วัชระมองแขกตัวสูงอย่างพิจารณา
“ทำไมบอสของลื้อต้องจ่ายเงินให้อั๊วถอนฟ้องด้วยล่ะ?”เขาถามอย่างสงสัย
กรกนกก็รีบแปล
โอเวนฟังแล้วก็พูดหน้าตาเฉยชา“คือ........”
กรกนกก็รีบแปลให้เ้านายฟัง“บอสจะไม่ถอนฟ้องก็ได้ แต่บอสจะไม่ได้อะไรเลย เพราะทางเขามีหลักฐานเป็กล้องวงจรปิดในหมู่บ้านที่น้องเมอยู่เป็หลักฐานยืนยันว่าคืนเกิดเหตุน้องเมอยู่ในบ้านตลอดทั้งคืนไม่ได้ออกไปไหนเลยทั้งสองคนแม่ลูก”
โอเวนจ้องตาคู่สนทนาด้วยดวงตาสงบแล้วก็พูดว่า “ถ้า..........”
กรกนกรีบแปล“ถ้าจะฟ้องร้องกันจริงๆ ยังไงๆ น้องเมก็ชนะคดีแน่ เขาบอกแบบนี้น่ะค่ะบอส”
แล้วโอเวนก็เอื้อมมือไปจะหยิบเช็คกลับ
วัชระรีบคว้าเช็คเอาไว้“อั๊วถอนฟ้องก็ได้ แต่อั๊วอยากรู้จริงๆ ว่าพวกลื้อได้ประโยชน์อะไรจากการทำแบบนี้ล่ะ?”
กรกนกรีบแปลให้แขกฟัง
โอเวนยิ้มเย็น“ถ้า..........”
กรกนกรีบแปล“อ่อ เขาบอกว่า อีกเงื่อนไขหนึ่งที่บอสของเขา้าคือ ให้บอสไล่น้องเมออกจากงานั้แ่วันนี้เลยซึ่งเงินค่าชดเชยล่วงหน้าสามเดือนรวมอยู่ในเช็คนี้แล้ว ถ้าบอสไม่ตกลงรับเงื่อนไขเขาก็ขอเช็คคืนค่ะ”
โอเวนแบมือรอรับเช็คคืน
วัชระมองเช็คในมือแล้วก็ตัดสินใจ“ก็ได้ อั๊วตกลงรับข้อเสนอของลื้อ”
เขาจ้องหน้าแขกตัวสูง“บอสลื้อเป็แฟนอาเมเหรอ?”
กรกนกแปล
โอเวนยิ้มไม่ตอบคำถามลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “ผม..........”
กรกนกแปลให้เ้านายฟัง“เขาว่าเขาเสร็จธุระแล้ว เขาขอลากลับแล้วค่ะ เขาบอกว่าขอบคุณบอสที่ให้ความร่วมมือเป็อย่างดี”
วัชระลุกขึ้นยืนส่งแขก“เดินทางปลอดภัยนะครับ”
กรกนกแปล
โอเวนค้อมหัวนิดหนึ่งแล้วก็เดินออกไป
วัชระมองหน้าเลขาสาว“นี่อานก อาเมมันมีแฟนรวยขนาดนี้เลยทำไมมันต้องขโมยทองด้วยล่ะ?หรือว่าอั๊วเข้าใจอีผิดไปเองงั้นเหรอ?”
“แฟน?”กรกนกงง “เ้านายของคนเมื่อกี้แฟนน้องเมเหรอคะบอส?”
“มั้ง”วัชระพยักหน้า”
“ต๊ายไม่ยักรู้ว่าน้องเมมีแฟนรวยขนาดนี้เลย แหมปิดข่าวเงียบจริงๆทำไมพระเ้าลำเอียงไม่เตะโด่งมาให้นังนกซักคนมั้งน้า...” กรกนกรำพึงรำพัน
“อยากได้แฟนรวยๆลื้อไปดึงหน้าก่อนดีไหมอานก” วัชระแซว
“ต๊ายบอสนั่นปากเหรอคะ” กรกนกค้อนขวับๆ แล้วก็งอนออกไป
“เดี๋ยวซิอานกลื้อจะไปไหน? ลื้อเอาเช็คนี่ไปเข้าบัญชีให้อั๊วก่อนแล้วก็โทรตามผู้กองให้อั๊วด้วย” วัชระสั่งงานแล้วก็ขีดคล่อมหลังเช็คเงินสดใบนั้น
กรกนกเดินกลับไปอย่างงอนๆ“เท่านี้ใช่ไหมคะบอส?”
“แค่นี้แหละลื้อไปได้แล้ว” วัชระยื่นเช็คให้
กรกนกรับมามองตัวเลขบนเช็คแล้วก็เฉยจากนั้นเธอก็เดินออกไป
สองชั่วโมงต่อมา ตำรวจเ้าของคดีก็มาที่บริษัท “สวัสดีครับโทรตามผมมามีอะไรเหรอครับ?”
“นั่งก่อนๆผู้กอง” วัชระบอก พอแขกนั่งลงแล้วเขาก็เข้าเื่ “คือเื่อาเมน่ะ”
ผู้กองงง“อาเมไหนครับ?”
“คืออาเมษาบุญรักษ์ไง”
“อ่อมีอะไรเหรอครับ?”
“คืออั๊วอยากจะถอนแจ้งความเมื่อวานนี้น่ะอั๊วว่าต้องเป็เื่เข้าใจผิดแน่ๆ อั๊วว่าอาเมไม่ใช่ขโมยหรอกเลยอยากให้ผู้กองช่วยสืบเื่นี้ใหม่น่ะ”
“ถ้าคุณ้าอย่างนั้นก็ได้ครับอีกอย่างทางเราก็ยังไม่มีหลักฐานหนาแน่นพอถ้าทนายฝ่ายจำเลยแย้งมาคาดว่าทางบริษัทก็คงแพ้คดีแน่ครับเพราะหลักฐานมีเพียงแค่คีย์การ์ดที่ใช้เปิดประตูเท่านั้นส่วนลายนิ้วมือในที่เกิดเหตุก็ยังไม่แน่ชัดเพราะเธอเป็พนักงานของบริษัทของคุณซึ่งคุณก็บอกเองว่าวันก่อนคืนเกิดเหตุเธอต้องเข้าไปในห้องนั้นเพราะคุณสั่งแล้วภาพจากกล้องวงจรปิดที่เราดูกันผมว่ารูปร่างคนร้ายที่เห็นในภาพไม่น่าจะใช่คุณเมษาเลยแม้ว่าส่วนสูงจะดูใกล้เคียงแต่ตอนที่ผมเห็นมือคนร้าย ผมแน่ใจว่าไม่ใช่คุณเมษาแน่ๆ ครับเพราะมือเธอเล็กนิดเดียวแต่มือคนร้ายในภาพใหญ่กว่า”
“ใช่ๆๆถ้างั้นผู้กองก็จัดการเื่ถอนแจ้งความเลยนะครับเดี๋ยวผมจะรีบเซ็นมอบอำนาจให้อาวุธไปเดินเื่ให้เลยแล้วก็จะให้อาวุธอีซื้อของกินไปให้อาเมด้วย อยู่ในกรงขังคงได้กินแค่ข้าวกล่องแหงๆ”
“เอ่อ...เื่ถอนแจ้งความรีบจัดการเลยก็ดีครับแต่เื่ของกินผมว่าไม่ต้องหรอกครับเพราะเมื่อวานนี้ญาติผู้ต้องหามาประกันตัวออกไปั้แ่เมื่อคืนแล้วครับ”
“อ้าวประกันตัวออกไปแล้วเหรอ?”
ผู้กองพยักหน้า“ครับ ทนายเกริกก้องมาทำเื่ประกันตัวออกไปั้แ่เมื่อคืนแล้วครับ”
“ห๊า!เกริกก้องนี่ใช่อาเกริกก้อง สุริยะรึเปล่า?”
“ครับคนนั้นแหละครับ”
“นี่อาเกริกก้องเป็อะไรกะอาเมเหรอ?อีถึงมาประกันตัวให้น่ะ?”
ผู้กองส่ายหน้า“เื่นี้ผมก็ไม่รู้ครับรู้แต่ว่าทนายเกริกก้องมาทำหน้าที่เป็ทนายให้ผู้ต้องหาครับส่วนเื่อื่นผมไม่รู้หรอกครับ”
วัชระพยักหน้ารับรู้แล้วก็พึมพำเบาๆว่า “อืม อาเมอีไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงขนาดมีทนายระดับอาเกริกได้ขนาดอั๊วเคยเชิญอีมาเป็ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายอียังไม่สนเลย”
“คุณวัชระครับมีเื่อะไรอีกไหมครับ? ถ้าไม่มีผมก็ขอตัวกลับก่อนนะครับพอดีมีประชุมต่อน่ะครับ”ผู้กองบอก
“อ่อๆไม่มีแล้วครับ เชิญครับ ขอบคุณที่มานะครับ” วัชระบอก
ผู้กองลุกขึ้นแล้วก็เดินออกไป
วัชระลุกขึ้นเดินไปส่งแขกแล้วก็กลับไปนั่งครุ่นคิด“แฟนอาเมก็ให้ลูกน้องเอาเช็คมาให้แต่เช้าเมื่อคืนนี้อาเกริกก็ไปทำเื่ประกันตัวให้อีอีก อาเมไม่ธรรมดาจริงๆฝีมือการทำงานก็ดี แต่ยังไงๆ อั๊วก็ต้องให้อีออกอยู่ดี ก็รับเงินเขามาแล้วนี่น่าแฟนอีคงอยากให้อีไปทำงานด้วยแหงๆ”
แล้วเขาก็เรียกเลขาเข้ามา“อานก ลื้อเข้ามานี่หน่อย”
“ค้าบอส”กรกนกตอบแล้วก็เคาะประตูห้องเดินเข้าไป
“ลื้อบอกอาซินให้มาหาอั๊วหน่อยแล้วก็เรียกอาวุธมาด้วย”
“ได้ค่ะบอส”กรกนกรับคำสั่งแล้วก็เดินออกไป
สักพักซินดี้ก็มา“บอสเรียกซินมีอะไรเหรอคะ?”
“ลื้อจัดการเอาเช็คนี่ไปให้อาเมทีบอกอีว่าไม่ต้องมาทำงานที่นี่แล้ว” วัชระส่งเช็คให้
“หา!นี่บอสไล่น้องเมออกเลยเหรอคะ?” ซินดี้ใ
“อั๊วไม่ได้ไล่อีออกอั๊วให้อีลาออก เดี๋ยวลื้อไปฝ่ายบุคคลให้เขาออกใบรับรองงานกับพิมพ์ใบลาออกเอาไปให้อาเมเซ็นทีแล้วก็เอาเช็คนั่นให้อาเมไป”
“มันก็ไม่ต่างกันหรอกค่ะบอส”ซินดี้แย้ง
“ต่างซิถ้าอั๊วไล่อีออกอั๊วจะออกใบรับรองงานให้อีทำไม นี่อีลาออกเองลื้อเข้าใจไหมอาซิน?”
“ค่ะต่างก็ต่าง” ซินดี้พยักหน้ารับอย่างงงๆ
วัชระโบกมือไล่
วราวุธเดินเข้ามาพอดี“เฮียเรียกอั๊วมามีไรเหรอ?”
“ลื้อไปจัดการเื่ถอนแจ้งความอาเมทีเมื่อเช้าแฟนอาเมให้ลูกน้องเอาเช็คมาให้อั๊วสามแสนห้าหมื่นดอลล์อั๊วว่าถ้าอีมีแฟนรวยขนาดนี้อีคงไม่ใช่ขโมยหรอกอาวุธ” วัชระบอก
ซินดี้ใได้แต่อุทานในใจ สามแสนห้าหมื่นดอลล์ โอ้มายก็อต!
ด้วยความอยากรู้จึงยืนฟังอยู่เงียบๆอย่างเนียนๆ
“แต่มีเงื่อนไขคือต้องให้อีออกอั๊วว่าแฟนอีคงอยากให้อีไปทำงานด้วยแหงๆ แต่ลื้อก็รู้นี่ว่าอาเมคงไม่ยอมลาออกง่ายๆแน่ แฟนอีได้โอกาสก็เลยใช้วิธีนี้ซะเลย” วัชระบอก
“อั๊วว่าเขาคงไม่อยากให้อีไปทำงานหรอกคงอยากให้ไปเป็คุณนายชี้นิ้วสั่งมากกว่ามั้งเฮีย สวยๆ อย่างอาเม ใครๆ ก็อยากได้ถึงแม้อีจะไม่ชอบแต่งหน้าทำผมชอบปล่อยตัวให้ดูโลคลาสแบบนั้นก็ตาม แต่อีนิสัยก็ดีมารยาทก็ดี ทำงานก็เก่ง เมื่อวานนี้อั๊วก็บอกลื้อแล้วให้ใจเย็นๆก่อนลื้อก็เอาแต่โมโหจะจับอาเมท่าเดียว แล้วอย่างนี้จะมองหน้ากันติดไหมล่ะ?เลยต้องเสียลูกน้องเก่งๆ ไปจนได้” วราวุธบ่น “ลูกค้ารายใหญ่ๆ ของเราส่วนใหญ่ก็ชอบดีไซน์ของอีทั้งนั้นแล้วทีนี้ใครจะมาดีไซน์ให้ถูกใจคุณหญิงคุณนายพวกนั้นล่ะมีหวังหลังจากนี้ยอดซื้อบริษัทเราได้ตกแน่”
“เอาน่าๆลื้อจะให้อั๊วทำไงล่ะ ไหนๆ อีก็ต้องออกลื้อก็รับคนใหม่ๆ เข้ามาซิ” วัชระบอก
วราวุธเห็นท่าทางพี่ชายไม่อยากคุยด้วยก็ตัดบทว่า“งั้นอั๊วไปล่ะ”
“อืม”วัชระพยักหน้าโบกมือไล่
วราวุธหันไปมองซินดี้“ไหนๆ ลื้อก็ต้องไปหาอาเมอยู่แล้ว งั้นลื้อก็ไปกับอั๊วซะเลยซิอาซิน”
“ค่ะบอส”ซินดี้พยักหน้ารับอย่างเกรงๆ
จากนั้นทั้งสองคนก็เดินออกไป
ณ บ้านมาริสา
เมษานั่งเหม่อดูทีวีอย่างเซ็งๆกำลังรู้สึกสับสนในชีวิตอย่างมาก
ทำไมเื่แบบนี้ต้องเกิดกับฉันด้วย?เธอถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เสียงกดกริ่งดังขึ้นเรียกให้สติกลับคืนมา“ใครมานะ? เซลขายของอีกแหงๆ”
เธอชะเง้อดูแล้วก็เห็นบอสเล็กกับหัวหน้าแผนกยืนอยู่หน้าบ้าน“อุ้ยพี่ซินกะบอสนี่ มาทำไมกันนะ?”
ชั่วแว๊บหนึ่งเธอคิดว่าต้องมาจับตัวเธออีกแน่
จะทำไงดีๆๆๆ
ความรู้สึกตอนไร้อิสรภาพยังฝังแน่นอยู่ในหัวจนกลัวไปหมดเธอรีบคว้าโทรศัพท์โทรหาแม่ทันที
มาริสากำลังนั่งเตรียมการสอนสำหรับคาบบ่ายเห็นลูกสาวโทรมาก็รีบรับโทรศัพท์ “หวัดดีจ้าลูก”
“แม่แองจี้กลัว แองจี้จะทำไงดีคะ? บอสกับพี่ซินมาที่บ้านอีกแล้วค่ะแม่”
“อะไนนะแองจี้?”มาริสาใ
“บอสกับพี่ซินมาที่บ้านอีกแล้วพวกเขาต้องพาตำรวจมาจับแองจี้อีกแน่ๆ เลยแม่ จะทำไงดีคะแม่?”เมษารีบบอกเสียงสั่นเครือ
“ใจเย็นๆก่อนลูก เราประกันตัวแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์มาจับหนูแล้วลูก หนูรอแม่ก่อนนะเดี๋ยวแม่รีบกลับไปเลย” มาริสาบอกแล้วก็รีบคว้ากระเป๋าเดินออกไป โชคดีที่ตอนนี้เธอไม่ได้ติดสอน
“แม่รีบมานะคะ”เมษาบอกแล้วก็ได้ยินเสียงตัดสายไป
มาริสารีบวิ่งไปที่รถมอเตอร์ไซด์ของตัวเองแล้วก็รีบขี่กลับบ้าน
ด้านหน้าบ้านซินดี้กดกริ่งอีกครั้งพร้อมกับะโเรียก “เม บอสมีเื่จะคุยด้วย อยู่รึเปล่า?”
เมษากำโทรศัพท์แน่นสูดลมหายใจตั้งสติ “แม่กำลังมาแล้ว เดี๋ยวแม่ก็มา”
เธอค่อยๆเดินไปเปิดประตูบ้านแล้วก็เดินออกไปพบทั้งสองคน ยกมือไหว้บอสตามมารยาท“สวัสดีค่ะบอส สวัสดีค่ะพี่ซิน”
วราวุธมองด้วยสายตาเรียบเฉยยกมือรับไหว้
“เมคือว่าบอสใหญ่อยากให้เมเซ็นใบลาออกน่ะ นี่พี่เอามาแล้วเดี๋ยวเมเซ็นเลยนะ”ซินดี้บอกพร้อมกับยื่นแฟ้มให้
เมษาใ“อะไรนะพี่ซิน?”
ซินดี้บอกอย่างลำบากใจ“คือบอสใหญ่อยากให้เมลาออกน่ะ”
“ลาออก!” เมษาหน้าซีดเธอหันไปมองหน้าบอสเล็ก
วราวุธพยักหน้า
“เมเซ็นใบลาออกกับใบรับเช็คค่าชดเชยนะเซ็นเสร็จแล้วเดี๋ยวพี่เอาใบรับรองงานกับเช็คค่าชดเชยล่วงหน้าสามเดือนให้จ้ะ”ซินดี้บอกอย่างลำบากใจ
“หนูไม่ได้เป็ขโมยหนูไม่ได้เป็คนทำจริงๆ นะพี่ซิน ทำไมต้องให้หนูลาออกด้วยล่ะ?” ประโยคหลังเธอหันไปจ้องหน้าบอสเล็ก
“เอาไว้ให้ตำรวจสอบสวนเสร็จแล้วว่าลื้อไม่ใช่คนทำจริงๆถึงตอนนั้นลื้อค่อยกลับมาทำงานใหม่ก็ได้อาเม” วราวุธบอก
มาริสาขี่มอเตอร์ไซด์มาจอดหน้าบ้านทุกคนหันไปมอง
เมษารีบเปิดประตูรั้วเดินไปหาแม่“แม่ เขาเอาใบลาออกมาให้แองจี้เซ็น แองจี้จะทำไงดีคะแม่?”
มาริสาถอดหมวกกันน็อคออกแล้วก็จับมือลูกบีบให้กำลังใจเธอมองไปทางแขกทั้งสองคน “เชิญข้างในบ้านก่อนดีกว่าค่ะ”
เธอจูงมือลูกพาเดินเข้าบ้านแขกทั้งสองเดินตามไป
“แองจี้หนูไปรินน้ำมานะ”มาริสาบอกแล้วก็หันไปบอกแขกทั้งสองคนว่า “เชิญนั่งก่อนค่ะ”
เธอนั่งลงอย่างใจเย็น
แขกทั้งสองนั่งตรงข้าม
เมษาเดินไปเปิดตู้รินน้ำไปเสิร์ฟแขก
บรรยากาศน่าอึดอัดจนซินดี้ต้องรีบพูด“หวัดดีค่ะคุณแม่น้องเม คือวันนี้ซินเอาใบลาออกมาให้น้องเมเซ็นน่ะค่ะ”
มาริสาพยักหน้ารับรู้แล้วก็หันไปบอกลูกสาวว่า “แองจี้หนูก็เซ็นซะซิลูกเขาอุตส่าห์เอามาให้เซ็นถึงบ้านขนาดนี้แล้ว”
เมษานั่งลงข้างแม่พอแม่พยักหน้าอีกครั้งเธอก็หันไปมองซินดี้กับวราวุธ แล้วก็มองแฟ้มที่ซินดี้ถืออยู่
“เอามาค่ะพี่ซินจะให้เซ็นตรงไหนคะ?” เธอถามทั้งๆ ที่ใจหดหู่มือเย็นเฉียบ
ซินดี้ยื่นแฟ้มให้
“เซ็นตรงนี้จ้ะแล้วก็ตรงนี้กับตรงนี้” เธอบอกพร้อมกับยื่นปากกาให้
เมษารับปากกามาแล้วก็พยายามตั้งสติไม่ให้มือสั่นค่อยๆ จรดปลายปากกาเซ็นลงบนใบลาออก เธอเซ็นจนครบทุกจุดตามที่หัวหน้าชี้ให้เซ็นพอเซ็นเสร็จก็เงยหน้ามองหัวหน้ากับบอสเล็ก
ซินดี้ดึงแฟ้มไปแล้วก็ดึงเช็คกับใบผ่านงานออกมาจากแฟ้มยื่นให้“เช็คกับใบรับรองการทำงานจ้ะน้องเม”
“ขอบคุณค่ะพี่ซินขอบคุณค่ะบอส” เมษารับมาวางไว้แล้วก็ยกมือไหว้ทั้งสอง
วราวุธรับไหว้แล้วก็พูดว่า“เสร็จธุระแล้วถ้างั้นเราก็ไปกันเถอะอาซิน ขอตัวนะครับ”
เขาค้อมหัวให้เ้าของบ้านแล้วก็ลุกขึ้นยืน
ซินดี้รีบลุกตาม“ขอตัวนะคะคุณแม่ ว่างๆ ก็แวะไปที่ออฟฟิตบ้างนะเม”
มาริสาลุกขึ้นเดินไปส่งแขกหน้าบ้านแล้วก็กลับเข้าไปในบ้านเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ลูกสาว
เมษาเริ่มร้องไห้“แม่แองจี้ตกงานแล้ว แองจี้โดนไล่ออกแล้วแม่ ฮือๆๆๆๆ”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ