เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 72 หน่วยรบหมาป่าโลกันต์

    “ หากไม่มีใคร สนใจที่จะสู้ต่อแล้ว ข้าน้อยก็ขอลา” เสี่ยวเทียนประสานมือสิบทิศ วนไปรอบ ๆ เวที จากนั้นก็ลงมาเก็บเหรียญทองไป 48 ล้าน ส่วนกลุ่มของนายพลออดี้ ตัดสินใจแล้ว่า จะลอบสังหารเสี่ยวเทียนระหว่างทางกลับวังหลวง เลยรีบหลบไปเพื่อเตรียมตัว

    “ เจ้าสร้างปัญหาใหญ่แล้วรู้ไหม?” ธิดาเทพเอ่ยกับเสี่ยวเทียนด้วยความเป็นห่วง

    “ ปัญหาอะไร?”

    “ ก็คนที่เจ้าสังหารไปวันนี้ นั้น เป็นคนของ นายพลออดี้ เขาเป็นหนึ่งในหัวหน้าหน่วยรบหมาป่าโลกันต์ ที่มีสำนักงานใหญ่ อยู่ที่โลกเก่า และยังมีสำนักงานย่อยที่ เมืองซื่อโจวนี่ด้วย พวกมันมีอาวุธที่ทันสมัย และยังมียาพิษที่ยังไม่มียารักษาอยู่หลายชนิด คราวนี้มันร่วมมือกับ อ๋องน้อย ที่กำลังไม่พอใจในตัวเจ้าอยู่ด้วย ข้าเกรงว่าพวกมันไม่หยุดเพียงแค่นี้แน่”  ธิดาเทพหยูเซียงอธิบาย

    “ โลกเก่า?  เดินทางไปยังไง ข้ากำลังคิดไปตามหาท่านพ่ออยู่พอดี”

    “ นี่ เจ้าไม่ได้ฟังที่ข้าเตือนเจ้าเลยหรือไง พวกหน่วยรบหมาป่าโลกันต์ มันไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้แน่ ยังจะคิดเดินทางไปโลกเก่าอีก”  ธิดาเทพเริ่มกล่าวเสียงแข็ง

    “ ข้าไม่กลัวพวกมัน  อยากมาก็มาซิ  ข้าแค่อยากรู้จะไปโลกเก่าได้อย่างไรเท่านั้น”

    “ เฮ้อ.. เจ้านี่ หมูไม่กลัวน้ำร้อนเลยจริงๆนะ ถ้าจะไปโลกเก่า ก็นั่งยานโดยสาร ที่สถานีขนย้าย ที่อยู่ในเขต ขนส่งของเมืองซื่อโจว อยู่ติดกับ สถานีเคลื่อนย้ายที่พาเจ้ามาจากดินแดนพิภพชั้นสามนั่นแหละ  ค่าโดยสาร ห้าหมื่นเหรียญทอง

    แค่นำป้ายประจำตัวยื่นให้เข้าลงบันทึกไว้ เจ้าก็เดินทางได้แล้ว”

     ง่ายเช่นนี้เลย อืม...ไว้จัดการเรื่องของ จักรพรรดินีแพรไหมก่อนแล้วค่อยเดินทางไปจะดีกว่า

    “ เฉินเสี่ยวเทียน นี่อย่าบอกนะว่า  คิดจะไปโลกเก่าจริงๆ”  ธิดาเทพเห็นเสี่ยวเทียนนิ่งไป ก็เลยถามให้แน่ใจ

    “ ไปแน่ แต่ว่าไม่ใช่ตอนนี้ ข้ามีธุระต้องไป ดินแดนใต้พิภพก่อน”

    “ อะไรนะ !  นี่เจ้าจะไปดินแดนใต้พิภพ เจ้าจะไปทำไม?”

     ธิดาเทพยิ่งตกใจกับเรื่องที่ได้ยินอีก   เสี่ยวเทียนไม่อยากบอกเรื่องของจักรพรรดินีแพรไหม  เพราะเรื่องนี้หากมีคนรู้มาก ชื่อเสียงของท่านคงถูกกล่าวหาในทางไม่ดีแน่

    “ เรื่องนี้เป็นภารกิจลับ โปรดอภัยที่ไม่สามารถบอกได้”

    “ ด่านทางเข้า-ออก ของดินแดนใต้พิภพถูกปิดตายมาเป็นร้อยปีแล้ว เพราะสองดินแดนมีความขัดแย้ง กันมานาน หากเจ้าคิดจะเข้าไป คงต้องทำลายอุโมงค์ที่ถูกปิดตายนั้นเข้าไป ซึงมีแต่ระดับเทียนจุนเท่านั้นที่ทำได้”

    ธิดาเทพหยูเซียงอธิบายออกมาเช่นนี้  เสี่ยวเทียนก็สงสัยว่าจักรพรรดินีเจินเหลียน ออกมาบนพิภพชั้นที่ 4 ได้อย่างไรกันมันต้องมีทางซิ    เสี่ยวเทียนไม่ทันได้คิดอะไรต่อ  เพราะว่าเวลานี้ เขามายืนอยู่ใกล้ร้านซาลาเปา ที่เคยมีเด็กชายวัย 6 ขวบมายืนขายกับแม่ของเขา แต่วันนี้กลับไม่มี เสี่ยวเทียนเลยลองถามป้าที่ขายเต้าหู้ข้างๆร้านดูเพราะ อยากกินซาลาเปามาก เพราะวันนั้นที่กินไป ทำให้เขานึกถึง เรื่องราวในวัยเด็ก

    “ อ๋อ หญิงหม้ายเสิ่นกับอาฮุยนะเหรอ  เฮ้อ.. เวลานี้ ถูกพ่อสามี พาไปขายที่หอนางโลมแล้ว ส่วนอาฮุยก็ขายตัวไปเป็นเด็กรับใช้ พร้อมกันเลย ช่างน่าสงสารจริงๆ มีพ่อสามีติดการพนันเช่นนี้ ได้ข่าวว่าขายไปเพียง สองหมื่นเหรียญทองเท่านั้นเอง” 

    “ อะไรนะ ทำเช่นนี้ก็ได้ด้วยรึ?”  เสี่ยวเทียนฟังแล้วตกใจ ความโกรธพุ่งปรี๊ดออกมา แล้วหันไปเหมือนจะถามธิดาเทพ

    “ สตรีที่ตบแต่งเข้าตระกูลไปแล้ว ย่อมเป็นคนของตระกูลนั้น เจ้าบ้านมีสิทธิที่จะทำอะไรกับ คนในปกครอง ของตนเองก็ได้  แต่คิดไม่ถึง หัวหน้าตระกูลกลับเป็นคนชั่วช้า ขายลูกหลานเช่นนี้”   ธิดาเทพส่ายหัว

    “ หอนางโลมนั่นอยู่ที่ไหน?” 

    “ หอสุขสันต์ อยู่ที่ริมแม่น้ำเกียงสุ่ย” ป้าตอบทันทีเพราะคิดว่า เสี่ยวเทียนคงเป็นพวกคนมีเงิน คงช่วยสองคนแม่ลูกนี้ได้

    เสี่ยวเทียนถามทางจนแน่ใจ ก็รีบเดินทางไปในทันที

    ในขณะเดียวกัน คนของหน่วยรบ หมาป่าโลกันต์ที่สะกดรอยอยู่ ก็แจ้งข่าวเส้นทางเดินของเสี่ยวเทียนออกไป ให้หน่วยซุ่มยิงรับทราบ

    “ หัวหน้า มันเดินไปมาอยู่ในเมือง ไม่เห็นมีวี่แวว ว่ามันจะกลับวังหลวงทางนี้เลย

    หากว่ามืดค่ำ ทางเราจะไม่สามารถมองจากระยะไกลเพื่อซุ่มยิงมันได้”  หน่วยซุ่มยิง ถือปืนยาวสไนเปอร์ เอ่ยกลับหัวหน้าหน่วยที่มองท้องฟ้า ที่ใกล้จะค่ำมืดแล้ว

    “ไม่ได้ ท่านนายพลสั่งให้จัดการมันภายในวันนี้ พวกเราย้ายตำแหน่ง ไม่รอแล้วไปดักรอที่หน้าหอสุขสันต์ พอเห็นมัน หน่วยหมาป่าซุ่มยิงสามคน ยิงใส่มันเลย หากมันยังรอดก็ส่งหน่วยหมาป่าปืนกล เข้าซ้ำอีกครั้ง” หัวหน้าหน่วยล่าสังหารครั้งนี้สั่งการอย่างเฉียบขาด

    เสี่ยวเทียน เดินทางมาถึงที่หน้า หอสุขสันต์ ก็ต้องหยุดกึก ทันที ยกมือทำสัญญาณให้ ทั้งหมดรอก่อน  เพราะสัมผัสถึงอันตราย มีไอสังหารเกิดขึ้น อยู่บนหลังคาอาคารสูงสามแห่ง ไม่ห่างไกลจากที่นี่นัก มีพลซุ่มยิงสามคน ถือปืนสไนเปอร์กระสุนเคลือบพิษกระสุนทำลายร่างเซียนรอยิง เสี่ยวเทียนอยู่ และยังมีชายอีก 20 คน ถือปืนกลยืนรออยู่สองฝั่ง ตึกทางเข้าหอสุขสันต์ ฝั่งละ 10 คน

    “ เกิดอะไรขึ้น”  ธิดาเทพเอ่ยด้วยความสงสัย

    “ รออยู่ตรงนี้ห้ามไปไหน  คนร้ายพวกนี้ต้องการแค่สังหารข้าเพียงคนเดียว อย่าออกจากใต้ต้นไม้นี้เด็ดขาด” เสี่ยวเทียนเอ่ยเพียงเท่านี้ ก็เคลื่อนไหวร่างออกไป

    แล้วใช้ธนูยิงตะวัน  ปล่อยลูกธนูปราณเทพเจ้าออกไปสามดอก  ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!!

    ลูกธนูทั้งสามดอก พุ่งออกไปในทิศทางที่ต่างกัน สวนกับลูกปืนสไนเปอร์ที่ ยิงเข้าใส่เสี่ยวเทียน เช่นกัน  เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กระสุนปืนสไนเปอร์เฉียดร่างเสี่ยวเทียนไปเส้นยาแดงผ่าแปด  แต่ลูกธนูที่ส่งไปกลับเจาะหน้าผาก ทั้งสามมือยิงสไนเปอร์

    สมองระเบิดกระจายตายไปทีเดียวพร้อมกันทั้งสามคน!

    แล้วหน่วยหมาป่าปืนกลก็ปรากฏกาย สาดกระสุนปืนกลเข้าใส่เสี่ยวเทียนต่อทันที

    “ ปังๆๆๆๆ !!! ปังๆๆๆๆๆ  !!!  ปังๆๆๆๆๆๆ !!!  กระสุนทุกเม็ดกระทบกราะเทพเจ้า กระดอนออกไปไม่มีทาง ผ่านมาได้ เสี่ยวเทียนเก็บธนูยิงตะวันแล้วขว้างเข็มสังหารออกไปจากสองมือ สู่หน่วยหมาป่าปืนกลทั้งสองฝั่ง  ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ !!  ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ !!  ทั้งยี่สิบคนถูกเข็มสังหารที่กลางลูกกระเดือก ทำลายจุดชีวิต หงายหลัง ขาดใจไปในทันที

    ไม่เกินห้าลมหายใจเสี่ยวเทียนจัดการ หน่วยรบหมาป่าโลกันต์ตายไปยี่สิบสามคน แม้ว่ามันจะรวดเร็ว  แต่ธิดาเทพรู้สึกคล้ายกับโลกหยุดการเคลื่อนไหวไปนานเหลือเกิน

    “ เป็นไปได้ยังไงเนี่ย?”  ธิดาเทพกล่าวออกมาคล้ายไม่รู้สึกตัว

    “ มหัศจรรย์จริงๆ”  ปู่เมิ่งเห็นแล้วยังอดเอ่ยชมไม่ได้

    “ เด็กนี่ ทำได้อย่างไร” เซียนหญิงเย่วก็ตกตะลึงยืนนิ่งตามไปด้วย

    เสี่ยวเทียวปัดฝุ่นที่มือออกไป แล้วเดินเข้าหอสุขสันต์ไปในทันที

    “ คุณชายน้อยที่นี่ ให้บริการผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ต่ำกว่านี้ห้ามเข้านะขอรับ”

    เด็กรับใช้เข้ามาบอกเสี่ยวเทียนอย่างนอบน้อม  เสี่ยวเทียนมอบถุงเงิน1 ร้อยเหรียญทองให้ไปแล้วเอ่ยว่า

    “ ข้าเพียงต้องการมาไถ่ตัว หญิงหม้ายเสิ่น กับ อาฮุย ช่วยเชิญผู้จัดการที่นี่มาเจรจากันหน่อย”

    “ ได้เลย ขอรับ เชิญคุณชายทางนี้เลย”  เด็กรับใช้ได้เงิน 100 เหรียญทองก็ดีใจรีบวิ่งปรู๊ดไปตาม ผู้จัดการหอสุขสันต์มาทันที

    “ คุณชายน้อย มิทราบว่า ท่านต้องการไถ่ตัว สองคนแม่ลูกนี่จริงๆ หรือ?” ผู้จัดการร้านสาวสวยรีบเอ่ยถามทันทีที่พบเสี่ยวเทียน

    “ ท่านบอกราคามาได้เลย”

    “ สองคนนี้รวมกันก็  2 ล้านเหรียญทองเท่านั้นเจ้าค่ะ”

    “ ซื้อมาแค่ สองหมื่นเหรียญทอง ขายคืน คิดตั้ง 2 ล้านเหรียญ ช่างน่าเลือดจริงๆ”  เสี่ยวเทียนบ่นงึมงัม แต่ก็ควัก 2 ล้านเหรียญทองมอบให้ไปในทันที

    ผู้จัดการร้านเห็นเสี่ยวเทียนยังเด็ก แล้วก็จ่ายง่ายดาย เยี่ยงนี้ ก็เกิดความคิดละโมบ เลยบอกไปอีกว่า

    “ คุณชายน้อย ท่านโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปตามสองแม่ลูกมาให้” ผู้จัดการสาวกวาดถุงเงินเอาไปจนหมด แล้วขึ้นไปสักพัก ก็ยังไม่ลงมา  แต่พอลงมาก็ทำเฉยเมยไม่เดินมาหาเสี่ยวเทียน ซะอย่างนั้น ทำตัวเหมือนปกติ รับแขกคนโน้น คนนี้เหมือนกับว่าไม่รู้จักเสี่ยวเทียนแม้แต่น้อย 

    “ ผู้จัดการร้าน ท่านบอกจะไปตามสองแม่ลูกตระกูลเสิ่น เหตุไฉนพวกเขายังไม่ลงมาอีก” เสี่ยวเทียนทนรอไม่ไหวต้องเดินเข้าไปยืนเบื้องหน้าแล้วเอ่ยถามอีกครั้ง

    “ เด็กน้อยคนนี้ อายุไม่ถึง 18 ปี พวกเจ้าปล่อยให้เข้ามาที่แห่งนี้ได้อย่างไร จับโยนออกไปจากหอสุขสันต์เดี๋ยวนี้  !”  ผู้จัดการร้านสาวสวยคนนี้ รับเงินไปแล้วกลับลืมเลือนเสี่ยวเทียนกะทันหัน แล้วยังสั่งลูกน้องให้โยนเสี่ยวเทียนออกไปจากหอสุขสันต์อีก  งานนี้ ผู้จัดการร้านสาวสวยคนนี้ เล่นผิดคนแล้ว !!

    “ เฮ้อ ใจมนุษย์นี่ยากแท้หยั่งถึงจริง ๆ เลย” เสี่ยวเทียนได้แต่ถอนหายใจ 

    ในขณะที่คนรับใช้มากันสิบคน ต่างหมายจะมาจับเสี่ยวเทียนโยนออกไป แต่ว่าแค่เดินมาใกล้ เสี่ยวเทียนก็ปล่อยพลังเซียนกดดันไป คนรับใช้ทั้งสิบ ก็คุกเข่าไปพร้อมๆ กันไม่สามารโงหัวขึ้นมาได้เลย ผู้จัดการร้านเห็นเช่นนั้นก็พยายามวิ่งหลบไปด้านในเหมือนกับว่าจะไปตามคนมาช่วย

    เสี่ยวเทียนไม่สนใจเอ่ยกับทุกๆ คนที่มากันแน่นหอนางโลมว่า

    “ ทุกๆ ท่าน นับแต่นี้เป็นต้นไป หอสุขสันต์ได้ปิดตัวลงแล้ว เชิญพวกท่านรีบออกไปจากสถานที่แห่งนี้ โดยด่วน”

    ไม่มีใครสนใจเสี่ยวเทียนแม้แต่น้อย เสี่ยวเทียนสะบัดมือไปทีหนึ่ง โครม ! กำแพงห้องโถงหายไปแถบหนึ่งในทันที  จากนั้นก็ค่อยๆ ทำลายไปทีละจุดของตัวอาคารหอสุขสันต์ ทำให้หอสุขสันต์ทรุดตัว เอียงข้าง คราวนี้ฝูงชนแตกตื่นวุ่นวายกันไปหมด เสี่ยวเทียนส่งสัมผัสออกไปทั่วหอสุขสันต์ ได้กลิ่นแป้งซาลาเปาอยู่ชั้นใต้ดินก็รีบลงไปในทันที  พบสองแม่ลูกถูกขังเอาไว้  จึงพาออกมาจากนอกหอสุขสันต์ที่กำลังจะถล่มลงมาแล้ว  พอเสี่ยวเทียนพาสองคนแม่ลูกออกมา หอสุขสันต์ก็ถล่มลงมา เหลือแต่ซากปรักหักพัง กับป้ายหอสุขสันต์ที่ยังคงเห็นได้ชัด

    “ นี่เจ้าทำอะไรลงไปเนี่ย?” ธิดาเทพหยูเซียง ยืนรออยู่ข้างนอกเห็นหอสุขสันต์ ถล่มลงมาต่อหน้าต่อตาก็ตกใจยิ่ง  เสี่ยวเทียนไม่ทันจะตอบ  ผู้จัดการร้านก็เดินออกมาด้วยสภาพทุลักทุเล โดยมีชายหนุ่มผู้หนึ่งกับชายวัยกลางสองคน หิ้วปีกนางออกมา

    “ นายน้อย ไอ้เด็กเวรคนนี้แหละ ที่ทำลายหอสุขสันต์ของเรา”

    ชายหนุ่มวัย 25 ปี กวาดสายตามองเสี่ยวเทียนแวบเดียว ก็ไม่สนใจ แต่มาสะดุดที่ธิดาเทพหยูเซียงที่ยืนอยู่ด้านข้างเสี่ยวเทียนแทน

    “ ไม่ทราบแม่นางท่านนี้ มีนามว่ากระไร ข้าชื่อ ไป๋อี้หยุน จากสำนักสุขสำราญ”

    “ อ้อ นี่เจ้าเป็นเจ้าของหอสุขสันต์ใช่ไหม พอดียัยป้านี่ อมเงินของข้าไป 2 ล้านเหรียญ ข้าคิดว่า ท่านคงต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยนะ” เสี่ยวเทียนก้าวเท้ามายืนขวางหน้า มิให้ไป๋อี้หยุน ได้เห็นหน้า ธิดาเทพ

    “ เด็กน้อย ถอยไป ข้าจะเจรจากับแม่นางผู้นี้”

    “ นี่พวกท่านคิดจะหลอกลวงข้า กันง่ายๆแบบนี้อย่างนั้นหรือ  รู้ไหมว่าข้าเป็นใคร

    ข้าคือโอรสเทพ เป็นหนึ่งในรัชทายาท ของอาณาจักรซื่อโจว พิภพชั้นที่ สี่แห่งนี้

    พวกเจ้ากล้าคิดคดโกง คนอย่างข้าเชียวรึ?”  เสี่ยวเทียนเริ่มคุยข่มออกไป

    “ ถ้าเจ้าเป็นรัชทายาท ข้าคงเป็น พระสวามีของ ธิดาเทพไปแล้วน่ะซิ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

    ชายหนุ่มย้อนกลับอย่างอารมณ์ดี

    “ บังอาจ”  เสียงปู่เมิ่ง กับ เซียนหญิงเย่ว ตะคอกออกมาพร้อมกัน

    ธิดาเทพยกมือห้ามทั้งสองคนเอาไว้แล้วกล่าวกับเสี่ยวเทียนว่า

    “ สั่งสอนมันให้ข้า”

    “ เป็นสิ่งที่ข้าต้องทำอยู่แล้ว” เสี่ยวเทียนบีบมือทั้งสองเข้าหากัน โดยที่สายตาจ้องมองไปที่นายน้อยสำนักสุขสำราญ  ที่ส่งยิ้มหวานฉ่ำให้ธิดาเทพ โดยที่ไม่กลัวเสี่ยวเทียนแม้แต่น้อย

    “สองยมทูตทมิฬ จัดการปิดปากเด็กน้อยนี่ซะ ข้าไม่อยากได้ยินเสียงของมันอีก”

    นายน้อยสำนักสุขสันต์สั่งการชายสองคนที่ยืนทมึน  พอได้รับคำสั่ง ก็ยกมือขวาออกมาทั้งสองคน ปล่อยไอมารทมิฬ ออกมาพร้อมกัน ปู่เมิ่งรีบจับแขน ธิดาเทพหลบออกมาอย่างรวดเร็ว

    เสี่ยวเทียนสัมผัสไอมารทมิฬ ก็รู้สึกได้ว่า เป็นแค่เพียงระดับที่เซียนทั่วไปใช้กัน

    ยังห่างชั้นกับ พลังภูตทมิฬของเขายิ่งนัก จึงยกมือปล่อยพลังภูตทมิฬปล่อยย้อน

    ทั้งสองคนพอถูกพลังภูตทมิฬ ก็ทรุดตัวลงไป น้ำลายฟูมปาก มีรอยแผลพุพองขึ้นเต็มตัวไปหมด   แล้วร่างของทั้งสองคนก็ค่อยละลายกลายเป็นเศษเนื้อ แล้วค่อยๆละลายกลายเป็นไอหายไป

    นายน้อยสำนักสุขสันต์เห็นเช่นนั้นก็ตกใจยิ่งนักไม่คิดว่า สองยมทูตทมิฬ ยอดฝีมือขั้นเซียนฟ้า จะมาตายอย่างน่าอนาถเช่นนี้ หันมามองเสี่ยวเทียนแล้วก็หยิบ ไม้คทาอันเล็กออกมา  แล้วชี้คทาอันจิ๋วใส่เสี่ยวเทียน แล้วตะโกนออกมาว่า

    “ วงแหวนเวทย์ ทำลายล้าง!”

    มีวงแหวนสีเหลือง พุ่งออกมาจากคทาอันเล็ก คล้ายพลังลึกลับบางอย่าง พุ่งผ่านเกราะเทพเจ้าได้อย่างง่ายดาย แต่พอถึงยันต์เกราะเพชรกับถูกกระแทกสลายหายไป เสี่ยวเทียนถึงกับมึนงงสงสัยไปชั่วขณะ ว่ามันผ่านเกราะเทพเจ้ามาได้อย่างไรกัน ?

    “ พวกจอมเวทย์ ! ”  ธิดาเทพเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ .... 

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน