มี่หนิงหยางนั่งหลังตรงด้วยหน้าตานิ่งเฉยอยู่อีกฝั่งโต๊ะของฮ่องเต้ด้านฮ่องเต้ที่ยังเงียบทำเพียงนั่งจ้องหน้าบุตรชายอย่างสงบแต่ในใจว้าวุ่นอยู่ครู่หนึ่งจนสุดท้ายพระองค์ทนความเงียบไม่ไหวเป็นฝ่ายแพ้เอ่ยปากถามออกมาก่อน
“พ่อได้ยินข่าวว่าประมุขพรรคเหนือเมฆามีนามว่ามี่หนิงหยางคงไม่ใช่ลูก”
“เป็นกระหม่อมเองพะยะค่ะที่เป็นประมุขพรรคเหนือเมฆา”มี่หนิงหยางไม่รอให้คนถามจบ แต่เขาเป็นคนชิงตอบออกมาเสียก่อน
“อืม”พระองค์พยักหน้ารับรู้ ถึงแม้จะทราบเรื่องอยู่แล้วแต่ก็อยากรู้จากปากอีกคนมากกว่า
“ช่วงนี้ได้ยินว่าพระองค์มีเรื่องด่วนต้องจัดการหรือพะยะค่ะ”มี่หนิงหยางถามออกไป เขาหมายถึงเรื่องที่ต้องสร้างความสัมพันธ์กับอีกแคว้นนั่นแหละ
“ใช่แล้วลูกมีความคิดเห็นเช่นไรบ้าง” พระองค์อยากถามความคิดเห็นของเขา
“เกรงว่าจะไม่เหมาะสมที่กระหม่อมจะออกความคิดเห็นในเรื่องนี้พะยะค่ะ”เขาปฏิเสธที่จะยุ่งเรื่องของราชสำนักโดยเฉพาะเรื่องที่ต้องมีการเข้าหารือกับขุนนางตอนนี้เขาถือว่าเป็นบุคคลที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางการแล้ว เส้นทางในชีวิตถือว่าคนละเส้นกัน
“แต่พ่อยังอยากให้เจ้า”
“ถึงกระหม่อมจะเป็นบุตรของพระองค์จริงๆแต่กระหม่อมก็ไม่ได้อยากจะมียศศักดิ์นั้นเลยพะยะค่ะขอพระองค์ทรงเจ้าใจกระหม่อมด้วย”มี่หนิงหยางเอ่ยขัดอีกฝ่ายอีกครั้งโดยไม่รอให้ฮ่องเต้ได้บอกจุดประสงค์ของตนจนจบ
“เจ้าคงจะฝังใจเรื่องมาตั้งแต่เด็กสินะพ่อผิดเองที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง” พระองค์เอ่ยออกมาเสียงเศร้าถ้าเขาอยากจะได้รับความรักจากลูกคนนี้เขาก็ควรที่จะทำดีกับบุตรชายให้มากกว่านี้ตั้งแต่ต้นไม่ใช่ปัดความรับผิดชอบโยนเขาออกนอกวังตั้งแต่เล็กแต่ถ้าหากเขาได้มีโอกาสเลือกอีกครั้งเขาก็ต้องตัดสินใจเช่นเดิมอยู่ดีเพราะนั่นมันทำให้มี่หนิงหยางปลอดภัยจนโตขึ้นมาแข็งแกร่งถึงขนาดก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่ในโลกผู้ฝึกวรยุทธได้อย่างเช่นวันนี้
“ขอให้พระองค์ทรงเห็นด้วยกับการตัดสินใจของกระหม่อมด้วย”
“อืมพ่อขอให้เจ้าโชคดีกับเส้นทางที่ลูกเลือก”เมื่อสิ้นประโยคของมี่หนิงหยางพระองค์ได้หลับตาลงเพื่อยอมรับความจริงและกักเก็บอารมณ์ต่างๆไว้ก่อนที่จะลืมตาขึ้นแล้วส่งรอยยิ้มไปให้และเอ่ยคำอวยพรที่เป็นสิ่งที่เขาพอจะทำได้ให้บุตรชายสักครั้งตามที่อีกฝ่ายต้องการจริงๆ
“ขอบพระทัยพระองค์ที่สนับสนุนพะยะค่ะ”มี่หนิงหยางคารวะอีกฝ่ายหลังพูดจบ
“แล้วต่อจากนี้จะทำอะไรต่อหรือ”
“ก็คงไปๆมาๆระหว่างเมืองหลวงแล้วก็พรรคพะยะค่ะ”มี่หนิงหยางตอบ
“ต่อไปคงได้เจอลูกน้อยลงสินะ”น้ำเสียงกลับมาหดหู่อีกครั้งการได้เห็นหน้ามี่หนิงหยางมันเหมือนเขาได้มองหน้าสตรีที่จากไปด้วยมี่หนิงหยางมีใบหน้าหลายส่วนที่เหมือนมารดาจริงๆต่อไปเขาคงต้องเสียทั้งสตรีที่รักแล้วก็บุตรชายไปจริงๆสินะ
“คงเป็นเช่นนั้นพะยะค่ะวันนี้พระองค์ควรได้พักผ่อนแล้ว กระหม่อมคงต้องทูลลา”เขาคิดว่าเรื่องที่ถูกเรียกตัวมาวันนี้คงเพื่อมายืนยันเรื่องราวที่ฮ่องเต้ได้ยินมาเมื่อตอบไปชัดเจนแล้วเขาจึงขอตัวกลับการที่ประมูลพรรคเข้าพบฮ่องเต้เป็นการส่วนตัวนานๆนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเท่าไหร่เพราะผู้คนอาจจะคิดไปต่างๆนานาได้อย่างเช่นว่าร่วมมือกันเพื่อนำกำลังไปขุมขู่แคว้นอื่นๆเป็นต้น
“เดี๋ยวก่อนพ่อมีอีกเรื่องจะขอ”พระองค์เรียกรั้งตัวเขาไว้เมื่อมีอีกเรื่องที่ตนต้องการจากมี่หนิงหยาง
“เชิญพระองค์รับสั่งถ้ากระหม่อมทำได้ก็ยินดีทำตามพระประสงค์”
“เรียกเรียกพ่อสักครั้งได้ไหม” น้ำเสียงที่ถามออกมาอย่างสั่นๆเหมือนต้องรวบรวมความกล้าออกมาจากใจ
“คือว่ากระหม่อมมีเรื่องด่วนที่ต้องจัดการ ต้องขอตัวก่อนพะยะค่ะ”มี่หนิงหยางเพียงยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วขอตัวกลับทันทีไม่ได้ทำตามคำขอของอีกคนแต่อย่างไรทิ้งให้อีกคนที่มองตามหลังเขาต้องมองด้วยสายตาอันเศร้าสร้อยผิดหวังคำว่าพ่อสำหรับมี่หนิงหยางเขาใช้มันเรียกคนที่ตายมาแล้วและยังเป็นตัวตนที่พ่อจริงๆสร้างขึ้นมาทั้งชีวิตอยู่ๆก็ให้ต้องเอ่ยปากเรียกคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า เขายังไม่พร้อมจริงๆแต่หวังว่าสักวันเขาจะมีความพร้อมและเอ่ยมันออกไปได้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
ชิงเถาหลังได้กลับมาบ้าน ก็ทำนู้นทำนี่ทุกวันเช่นเดิมเช่นเดียวกับในหัวนางที่ยังคงคิดหาสิ่งใหม่ๆ ที่พอจะทำเงินให้ครอบครัวได้และนางก็นึกออกจนได้ว่านางลืมอะไรไป นางลืมที่ดินที่ได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้มาได้อย่างไรตัวเองเป็นคนกล้าเอ่ยปากขอแท้ๆ นั่นมันขุมทรัพย์ของนางเลยนะคงต้องหาวันไปสำรวจมันเสียแล้วไม่เช่นนั้นอาจมือดีพร้อมตีนแมวย่องเข้าไปลักขโมยของๆนางก่อนก็เป็นได้แบบนั้นนางก็ขาดทุนแย่เลย
“เรียนคุณหนูคุณชายมี่มาขอพบเจ้าค่ะ” ชิงเถาที่วันนี้มานอนเล่นใช้ความคิดอยู่เปลผ้าเพื่อดูคนงานทำงานในสวนได้ยินเสียงบอกนางอยู่ใกล้ๆกำลังเคลิ้มๆเชียว มีคนมาขัดเสียได้
“ข้ารู้แล้ว”ชิงเถาตอบคนงานไปสั้นๆ คนงานที่มาบอกนางนั้นเมื่อหมดหน้าที่ก็เดินจากไปส่วนชิงเถาใช้เวลาขยับตัวอีกเล็กน้อยก่อนที่จะลุกออกจากเปลผ้าและใช้วิชาตัวเบาวิ่งกลับมายังเรือนเพื่อพบคนที่คนงานบอกนางไว้
“คารวะคุณชายมี่ขออภัยที่ต้องให้รอนาน” ชิงเถาเดินเข้ามาในห้องรับรองและเอ่ยกับแขกของนางก่อนที่นางจะมามีคนมาดูแลต้อนรับเขาอย่างดีเห็นได้จากน้ำชาพร้อมของว่างที่เป็นขนมและผลไม้อีกสามสี่อย่าง
“เป็นข้าต่างหากที่มารบกวน”มี่หนิงหยางเอ่ยออกมา เขาได้ทราบจากคนงานแล้วว่าชิงเถานอนเล่นอยู่ในสวนเขาคงมารบกวนเวลาพักผ่อนนางจริงๆ
“ช่างมันเถอะเจ้าค่ะว่าแต่ที่ท่านมา” ชิงเถาส่ายหัวเพื่อให้รู้ว่านางไม่ถือสาก่อนจะถามหาวัตถุประสงค์การมาของเขาในวันนี้
“ข้าไม่ได้กลับมาพร้อมเจ้าอยากจะรู้ว่าเดินทางปลอดภัยดีหรือไม่”
“ปลอดภัยดีเจ้ค่ะตอนไปพวกข้าก็เดินทางกันไปเองได้อยู่แล้ว ตอนกลับก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อันใดไม่รบกวนท่านหรอก ว่าแต่ท่านเถอะไหนว่าจะอยู่จัดการงานก่อนทำไมกลับมาเร็วจังเจ้าคะ” นางถามอย่างสงสัยนางกลับมาถึงเมืองหลวงวันนี้ก็เป็นวันที่สามเอง
“งานที่ต้องจัดการไม่ได้ใหญ่หลวงอะไรอีกอย่างข้าก็มีเรื่องด่วนที่เมืองหลวงด้วย” เขาตอบกลับไปด้วยศักยภาพการเดินทางของเขากับฝ่ายชิงเถานั้นต่างกันทำให้เขาให้เวลาเดินทางเพียงครึ่งหนึ่งของนางเท่านั้นถึงได้กลับมาถึงเร็วเช่นนี้เอง
“เป็นเช่นนั้นเอง”ชิงเถาพยักหน้าเข้าใจ
“อีกอย่างข้าก็มีเรื่องมาบอกเจ้าด้วย”
“เรื่องอันใดเจ้าคะ”นางถามด้วยความอยากรู้
“ข้าให้คนไปเก็บสิ่งนี้มาให้เจ้า”มี่หนิงหยางบอกพร้อมนำของบางอย่างออกมาจากถุงเพิ่มพื้นที่ที่ห้อยอยู่ข้างเอวเมื่อนำมันออกมาแล้วก็ปรากฏกล่องไม้ขนาดไม่ได้ใหญ่มากตรงหน้าชิงเถา นางมองมันด้วยความสนใจเขานำอะไรมาให้นางกันนะ แล้วมั่นใจหรือว่านางจะชอบหรือว่ามันคือของฝากเช่นนั้นหรือ แต่นางก็ไปเที่ยวที่เดียวกับเขาเขาจะมีของมาฝากนางทำไม
“เปิดดูสิ”มี่หนิงหยางบอกแล้วเลื่อนกล่องไม้มาใกล้นางพร้อมหมุนฝั่งเปิดให้นางด้วย
“อะไรเช่นนั้นหรือเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยถาม แต่มือนางก็ทำงานเตรียมเปิดออกมาดูด้วยเช่นกัน
“” เขาไม่บอกแต่ส่งสายตาเร่งให้นางเปิดดูเอาเอง
“นี่มัน”ชิงเถาร้องออกมาอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในมันส่องแสงวิบวับล่อตานางเป็นอย่างยิ่ง นี่มันคือเพชรไม่ใช่หรือเขาเอามาให้นางหมดนี่เลยหรือนี่ แต่ก่อนที่นางจะดีใจไปมากกว่านั้นอีกฝ่ายจึงได้เฉลยที่มาของมันให้นางได้รู้เสียก่อน ก่อนที่นางจะดีใจจนอยากจะกระโดดเกาะขาเขามากกว่านี้
“ข้าให้คนไปเก็บมาจากที่ดินของเจ้านั้นแหละเห็นว่าวันนั้นมีเวลาเก็บไม่มากแต่คนของข้าบอกว่ามันน่าจะมีอยู่อีกเพราะที่นำมานี่ก็ใช้เวลาหาเพียงสามวันเท่านั้น”คำบอกเล่าของมี่หนิงหยางถึงมันจะทำให้ชิงเถาสะดุดไปบ้าง แต่สุดท้ายนางก็ดีใจอยู่ดีก็มันเป็นของนางนี่นา
“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะข้าก็หาเวลาเพื่อที่จะเดินทางไปสำรวจเช่นกัน” ชิงเถาเอ่ยกับเขาอย่างดีใจนางกำลังเตรียมสาบแช่งเชียวว่าถ้าหากใครไปขโมยของนางขอให้มันแต่นี่เขากลับให้คนไปหามาให้นางเสียเยอะแยะ
“เห็นเจ้าชอบก็ดีแล้วอย่างไรเสียพวกมันก็เป็นของเจ้าอยู่แล้ว ข้าแค่ให้คนไปค้นหามาช่วยเท่านั้น”เขาเอ็นดูหน้าตาตอนนี้ของนางอย่างมากยิ่งดวงตานางที่ต้องแสงกับพวกเพชรที่ล้างทำความสะอาดด้านนอกมาแล้วจึงมีความแววาวเช่นเดียวกับประกายตาของชิงเถาที่กำลังเปร่งประกายออกมาเช่นกัน