อน
    เมื่อผ่านเข้ามาในเมือง ตัวมันพร้อมกับหญิงสาวต่างเป็นจุดสนใจจากผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา โดยเฉพาะเจ้าอสูรน้อยอาชาไอยรานั้น สะดุดตาต่อผู้คนแถวนั้นเป็นที่สุด
    “พวกท่านมิใช่คนแถวนี้ใช่หรือไม่?” มีหญิงสาวรูปงามนางหนึ่งเดินเข้ามาถามต่อพวกของซีว่าง
    “...” มิมีใครตอบต่อหญิงสาวนางนั้น
    ระดับพลังของนางอยู่ระดับ จิตโลกาขั้นที่ 2 (ธรณีระดับกลางขั้นที่ 2) หน้าตาของนางนั้นสะสวยแต่ไม่ใช่แบบที่ซีว่างชอบ อายุไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะพวกมันไม่ชินกับคนแผ่นดินนี้
    “ท่านต้องมิใช่คนแถวนี้อยู่แล้ว , มิต้องเห็นหน้าท่านก็สามารถทราบได้ , แค่เห็นอสูรของท่านข้าก็สามารถมองออกโดยง่าย... ข้ามีนามว่าโซเฟีย..เป็นเจ้าของหอพักแห่งนี้” ก่อนที่นางจะชี้นิ้วเข้าไปที่ตึก ตึกหนึ่ง รูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดนัก
    “หากท่านไม่มีที่พัก..ท่านสามารถพักที่นี่ก่อนได้ , ข้าคิดราคาไม่แพง” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยหน้าตายิ้มแย้ม
    เมื่อหญิงสาวกล่าวมาเช่นนั้น พวกมันจึงเดาได้ว่า ที่นี่คือที่พักของคนแผ่นดินนี้
    “ก็ดีเหมือนกัน..ข้าปวดเมื่อยไปหมดจากการเดินทาง , หาอะไรกินอะไรดื่มพักผ่อนเสียหน่อยคงมิเลว” หยางน่ากล่าวก่อนที่จะโดดหลังจากหลังของเสี่ยวฮุ๋ย
    ชายหนุ่มได้ที จึงกล่าวหยอกล้อต่อหญิงสาสเล็กน้อย “ข้าเคยบอกเจ้าหรือไม่ ? , ว่าภพก่อนข้าเชี่ยวชาญเรื่องการนวดจับเส้นยิ่งนัก , ข้านวดให้อาจารย์ของข้าบ่อยนัก..เจ้าสามารถทดสอบผลงานโดยมิต้องเสียเงินสักแดงเป็นอย่างไร” ก่อนที่ซีว่างจะมองต่ำลงไปที่สะโพกของหญิงสาว
    “เจ้านั่งบนหลังของเสี่ยวฮุ๋ยมานาน..บั้นท้ายเจ้าของระบม , มาให้ข้า...”
    มันพูดยังมิทันจบ ก็โดนหญิงสาวต่อยเข้าเต็มโหนกแก้ม ล้มลงไปนอนกองกับพื้น
    “หลังจากระดับพลังข้าลดเหลือเท่าเจ้า...เจ้ากล้าพูดจาเช่นนี้ต่อข้าบ่อยมากขึ้น...” ก่อนที่จะมองมาที่หว่างขาของซีว่าง “เจ้าคงมิต้องการสืบสกุลแล้วใช่หรือไม่”
    เมื่อได้ยินและเห็นสายตาของหญิงสาว ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นยืน แล้วหนีบขาของตนเองเอาไว้ แล้วกล่าวต่อหญิงสาว “มิกล้า มิกล้า ข้ามิกล้าทำเช่นนั้นต่อเจ้าแล้ว”
    ก่อนที่มันจะหันมองไปที่โซเฟีย ที่ตอนนี้กำลังขบขันกับกริยาของหนุ่มสาวคู่นี้ แต่เมื่อเห็นซีว่างมองมา นางจึงรีบทำกริยาสำรวม ยิ้มน้อย ๆ ตอบชายหนุ่ม
    “แม่นาง..ข้าขอห้องที่เงียบสงบและดีที่สุดสองห้อง” ก่อนจะหยิบศิลาธาตุทองหนึ่งขึ้นมา “เท่านี้สามารถพักได้นานเท่าใด?”
    เมื่อเห็นศิลาธาตุทองของชายหนุ่ม หญิงสาวก็ตาโตเป็นไข่ห่าน เพราะจำนวนที่มันมอบให้ สามารถซื้อโรงเตี้ยมแบบของนางได้ 3 ถึง 4 หลังสบาย ๆ
    หญิงสาวกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่ ก่อนจะกล่าวด้วยวาจาที่นุ่มนวลและประจบสอพลอ
    “นานเท่าที่ท่านต้องการ” ก่อนที่นางจะเรียกบุรุษผู้หนึ่งมาหานาง “วอคเกอร์..พาสัตว์เลี้ยงของคุณชายไปที่คอกด้านหลัง , แล้วทำการปิดคอกมิให้ผู้ใดใช้คอกจนกว่าคุณชายจะออกจากหอพักเรา”
    ก่อนที่นางจะมองไปที่ซีว่าง “เชิญนายท่านและคุณหนู..โปรดตามผู้น้อยมา , ข้าจะเลือกห้องที่ดีที่สุดให้แก่ท่าน..หรือว่านายท่านอยากจะเช่าเหมาหอพักของข้าเป็นการส่วนตัวหรือไม่?” ก่อนที่มือของนางจะหยิบฉวยศิลาธาตุทองไปจากมือของซีว่าง กลัวว่าซีว่างจะเปลี่ยนใจไม่พักกับตน
    “จัดเพียงแค่ห้องที่เงียบสงบสองห้องก็เพียงพอ” มันกล่าวพร้อมกับผายมือให้หญิงสาว “เชิญแม่นางนำทาง”
    ก่อนที่หญิงสาวจะรีบเดินนำทางไป แล้วพาหญิงสาวและชายหนุ่ม ไปพักที่ห้องบนสุดสองห้อง ปิดทั้งชั้นมิให้ผู้ใดพัก เพื่อความเป็นส่วนตัวของชายหนุ่มและหญิงสาว
    เมื่อเดินเข้ามาในห้องหญิงสาวก็กล่าวกับซีว่างในทันที “อีกประเดี๋ยวผู้น้อยจะให้คนงานของผู้น้อยนำอาหารมาบริการนายท่าน โปรดรอสักครู่” หลังจากกล่าวจบ ขณะนางกำลังที่จะเดินออกจากห้องไป
    “รอประเดี๋ยว” พอนางหันมาซีว่าจึงโยน ศิลาธาตุทองสองก้อนให้นาง
    “นำศิลานี้ไปแลกเป็นเศษเล็กเศษน้อยให้ข้า , แบ่งแยกเป็นสองถุงเท่า ๆ กัน , ข้าไม่สะดวกต่อการใช้ศิลาแบบนี้เท่าใด , แล้วหาเสื้อผ้าของคนเมืองนี้มาให้ข้ากับสหายของข้า” เมื่อกล่าวจบซีว่าก็โบกมือเล็กน้อยเป็นการไล่ให้นางรีบออกไป
    “ข้าจะเร่งทำตามที่ท่านสั่งโดยด่วน!!” เมื่อนางเห็นศิลาธาตุทองอีก 2 ก้อนก็ทำให้นางเนื้อเต้นไปหมด
    มันบ่งชี้ชัดเจนว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้านางนั้นมั่งคั่งมากมายนัก
    หลังจากนั้นไม่นาน หญิงสาวก็กลับมาพร้อมกับชุดที่ชายหนุ่มสั่งเอาไว้ แบ่งเป็นชุดของบุรุษ 7 ชุด ชุดของสตรี 7 ชุด พร้อมกับถุงมิติที่ใส่เศษเงินของเมืองนี้ไว้ 2 ถุง
    “หากนายท่านมีเรื่องใดให้ผู้น้อยรับใช้..เพียงเอ่ยปาก , ผู้น้อยจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด”
    “ข้ามิใช่คนเมืองนี้..ข้ามิเข้าใจค่าเงินในถุงนี้ , วานเจ้าช่วยบอกกล่าวต่อข้าด้วยเถิด”
    เมื่อได้ยินดังนั้น หญิงสาวจึงบอกกล่าวต่อชายหนุ่มโดยไวที่สุด
    สรุปได้ว่า เมืองนี้ใช้สิ่งของแบน ๆ กลม ๆ ขนาดเท่าเปลือกหอยนี้แทนศิลาธาตุ มันเรียกว่าเหรียญ โดยแบ่งเป็น 3 สี ขาว เงิน ทอง โดยเหรียญสีทอง 1 เหรียญมีค่าเท่ากับ เหรียญเงิน 1,000 เหรียญ / เหรียญเงิน 1 เหรียญมีค่าเท่ากับ เหรียญขาว 1,000 เหรียญ และ เหรียญทอง 1,000 เหรียญ มีค่าเท่ากับ หินธาตุทอง 1 ก้อน
    เมื่อทราบถึงมูลค่าเงินตราของแผ่นดินนี้ ชายหนุ่มยิ่งเข้าใจทันทีว่าเหตุใด ชายชราถึงเกินละโมบจากการเห็นศิลาทองเพียงก้อนเดียว
    “ไม่ทราบว่าคุณชายมีเรื่องใดสงสัยอีกหรือไม่” หญิงสาวกล่าวด้วยท่าทียิ้มแย้ม
    “ในเมืองนี้..ที่ใดสามารถหาข่าวสารได้ดีที่สุดหรือ ?” ตอนนี้ซีว่างต้องการหาวิธีกลับออกไปจากแผ่นดินนี้ เพื่อกลับไปทวีปของตนเอง
    “หากคุณชายต้องการข่าวสาร , โปรดไปที่ ‘กิลด์การค้านิวส์’ ที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง , ที่นั่นขายทุกอย่างแม้แต่ข่าวสาร”
    “ขอบใจเจ้ามาก..เจ้าไปพักผ่อนเถิด” ก่อนที่ซีว่างจะดีดเหรียญทองให้นางหนึ่งเหรียญเป็นสินน้ำใจ
    หลังจากได้เหรียญทองหนึ่งเหรียญ จากการทำงานให้ชายหนุ่มไม่กี่อย่าง หญิงสาวยิ่งมั่นใจว่าซีว่าคือเศรษฐี ของทวีปอื่นเป็นแน่ และอาจจะมีเบื้องหลังไม่น้อย นางจึงกลัวจะทำให้ซีว่างรำคาญ นางจึงรีบออกจากห้องไป ก่อนโค้งให้ชายหนุ่มหนึ่งครั้ง ก่อนปิดประตูอย่างแผ่วเบา
    “กิลด์นิวส์...กิลด์วิญญาณ...กิลด์คงหมายถึงสมาคมหรือสำนักของเมืองนี้เป็นแน่”
    ชายหนุ่มจึงรีบออกจากห้อง แวะไปหาหญิงสาวเพื่อบอกกล่าวว่าตนจะไปไหน และนำเสื้อผ้าที่ได้มาใหม่พร้อมกับถุงมิติที่ใส่เงินไว้ เพื่อจะมอบให้นาง
    พอมันไปถึง ก็เคาะห้องแล้วร้องเรียกหานาง แต่นางมิได้ขานตอบกลับมา
    ชายหนุ่มจึงคิดว่าหญิงสาวคงยังมิหายโกรธเรื่องที่ ชายหนุ่มพูดจาไม่ดีต่อนาง มันจึงวางของไว้หน้าห้อง แล้วบอกกล่าวเล็กน้อยก่อนจะออกมาจากหอพักในทันที
    มันไปตามทางที่โซเฟียบอก เดินไปทางทิศตะวันออกของเมืองแห่งนี้ ระหว่างเดินมันก็ชมบ้านเมืองของที่นี่โดยรอบ มันทั้งแปลกตาและรู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อยกับบ้านเมือง รวมไปถึงหน้าตาของผู้คนเมืองนี้ ที่ผิดแผกจากสิ่งที่มันเคยพบเคยเห็น
    ก่อนที่มันจะเดินมาถึงตรอก ตรอกหนึ่ง แล้วมีเสียงเรียกขานมาจากทางมุมมืดด้านหลังมัน
    “เจ้าคงมาจากทวีปรุ่งนภาเป็นแน่!!” จู่ ๆ ก็มีเสียหญิงชรากล่าวถามต่อมัน...

    คล้ายกับเรื่องเงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight ) ที่คุณอ่าน