" อาเรียกลายเป็นผู้ได้รับพร! ฮ่า ฮ่า เธอกลายเป็นผู้ได้รับพร! "
เซอเซียวิ่งตรงไปหาอาเรียที่หลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของนที แต่ก่อนที่เขาจะเข้าถึงตัวอาเรียได้นั้น กันยา พิมชนก และไลล่าก็เดินออกมาขวางทางไว้
" พวกแก..หลีกไป! อย่ามาขวางทาง อาเรียต้องการพ่ออย่างข้าดูแล " เซอเซียเอ่ยด้วยท่าทางหงุดหงิด
" แก...ยังกล้าเรียกตัวเองว่าพ่ออีกอย่างงั้นเหรอ....จากทุกสิ่งทุกอย่างที่แกทำลงไป แกยังมีหน้ามาพูดว่าแกคือพ่อของเธออีกอย่างงั้นเหรอ! " กันยาเอ่ยขึ้นอย่างฉุนเฉียว
" คนที่ทำให้ลูกตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพแบบนั้นแล้วมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าพ่ออย่างแกน่ะ มันไม่ใช่คน! "
ไลล่าเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด ถ้าไม่ติดว่าเซอเซียนั้นคือพ่อแท้ ๆ ของอาเรียแล้วล่ะก็ เธอจะยิงเขาให้ตายแล้วโยนร่างของเขาให้พวกหมาป่าแดงฉีกออกเป็นชิ้น ๆ
" พวกแกมันก็แค่คนนอก! แกจะไปรู้อะไร ข้าเป็นคนเลี้ยงลูกสาวคนนี้มากับมือไม่อย่างนั้นแล้วเธอจะกลายเป็นผู้ได้รับพรได้อย่างไรกัน! "
เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมาจากเซอเซียนั้น ผู้คนที่ได้ยินต่างแสดงสีหน้าอันรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง ตลอดเวลาที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแห่งนี้ พวกเขาอยู่ภายใต้การปกครองของคนแบบนี้น่ะเหรอ ช่างน่าหัวเราะเสียจริง
แท้จริงแล้วเซอเซียไม่เคยสนใจเมืองเดอร์ล็อคแห่งนี้เลยด้วยซ้ำตั้งแต่ที่เขาเป็นเจ้าเมือง จุดประสงค์ของเขามีเพียงแค่ใช้ทรัพยากรที่มีมหาศาลในการทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้เป้าหมายของเขาบรรลุผล นั่นก็คือการทำให้อาเรียนั้นกลายเป็นผู้ได้รับพรนั่นเองและตอนนี้เขาก็ทำสำเร็จแล้ว
เขาก้าวเดินต่อไปเพื่อที่จะได้เข้าไปรับรางวัลที่เขารอคอยมาทั้งชีวิตแต่เขาก็ต้องชะงัก เมื่อชายหนุ่มที่โอบกอดอาเรียไว้นั้นชูคทาของเขาขึ้นมา
"ถ้าแกเดินเข้ามาอีกก้าวล่ะก็.."
" ตาย "
แม้น้ำเสียงที่นทีเอ่ยออกมาจะไม่ได้มีความกราดเกรี้ยวหากแต่เซอเซียที่รับรู้ว่าสารเหล่านี้ส่งถึงตนนั้น เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่ก้าวเดียว ความกลัวที่หาสาเหตุไม่ได้เข้าควบคุมร่างกายของเขาทั้งหมด
" ท่านเซอเซีย...เรารีบไปกันเถอะครับ "
เชสเตอร์โผล่ออกมาเพื่อช่วยเหลือเจ้านายของเขาในเวลาที่ยากลำบาก จากที่เขาประเมินสถานการณ์ในตอนนี้ หากเซอเซียยังอยู่ที่นี่ต่อไปล่ะก็ เขามั่นใจเลยว่าเซอเซียจะไม่ได้กลับออกไปจากป่าแห่งนี้เป็นแน่
" จะรีบไปไหนกันล่ะท่านเจ้าเมือง ไม่สิ..เซอเซีย " เมิร์ฟเดินเข้ามาพร้อมกับโอลิเวียและคาลอส
" แก..บังอาจเรียกชื่อท่านเซอเซียห้วน ๆ ได้ยังไง! ท่านคือผู้ปกครองเมืองแห่งนี้นะ! "
" เจ้าเมือง ? ก็ใช่ที่ตระกูลเดอร์ล็อคคือเจ้าเมืองแห่งนี้ แต่คนอย่างแกน่ะไม่เหมาะสมเลยสักนิด! "
" นี่พวกแกคิดจะก่อกบฏงั้นเหรอ? ทหาร!! " เซอเซียเอ่ยขึ้นอย่างเดือดดาล
แต่กลับไม่เป็นไปตามที่เขาคาด เหล่าทหารของเขานั้นไม่มีใครเลยสักคนที่จะฟังคำสั่งของเขา
" นี่พวกแกก็จะก่อกบฏด้วยอย่างงั้นเรอะ! ฮ่า ฮ่า ดี!! แกต้องการที่จะกลายเป็นเจ้าเมืองคนใหม่สินะ " เซอเซียหัวเราะลั่น
" ผิดแล้ว...เรายังมีเจ้าเมืองที่เป็นตระกูลเดอร์ล็อคเช่นเดิม แต่ผู้ที่เหมาะสมจะปกครองเมืองแห่งนี้นั้น มีเพียง คุณหนูอาเรียเท่านั้น "
เมื่อเมิร์ฟกล่าวจบทั้งเหล่าทหารและนักผจญภัยก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย หากจะมีใครที่เหมาะสมจะปกครองเมืองเดอร์ล็อคแห่งนี้ ก็มีเพียงแค่คุณหนูอาเรียที่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อช่วยชีวิตของพวกเขาไว้
" งั้นมันก็ไม่ต่างกันเท่าไรหรอก ลูกข้าขึ้นเป็นเจ้าเมืองก็เหมาะสมแล้ว เพราะเธอได้กลายเป็นผู้ได้รับพรแล้วอย่างไรล่ะ ฮ่า ฮ่า! "
" แต่แกต้องออกจากเมืองนี้ไปซะ "
" แกว่าอะไรนะ? แกกล้าไล่ฉันออกจากเมืองของตัวเองงั้นเหรอ! "
" จากเรื่องที่แกทำมาทั้งหมด การไม่ฆ่าแกเสียตรงนี้ก็ดีมากแล้ว หรือว่าแกอยากได้แบบนั้นกันล่ะ ? "
เมิร์ฟเอ่ยจบก็ชักอาวุธของเขาขึ้นมา เหล่านักผจญภัยและทหารก็ชักอาวุธขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง สาเหตุเดียวที่พวกเขานั้นยังไม่ลงมือกับเซอเซียมีเพียงแค่เขาคือพ่อของอาเรียเท่านั้น หากจะมีใครที่เหมาะสมที่จะลงโทษเขาก็มีแค่เธอเท่านั้น
" ไปเถอะค่ะ คุณพ่อ... "
สุ้มเสียงอันอ่อนไหวเอ่ยออกมาจากปากของอาเรียที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของนทีอยู่
" อะ...อาเรีย หมายความว่าไง? "
" ที่ผ่านมา หนูอดทนมาตลอด หวังว่าสักวันคุณพ่อจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ได้ แต่ตอนนี้มันสายเกินไปแล้วละค่ะ คุณพ่อไม่เคยฟังคำพูดของหนูเลยสักครั้ง หนูเข้าใจที่คุณพ่ออยากได้พลังและอำนาจแต่การที่ต้องแลกมากับชีวิตของผู้อื่นนั้น หนูไม่สามารถยอมรับได้อย่างเด็ดขาด "
" ถึงการมีตัวตนอยู่ของหนูจะห้ามไม่ให้เหล่าผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อของคุณพ่อไม่ลงมือในตอนนี้ แต่หนูมั่นใจว่าเมื่อผู้คนในเมืองรู้ความจริง ต่อให้หนูจะช่วยเหลือคุณพ่ออย่างไรคุณพ่อก็ไม่สามารถจะใช้ชีวิตในเมืองเดอร์ล็อคแห่งนี้ได้อีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วไปซะเถอะค่ะ "
น้ำตาที่ไหลรินออกมาจากดวงตาที่ปิดอยู่นั้นไม่อาจบรรยายความเจ็บปวดข้างในของอาเรียได้ มีแค่นทีที่พอจะรับรู้ได้จากตัวของเธอที่สั่นในทุกครั้งที่เอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกไป
" กะ....แก! นังลูกเนรคุณ ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพื่อแกนั่นแหละ! ดี...ดีมาก! ต่อจากนี้แกและฉันไม่ใช่พ่อลูกกันอีกต่อไป! "
ดั่งความรู้สึกอดทนอดกลั้นขาดสะบั้น นทีเสกคทาเวทขึ้นมาพร้อมชี้ไปยังเซอเซียในทันที
" งั้น..แกก็ไม่ควรมีชีวิตต่อไปเหมือนกัน "
นทีเอ่ยขึ้นพร้อมเตรียมจะร่ายศรน้ำแข็งใส่เซอเซีย แต่มืออันเย็นเฉียบนั้นเอื้อมมากุมมือของเขาไว้ นทีหันไปมองเจ้าของมือที่ส่งรอยยิ้มบาง ๆ กลับมาพร้อมส่ายหน้า นทีกัดฟันกรอดแล้วเสกให้คทาเวทนั้นหายไป เธอดึงมือของเขามาวางไว้บนใบหน้า
" อย่าให้ความโกรธครอบงำสิ...ไม่จำเป็นต้องโกรธแทนฉันหรอกนะ "
เซอเซียมองอาเรียอย่างเคียดแค้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจากไปพร้อมกับเชสเตอร์ เขารู้สึกโกรธเป็นอย่างมากที่รางวัลที่เขารอคอยมาทั้งชีวิตนั้นอยู่ตรงหน้าแล้วแต่เขากลับไม่สามารถที่จะแตะต้องหรือครอบครองได้ แต่เขาจะต้องกลับมาครอบครองรางวัลนี้ให้ได้อย่างแน่นอน
คุณหนูอาเรีย คุณหนูอาเรีย คุณหนูอาเรีย!
เหล่าทหารและนักผจญภัยต่างตะโกนเรียกชื่อเจ้าเมืองคนใหม่ของพวกเขาอย่างกับงานเฉลิมฉลอง การได้เจ้าเมืองที่สามารถเสียสละเพื่อพวกเขานั้น พวกเขาดีใจเสียยิ่งกว่าการได้รับพรจากเทพเจ้าเสียอีก
" วินเทอร์ ออกมา "
เจ้าสุนัขตัวน้อยเมื่อมันได้กลับสู่โลกกว้าง สิ่งแรกที่มันทำนั้นคือการพุ่งเข้าใส่อาเรียแล้วเลียหน้าเธออย่างไม่หยุดหย่อน แม้ว่ามันจะอยู่ในแหวนมิติแต่มันก็สามารถรับรู้เรื่องราวทั้งหมดได้ ถึงจะเป็นเวลาเพียงสั้น ๆ ที่มันได้ใช้เวลากับอาเรียนั้น แต่อาเรียก็ไม่เคยที่จะทำให้มันรู้สึกไม่ดีเลยสักครั้ง
" วินเทอร์...พอแล้ว มันจั๊กจี้นะ ฮิ ฮิ "
" เจ้าพาเธอกลับไปก่อนได้...แต่ต้องพาเธอกลับมาหาข้าในพรุ่งนี้ หากเธออยากจะปกป้องคนสำคัญของเธอ เธอก็ต้องผ่านการฝึกฝนเสียก่อน " หมาป่าขนเงินกล่าวเสร็จก็หันหลังจากไปพร้อมกับเหล่าหมาป่าแดง
เมื่อผู้คนในเมืองเดอร์ล็อคตื่นมานั้นพวกเขาก็ได้รับข่าวที่ทำให้พวกเขาต้องตบหน้าตัวเองหลายครั้งเพื่อตรวจดูว่าพวกเขากำลังฝันอยู่หรือไม่ ความจริงทุกอย่างได้รับการป่าวประกาศออกมา ผู้คนนั้นโกรธแค้นการกระทำของเซอเซียเป็นอย่างมาก แต่เมื่อพวกเขาได้รับรู้ว่าคุณหนูอาเรียคือผู้ที่เสียสละตัวเองเพื่อปกป้องเหล่าทหารและนักผจญภัยนั้น พวกเขาก็ยินดีถึงที่สุดที่จะได้คนเช่นเธอที่มีจิตใจงดงามมาเป็นผู้นำของเมือง
ส่วนเซอเซียที่หลบหนีไปนั้น ก็เป็นไปตามที่อาเรียได้กล่าวไว้ มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่โกรธแค้นเขาและเมื่อพวกเขารับรู้ว่าเซอเซียได้ตัดสายสัมพันธ์กับอาเรียไปแล้วนั้น พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะออกตามล่าแต่ก็ไม่สามารถหาตัวเซอเซียพบได้
" มันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ ? "
" อื้อ..! อร่อยสุด ๆไปเลยล่ะ โดยเฉพาะตรงที่นายเป็นคนป้อนให้น่ะ "
เมื่อนทีได้ยินแบบนั้นก็ผงะเล็กน้อย เมื่อเขาเริ่มคุ้นเคยกับอาเรียแล้วก็พบว่าเธอนั้นเป็นคนตรงไปตรงมาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเธอคิดอะไรเธอก็จะพูดออกมาตรง ๆ อย่างไม่ลังเล ตรงกันข้ามกันกับไลล่าที่เธอมักจะเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้
" นายต้องไปเมื่อไรล่ะ ? "
" ก็คงเป็นตอนเที่ยงวันนี้น่ะ.. "
" ฉันไปด้วยได้มั้ย ? "
" แน่อยู่แล้วสิ เธอเป็นเจ้าของวินเทอร์ เธอก็ต้องไปส่งมันได้อยู่แล้ว "
อาเรียยิ้มแล้วพยักหน้า นทีป้อนซุปให้เธอพลางจ้องมองไปที่ใบหน้าของอาเรีย เขารู้สึกเจ็บปวดในใจทุกครั้งที่มองไปที่ดวงตาที่เคยสุกสกาวคู่นั้นถึงตอนนี้มันมอดแสงไปแล้ว
" ฉันหมายถึง..ที่ที่นายจะกลับไปน่ะ ฉันไปด้วยได้หรือเปล่า ? "
ทันทีที่นทีได้ยินคำถามนี้นั้น ตัวเขาก็แข็งทื่อเป็นหิน
' เธอรู้?! ได้ไงกัน? '
นทีสับสนกับคำพูดของอาเรียเป็นอย่างมาก เขาไม่แน่ใจว่าเธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนของโลกใบนี้หรือเธอแค่คิดว่าเขากำลังจะออกผจญภัยไปที่อื่นต่อ
" ใช่ ฉันหมายถึงโลกของนายนั่นแหละ "
' ทะ...เธออ่านใจได้?! '
" ท่านเทพบอกมาน่ะ เธอบอกว่าพวกนายไม่ใช่คนของโลกใบนี้ เพราะวิญญาณของพวกนายนั้นแตกต่างออกไป แต่เธอกล่าวว่าไม่ว่าโลกใบไหนที่พวกนายจากมา ที่นั่นต้องไม่ใช่โลกที่สงบสุขอย่างแน่นอนเลยล่ะ "
เมื่อนทีได้ฟังคำอธิบายของอาเรียเขาก็เข้าใจได้ในทันที
" งั้นที่นี่ก็คือโลกอีกใบจริง ๆ ?! "
อาเรียไม่ได้ตอบกลับนที เธอยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาคว้าไปในอากาศจนเธอเจอไหล่ของนที เธอค่อย ๆ เลื่อนมือไปจนจับแก้มทั้งสองข้างของเขาเอาไว้ แล้วโน้มหน้าจรตริมฝีปากของเธอใส่เขา ทั้งคู่ดูดดื่มกับช่วงเวลานี้อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะถอนริมฝีปากออกมา
" นายคิดว่าไงล่ะ ? ฮิ ฮิ "
" ไม่รู้สิ...ขอลองอีกทีนะ "
นทีโน้มหน้าเข้าไปดูดดื่มกับริมฝีปากอันบอบบางของอาเรียอีกครั้งหนึ่ง
" อืม...ไม่น่าใช่ของปลอม "
" ฮึ่ม! หมอนั่นรังแกคนป่วยไม่หยุดเลย คอยดูนะพี่ลอเรน่าต้องได้รู้เรื่องนี้แน่! " ไลล่าที่ยืนอยู่หน้าประตูกระซิบอย่างฉุนเฉียว
" หืม...พี่ว่าคุณลอเรน่าน่ะเขาไม่ว่าอะไรหรอก แต่ถ้าคนแถวนี้ล่ะก็...หึงจนหน้าแดงไปหมดแล้วล่ะ " พิมชนกเอ่ยพลางจิ้มแก้มของไลล่า
ทั้งสองคนนั้นจะมาดูอาการของอาเรียแต่ก็พบเข้ากับซีนหนังรักเข้าให้ พวกเธอจึงไม่อยากเข้าไปรบกวนแต่ในขณะเดียวกันพวกเธอก็อยากรู้อยากเห็นก็เลยยืนแอบดูหน้าประตู
" นะ...หนูไม่ได้หึงสักหน่อยนะ! ใครจะไปหึงคนอย่างหมอนั่นกัน " ถึงไลล่าจะตอบออกมาแบบนั้นแต่เมื่อเธอเอามือลูบหน้าเธอก็พบว่าหน้าของเธอนั้นร้อนผ่าว
" พี่ยังไม่ได้เอ่ยชื่อเลยน้า " พิมชนกเอ่ยขึ้นอย่างเหย้าหยอก
" รับนี่ไปสิ "
อาเรียยื่นกล่องสีดำให้นทีลักษณะมันเหมือนกับกล่องใบแรกที่เธอนั้นเก็บแหวนมิติมอนสเตอร์เอาไว้
" อย่าเพิ่งเปิดล่ะ! ค่อยเปิดตอนที่นายกลับไปยังโลกของนายแล้ว "
" โอเค "
นทีตอบรับเขาต้องเก็บซ่อนความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ก่อน จากนั้นนทีก็ปล่อยให้อาเรียนั้นพักผ่อนก่อนที่จะกลับมารับเธอเพื่อไปส่งเจ้าวินเทอร์ให้หมาป่าขนเงินด้วยกัน เขาต้องการที่จะบอกลาสหายทุกคนที่เขาได้พบเจอในเมืองแห่งนี้ก่อนที่เขาจะต้องกลับไปยังโลกที่เขาจากมา