บทที่ 55 มอนสเตอร์ท่ามกลางสายฝน
หลังจากการตายของหมาป่าสองหัว พวกเราก็แทบไม่มีเวลาได้หยุดพักหายใจเพราะเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา มอนสเตอร์ระดับสูงอีกตัวก็ปรากฏตัวออกมาจากม่านฝนทันที
[หมีวายุ - เลเวล 14]
สายฟ้าสีเงินแลบแปลบปลาบวิ่งพล่านไปตามขนสีเข้มรุงรังของมันประกายไฟที่สว่างวาบท่ามกลางความมืดสลัวทำให้ร่างยักษ์ดูน่าสยดสยองยิ่งกว่าเดิม
พื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่นตามจังหวะอุ้งเท้าอันมหึมาที่พุ่งเข้าหาผมด้วยความเร็วที่น่าพรั่นพรึงมันอ้าปากแผดเสียงคำรามจนเห็นคมเขี้ยวแหลมคมซึ่งแต่ละซี่นั้นมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่ามือของผมเสียอีก
ผมรีบดูดซับพลังงานจลน์จากหยาดฝนในรัศมีกว้างจนสายฝนรอบตัวเคลื่อนไหวช้าลงราวกับกำลังคลานอยู่กลางอากาศ
ผมแบ่งพลังส่วนหนึ่งผลักร่างของเควินให้กระเด็นกลับไปหาพวกคิมและลิลลี่ เพื่อความปลอดภัยส่วนตัวผมเองเลือกที่จะก้าวเท้าเดินสวนเข้าไปหาเจ้าหมีที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างไม่ลังเล
ขอบเขตการดูดซับพลังงานจลน์ของผมแผ่ขยายกว้างขึ้นทุกวินาทีจนพลังงานโดยรอบถูกดึงเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
แม้แต่เจ้าหมีวายุที่เคยพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วก็ยังดูเชื่องช้าราวกับติดอยู่ในน้ำเชื่อมหนืดข้นเพราะพลังงานจลน์ในตัวมันถูกผมช่วงชิงออกไป
ในตอนนี้หัวใจของผมเต้นระรัวดุจเครื่องยนต์ที่กำลังจุดระเบิดเลือดในกายเดือดพล่านด้วยขุมพลังมหาศาล ยิ่งก้าวไปข้างหน้ามานาในร่างก็ยิ่งปะทุสูงขึ้นจนเกือบเกินขีดจำกัดการควบคุม
แม้พลังภายในจะปั่นป่วนเพียงใดผมก็ยังคงฝืนคุมสติ บังคับขุมพลังทั้งหมดให้สงบนิ่งอยู่ภายในเพื่อรอคอยจังหวะที่เหมาะสมที่สุดที่จะปลดปล่อยมันออกมา
ไม่นานนักเจ้าหมีวายุก็พุ่งเข้ามาจนประชิดเบื้องหน้ามันเงื้ออุ้งเท้าอันมหึมาขึ้นสูงหมายจะตะบบร่างของผมให้แหลกคามือ
ทว่าในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นผมรวบรวมสมาธิทั้งหมดบีบอัดพลังงานจลน์มหาศาลที่สะสมไว้จนกลายเป็นรูปกรวยแหลมคมแล้วปลดปล่อยมันพุ่งเข้าใส่เจ้าหมียักษ์อย่างเต็มกำลัง
ทันทีที่พลังงานถูกปลดปล่อยออกไปส่วนหัวของเจ้าหมีวายุก็ถูกบดขยี้พังทลายในพริบตา เศษเนื้อ กระโหลกและคราบเลือดสาดกระเซ็นเบ่งบานไปทั่วอากาศแข่งกับสายฝนที่โปรยปราย
เจ้าหมีที่สูญเสียส่วนหัวล้มคว่ำลงตรงหน้าทันทีเสียงคำรามสุดท้ายขาดห้วงไปพร้อมกับประกายสายฟ้าที่เคยหมุนวนรอบตัวที่เลือนหายไปในพริบตา
[คุณสังหาร หมีวายุ - เลเวล 14 สำเร็จ]
หลังจากสังหารหมีวายุตัวแรกเสร็จ ผมก็รับรู้ได้ถึงแรงกดดันจากตัวตนอื่นที่กำลังขยับใกล้เข้ามาหมีวายุอีกสองตัวปรากฏกายขึ้นจากเงามืดตัวหนึ่งเลเวล 12และอีกตัวที่ดูน่าเกรงขามกว่าคือเลเวล 15
ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำผมสัมผัสได้ถึงมานาอันเข้มข้นของเทส พร้อมกับเสียงหวีดหวิวฉีกอากาศที่ชวนขนหัวลุกดังระงมไปทั่วบริเวณ
ก้อนแร่เหล็กขนาดใหญ่สองก้อนที่อัดแน่นด้วยมานาของเทสพุ่งแหวกม่านฝนเข้าหาหมีตัวที่ใหญ่ที่สุดทว่าครั้งนี้มานารอบก้อนแร่กลับดูต่างไปจากเดิมมันดูอันตรายและเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผมเคยเห็น
แร่เหล็กเหล่านั้นพุ่งทะยานด้วยความเร็วเหนือเสียง
การเสียดสีอย่างรุนแรงกับอากาศและหยดน้ำฝนท่ามกลางพายุคลั่งก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตมหาศาลจนผิวก้อนเหล็กเริ่มแดงฉาน และแผ่ประกายไฟสีแดงสลับขาวแลบแปลบปลาบตามหลังเป็นทางยาว
ก้อนแร่นั้นพุ่งปักเข้าใส่ร่างของหมีวายุอย่างแม่นยำและในเสี้ยววินาทีที่แร่เหล็กซึ่งกลายเป็นตัวนำไฟฟ้าชั้นยอดฝังเข้าสู่เนื้อเยื่อสายฟ้าสีแดงริ้วขาวจากเบื้องบนก็ฟาดเปรี้ยงลงมาตามเส้นทางประจุทันที!
ตูม!
แรงระเบิดจากสายฟ้าที่อัดฉีดลงสู่ก้อนแร่เหล็กทำหน้าที่ราวกับระเบิดทำลายล้าง
แสงสว่างจ้ากลบทุกอย่างในรัศมีร่างของหมีวายุตัวยักษ์ถูกแผดเผาจนเกรียมในพริบตาพร้อมกับส่งคลื่นกระแทกมหาศาลซัดร่างหมีอีกตัวที่อยู่ใกล้เคียงจนกระเด็นหายไปในม่านฝน
เมื่อแรงระเบิดเริ่มสงบลงผมสะบัดแขนขวาออกทันที ใบมีดมานาจากการสั่นพ้องพลันพุ่งยาวออกมาจากฝ่ามือ
ผมอาศัยจังหวะที่เจ้าหมีวายุ เลเวล 12 กำลังมึนงงและบาดเจ็บจากแรงระเบิดพุ่งทะยานเข้าหามันอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วจนมันไม่อาจไหวตัวทันและเฉือนตัดลำคอของมันทันที
[คุณสังหาร หมีวายุ - เลเวล 12 สำเร็จ]
[คุณสังหาร หมีวายุ - เลเวล 15 สำเร็จ]
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
ผมยังคงฆ่าฟันต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งในตอนนี้ความรู้สึกของผมตึงเครียดถึงขีดสุดราวกับว่าหากเสียสมาธิไปเพียงวินาทีเดียว ร่างกายคงถูกฉีกกระชากด้วยมานา และพลังงานจลน์ที่ดูดซับเข้ามาทันที
สายฝนยังคงโหมกระหน่ำหนักขึ้นเรื่อยๆจนหยดน้ำที่ปะทะผิวหนังเริ่มสร้างความเจ็บปวดแปลบ
ร่างกายของผมร้อนรุ่มราวกับถูกแผดเผากล้ามเนื้อทุกส่วนกรีดร้องด้วยความล้าสะสมและอาการปวดแปลบในหัวก็รุนแรงจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
แต่ทว่า... ท่ามกลางความทรมานนั้นผมกลับสัมผัสได้ถึงประกายของการมีชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ผมโคจรมานาผ่านวงจรในร่างกายอย่างบ้าคลั่งพลังงานมหาศาลพุ่งพล่านด้วยความเร็วสูงจนน่าเวียนหัวทุกครั้งที่ผมเสียการควบคุมจนมานากระแทกเข้ากับอวัยวะภายในความเจ็บปวดจะแล่นริ้วขึ้นมาทันที
แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ผมพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น
ผมเคลื่อนที่ได้รวดเร็วและบ้าระห่ำกว่าเดิมความกลัวเลือนหายไปจากหัวสิ้นเชิง มานาในกายดูเหมือนบ่อน้ำที่ไร้ก้นยิ่งถลุงใช้ไปมากเท่าไหร่ พลังก็ยิ่งพรั่งพรูออกมาไม่มีวันหมด
สนุกเป็นบ้าเลย!
ผมเบี่ยงตัวหลบกรงเล็บของมอนสเตอร์อย่างเฉียดฉิวก่อนจะระเบิดพลังงานจลน์ที่อัดแน่นเป็นรูปกรวยสวนกลับไปแรงปะทะมหาศาลเป่าหัวของมอนสเตอร์ตรงหน้าจนกระจุยเป็นเศษเนื้อ
[คุณสังหาร หมีวายุ - เลเวล 15 สำเร็จ]
ผมดีดตัวขึ้นสู่กลางอากาศมานาสั่นพ้องเข้าเคลือบมือจนคมกริบดุจใบมีดสังหารก่อนจะตวัดเชือดลำคอหนาเตอะของเจ้าโทรลล์จนขาดสะบั้นในครั้งเดียว
[คุณสังหาร โทรลล์ - เลเวล 14 สำเร็จ]
เพียงพริบตาหยาดฝนรอบตัวผมพลันหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศราวกับเวลาถูกหยุดนิ่ง
และเมื่อพวกมันขยับอีกครั้งมอนสเตอร์รอบด้านก็ถูกคลื่นพลังกระแทกจนกระเด็นลอยไปไกลร่างแหลกเหลวคาโขดหินอย่างไม่อาจต้านทาน
[คุณสังหาร หมีวายุ - เลเวล 11 สำเร็จ]
[คุณสังหาร โทรลล์ - เลเวล 12 สำเร็จ]
จนถึงจุดหนึ่งผมแทบไม่ต้องขยับตัวเคลื่อนที่ไปไหนเพียงแค่ยืนนิ่งซึมซับพลังงานจลน์จากสายฝนที่โหมกระหน่ำแล้วปลดปล่อยมันออกไปเป็นระลอกคลื่นสังหารเท่านั้น
แม้ทัศนวิสัยจะมืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งใดแต่ทักษะการรับรู้มานาของผมกลับเฉียบคมขึ้นจนทะลวงผ่านม่านฝนออกไปได้อย่างแม่นยำ
ด้วยสัมผัสที่ละเอียดอ่อนผมแยกแยะมอนสเตอร์ออกจากมนุษย์ได้อย่างเด็ดขาดก่อนจะระเบิดพลังงานจลน์ที่อัดแน่นในร่างเข้าบดขยี้พวกมันอย่างไม่ลดละ
หัวของมอนสเตอร์ตัวแล้วตัวเล่าระเบิดกระจายท่ามกลางสายฝนซากศพบิดเบี้ยวปลิวว่อนไปคนละทิศละทางตามแรงปะทะ
เสียงแจ้งเตือนเลเวลอัปดังขึ้นในหัวรอยยิ้มกระหายเลือดผุดขึ้นที่มุมปาก ผมตัดสินใจโดยไม่ต้องคิดเทแต้มทั้งหมดลงไปที่ค่ามานาทันที
“มากขึ้น... ต้องมากกว่านี้!”
เสียงในหัวเริ่มกู่ร้องอย่างคลุ้มคลั่งไปกับการไขว่คว้าพลัง
เมื่อสายฝนเริ่มซาลงพลังงานจลน์ที่ได้รับก็น้อยลงตามไปด้วย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา
ผมใช้มานาที่เพิ่มพูนขึ้นมาทดแทนประสิทธิภาพที่ขาดหายไปทันทีมันเป็นความสนุกที่บรรยายไม่ถูกผมพยายามรีดเค้นศักยภาพของพลังทุกหยดออกมาใช้โดยไม่ยอมให้สูญเปล่า
การฆ่าฟันอย่างบ้าคลั่งดำเนินมาจนถึงจุดที่มอนสเตอร์เริ่มขลาดกลัวและไม่กล้าบุกเข้ามาแต่มีหรือที่ผมจะปล่อยพวกมันไป...
ผมระเบิดมานาพุ่งเข้าใส่และไล่ล่าสังหารอย่างเมามัน
ทุกครั้งที่ปลิดชีพศัตรูผมจะปรับปรุงวิธีการใช้พลังให้เฉียบคมยิ่งขึ้นความคิดในหัวตอนนี้เหมือนนักทดลองที่หมกมุ่นอยู่กับคำว่า ขออีกรอบ...รอบหน้าต้องดีกว่านี้ มันวนเวียนซ้ำไปมาดุจเครื่องจักรสังหารที่ไร้สติ
ไม่นานนัก จำนวนมอนสเตอร์ก็เริ่มบางตาลงเหลือเพียงพวกระดับสูงตัวใหญ่ๆ ที่ยังยืนหยัดอยู่
ผมแสยะยิ้มก่อนจะกระโจนเข้าใส่พวกมันอย่างเลือดเย็นและเมื่อใบมีดมานาสะบัดตัดร่างของหมาป่าสองหัวจนขาดเป็นสองซีกเสียงแจ้งเตือนการสังหารก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ทว่าหลังจากนั้น...ทุกอย่างกลับตกอยู่ในความเงียบกริบ
“หือ?”
ผมมองไปรอบๆ หยาดฝนหยุดโปรยปรายลงมาแล้วดวงอาทิตย์ทั้งสองดวงกลับมาปรากฏบนท้องฟ้าอีกครั้ง
ทักษะ การรับรู้มานาของผมยังคงแผ่คลื่นพลังออกไปรอบด้าน ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าเดิมเกือบเท่าตัวมันกวาดสัมผัสไปทั่วอย่างหิวกระหายเพื่อมองหาเป้าหมายต่อไป
ทว่าในรัศมีที่พลังของผมเอื้อมไปถึงกลับไม่มีวี่แววของมอนสเตอร์หลงเหลืออยู่เลย มีเพียงกลุ่มมนุษย์เท่านั้นผมพยายามส่งคลื่นมานาตรวจจับซ้ำอีกรอบด้วยความหวังแต่ผลลัพธ์ยังคงนิ่งสนิทเหมือนเดิม
หัวใจของผมพลันจมดิ่งลงความรู้สึกในตอนนี้ไม่ต่างจากคนที่กำลังหิวกระหายแต่กลับถูกกระชากอาหารเลิศรสไปจากมือต่อหน้าต่อตา
ผมถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะค่อยๆลดการไหลเวียนของมานาในเส้นเลือดลงและถอนตัวเองออกจากสภาวะสมาธิอันลึกซึ้งอย่างช้าๆ
โลกที่เคยซีดจางเริ่มกลับมามีสีสันสดใสตามปกติอีกครั้งแต่ในใจของผมกลับรู้สึกอ้างว้าง เหมือนสูญเสียชีวิตชีวาไป