จุติเทพกระบี่

    ตอนที่ 89 ประตูปริศนา


            เยี่ยนฟางนั่งอยู่บนเตียงตอนนี้นางกำลังใช้ความคิด นางจะรายงานเรื่องนี้ให้กับเบื้องบนทราบหรือไม่ หรือว่านางจะเก็บความลับเรื่องของหลิวอี้เอาไว้ก่อน นางนั่งคิดอยู่นานสุดท้ายนางตัดสินใจที่จะเก็บมันเอาไว้ นางทำการเรียกมังกรของนางออกมา ตอนนี้มังกรของนางเปลี่ยนเป็นสีทองแสบตา แต่ก่อนมันคือมังกรตัวสีเเดง ยิ่งนางเห็นมังกรสีทอง นางยิ่งสงสัยในตัวของหลิวอี้มากขึ้นและเกิดความไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดกับนางตอนนี้ นางไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายเรื่องนี้ได้


            หลิวอี้กลับมาที่เรือนสิบ เขาเห็นเย่เอ๋อยังคงฝึกฝนการหลอมโอสถเช่นเดิม


            “ช่วงนี้ทำไมเจ้าถึงเร่งรีบในการฝึกฝนการหลอมโอสถมากกว่าแต่ก่อน”


            “ใกล้จะถึงวันที่มีการทดสอบนักหลอมโอสถ ข้าอยากจะได้ดาวเพิ่มอีกสีห้าดาว”


            “การทดสอบจะจัดขึ้นที่ไหน”


            “จัดขึ้นที่นี่ แต่คนที่สามารถเข้าร่วมทดสอบได้จะต้องมีเสื้อคลุมสีม่วงมาก่อน”


            หลิวอี้หงุดหงิดเล็กน้อย เเสดงว่าเขาไม่สามารถเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ได้ เขาอยากจะรู้ว่าใครที่เป็นคนจัดการทดสอบในครั้งนี้ 


            หลิวอี้เข้าไปภายในห้อง เขาสำรวจภายในจุดตันเถียนของเขาว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างหลังจากที่เขาผสมสายเลือดกับเยี่ยนฟาง แต่สิ่งที่หลิวอี้เห็นทำให้เขาแทบจะล้มลง เพราะเขาเห็นเจ้ามังกรตัวสีทองกำลังนอนหลับไหลอยู่ข้างๆเจ้าฟีนิกซ์จอมขี้เกียจของหลิวอี้ เขาพยายามสงเสียงร้องเรียกพวกมันแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา พลังของฟีนิกซ์ตอนนี้อยู่ในระดับจักรพรรดิขั้นสูง หลิวอี้ถึงกับหมดคำที่จะพูด หลังจากที่เขามองเห็นพลังของมัน


            หลิวอี้เลิกสนใจพวกมันทั้งสองตัว เขาตั้งใจฝึกฝนเพื่อยกระดับพลังรวมทั้งฝึกฝนวิชาเก้ากระบี่เดียวดาย


            บนท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงของทวีปลิ่ว ได้มีปรากฎการณ์บางอย่างเกิดขึ้น พื้นดินเกิดความสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ม่านพลังของเมืองหลวงถึงกับเกิดรอยปริแตก จักรพรรดิรีบลอยตัวขึ้นมาบนอากาศและทำการเสริมพลังของเขาเข้าไป


            ชาวเมืองต่างก็หวาดกลัว พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงไม่นานเหตุการณ์นี้ก็สงบลง


            จักรพรรดิให้คนของเขาออกไปสืบหาสาเหตุที่พึ่งจะเกิดขึ้นในทันที เขาอยู่ที่นี่มาหลายปียังไม่เคยพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้


            หลายวันผ่านไปคนของจักรพรรดิได้กลับมารายเขา


            “รายงาน เกิดรอยแยกตัวภายในเขตเเดนของสัตว์อสูรระหว่างทวีปลิ่วและทวีปหวู่ มีประตูปริศนาเกิดขึ้น”


            “นำทางข้าไป”จักรพรรดิออกไปสำรวจด้วยตัวเอง องค์หญิงน้ำแข็งยังร่วมเดินทางไปกับพ่อของเขาด้วย


            พวกเขาไปถึงก็พบกับคนของทวีปหวู่อยู่ที่ด้านหน้าประตูเต็มไปหมด


            “คาระวะองค์จักรพรรดิเจ้า”จักรพรรดิของทวีปหวู่มีพลังระดับครึ่งเซียนขั้นสูงยังให้ความเคารพจักรพรรดิของทวีปลิ่วเพราะเขาพอจะรู้มาว่าพลังจริงๆของจักรพรรดิทวีปลิ่วสูงส่งแค่ไหน ถึงแม้ตอนนี้เขาจะเเสดงพลังระดับครึ่งเซียนขั้นสูงก็ตาม


            จักรพรรดิเจ้า เขาไม่สนใจ เขาเดินไปสำรวจประตูปริศนาทันที องค์หญิงน้ำแข็งก็เดินตามหลังเขาไปเช่นกัน


            คนที่มาจากทวีปหวู่ต่างจ่องมององค์หญิงน้ำแข็งด้วยสายตาที่อยากจะได้นางมาครอบครอง แม้แต่จักรพรรดิของทวีปหวู่ยังเกิดความต้องการที่จะครอบครองนางเหมือนกับคนอื่นๆ


            ในขณะที่ทุกคนกำลังสำรวจประตูปริศนามีเสียงดังขึ้นมาพร้อมกับกลุ่มคนอีกกลุ่มเดินเข้ามา กลุ่มคนที่มาใหม่มีจำนวน 20 กว่าคน


            “พวกเจ้าช่างมีความกล้ายิ่งนัก ถึงกับบุกเข้ามาภายในเขตเเดนของพวกข้า”ชายที่เป็นผู้นำกลุ่มพูดขึ้นมา เขามีระดับครึ่งเซียนขั้นสูง


            “เป็นเพียงแค่สัตว์อสูรกับกล้าพูดจาโอหังเช่นนี้”ชายหนุ่มที่อยู่ในกลุ่มของคนทวีปหวู่พูดขึ้นมา เขามีระดับพลังปรมาจารย์ขั้นสูง


            “แค่พวกมดปลวกอย่าริอาจมาพูดกับท่านผู้นำเช่นนี้”หญิงงามที่อยู่ในกลุ่มของสัตว์อสูรพูดขึ้นมาพร้อมกับปลดปล่อยเเรงกดดันระดับจักรพรรดิออกมา นางมีพลังระดับจักรพรรดิขั้นต่ำ สูงกว่าชายหนุ่มผู้นั้น


            สัตว์อสูรที่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้จะต้องมีพลังระดับจักรพรรดิขึ้นไป


            คนที่มีพลังระดับที่ต่ำกว่าจักรพรรดิถึงกับเข่าทรุดลง ชายหนุ่มผู้นั้นก็เช่นกัน


            มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่ยังยืนอยู่ได้ จักรพรรดิทั้งสอง และองค์หญิงน้ำแข็งเป็นหนึ่งในนั้น


            “สลาย”เสียงของจักรพรรดิทวีปหวู่พูดขึ้นมาเเรงกดดันจึงหายไป