ในขณะเดียวกัน ราชาอีกาดำที่ขยับเข้ามายืนอยู่ใกล้ๆ อาชูร่า ค่อย ๆ แผ่รัศมีพลังอันมืดมนออกมาอีกครั้งมือที่เหี่ยวแห้งยื่นออกไปในอากาศ ราวกับกำลังคว้าจับสิ่งที่มองไม่เห็น
“ซู่!!”
พลังงานสีดำสนิทปกคลุมรอบตัวเจ้าราชาอีกาดำรัศมีมืดมนแผ่ขยายออกไปเบื้องล่างสัมผัสกับร่างไร้วิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตจากการระเบิด
พลังชีวิตที่เหลืออยู่ของพวกเขาถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างของเจ้าราชาอีกาดำอย่างไม่ปรานีความมืดครอบงำทุกสิ่งราวกับพายุที่กำลังกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า
เสียงหัวเราะที่แหบห้าวและเย็นเยียบของราชาอีกาดังก้องไปทั่วบริเวณทำให้ทุกคนที่มองเห็นต่างรู้สึกหวาดกลัวและขยะแขยง
บรรยากาศรอบสนามแข่งเต็มไปด้วยความตึงเครียดและสิ้นหวังรอคอยเพียงแสงสว่างจากกองกำลังช่วยเหลือจากอาณานิคมที่จะมาถึง
อาชูร่าหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายผู้เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความเหี้ยมโหดยืนอยู่กลางสนามด้วยท่าทางที่สงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความเร่งรีบในสายตา
สถานการณ์รอบตัวเขากำลังวุ่นวายและโกลาหลมากขึ้นทุกขณะทว่าในใจเขากลับคำนวณทุกอย่างอย่างรวดเร็ว
"เร็วเข้า! " อาชูร่าสั่งการลูกน้องที่อยู่ใกล้
ลูกน้องในชุดดำที่มีสัญลักษณ์ไม้กางเขนบนหลังต่างพากันเร่งรีบและวุ่นวายกับการเสริมอุปกรณ์บางอย่างเข้าไปในผนังของโลกมิติของเหลวทรงอำนาจมากมายต่างอยู่ในอุปกรณ์เหล่านั้น
“คลืน!!” “คลืน!!”
ความเร็วในการหดตัวของโลกมิติเพิ่มเร็วขึ้นทุกทีปราชญ์ทั้งสองที่คุมเชิงอยู่ภายนอกต่างรับรู้ถึงสัมผัสที่เริ่มถูกตัดขาดออกจากการควบคุมโลกมิติและรู้ถึงเหตุร้ายแรงที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลยได้แต่รอคอยผู้เป็นอาจารย์ให้มาถึงโดยไว
ภายในโลกมิติที่กำลังบิดเบี้ยวและหดเล็กลงอย่างรวดเร็วท้องฟ้าที่เคยกว้างใหญ่และผืนดินที่เคยยาวไกลเริ่มขยับเข้าหากันอย่างไม่หยุดยั้ง
ความมืดมิดและพลังงานที่บิดเบี้ยวหมุนวนไปมาเหมือนมวลพลังงานอันโหดร้ายที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งที่อยู่ภายใน
ปราชญ์ชรานามหวาง ซึ่งเป็นผู้ที่รับหน้าที่ต้านทานพลังอันมหาศาลที่กำลังบีบโลกมิตินี้ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดเหงื่อไหลอาบทั่วใบหน้า
ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความเหนื่อยล้าและแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อนสายตาของเขาจ้องมองไปยังผืนฟ้าที่ใกล้จะบรรจบกับผืนดินใบหน้าที่เคยเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล
"ไม่เคยคิดเลยว่า ของเหลวทรงอำนาจ...มันจะทรงพลังถึงเพียงนี้!" ปราชญ์รำพึงเบา ๆ
ขณะที่เขาใช้พลังที่เหลือเข้าต่อต้านและยื้อเวลาต่อไป
ท้องฟ้าเหนือหัวเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทพื้นดินที่เคยมั่นคงกลับเริ่มแตกร้าวและยุบตัวพลังงานที่เคยไหลเวียนอย่างเสถียรบัดนี้กลับปั่นป่วนและวิปริตราวกับโลกมิตินี้กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า
นาฟที่ยืนอยู่ใกล้สัมผัสได้ถึงภัยพิบัติการล่มสลายของโลกมิติใบนี้ความตึงเครียดและแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาช่างคล้ายคลึงกับสิ่งที่เขาเคยเจอ
“จะมีอะไรที่สามารถต้านทานอำนาจของเจ้าของเหลวบ้านี้ได้บ้างนะ!” นาฟพึมพำในใจ
ในขณะที่มฤตยูดำทรุดกายลงกับพื้นเบื้องหน้าองค์ชายสาม ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนล้าและบาดแผลจากการต่อสู้อันดุเดือดร่างกายที่แข็งแกร่งเริ่มอ่อนแรง
หายใจหอบหนักด้วยความเหนื่อยล้าดวงตาสีแดงของเขาจ้องมององค์ชายด้วยความเคียดแค้น แต่ในสายตานั้นยังคงมีแววของความเย่อหยิ่งที่ไม่เคยจางหาย
องค์ชายหลงเฉียนยืนอยู่เหนือร่างของมฤตยูดำด้วยดาบสีทองที่ยังคงส่องประกายแวววาว แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้เช่นกันแต่องค์ชายยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม ดวงตาจ้องมองมฤตยูดำด้วยความหวาดระแวง
“ฮ่า ฮ่า!...” “ฮ่า ฮ่า!...”
มฤตยูดำหัวเราะราวกับคนบ้าคลั่งขณะที่เขาเอื้อมมือไปหยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในเสื้อคลุมของเขา ขวดนั้นบรรจุของเหลวสีเข้ม
มฤตยูดำเปิดฝาขวดอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะยกมันขึ้นดื่มของเหลวดังกล่าวไหลลงคอของเขาอย่างรวดเร็ว ทุกหยดที่ไหลผ่านทำให้ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีแดงสดและพลังที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเขาก็เริ่มตื่นขึ้น
องค์ชายสามจ้องมองการกระทำของมฤตยูดำด้วยสายตาที่ระแวดระวัง
“ฟู่!!!”
ทันใดนั้น ร่างของมฤตยูดำก็เริ่มเปลี่ยนแปลงเสียงคำรามดังก้องไปทั่วสนาม ร่างกายที่เคยทรุดโทรมบัดนี้กลับเต็มไปด้วยพลังใหม่ผิวหนังของเขากลับแข็งแกร่งขึ้น ร่างกายของเขาเริ่มขยายใหญ่ขึ้น
ขณะที่พลังอำนาจอันมหาศาลไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดและกระดูกของเขามวลพลังมหาศาลแผ่กระจายออกมาจากภายใน แสงสีแดงเรืองรองส่องประกายแวววับ
“เตรียมตัวตายได้แล้ว....องค์ชาย!”
มฤตยูดำคำรามเสียงดังพลังที่พึ่งได้รับกลับมาทำให้เขาเหมือนกลายเป็นอสูรร้ายที่แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นกว่าเดิม
องค์ชายสามไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขายกดาบสีทองขึ้น
“เพิ่มพลังขึ้นเทียบเท่าระดับ6 สินะ! ถึงกับยอมสละร่าง วิวัฒน์ใหม่ ยอมลดศักดิ์ศรีใช้สารคัดหลั่งเพื่อการวิวัฒน์
ยอมทิ้งร่างกายที่สืบทอดพลังอันทรงเกียรตินี้เชียวรึ!”
มฤตยูดำหัวเราะเสียงดังอย่างเย้ยหยันดวงตาสีแดงสดของเขาจับจ้องไปที่องค์ชายด้วยความเคียดแค้น
"ศักดิ์ศรีงั้นหรือ.....?"
เขาถามด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความเกลียดชัง
"เจ้าพูดถึงศักดิ์ศรีราวกับว่ามันมีค่าอะไรสำหรับข้า...ตระกูลของข้าไม่เคยให้สิ่งใดนอกจากความทุกข์ทรมาน!ศักดิ์ศรีที่เจ้ายึดถือมันปกป้องอะไรได้? มันปกป้องชีวิตที่บริสุทธิ์ของคนที่ข้ารักได้หรือ?"