.
.
.
“..กลับก่อนค่อยว่ากัน”
ผมวิ่งตามคุณอาร์กลับไปที่ซีบีอาร์ที่จอดแอบอยู่ ผมขึ้นคร่อมทันที
“ขับไหว?”
“ไหวครับ”
“แน่ใจนะ กูยังไม่อยากตาย”
“ผมไม่ยอมให้คุณอาร์ตายหรอกครับ”
“...”
คุณอาร์ไม่พูดต่อ แต่ขึ้นคร่อมลูกรักของผมทันที
..แรงเสียดแทงจากสายลมที่ผันตามความเร็วของยานพาหนะกำลังทำผมทรมานแต่ผมก็ยังฝืนบิดเร่งเครื่องต่อไป ..คุณอาร์ซ้อนท้ายอยู่ ถ้ามึงเป็อะไรไปตอนนี้คุณอาร์ก็ต้องเจ็บตัวไปด้วย อดทนไว้ไอ้คิว!!!..เหมือนคุณอาร์จะได้ยินความรู้สึกของผม คุณเขาอ้อมมือทั้งสองของตัวเองมากระชับเสื้อหนังของผมให้ปิดบังาแที่หน้าอก
..ดีขึ้น
ผมอดทนประคองบิ้กไบค์จนมาถึงที่จอดรถของคอนโดคุณอาร์รีบลงจากรถและประคองผมไปที่ลิฟท์ตัวที่ขึ้นตรงไปยังห้องของคุณอาร์ทันที
ผมนอนลงบนเตียงเปล่าของห้องหนึ่งที่ถูกแปรสภาพเป็ห้องรักษาตัวราวกับอยู่ในโรงพยาบาล..ที่ที่ซึ่งผมมาใช้บริการเป็ประจำเมื่อเจ็บตัวกลับมา
ผมถอดแจ็กเก็ตหนัง และเสื้อยืดตัวในออกอย่างรู้งานขณะที่คุณอาร์ก็เตรียมเครื่องมือ เืของผมยังคงไหลสติของผมเริ่มลางเลือนจนกระทั่งคุณอาร์ราดตัวผมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่แสนคุ้นเคยผมกัดปากเพราะความเจ็บแสบ ไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของน้ำยาแต่เพราะของเหลวกระทบเข้ากับาแฉกรรจ์โดยที่ผมยังคงมีสติรู้ตัว..คุณอาร์ฉีดยาชาให้ผมก่อนจะลงมือเย็บแผล ผมรู้ขั้นตอนดีเพราะโดนเป็ประจำ รอยแผลเก่ายังไม่ทันจาง..แผลใหม่ก็มา
คุณอาร์จัดการแผลของผมอย่างนิ่มนวลและรวดเร็วอกของผมถูกพันด้วยผ้าพันขาวสะอาดสวยงาม ..ผมนอนนิ่ง คืนนี้คงต้องนอนที่นี่มันเจ็บกว่าที่คิด
..คงไม่ไล่ผมกลับห้อง ..หวังว่าคุณเขาจะไม่ใจร้ายกับผม
..ผมหลับ
.
.
.
..ผมตื่น และลืมตามองฝ้าเพดาน แยกแยะออกทันทีว่าไม่ใช่ของห้องตัวเอง
..ห้องคุณอาร์
..เตียงคุณอาร์
ผมหันมองอีกฝั่งของเตียง.. คุณอาร์ไม่อยู่.. นี่ผมกำลังคาดหวังอะไรตื่นขึ้นมาเจอหน้าคุณเขาที่นอนอยู่ข้างๆ? ใช่ อยากให้เป็อย่างนั้น..
แผลที่หน้าอกทำผมปวดระบมไม่น้อย แต่ก็ไม่มากพอที่จะรั้งผมให้นอนต่อชายชาติทหารจะมาสำออยกับแผลแค่นี้ได้ยังไง
..ประตูลับถูกเปิดค้างอยู่ ผิดวิสัยของคุณอาร์!!ผมเอื้อมมือลงใต้เตียงและคว้าเข้ากับด้ามปืนเราต่างคนต่างรู้ตำแหน่งที่ซ่อนอาวุธของกันและกันดี ผมรีบลุกจากเตียงกวาดสายตามองทั่วห้อง คุณอาร์ไม่อยู่ในห้องนี้แน่นอนผมเดินย่องไปที่ประตูลับและเดินผ่านไปยังห้องของตัวเองปลายกระบอกปืนกวาดชี้ไปมาตามทางที่คุ้นชินแม้ไฟในห้องจะเปิดน้อยดวงห้องด้านนอกทั้งหมดเคลียร์ ผมเดินต่อไปยังห้องปฏิบัติการลับที่มีอุปกรณ์ต่างๆ บิดลูกบิดประตูอย่างเบามือเพียงแค่ความกว้างหนึ่งเซนต์ที่ประตูแง้มเปิด ผมก็เห็นหลังของคุณอาร์คุณอาร์กำลังนั่งมองจอคอมพิวเตอร์หลายจอที่เปิดหน้าต่างโปรแกรมไว้หลายโปรแกรมหน้าต่างหนึ่งกำลังแสดงเวฟเสียงที่ถูกกดเพลย์อยู่อีกหน้าต่างเป็ภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิด และอีกหน้าต่างเป็หน้าโปรแกรมที่ต้องป้อนคำสั่งด้วยภาษาเอสคิวแอล..ผมถอนหายใจโล่ง เหน็บปืนเข้าที่ขอบกางเกงแบบที่ทำเป็ประจำก่อนผลักประตูให้เปิดออก ผมเดินตรงเข้าไปเอามือขวาวางลงบนโต๊ะส่วนมืออีกข้างก็วางอยู่บนพนักเก้าอี้ที่คุณอาร์นั่ง ผมโน้มหน้าเข้าใกล้คุณอาร์ที่มีหูฟังครอบหูอยู่..คุณอาร์ปั้นหน้าตึง
“ข้าวต้มอยู่บนโต๊ะ” คุณอาร์พูดทั้งที่ตายังคงมองตรงไปที่จอผมเลยยันตัวเองออกทั้งที่อยู่ใกล้จนได้กลิ่นตัวสะอาดๆ จากตัวคุณอาร์..มันคงไม่สมควรที่ผมจะกวนคุณเขา และทุกครั้งที่เรามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันนั่นก็เพราะคุณอาร์เป็คนอนุญาตให้เริ่ม และผมก็มีหน้าที่แค่สนองตอบ..
“เดี๋ยวก่อน” คุณอาร์หมุนเก้าอี้และหันหน้ามาหาผมก่อนจะใช้มือเรียวแตะสำรวจแผลบนหน้าอก ผมก้มหน้ามองแพขนตาสีดำยาวของคุณอาร์เผลอยิ้มกับความอ่อนโยนภายใต้ความขวางโลกสุดโต่งที่แสดงออกให้ใครต่อใครเห็น
“ยังปวดอยู่ไหม”
“ครับ นิดหน่อย”
“ทางหน่วยแจ้งข่าวมาว่าพวกมันถูกปล่อยตัว”
“!!!”
“หัวเชื้อที่พวกมันนัดกันมาซื้อขายคือหัวเชื้ออาหารอย่างนึงที่ถูกต้องตามกฎหมาย”
“!!!”
“เราถูกหลอก”
“หมายความว่าไงครับ!!”
“มันซ้อนแผนตั้งใจให้เราไปจับ”
“!!!”
“นายโกรธมากที่เราทำพลาด ออ โทนี่ฝากข้อความถึงมึงด้วย” คุณอาร์ส่งหูฟังอีกชุดให้ผม
[ไว้เจอกันใหม่นะ คุณสายลับชุดหนัง] ทันทีที่เสียงของมันจบลงก็มีเสียงกุกกักดัง ไม่บอกก็รู้ว่ามันคงทำลายเครื่องดักฟังเรียบร้อย
“ทำไมถึงเป็มึง แทนที่จะเป็กู” ผมเข้าใจคำถาม คนที่ติดเครื่องดักฟังคือคุณอาร์แต่คนที่มันพูดด้วยกลับเป็ผม
.
.
..12ชั่วโมงก่อน
..ผับ xxx
ผมเดินกลับมาที่โต๊ะ นั่งขรึมมองโทนี่ ฉินต่ออีกสักพักภาพของมันที่จูบกับคุณอาร์ยังอยู่ในหัว อารมณ์ของผมคุกรุ่นอยากเข้าไปชกหน้ามันให้เสียรูป แต่ก็รู้ว่าทําไม่ได้
ผมนั่งมอง ..ไม่มีใครเข้าหามัน และมันก็ไม่ได้เข้าหาใคร
ผมดื่มอีกแก้ว ก่อนเดินเข้าหาโทนี่ ฉินด้วยท่าทีเมามึนผมโผกอดมันทันทีมือข้างนึงกดเข้าที่ตำแหน่งเครื่องดักฟังหลังท้ายทอยที่คุณอาร์ติดไว้ก่อนหน้านั้น
“ทำอะไรของคุณ!!!” มันโวยวาย
“โธ่เพื่อน! จะมาทำไมไม่ชวนวะ!!” ผมยังคงกอดรัดคอของมันไว้
“ผมไม่ใช่เพื่อนคุณ!! ผมว่าคุณเมาแล้ว”
“เห!! ไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ใช่ แล้วนายเป็ใคร..” ผมยังคงตีมึนจนการ์ดของร้านเข้ามาหิ้วปีกผมออกมาทิ้งนอกร้าน
.
“ทำไมถึงเป็มึง แทนที่จะเป็กู” คุณอาร์ถามผม
“ผมแค่อยากกลบเกลื่อนร่องรอยของคุณอาร์..”
“...”
“...”
“ทำไม”
“คือ..”
“อย่าบอกนะว่าเพราะกูเป็ลูกนาย”
ผมมองตาของคุณอาร์ อยากจะตอบเหตุผลที่ซ่อนอยู่ในใจ แต่ผม..ไม่กล้า “ใช่ครับเพราะคุณอาร์เป็ลูกนาย..”
คุณอาร์หันตัวกลับไปที่หน้าจออีกครั้ง “มึงไปกินข้าวซะแล้วค่อยมาวางแผนกันใหม่”
“..ครับ” ผมเดินกลับออกมาอย่างสับสนบาง่เวลาที่เราัักัน ผมรู้สึกได้ว่าเราเข้าใจกัน เราคุยกันรู้เื่เราจะพูดอะไร แสดงความรู้สึกของตัวเองยังไงก็ได้ แต่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้ผมกลับกำลังเจอบททดสอบหัวข้อว่าด้วยเื่สถานะ ความรู้สึก แค่ลูกนายหรือคนที่หมายปอง..มันยากยิ่งกว่าข้อสอบวิชากฎหมายหรือแม้แต่นาทีเป็นาทีตายตอนสู้กับพวกโจร
..เื่ตัวเองวางเอาไว้ เื่ชาติบ้านเมืองต้องมาก่อน
ผมรีบกินข้าวต้ม เปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างยากลำบากแล้วกลับมาหาคุณอาร์ในห้องลับอีกครั้ง
“แผนก็คือ กูจะเข้าประชิดตัวมันเอง”
“ประชิดตัว?”
“ใช่ ในเมื่อมันยังไม่ได้สงสัยอะไรในตัวกูก็เป็กูเนี่ยแหละที่จะเข้าถึงตัวมันได้”
“ไม่ได้!”
“สายของเราทุกคนโดยกำจัดหมดแล้ว ..งั้นมึงบอกกูมา..ว่ามึงมีแผนอื่นที่ดีกว่านี้ไหม”
“ผมจะเข้าไปแฝงตัว ไปเป็ลูกน้องมัน”
“ตอนนี้มันคงไม่ไว้ใจใครง่ายๆ อีกอย่างมึงต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่ามันจะไว้ใจ”
“แต่ผมไม่อยากให้คุณอาร์เอาตัวเข้าแลก!!!”
“มึงหมายความว่าไง?”
“ก็ถ้าคุณอาร์เข้าหามัน ยังไงก็ต้องเสร็จมันแน่!!!”
“...”
“!!!”
“ฟังผมนะผู้กองคณนา ในทุกงานล้วนมีความเสี่ยงในการปฏิบัติภารกิจหลายครั้งก็ต้องใช้ความเสียสละการที่ผู้กองเจ็บตัวอยู่ตอนนี้นั่นก็เพราะหน้าที่ เพราะฉะนั้นการที่ผมจะต้องออกปฏิบัติงานที่ต้องเจอความเสี่ยง ไม่ว่าจะในรูปแบบไหน ผมก็ต้องทำไม่มีข้อแม้”
“ยังไงผมก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้!!! ถ้าคุณอาร์ยืนยันจะใช้วิธีนี้ผมคงต้องเรียนนา…….”
.
..อาร์
“ยังไงผมก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้!!! ถ้าคุณอาร์ยืนยันจะใช้วิธีนี้ผมคงต้องเรียนนา…….”
ผมลุกขึ้นรับร่างไอ้คิวที่ทิ้งดิ่งลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกที่ดึงดูดร่างที่อ่อนแรงเพราะฤทธิ์ยานอนหลับระดับม้ายังสลบที่ผมหยอดไว้หนึ่งหยดในข้าวต้ม
ผมลากร่างหนักของไอ้คิวไปนอนลงบนเตียงลมที่อยู่อีกด้านของห้องก่อนแกะผ้าพันออกดูแผลที่หน้าอก รอยเย็บเป็ทางยาวเรียบร้อยดี..เจ็บขนาดนี้ยังมีหน้ามาห่วงกูอีก
“มันจำมึงได้รึเปล่าก็ไม่รู้ ยังจะเอาหน้าโผล่ไปให้พวกมันเจอไอ้ออร์คโง่ดีแต่ใช้กำลัง”
ดวงตาคู่คมกำลังปิดสนิทจมูกโด่งบนใบหน้าผิวสีน้ำผึ้งกำลังหายใจสม่ำเสมอริมฝีปากไม่หนาไม่บางเผยอออกเล็กน้อย สันกรามเรียวรับกับลำคอกำลังขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ
ไม่รู้ว่าชอบมองมันั้แ่ตอนไหน..
..สี่ปีก่อน
“คนใหม่?” ผมตั้งคำถามทันทีที่เจอหน้าไอ้คิวครั้งแรกไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ เพราะพลทหารรับใช้มักผลัดเปลี่ยนหน้ามาอยู่ที่บ้านเป็ประจำแต่ที่สะดุดตาคือหน้าตาของมันที่แม่งโคตรกวนตีน ไม่เคยมีพลทหารคนไหนกล้าแสดงออกว่า‘แน่’ ใส่ลูกของนายอย่างผมมาก่อน แม่งประกาศศึกชัดๆ
“อืม” มันตอบด้วยน้ำเสียงแบบขอไปทีใส่ผม มันใช่เหรอวะ!กูกำลังจะเป็หนึ่งในเ้านายของมึงนะ
“พี่เขาชื่อคิว เรียกพี่คิวสิอาร์” แม่บอกผมกลายๆ จะเป็คำสั่งให้ทำตาม
“เป็ญาติกันั้แ่เมื่อไหร่” ผมพูดใส่หน้าไอ้คิว..กูไม่เคยมีพี่ กูลูกคนเดียว
“ก็ไม่ได้อยากมีมึงเป็ญาติเหมือนกันป่ะ”
“!!!!!!!”
ผมไม่ถูกชะตากับมันจริงๆ จะให้ญาติดีด้วย แม่งไม่มีวัน!!
“สวัสดีครับลุงจ่า” ผมยกมือไหว้จ่าเอกในเย็นวันนึงที่ผมมาวิ่งเรียกเหงื่อภายในค่ายลุงจ่าพยักหน้ายิ้มรับ ผมสนิทกับลุงจ่ามากเพราะลุงจ่าเป็ลูกน้องคนสนิทของพ่อพ่อชอบตามให้มากินข้าวกินเหล้าด้วยกันที่บ้าน จริงๆ ผมแอบรู้สึกว่าคุยกับลุงจ่าสบายใจมากกว่าคุยกับพ่อแท้ๆของตัวเองด้วยซ้ำ ที่เป็หมอทหารก็เพราะเป็ช้อยส์ของลุงจ่านี่แหละที่เอามาขายผมแล้วผมก็ซื้อ ลุงบอกว่าเป็หมอที่รักษาทหารที่ช่วยประชาชนได้ประโยชน์หลายต่อแถมยังโคตรเท่
“เอ้อ ไอ้คิวเป็ไงมั่ง”
..ไอ้คิว “ก็.. กวนตีนดีครับ”
“ใช่ มันโคตรจะกวนฝ่าเท้าเลย ยิ่งเวลามันก้มหน้ามองแบบขวางๆ นะอยากจะกระชากหัวมันลงมาตบกระโหลก เอ๊ออออ กูมันไม่ได้เกิดมาสูงเหมือนมึงนิ”
“จริงเลยครับลุง ต่อหน้าพ่อกับแม่นะ มันโคตรจะเรียบร้อยแต่พอมีแค่ผมกับมันนะ มันแม่งแทบจะกินหัวผม” จริงๆ ก็ไม่ได้ขนาดนั้นแต่มันฟอร์มเก่ง เก๊กเก่ง ขนาดแค่นึกถึงยังกวนอารมณ์
“แต่จริงๆ มันเป็คนจริงใจ ใจเด็ด กล้าได้กล้าเสีย ถึกทนคนแมนๆแถมน่าสงสารอีกตังหาก”
“ไอ้ถึกทนผมพอจะเข้าใจนะครับลุง แต่ไม่เห็นจะน่าสงสารตรงไหน”
“มันน่ะเพิ่งเสียปู่กับย่าไป ตอนนี้ไม่มีใครรอตอนมันออกจากกรมแล้ว”
“...”
“ลุงฝากมันด้วยนะคุณอาร์ ไม่ต้องดีกับมันหรอก แค่ไม่ร้ายใส่มันก็พอ”
“ลุง!! ลุงหาว่าผมร้าย?” ผมมองหน้าลุงจ่าที่พูดไปอมยิ้มไปรู้หรอกว่าลุงแกล้งพูดล้อ ถึงจะมีมูลความจริงอยู่บ้างก็เถอะ
“คุณอาร์น่ะไม่ร้ายหรอก แค่ไม่ชอบให้ใครเข้ามาในพื้นที่ของตัวเอง”
ผมคลายไหล่ที่ยกขึ้นเพราะความตื่นตัว “ครับผมจะพยายามไม่ร้ายใส่เด็กของลุงนะ”
ผม..อาร์ - อริญชย์ ปัจจุบันเป็แพทย์ทหารอยู่สังกัดกองกำลังพิเศษเหมือนไอ้คิว แถมสมัครเป็หน่วยลับเพราะจะประชดพ่อแต่เหตุผลจริงๆ ที่อยากเป็หน่วยลับ ..ก็เพราะไอ้คิว คนเดียวที่รู้ความลับของผม..เพราะว่าความเมา
..คืนนึงเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
‘..อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นิหน่าที่บอกว่าเธอจะเลือกเขาและไม่มีวันกลับมา..’
เพลงฮิตกําลังถูกเล่นและร้องสดขับกล่อมคนทั้งร้านให้โยกหัวตามในบรรยากาศชิลๆเย็นๆ ยามคํ่าคืน
“พวกมึงนั่งนิ่งทำไรวะ ชนสิโว๊ย!”
คืนนี้ผมกับแก๊งค์นัดปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่า เพื่อนสนิทของผมมีไม่กี่คนหรือไอ้ที่เคยสนิทก็ดันห่างกันไป เพราะผมต้องเรียนเป็หมอทหาร คืนนี้เลยถือโอกาสตามเพื่อนๆมาเจอหน้ากันในวันดีๆ พวกเราตั้งใจมาเมา ..แล้วก็เมาโดยเฉพาะผมที่ไม่ต้องห่วงว่าจะกลับบ้านยังไง เพราะแม่ส่งไอ้คิวมารอรับผมกลับบ้าน
..เวลาผ่านไปใกล้เที่ยงคืน ทุกคนล้วนป้อแป้ สติเริ่มไม่มี อะไรที่อยากพูดอยากปลดปล่อยแม่งออกมาหมด
“ไอ้เหี้ยอาร์!!”
“อะไรของเมิงไอ้พี! ะโให้มันดังๆ หน่อยกูไม่ได้ยิน!”
“เออ!!! กูจะบอกมึงว่ามึงนี่มันเหี้ยสุดๆ”
“เหี้ย กูไม่ได้ชอบกินไก่สดนะโว๊ย!” เพื่อนสองสามคนในโต๊ะขำไปกับมุกของผม แต่อีกครึ่งกลับปั้นหน้าตึงขึ้นมาซะอย่างงั้นบรรยากาศคึกครื้นเมื่อครู่จู่ๆ กลับคุร้อนขึ้น
“ไอ้เหี้ยพี! มึงอย่าเริ่มได้ป่ะวะ เสียบรรยากาศหมด” เพื่อนอีกคนพูด
ผมงง อะไรของมันวะ
“แต่กูทนไม่ไหวแล้วเว้ย!!! มึงตามกูมาเลยไอ้อาร์”
“ไอ้พี! กูขอเหอะวะ”
“มึงขอได้ ..แต่กูไม่ให้!!”
“เออๆ งั้นกูพามึงออกไปข้างนอกเอง ไปไป ไปสงบสติอารมณ์”
แล้วไอ้พีก็โดนไอ้พงษ์ลากออกไป เื่เหี้ยไรวะ!! ถึงจะเมา..แต่ผมก็ยังเหลือสติให้ตั้งข้อสงสัยอยู่ ผมลุกขึ้นเดินตามหลังพวกมันไปนอกร้าน
“ไอ้อาร์!!! มึงไม่ต้องตามไปเลย นั่งลง!” เพื่อนอีกคนดึงแขนผมไว้
“ปล่อยดิวะ! กูอยากรู้ว่ากูทำอะไร มันถึงด่ากูว่าเหี้ย”
ผมสะบัดจนหลุด ในเมื่อมันห้ามผมไม่ได้พวกมันสองสามคนเลยลุกเดินตามผมออกมา ไอ้พีมันยืนอยู่ตรงนั้น..
“มึงออกมาก็ดี กูนึกว่ามึงจะไม่แน่!!!” ไอ้พีไม่พูดเปล่ามันกระชากคอเสื้อผม อีกมือมันก็ง้างหมัดพร้อมต่อย
“ก่อนที่มึงจะต่อยกู มึงบอกกูก่อนว่ากูทำเหี้ยไรให้มึงโกรธวะ”
“มึงนี่เหี้ยจริงๆ นี่มึงไม่รู้เลยรึไงวะ!!!”
ผมส่ายหน้าตอบไอ้พีมัน กูรู้ กูจะถามไหม
“มึงก็รู้ว่ากูเคยคบน้ำตาล กูโคตรรักน้ำตาล ตอนน้ำตาลทิ้งกูไปมึงก็เห็นว่ากูแทบบ้า แล้ววันนี้ มึงเสือกชวนไอ้วินมา มึงมันไม่ใช่เพื่อนกู!!!” แล้วไอ้พีก็ซัดหมัดตูมเข้าที่หน้าของผมโลกแม่งหมุนร้อยแปดสิบองศาทันที
“ไอ้เหี้ยพีพอแล้ว!!!”
“ไอ้อาร์มึงเป็ไรไหม!!!”
“กูไม่พอ!!! มึงตามให้ไอ้วินพาน้ำตาลมาเย้ยกู ทั้งที่กูก็บอกมึงไปแล้วว่ากูยังลืมน้ำตาลไม่ได้ไอ้เหี้ยอาร์!!!” ไอ้พีสลัดแขนหลุดจากการควบคุมของพวกเพื่อนๆได้ มันก็เตรียมซัดหมัดต่อไปใส่หน้าผม ภาพที่เห็นมันสโลว์ๆจนผมมองเห็นหมัดของมันลอยมาเฟรมต่อเฟรม..ผมเลือกที่จะหลับตารับแรงกระแทกเพราะหลบก็คงไม่พ้น
…
..ไม่เจ็บแหะหมัดนี้
ผมค่อยๆ ลืมตา ด้านหน้าของผมมีใครคนนึงยืนขวางอยู่ผมเห็นเพียงใบหน้าสี่สิบห้าองศาของมัน..
..ไอ้คิว
มันเอาหน้ามารับหมัดแทนผม ..เท่ฉิบหาย แทนที่มึงจะเอามือรับหมัดเสือกเอาหน้ารับหมัดแทน ฉลาดจริงๆ
“มึงเป็ใครวะ! ยุ่งไรด้วย!!!”
“ไอ้อาร์เป็ลูกนายกู”
“ออ พวกสุนัขรับใช้ นายสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำใช่ไหม!!!งั้นมึงก็แดกหมัดแทนลูกนายของมึงซะ!!!” ไอ้พีอัดหมัดหนักๆเข้าที่หน้าของไอ้คิวอีกและไอ้คิวก็ยังยืนนิ่งรับหมัดมัน
“มึงเป็รูปปั้นรึไง!! ทำไมไม่สู้วะ!!!”
“ก็ถ้ามึงลงที่กูแล้วสบายใจ ก็เชิญมึงจัดมาเต็มที่ เพราะพอมึงส่างมึงจะได้ยังมองหน้าเพื่อนมึงติด”
“งั้นเหรอวะ ดี!” ไอ้พีปล่อยหมัดหนักเข้าที่ท้องของไอ้คิวร่างแกร่งของไอ้คิวก็ยังคงยืนนิ่งเป็กระสอบทรายรับแรงกระทำ!!
“เฮ้ยพวกมึง! นี่มันเื่อะไรกันวะ!!!” ไอ้วินแหวกเข้ามากลางวง“พวกมึงหายไปนานกูเลยออกมาตาม” คืนนี้ไอ้วินบอกเพื่อนขอไม่เมาเพราะต้องขับรถไปส่งน้ำตาลกลับบ้าน เลยออกมาพร้อมสติร้อยเปอร์เซ็นต์
“มึงมาก็ดี! ได้คบกับนํ้าตาลมีความสุขมากไหม!!!”
“ไอ้พี! กูว่ามึงกลับเหอะวะ”
“กูถามว่ามึงมีความสุขไหม!!”
“กูน่ะสุข นํ้าตาลก็สุข มึงพอใจยัง! กูจะบอกมึงตรงนี้เลยนะนํ้าตาลไม่เอามึงเพราะมึงแคร์แต่ตัวเองไง!!” คําพูดของไอ้วินทําไอ้พีนิ่งลง“มึงบอกว่ามึงเจ็บ แต่ตลอดเวลาที่มึงคบกับนํ้าตาลมึงเคยแคร์ความรู้สึกเขาบ้างไหม!! ถ้ามึงอยากเคลียร์ รอหายเมาก่อน ค่อยมาคุยกัน”
“เออใช่ไอ้พี กลับๆ กูไปส่งมึงเอง” แต่ไอ้พียังมีท่าทีฮึดฮัดเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ไม่ก็เพราะยังมีฟอร์มของความงี่เง่า ตอนนั้นเองที่ไอคิวคว้าไหล่ไอ้พีให้หันหลังก่อนจะสับแขนลงที่ท้ายทอยของไอ้ตัวก่อเื่!! ไอ้พีน็อคร่วงทันที
“จบเื่แล้วนะ แยกย้ายได้” ไอ้คิวพูดเสร็จก็หันมาจูงมือผมออกเดินนาทีนั้นมัวแต่อึ้งเลยได้แต่เดินตามแรงลากของมันไปที่รถ ผมได้ยินเสียง ‘ขอบคุณครับพี่’ ดังแว่วมาจากกลุ่มเพื่อน
ผมเดินตามหลังไอ้คิวมาต้อยๆ มันเปิดประตูข้างคนขับให้ผมขึ้นนั่งแล้วมันก็เดินอ้อมไปขึ้นฝั่งที่นั่งคนขับ ไอ้คิวเอื้อมตัวมาหาเบลท์ฝั่งของผม..ผมมองมันแทบจะทุกการเคลื่อนไหว มีอยู่จังหวะนึงที่มันหยุดมองผมหัวใจผมเต้นแรงแปลกๆ!! โฟกัสภาพในตาของผมไม่คมชัด มันออกจะเบลอๆ ฝันๆ ฟุ้งๆ
“อย่าเสือกอ๊วกล่ะ กูี้เีเช็ด”
.
.
“มึงบ้าป่ะ ถึงได้นัดให้แฟนเก่ากับแฟนใหม่เขามาเจอหน้ากัน” ไอ้คิวถามขึ้น ผมกําลังนั่งมองวิวและรับลมจากหน้าต่างก่อนจะอ้าปากตอบ
“กูจําหน้านํ้าตาลไม่ได้ เลยไม่รู้ว่าแฟนใหม่ไอ้วินเป็แฟนเก่าไอ้พี”
“จําหน้าแฟนเพื่อนไม่ได้?”
“กูเป็โรคลืมหน้าคน ยิ่งถ้าไม่ได้สนใจจํา ก็ยิ่งลืม” ผมตอบ.. บอกไปเพราะความเมา
“งี้ถ้ามึงเจอโจทย์เก่า..”
“..ก็คงเละ เพราะเสือกจําหน้าแม่งไม่ได้”
“โรคของมึงนี่น่าสนุก เอ้ย น่าสงสารดีนะ” แล้วมันก็ส่งเสียงหัวเราะแบบทรมานๆผมหันมองไอ้คิว มือนึงของมันอยู่ที่พวงมาลัย ส่วนอีกมือกุมอยู่ที่ท้อง..
คืนนั้นผมนอนไม่หลับ..ทั้งที่สารในนํ้าเมาบวกความเหนื่อยน่าจะกล่อมให้สลบไปได้ตั้งนานแล้ว นอนคิดอยู่นานจนในที่สุดก็ลุกจากเตียงหยิบกล่องปฐมพยาบาลย่องลงไปห้องไอ้คิว
ประตูไม่ได้ล็อค..
ผมเปิดและเดินเข้าไปแบบไม่คิคขออนุญาต
ในห้องมืดสลัว แต่ยังมีแสงจากเสาไฟในสนามส่องเข้ามาให้เห็นลางๆแต่ก็มืดเกินไปอยู่ดี ผมเปิดไฟจากมือถือ
..กูมาทําอะไรโง่ๆ ที่นี่วะ?
ไอ้คิวนอนหลับอยู่บนเตียง ผมค่อยๆ ไล่แสงส่องไปที่ปากเืยังออกซึมๆ ผมเอื้อมมือจะไปัั จู่ๆ ไอ้คนตัวใหญ่ก็คว้าข้อมือผม!!ผมเสียหลัก เซลงทับร่างไอ้คิว หน้าของมันกับผมห่างกันไม่ถึงเซนต์!!!!
กริ๊ก
เสียงกลไกปืนดังเบาๆ อยู่ข้างขมับของผม!!
ใจผมเต้นรัว!!!
ผมสบตาไอ้คิวในความมืด ตามันแข็งขืนอย่างกับเป็คนละคนไม่ใช่สายตาแบบคนกวนตีน แต่เป็ตาของนักฆ่า! มันกําลังตื่นตัว ..และเอาจริง!!!!
พัดลมบนฝ้าเพดานหมุนส่งเสียงแกว่งๆ และให้ความเย็นแต่ผมกลับเหงื่อเปียกซึมเต็มแผ่นหลัง เหงื่อเม็ดใหญ่บนใบหน้าใกล้จะหยด
“..นี่กูเอง” ผมกลั้นใจพูดเสียงสั่นยอมรับกับตัวเองแบบไม่เหลือฟอร์มเลยว่าหวั่นเกรงไอ้คนตรงหน้ามากความนิ่งของมันตอนนี้ทําผมใจสั่น ..หวั่นไหว
หลังความเงียบผ่านไปแบบี้เีๆ ไอ้คิวก็กะพริบตาและลดปืนลงแต่ยังไม่ยอมปล่อยมือที่จับผมอยู่..
“ปล่อยกูได้ยัง?” ผมพูดเรียกสติไอ้คิวเลยยอมคลายมือออก ผมรีบยันตัวยืนขึ้น มันก็ยันตัวขึ้นนั่งพิงกําแพงเหมือนกัน
“มีอะไรจะใช้..ตอนตีหนึ่ง?”
“กูไม่ได้จะมาใช้ ..กูจะมาทําแผลให้”
“ทําแผล?”
“เออ ..ที่โดนต่อย”
“ไม่เห็นต้องทํา สามวันก็หาย”
“แต่กูจะทํา กูเป็หมอ กูเรียนมา”
“ก็แค่ทําแผลภายนอก ทําแล้วมันจะหายเร็วขึ้นรึไง”
“ก็ไม่ได้จะหายเร็วขึ้น แต่แผลมึงจะสะอาด จะได้ไม่ติดเชื้อ”
“อือ อยากทําก็ทํา”
ผมจัดการเอาสําลีซับเื หยอดยา ทําแผลอย่างชํานาญ..แต่ทําไมใจมันสั่นไหวขนาดนี้ ยิ่งไอ้คิวมองหน้า ผมก็ยิ่ง..
“ไม่ต้องจ้องกูขนาดนี้ได้ม่ะ”
“ทําไม”
“กูไม่มีสมาธิ”
“คนจะเป็หมอ ถ้าคนไข้มองหน้าหมอไม่ได้ กูว่ามึงเลิกเรียนเหอะ กฎของมึงมันยากเกินไป”
“เื่ของกู อ่ะ เสร็จแล้ว แล้วนี่ก็ยา กินด้วย”
“แก้?”
“แก้ปวด แก้อักเสบ” ผมวางยาแล้วรีบลุกพร้อมกับหิ้วกล่องปฐมพยาบาลเดินไปที่ประตู
“..ขอบใจสําหรับเื่คืนนี้”
ใจนึงก็อยากหันไปมองหน้าไอ้คิวว่ามีปฏิกิริยายังไงแต่แค่พูดออกไปแบบนั้นก็กลั้นใจมากพอแล้ว
..กูเป็อะไรไปวะ!!!!
หลังจากนั้นผมก็มองมันด้วยความรู้สึกแปลกๆ อยากเห็น อยากเจอแต่ไม่ได้อยากคุยด้วย เกือบๆ ลนทุกครั้งที่มันเดินเข้ามาหาจนวันที่พ่อกับแม่บอกว่าจะต้องไปทําธุระต่างจังหวัดหลายวัน
“คืนนี้.. กูจะไปกินเหล้ากับจ่าเอก” ไอ้คิวบอกผมเช้าวันนั้น
“อือ กูก็นัดกับเพื่อนเหมือนกัน”
“ต้องให้กูไปรับไหม”
“ไม่ต้อง กูกลับเองได้”
“ดี”
แล้วไอ้คิวก็ผิวปาก เดินสะบัดหัวเกรียนๆ ของมันจากไป..แม่งโคตรไม่มีเยื่อใย ว่าแต่ผมกําลังคาดหวังอะไร?
คืนนั้นผมซัดเหล้าไม่ยั้ง อาการคล้ายคนตรอมใจ จนเพื่อนต้องห้ามเรียกแท็กซี่ให้ จะได้กลับไปนอนสงบสติอารมณ์ที่บ้าน
บ้านแม่งเอียง..
ผมเดินเข้าบ้านทั้งที่มืด มือก็ป่ายตามกําแพงไปเรื่อยหาสวิตซ์ไฟด้วยความเคยชิน
ถึงเตียงสักที.. ผมแผ่ตัวลงนอนทันที.. เตียงแม่งแข็งจังวะ?
เวลาผ่านไปนานไหมไม่รู้แต่รู้ตัวอีกทีก็ตอนโดนแบกขึ้นบ่าตีลังกาหัวชี้พื้นบันได
ไอ้คิวโยนผมลงบนเตียงแบบไม่ถนอมสักนิด
“อือออออ” ผมครางออกมาเพราะแรงกระแทกกับพื้นเตียงนุ่มอากาศตอนนี้ก็โคตรร้อน ไอ้คิวก็ใจดีถอดเสื้อให้ร่างเปลือยท่อนบนอยู่ในอ้อมกอดของมัน โคตรดี.. แล้วจู่ๆ มันก็ดมคอผม!!!ผมขนลุกทันที สติเพียงน้อยนิดบอกให้เปิดเปลือกตาขึ้นแล้วไอ้เหี้ยคิวก็บดปากผม!!!!!
เมื่อความเมาทําลายต่อมฟอร์มต่อมความอายจนหมดผมก็ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล รสมือ รสปาก รสััความแข็งแกร่งของไอ้คิวทําผมเมาหนักขึ้นไปอีกความร้อนแรงที่มันโถมทับเปิดประสบการณ์การรับรู้ของผม
..เช้าวันนั้น ผมตื่นก่อนมันสักพัก เจ็บฉิบหาย!!คิดไปไกลว่ามันจะเป็ยังไงต่อไป จะมองหน้าไอ้คิวยังไง ส่วนอีกใจก็รู้สึกว่า..
…………..
“..มึงจะยืนโป๊อีกนานป่ะ”
“ห่ะ.. ครับ ออ เอ่อ..”
“หึ ..ไม่เคย?” ผมแกล้งพูดไปแบบนั้นไม่รู้หรอกว่ามันเคยหรือไม่เคย ส่วนตัวผมเอง ..ก็ไม่เคย
“!!!”
“อ่อนว่ะ” ผมพูดประชด ไอ้คิวปีนกลับขึ้นเตียงทันทีทั้งที่ลงไปยืนโป๊เรียบร้อยได้สักพัก
“มึงจะทําอะไร”
“จะบอกคุณอาร์ว่าผม.. ไม่อ่อน!!”
“งั้น.. แข็ง?” ไม่รู้ว่าตอนนั้นทําไมพูดไปแบบนั้นแล้วมันก็บรรเลงเพลงเสียวซ่านต่อใจของผมทันที
……………
หลังจากวันนั้นมีแค่ความคิดเดียวในหัวของผม
..ไอ้คิวจะต้องอยู่ใต้การคอลโทรลของผมแต่เพียงผู้เดียว
.
.
.