วิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน

    บทที่ 9 เมริซา 2/2

    “สวัสดีครับคุณเมย์”


     

    ฟินน์ที่มารออินอยู่ที่ห้องเช่าใหม่บนบ้านของตายายที่เคยมาบริการ เมื่อเขาเห็นอินมาพร้อมกับเมย์ก็รีบทักทายเธอพร้อมกับลีออนที่กำลังช่วยจัดของได้โผล่มาทักทายด้วย


     

    “สวัสดีครับคุณเมย์”


     

    “สวัสดีค่ะ…อายุพึ่ง18ก็แยกออกมาเช่าอยู่แล้วหรอฟินน์”


     

    “ยิ่งอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กนานเท่าไรก็ยิ่งเกรงใจน่ะครับ เลยออกมาหาห้องเช่า ยังดีที่หารกับอินเลยได้ห้องดีขนาดนี้ครับ”


     

    “อืม…ห้องดีจริงๆ แหละ แต่อย่าไปออกค่าห้องมากกว่าอินนะ เพราะเธอต้องคิดค่างานบ้านไปด้วยไม่งั้นโดนเอาเปรียบแน่เลย หมอนี้มันคงไม่ยอมทำงานบ้านหรอก”


     

    “มาช่วยดูของที่ต้องซื้อเข้าไม่ใช่หรอ มาถึงก็พูดยังกับจะมาฝากฝังฟินน์มันเป็นลูกสะใภ้ยังงั้นแหละ”


     

    อินที่เห็นเมย์คุยกับฟินน์อยู่ก็พูดแซวเมย์ออกมา ก่อนที่เขาจะเดินขึ้นไปดูห้องของตัวเองและกวักมือเรียกให้เมย์ขึ้นตามไป โดยไม่ได้สนใจเสียงหัวเราะของลีออนกับมุกของอินเลย แต่ก่อนที่เมย์จะเดินไปนั้นฟินน์ก็ได้กระซิบบางอย่างกับเธอด้วยความรู้สึกผิด


     

    “ต้องจ่ายค่าเช่าห้องทั้งหมด พร้อมกับทำงานบ้านเองผมก็ยอมครับ เพราะผมเป็นคนพังบ้านของอินเอง”


     

    เมย์ที่ได้ยินคำสารภาพของฟินน์ก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่จะทำเป็นไม่ได้ยินและเดินตามอินไป



     

     

     


     

    “กรี๊ดดดด” “ช่วยด้วยช่วยด้วย”


     

    เสียงร้องขอความช่วยเหลือของหญิงสาวและผู้คนโดยรอบ ตั้งร้องลั่นด้วยความตื่นกลัวเมื่อเห็นภาพของนกแก้วสีเทาที่ตัวสูงกว่าสองเมตร กำลังคาบหัวของมนุษย์อยู่และอาละวาดไปมา


     

    “รีบไปขอความช่วยเหลือแล้ว”


     

    เจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนที่อยู่แถวนั้นพอดีได้ตะโกนสั่ง พวกของเขาที่ดูอายุน้อยกว่าให้วิ่งไปเรียกกำลังเสริมจากเครื่องมือสื่อสารภายในรถ พร้อมกับใช้ปืนยาวที่พกมายิงไปที่นกแก้วยักษ์ตัวนั้น แต่ก็ทำได้เพียงแค่ก่อกวนการเคลื่อนไหวของมันที่กำลังบินอยู่


     

    นกแก้วยักษ์ที่กำลังคลุ้มคลั่ง เมื่อโดนโจมตีด้วยปืนของหน่วยบริการประชาชนก็ทำให้มันหงุดหงิดขึ้นมาและพุ่งไปโจมตีเจ้าหน้าที่คนนั้น ก่อนที่จะใช้กรงเล็บที่เท้าขวาตะปบจิกไปที่ร่างของเขา


     

    ด้วยกรงเล็บที่ยาวใหญ่ของมัน ทำให้กรงเล็บทิ่มแทงเข้าไปที่เนื้อของเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนคุณคนนั้นแหละล็อกเขาไว้อยู่ที่เท้าของมันทำให้หน่วยบริการประชาชนอีกคนที่เห็นภาพตรงหน้านั้นเกิดความตื่นกลัวขึ้นมา

    และรีบวิ่งไปล็อกตัวเองไว้ภายในรถประจำหน่วยพร้อมกับรับติดต่อความช่วยเหลือ


     

    “ขอความช่วยเหลือด่วน ขอความช่วยเหลือด่วน”


     

    เจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนที่ล็อกตัวเองอยู่ในรถ รีบพูดขอความช่วยเหลือ ออกไปอย่างร้อนรน จนเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการติดต่อสัมผัสได้


     

    “ใจเย็นเย็นนะคะฉันขอทราบเลขประจำตัวเจ้าหน้าที่ของคุณ เราจะรีบหาตำแหน่งและส่งความช่วยเหลือไปด่วน กรุณาบอกรายละเอียดสถานการณ์ให้ทางเราทราบด้วยค่ะ”


     

    “ผมไม่รู้ผมจำเลขไม่ได้…โอ้ย”


     

    ไม่ทันที่เจ้าหน้าที่นั้นจะได้พูดตอบไปดี นกแก้วยักษ์ตัวนั้นก็ได้บินมาที่รถของเขาพร้อมกับใช้ร่างของหน่วยบริการประชาชนอีกคนหนึ่งที่ติดอยู่ที่กรงเล็บของมันทุบลงมาที่รถของหน่วยบริการประชาชน


     

    “ไอ้นกบ้ามันเล็งมาที่กูแล้ว กูอยู่ที่ตลาดตรงถนนมิสเตอร์โกลด์รีบส่งคนมาช่วยสักทีจะมาถามเลขประจำตัวอะไรตอนนี้ ไอ้ควย”


     

    เจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนที่กำลังกลัวอยู่รีบตะโกนออกไปด้วยความโมโห ใส่เครื่องสื่อสารภายในรถ ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงสัญญาณจากรถของหน่วยบริการประชาชนอีกคันหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเขา


     

    เจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนที่กำลังตื่นกลัวนั้นเมื่อเห็นการมาของเพื่อนร่วมงานก็แสดงสีหน้ามีความหวังออกมาก่อนที่จะโดน รถของหน่วยบริการคนนั้นพุ่งเข้าชนและพลักรถของเขาออกห่างจากนกแก้วยักษ์


     

    เมื่อรถของหน่วยบริการประชาชนที่พึ่งมา ดันรถอีกคันไปไกลมากพอแล้ว ชายร่างใหญ่ลูกครึ่งมนุษย์สิงโตที่สวมปลอกของหน่วยบริการประชาชนอยู่ก็วิ่งลงมาจากรถและรีบเข้าไปช่วยหน่วยบริการประชาชนอีกคน ที่ตัวยังติดอยู่กับกรงเล็บของนกแก้วตัวนั้น พร้อมกับชายร่างผอมที่วิ่งตามลีออนไปด้วย


     

    “ลีออน โซ่ โซ่ซซซ”


     

    อินที่พึ่งเดินลงจากรถหลังจากที่ขับรถพุ่งชนรถของหน่วยบริการประชาชนอีกคัน ก็รีบตะโกนให้ลีออนสนใจโซ่ที่รัดขาด้านซ้ายของนกแก้วนั้นอยู่


     

    ลีออนที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบมองไปที่ขาด้านซ้ายของมันก็เจอกับห่วงเหล็กที่รัดขาของนกแก้วที่ใหญ่โต และบีบอัดขาของมันอยู่ จนเป็นสีม่วงเข้ม เมื่อลีออนมองไล่ไปตามโซ่ ที่ฝั่งหนึ่งของโซ่ก็เจอกับร่างหญิงวัยกลางคนที่นอนสลบอยู่พร้อมกับนกแก้ว ขนาดเล็กตัวหนึ่งที่เกาะอยู่ที่หัวของเธอ


     

    ลีออนที่มัวแต่สนใจหญิงวัยกลางคนที่ถูกลากไปกับพื้นอยู่ก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่านกแก้วตัวนั้นกำลังใช้จะงอยปากของตัวเองก้มลงมากัดที่เขา ก่อนที่ฟินน์จะพุ่งมาเอาตัวผลักลีออนให้หลบจากปากของนกแก้วและใช้ดาบของเขาที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมารับจะงอยปากนั้นไว้


     

    ลีออนที่ถูกฟินน์ช่วยไว้ก็หันกลับมามองเขาเล็กน้อยก่อนที่จะใช้แรงที่ถูกดันมาพุ่งไปจับโซ่ที่ล่ามขาของนกแก้วยักษ์ไว้เพื่อไม่ให้มันบินหนี


     

    “ปึ้ง”


     

    เสียงปืนของหน่วยบริการประชาชนที่อินยิงออกไปนั้นดังขึ้นและปะทะเข้ากับหัวของนกแก้วยักษ์จนผลักให้นกแก้วยักษ์นั้น ถอยออกไปเล็กน้อยพร้อมกับดึงดาบของฟินน์ที่ติดอยู่ไปด้วย


     

    “ฟินน์ฟันขนที่ปลายปีกมัน ถ้าขนที่ปลายปีกมันแหว่งไป มันก็จะบินไม่ได้”


     

    อินที่พึ่งยิงปืนของหน่วยบริการประชาชนออกไปนั้นก็ได้ตะโกนบอก ให้ฟินน์รู้ตัว พร้อมกับก้มไปหยิบแม็กกาซีนที่อยู่ที่กระโปรงหลังรถ ขึ้นมาเปลี่ยน



     

    จนกระทั่งกับลีออนได้ยินแผนที่อินบอก ทั้งคู่ก็มอง น่ากันก่อนที่ลีออนจะกระตุกโซ่ที่เขาจับอยู่ และกระชากให้นกตัวนั้นมันเสียหลักจนล้มลง พร้อมกับฟินน์ที่สร้างดาบยาวขึ้นมาใหม่ และรีบฟันไปที่ปลายปีกของมัน จนขนร่วงออก และทำให้นกแก้วยักษ์ที่กำลังกระพือปีกด้วยความตกใจ บินเซไปเซมาจนเสียการทรงตัว ทำให้ขาซ้ายที่ม่วงเปร่งของมันแตะลงมาที่พื้นและร้องทุรนทุรายออกมาด้วยความเจ็บปวด


     

    “แกว้กกกกกก”


     

    นกแก้วยักษ์ที่ทนรับความเจ็บปวดจากขาซ้ายไม่ไหวนั้นมันก็รีบเขย่งแล้วเอาขาขวาของมันแตะลงกับพื้น พร้อมกับร่างของเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนที่ติดอยู่กับกรงเล็บของมันด้วย แต่ก็พอดีกับอินที่ยิงมาที่ขาขวาของมันพอดีจนมันล้มลง เมื่ออินเห็นว่ามันล้มลงแล้วก็รีบโยนปืนนั้นกลับไปที่กระโปรงท้ายรถประจำหน่วยพร้อมกับ วิ่งไปติดอุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษทั้งสามตัวที่มีอยู่บนหัวของหัวนกแก้วยักษ์นั้นทันที


     

    ทางด้านลีออนที่ยังไม่วางใจนั้น ได้ปล่อยโซ่ที่ตัวเองถืออยู่และคว้าจับไปที่ปีกอีกฝั่งหนึ่งของมัน และหลากนกแก้วขนาดใหญ่ที่ยังดิ้นทุรนทุรายนั้นให้หันปีก ที่เขาจับอยู่ไปทางฟินน์และให้ฟินน์ตัดขนที่ปลายปีกอีกฝั่งหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่ามันบินไม่ได้จริงๆ ก่อนที่จะปล่อยให้มัน ดิ้นไปมา พร้อมกับอุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษทั้งสามตัวที่กำลังทำงานอยู่บนหัวมัน


     

    นกแก้วหยักที่สัมผัสได้ถึงอุปกรณ์บางอย่างที่กำลังทำงานบนหัวมันก็พยายามจะใช้หัวตัวเองถูไปที่ลำตัว ของตนเพื่อที่จะเอามันออก แต่มันก็ไม่สามารถใช้ด้านบนหัวของตัวเองไปถูลำตัวเพื่อเอาอุปกรณ์นั้นออกได้จนวิเศษนั้นถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆ พร้อมกับขนาดตัวของมันที่เล็กลง เมื่ออุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษทั้งสามตัวนั้นปลดปล่อยวิเศษออกมาจนหมดแล้วขนาดตัวของมันก็หดเหลือเท่านกแก้วทั่วไป


     

    ฟินน์อินและลีออน เมื่อเห็นว่านกแก้วนั้นสลบไปแล้ว พวกเขาก็รีบวิ่งไปดูอาการของหน่วยบริการประชาชนที่บาดเจ็บอยู่ทันทีก่อนที่จะเห็นบาดแผลขนาดใหญ่ ที่เกิดจากกรงเล็บของมันพวกเขาแต่ละคนรีบหยิบหลอดวิเศษออกมา และหักมันออกทันที ก่อนที่จะช่วยกันเทวิเศษที่ถูกทำให้เป็นของเหลวภายในหลอดไปที่บาดแผลจนทั่ว พวกเขาทั้งสามคนรีบนำหลอดวิเศษที่พกติดตัวออกมาหักออกจนหมดและไล่เทลงไปที่แผลของผู้บาดเจ็บคนอื่นอีกเพื่อปิดบาดแผลไว้ชั่วคราวจนกว่าหน่วยพยาบาลจะมาถึง


     

    จนกระทั่งเลย์พร้อมกับเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนได้มาถึง และเคลียร์พื้นที่โดยรอบเพื่อให้ยานเหาะสีขาวแดงของโรงพยาบาลได้ลงจอดและเข้าช่วยผู้บาดเจ็บ


     

    เมื่อเลย์มองไปที่ภาพของคนเจ็บมากมาย ก็หันไปเห็นเจ้าหน้าที่ฝึกหัดที่เขาคุ้นเคยและได้เขาไปคุยกับพวกเขา


     

    “สัตว์คลุ้มคลั่งอยู่ไหน”


     

    “ลุง”


     

    ลีออนที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนั้น ก็หันไปเจอกับหน่วยบริการประชาชน

    ที่เคยฝึกงานให้กับเขา ทั้งสามคนจึง ก้มหน้าทักทายให้เขา ก่อนที่จะชี้ไปที่นกแก้ว

    ขนาดเล็กที่นอนสลบอยู่


     

    เลย์ที่เห็นอย่างนั้นก็ก้มหน้ารับคำทักทายเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปสำรวจนกแก้วตัวนั้น พร้อมกับมองโซ่ที่ไล่ไปยังหญิงวัยกลางคนที่นอนสลบอยู่


     

    “แม่งเอ้ย..พวกลักลอบใช้พันธสัญญาสัตว์เลี้ยงแบบผิดกฎหมายอีกแน่เลย สัตว์ถึงได้คลุ้มคลั่งแบบนี้”

    เลย์ที่มองสำรวจไปที่หญิงวัยกลางคนนั้นก็สบถออกมาด้วยความโมโหพร้อมกับมองไปที่ คนเจ็บและคนตายเดินรอบ ก่อนจะส่ายหัวออกมา จนทำให้ฟินน์ที่ได้ยินนั้นสงสัยและถามเลย์ออกไป


     

    “พันธสัญญาสัตว์เลี้ยงแบบผิดกฎหมายอย่างงั้นหรอครับ”


     

    “แน่นอนเลยล่ะ ไม่งั้นสัตว์คงไม่คลุ้มคลั่งขนาดนี้หรอกพวกนายเอาไอ้เจ้านกแก้ว

    ที่สลบอยู่กับตัวที่ยืนอยู่บนหัวป้านั้น ไปไว้ที่สถานีก่อนส่วนฉันจะคุมตัวป้านี่เอง”


     

    “แจ้งเรื่องนี้ให้คุณแคร์ ส่งคนจากหน่วยสืบสวนมาดูด้วยเถอะครับ ผู้หญิงคนนั้นเสพยาฟายฟินเหมือนกับพวกคนที่คลุ้มคลั่งอยู่ช่วงนี้”


     

    เลย์ที่ได้ยินอินพูดแนะนำเขาขึ้นมาก็มองไปที่หญิงคนนั้นด้วยสีหน้างุนงง ก่อนที่จะหันกลับมาหาอินอีกครั้ง


     

    “นายรู้ได้ยังไงกัน”


     

    “ผมมองเห็นวิเศษแบบเดียวกับพวกที่ใช้ยานั้น”



     

     

     





     

    “ขอโทษนะครับ พันธสัญญาสัตว์เลี้ยงแบบผิดกฎหมายนี่คืออะไรหรอครับ”


     

    “ว้าย”


     

    หญิงสาวที่กำลังนำนกแก้วแก้วทั้งสองตัว จากที่เกิดเหตุใส่เข้ากรงนั้น

    เมื่อเห็นฟินน์ ยื่นหน้าเข้ามาสอบถามเธอ ก็ร้องตกใจออกมาด้วยความเขินอาย


     

    จนฟินน์โดนอิน ดึงให้ถอยตัวออกมาเล็กน้อย และยืนรอคำตอบจากหญิงสาวเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชน ที่พวกเขาเอานกแก้วมาฝากไว้


     

    “พันธสัญญาสัตว์เลี้ยงอย่างงั้นหรอ อืม… ปกติแล้วถ้าจะ

    ขอเลี้ยงสัตว์เลี้ยงต้องขออนุญาตก่อนนะคะ ซึ่งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูความพร้อมของสถานที่เลี้ยงดู และความสามารถในการเลี้ยงดู

    ถ้าผ่านตามเกณฑ์ที่เขากำหนด เจ้าหน้าที่ก็จะทำพันธสัญญาสัตว์เลี้ยงให้

    ซึ่งมันคือการแบ่งวิเศษบางส่วนในร่างกายให้เข้าไปไหลเวียนอยู่ในตัวของสัตว์เลี้ยง ทำให้มีความผูกพันกันมากขึ้นและควบคุมดูแลได้ง่าย“


     

    “ถ้าแบบผิดกฎหมายก็คือไม่ได้รับอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและทำพันธสัญญาอย่างนั้นหรอครับ”


     

    “ใช่ค่ะ เพราะถ้าตรวจสอบแล้วไม่มีความสามารถเพียงพอในการเลี้ยงสัตว์ได้การที่ไปผูกพันธะสัญญาให้เขา จะทำให้สัตว์ไปอยู่ในมือคนที่ไม่มีความสามารถมากพอ อาจเป็นการทรมานสัตว์ได้”


     

    หญิงสาวเจ้าหน้าที่ ในขณะที่กำลังอธิบายให้ฟังอยู่นั้นก็ได้หยิบกรงที่ใส่เจ้านกแก้วที่นอนสลบอยู่ขึ้นมาและชี้ให้ฟินน์ดูที่ข้อเท้าที่บวมช้ำของมัน


     

    อย่างในกรณีนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่เจ้าของคงเกิดความแปรปรวนของวิเศษในร่างกายขึ้น จนส่งวิเศษเข้าไปให้นกแก้วตัวนี้จนร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นบวกกับ ร่างกายที่ไม่แข็งแรง มากพอที่จะทำลายห่วงเหล็กที่ขาได้ ทำให้ห่วงเหล็กไปบีบกล้ามเนื้อของมันแทน จนมันเจ็บปวดอาละวาดขึ้นมา”


     

    ฟินน์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าให้กับเจ้าหน้าที่สาวก่อนที่จะมอง ไปที่นกแก้วตัวนั้นด้วยสายตา ที่สงสารมันจนทำให้เจ้าหน้าที่สาวที่เห็นภาพความอ่อนโยนของฟินน์นั้นมองเขาด้วยรอยยิ้ม

    ก่อนที่จะรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงฟินน์ถามขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง


     

    “แล้วเราจะทำยังไงกันนกแก้วตัวนี้หรอครับ”


     

    “ถ้าพิสูจน์ได้ว่ามันจะไม่เป็นอันตรายอีก ก็คงจะไปอยู่ในการดูแล

    ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงไม่มีโอกาส ให้ใครได้รับเลี้ยงแล้ว ส่วนอีกตัวนึง

    ที่ปกติที่ นั่นก็คงต้องหาเจ้าของใหม่ต่อไปนะคะ”


     

    ฟินน์ที่ได้ยินคำตอบของเจ้าหน้าที่สาวก็ก้มหัวขอบคุณเธอออกไป ก่อนที่จะแยกตัวออกมา แต่ในขณะที่ฟินน์เดินออกมานั้นก็มีเสียงตะโกนจากหญิงสาวไล่หลังเขา


     

    “ฉันชื่ออินนะคะ”