ลุ้นเกมรักพี่วิศวะ

    ตอนที่ 2 รับน้อง

            มองไปที่คณะก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ดูเหมือนว่าวิ่งออกไปยังไงก็วิ่งไปไม่ถึงสักที ฉันคิดว่าเราคงต้องหาที่ยืนหลบฝนกันก่อนดีกว่า ไม่อย่างงั้นหวัดคงได้ถามหาเธอเป็๲แน่

            ร่างบางยืนหันซ้ายมองขวาใต้ต้นไม้ใหญ่ “อะ ข้ามถนนไปตรงนั้นดีกว่า”

            ฉันวิ่งเข้าไปหลบยังต้นไม้ใหญ่ที่เห็นฝั่งตรงข้ามสองข้างทางเต็มไปด้วยนักศึกษาที่กำลังวิ่งเข้ามาหลบฝน และบางคนก็วิ่งฝ่าไปจนถึงตึกคณะ และแน่นอนว่าฉันไม่ได้ร่างกายถึกขนาดกลั้นใจวิ่งไปจนถึงที่นั่นแน่

            ฉันรีบยกนาฬิกาบนข้อมือขึ้นมาดูเวลา บ่งบอกว่าอีกสามนาทีกิจกรรมรับน้องที่คณะจะเริ่มขึ้น

            “มาวันแรกฉันก็ซวยเลยเหรอเนี่ย ไปไม่ทันแน่ ๆ ทำยังไงดี”

            ใบหน้าหวานแฝงความดื้อรั้นชะเง้อคอมองนักศึกษาที่พากันวิ่งฝ่าฝนไปที่คณะกันแล้ว พลางก้มหน้ามองดูสภาพเหมือนลูกหมาตกน้ำของตัวเองอีกที

            “ให้ฉันไปเข้าร่วมกิจกรรมสภาพนี้คงไม่ไหว คงต้องกลับไปเปลี่ยนชุดแล้วกลับมาเข้าร่วมใหม่แล้วแหละ”

            เฮ้อ ~

            หรรษาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่มองไปที่คณะตัวเองที่อยู่แค่เอื้อมตาละห้อย และคิดว่าจะเดินกลับออกไปเรียกรถเพื่อกลับไปยังคอนโด

            “กลับไปกลับมา เหนื่อยอีกแล้วฉัน”

            บรื้นนนน

            ซ่าาาา

            แต่แล้วเสียงของรถปอเช่คันหรูสีดำก็ถูกขับมาจอดเทียบท่าฟุตบาท ฉันที่กำลังจะเดินหันหลังกลับออกมาต้องเงยหน้าเล็กรูปไข่ขึ้นมองด้วยความโกรธ เพราะชุดนักศึกษาของตัวเองเพิ่งจะโดนรถปอเช่คันนั้นเหยียบโคลนสาดกระเด็นมาใส่ แถมมันยังโดนชุดนักศึกษาของเธอไปเต็ม ๆ อีกด้วย

            หน็อยยย เสื้อฉานนน!

            ดวงจากลมโตสีเทามองไปยังกระจกที่ถูกติดฟิล์มหนาเตอะ มันถูกเลื่อนลงจนเผยให้เห็นหน้าของคนขับที่อยู่ด้านใน เ๽้าของปอเช่ผมดำสนิทตัดสั้นทรงเท่ รูปร่างของเขาดูกำยำ ผิวขาวโผล่พ้นเสื้อสุขภาพดี กล้ามเนื้อแน่นกระชับได้สัดส่วน หน้าตาของเขาดูหล่อเหลาดุจเทพบุตรสวมใส่เสื้อช็อปสีแดงของคณะวิศวะไฟฟ้า บ่งบอกได้ว่าชายตรงหน้าคือรุ่นพี่ที่ไม่ใช่น้องปีหนึ่งรุ่นเดียวกับเธอแน่ แถมเขายังเอ่ยทักทายเธอมาก่อน

            “น้องหรรษาใช่ไหมครับ”

            “ค่ะ พี่คือ?”

            ทำหน้างุนงงใส่ จากที่กำลังจะง้างปากด่าเมื่อกี้จนต้องชะงักเมื่อเห็นหน้าตาหล่อ ๆ นั่น รีบกลืนคำด่าลงคอแทบไม่ทัน ถามไถ่อีกคนออกไปว่าเขาเป็๞ใครกันทำไมถึงได้จอดคุยกับเธอ

            “ผัวคนต่อไปของน้องครับ”

            แรงมาก!!!

            เธอไม่เคยพบเจอใครที่ปากหมาใส่กัน๻ั้๹แ๻่ครั้งแรกที่เจอ แถมเขายังรุกเธอหนัก๻ั้๹แ๻่ครั้งแรกของกันและกันอีกด้วย รุ่นพี่คนนี้ทำหรรษาคิ้วกระตุกเล็กน้อย แต่ก็ยังยิ้มแห้งออกมาถามอีกฝ่ายไปว่า

            “พี่ว่าอะไรนะคะ หนูไม่เข้าใจ”

            เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายคือรุ่นพี่ในคณะ เธอจึงไม่ได้ระวังว่าเขาจะเป็๲คนแปลกหน้าอะไร จึงยืนคุยกับพี่เขาต่อ

            “ขึ้นรถ”

            “เอ่อ หนูกำลังจะกลับ..”

            ฉันที่ได้ยินว่าขึ้นรถ ถึงกับอ้ำอึ้ง เพราะคิดว่าตัวเองกำลังจะกลับไปเปลี่ยนชุดที่คอนโดแล้วกลับมาเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องใหม่ เลยไม่รู้จะบอกรุ่นพี่หน้าตาดีคนนี้ไปยังไงดี

            “ขึ้นรถก่อนค่อยคุย เธอเปียกหมดแล้ว ขึ้นมา” 

            พี่เขาดูมีท่าทีเป็๞ห่วงที่เห็นว่าฉันน่าจะเปียกฝน หรือฉันอาจจะคิดไปเองว่าสายตาที่มองมาที่ฉันเมื่อกี้ดูมีอะไรแปลก ๆ แถมยังรีบบอกให้ฉันขึ้นรถไปกับเขาอีก 

            ใจหนึ่งก็ลังเลว่าไปกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักมันจะดีเหรอ แต่อีกใจก็เห็นว่าเป็๲รุ่นพี่คณะเดียวกัน เธออาจจะเอาเขามาเป็๲ข้ออ้างในการเข้ากิจกรรมสายของตัวเองได้

            ดังนั้นแล้ว…

            ‘ไปกับพี่เขาก่อนแล้วกัน มันก็ดีกว่าฉันต้องเดินตากฝนงก ๆ แล้วเดินไปเรียกรถกลับล่ะนะ’

            ในระหว่างที่รถถูกขับเคลื่อนออกไปตามทางและดูเหมือนพี่สุดหล่อคนนี้จะไม่ได้เลี้ยวรถเข้าไปจอดในคณะ ทำให้ฉันตาโตรีบชี้มือไปที่คณะของตัวเอง

            “เอ่อพี่คะ คณะหนูไปทางนั้นนะคะ”

            “เปียกขนาดนี้ ยังคิดจะเข้าร่วมกิจกรรมหรือไง กลับไปเปลี่ยนชุดก่อน”

            อ่านั่นสิ ฉันเปียกขนาดนี้คงจะทำกิจกรรมไม่สะดวก เลยนั่งอยู่นิ่ง ๆ ให้พี่เขาขับพาไป

            อากาศภายในรถเริ่มหนาวจนฉันต้องยกมือขึ้นมากอดอกตัวเองเอาไว้ กระโปรงทรงเอที่ใส่ก็ชุ่มไปด้วยน้ำเปียกเบาะของรถไปหมด นึกในใจ ทำรถพี่เขาเปียกแบบนี้ ฉันจะโดนเรียกเก็บค่าเสียหายทีหลังไหมเนี่ย

            วันนี้กระโปรงทรงเอที่ใส่มาก็ดูสั้นซะเหลือเกิน จนหรรษาคิดว่าแม่ของเธออาจจะซื้อมาให้เธอผิดไซซ์ไปหรือเปล่า ทำไมเพิ่งจะมาสังเกตเห็นตอนใส่ว่ามันสั้นมาก จนรู้สึกได้ว่าหนุ่มรุ่นพี่ในเสื้อช็อปสุดหล่อข้างกายคนนี้กำลังแอบมองขาของเธออยู่ 

            “หนาวเหรอ”

            อ่าเขาเปิดบทสนทนาถามมาแล้วรู้สึกดีจัว นี่เธอนึกว่าตัวเองจะเป็๲ใบ้ไปซะแล้ว 

            “เอ่อ นิดหน่อยค่ะ”