สิ่งที่ทำให้ฉีเล่ออันซาบซึ้งใจก็คือเว่ยฉางเฟิงไม่ถามอะไรเกี่ยวกับฝ่ามือนี้
ถ้าเว่ยฉางเฟิงถามออกมาตนก็ลำบากใจที่จะพูด ทำไมถึงถูกตี?จะให้ตอบว่าเป็เพราะกลับไปช้าไม่ได้เปิดประตูให้สองคนนั้นจึงถูกตีเหรอ?
ฉีเล่ออันไม่อยากนึกถึงอาจารย์หลี่กับเหยียนหล่างเขาเดินออกมาด้วยความไม่พอใจเช่นนี้ เกรงว่าจะยิ่งทำให้อาจารย์หลี่โกรธมากยิ่งขึ้นเขาดีใจที่ได้รับความช่วยเหลือจากเว่ยฉางเฟิงในยามลำบากและช่วยให้เขามีที่อยู่
ความจริงแล้วเขาเหนื่อยมาก ั้แ่เกิดใหม่มานี้ต้องคอยวางแผนทุกเวลา ต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว เขาไม่แม้กระทั่งจะยอมรับความหวังดีจากใครเขามักกลัวว่าพวกเขาจะมีแผนการร้ายอื่น มีเพียงเว่ยฉางเฟิง มีเพียงเว่ยฉางเฟิง
ฉีเล่ออันรู้ว่า เว่ยฉางเฟิงเป็คนที่ดีมาก
หลังจากเว่ยฉางเฟิงหยิบน้ำผลไม้มาให้ฉีเล่ออันก็ไปเตรียมผลไม้เขาคล้ายกับตัวเขาที่เคยพูดว่าชอบการทำอาหารเพียงอย่างเดียวผลไม้ที่หั่นเสร็จแล้วผสมรวมกับน้ำสลัดใส่ในชามแก้วใส้ามีช้อนส้อมสีเงินงดงามเสียบอยู่ ด้านล่างมีผ้ารองจานสีรุ้งรองอยู่ทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกเจริญอาหาร
“กินผลไม้สักหน่อย”เว่ยฉางเฟิงพูดกับฉีเล่ออัน
ฉีเล่ออันพยักหน้า เพราะว่ามือข้างหนึ่งยังประคองถุงน้ำแข็งดังนั้นจึงใช้ส้อมจิ้มผลไม้กินด้วยท่าทางไม่พอใจ เว่ยฉางเฟิงก็กินทั้งยังกินไปวิจารณ์ไปว่า “ผลไม้ในฤดูนี้ไม่อร่อยเลย”
ฉีเล่ออัน “...”
ราวกับเขาค้นพบความลับเล็กๆ ของาาแห่งวงการบันเทิง
เว่ยฉางเฟิงวางส้อมไว้บนถาดถามฉีเล่ออันว่า “อยากดูทีวีไหม?”
ไม่ใช่ว่าฉีเล่ออันอยากดูมาก หากเทียบกับการดูโทรทัศน์แล้วเขาอยากพูดคุยกับเว่ยฉางเฟิงมากกว่า
เว่ยฉางเฟิงเห็นฉีเล่ออันไม่ค่อยสนใจ คิดแล้วก็ลุกขึ้นเดินไประเบียงที่ระเบียงเวลานี้มีแสงพอดี เว่ยฉางเฟิงยืนอยู่ที่ระเบียงครู่หนึ่ง หันหน้าไปพูดกับฉีเล่ออันว่า“พี่ชอบระเบียงห้องนี้มาก”
ระเบียงเป็แบบมีกระจกกั้นมีต้นไม้วางประดับอยู่ มีโต๊ะเล็กๆ กับเก้าอี้ชายหาดวางอยู่ที่ระเบียงฉีเล่ออันเห็นกระทั่งชั้นหนังสือเล็กๆ
ทั้งสองคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ชายหาดฉีเล่ออันพบว่าเก้าอี้ชายหาดบ้านเว่ยฉางเฟิงสามารถนั่งได้ทั้งตัวโดยไม่ไถลลงมา มันนั่งสบายมากเว่ยฉางเฟิงมองวิวทะเลสาบเหรินกงนิ่ง แสงแดดส่องมาที่ทั้งสอง รู้สึกผ่อนคลายมาก
ฉีเล่ออันนอนอาบแดดไม่รู้ว่าหลับไปั้แ่เมื่อไร
กระทั่งตอนที่เขาตื่นขึ้นมาพระอาทิตย์คล้อยต่ำมากแล้ว บนตัวของเขามีผ้าห่มผืนหนึ่งถุงน้ำแข็งถูกนำไปวางไว้ที่โต๊ะ ที่ระเบียงไม่มีใครอยู่ฉีเล่ออันลุกขึ้นนั่งมองพระอาทิตย์ตก
พื้นที่ของทะเลสาบเหรินกงมีขนาดใหญ่นกบินอยู่บนท้องฟ้าอย่างอิสระ แสงสีทองส่องไปบนทะเลสาบสะท้อนแสงระยิบระยับงดงามมาก
ฉีเล่ออันพับผ้าห่มถือออกมาจากระเบียง
ประตูกระจกห้องครัวเปิดอยู่เว่ยฉางเฟิงสวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูกำลังเตรียมอาหารอยู่ ผักที่ล้างจนสะอาดแล้ววางอยู่บนจานเว่ยฉางเฟิงเดี๋ยวก็ดูซุปกระดูกที่ต้มในหม้อ เดี๋ยวก็หันไปดูเวลาหม้อหุงข้าวมองจากด้านหลังไม่นานเห็นความวุ่นวาย
เสียงนาฬิกาจับเวลาของเตาอบดังขึ้นเว่ยฉางเฟิงสวมถุงมือจับของร้อนหยิบถาดออกมา ฉีเล่ออันเห็นปีกไก่มันวาววางอยู่บนถาดเว่ยฉางเฟิงทาซอสแล้วเอาเข้าเตาอบอีกครั้ง
เว่ยฉางเฟิงที่เป็แบบนี้ทำให้ฉีเล่ออันรู้สึกราวกับไม่ใช่ความจริงาาแห่งวงการบันเทิงไม่ใช่คนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย แต่มีบุคลิกงามสง่าราวกับเป็เ้าชายสูงศักดิ์เขาไม่มีทางนึกถึงว่าเว่ยฉางเฟิงจะสลัดคราบนักแสดงมาทำอาหาร แม้จะเห็นด้วยตาตัวเองแต่ยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่น่าเชื่อ
เว่ยฉางเฟิงหันกลับมาเห็นฉีเล่ออันยืนนิ่งอยู่ที่นอกประตูจากนั้นผลักประตูออกพูดกับฉีเล่ออันว่า “ตื่นแล้ว? บนโต๊ะมีน้ำวางอยู่ ดื่มให้ชุ่มคอสักหน่อย”
ฉีเล่ออันถามเว่ยฉางเฟิงว่า “พี่เว่ย้าให้ช่วยไหม?”
เว่ยฉางเฟิงดูเวลาแล้วพูดว่า “ไม่ต้องอีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว นายไปนั่งรอเถอะ”
ฉีเล่ออันรู้ว่าตัวเองช่วยอะไรไม่ได้ จึงนำผ้าห่มที่พับไว้ไปวางบนโซฟาบนโต๊ะน้ำชามีกาน้ำชาที่ใส่ชาดอกไม้วางอยู่ด้านใต้กาน้ำชามีตะเกียงแอลกอฮอล์จุดอยู่ ด้านข้างยังมีแก้วน้ำชาเข้าชุดกันสองสามใบ
ฉีเล่ออันหยิบแก้วชาที่คว่ำอยู่ขึ้นมาเทชาดอกไม้ให้ตัวเองดื่มแก้วหนึ่ง มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวอร่อยมาก
ประตูห้องครัวถูกเปิดแง้มไว้ มีเสียงทำกับข้าวดังออกมาจากด้านในฉีเล่ออันสังเกตห้องครัวอีกครั้ง ภายในมีเฟอร์นิเจอร์สีสันเข้าชุดจัดวางอย่างลงตัวทำให้รู้สึกอบอุ่นความรู้สึกนี้ฉีเล่ออันมีชีวิตมาสองชาติล้วนไม่เคยได้รับ
เว่ยฉางเฟิงทำอาหารเสร็จก็ยกออกมาที่โต๊ะฉีเล่ออันก็ลุกขึ้นไปช่วย เว่ยฉางเฟิงก็ไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงให้เขายกข้าวสองชามกับตะเกียบสองคู่
ทั้งสองคนนั่งที่โต๊ะ เว่ยฉางเฟิงพูดว่า“รีบชิมฝีมือพี่เร็ว”
บนโต๊ะเป็อาหารง่าย ๆ เป็กับข้าวสี่อย่างกับน้ำแกงหนึ่งอย่างมีรากบัวผัดเปรี้ยวหวาน ผัดมะเขือยาว เนื้อวัวผัดมันฝรั่ง และปีกไก่อบ ยังมีซุปซี่โครงหมูแค่ได้กลิ่นก็หิวแล้ว
ไม่อยากเชื่อจริงๆอาหารโต๊ะนี้เป็าาแห่งวงการบันเทิงเว่ยฉางเฟิงทำออกมา
เว่ยฉางเฟิงเทน้ำส้มให้ทั้งสองคน ฉีเล่ออันพูดโพล่งขึ้นมาว่า“ผมไม่ได้กินอาหารในบ้านนานแล้ว”
เว่ยฉางเฟิงชะงักมือไป เขาหัวเราะและพูดกับฉีเล่ออันว่า“ถ้ามีเวลาวันหลังพี่ทำให้กินอีก”
ฉีเล่ออันก็หัวเราะ เขาพูดว่า “โอเคถึงเวลานั้นพี่เว่ยต้องทำให้กิน!”
เว่ยฉางเฟิงถูกแซวจนหัวเราะร่า เขามองใบหน้าของฉีเล่ออันพูดว่า “ดีขึ้นมากแล้ว”
ฉีเล่ออันก็หัวเราะ
ตอนที่กำลังจะขยับตะเกียบ จู่ๆก็เกิดเสียงขึ้นที่หน้าประตู สองคนหันไปทางประตูเห็นเพียงชายหนุ่มรูปงามร่างสูงเข้ามา เว่ยฉางเฟิงเห็นก็ถามว่า “จะไม่กลับมากินข้าวไม่ใช่เหรอ?”
ชายคนนั้นก็คือคนที่ฉีเล่ออันเห็นที่ร้านกาแฟเมื่อตอนกลางวันเขาเปลี่ยนเป็รองเท้าสลิปเปอร์ที่หน้าประตูอย่างเป็ธรรมชาติ จากนั้นถอดสูทมาแขวนไว้ที่ไม้แขวนเสื้อพูดว่า “นานๆ ทีนายถึงจะอยู่บ้าน ไม่กลับมาก็น่าเสียดาย”
เว่ยฉางเฟิงหัวเราะ กล่าวแนะนำกับฉีเล่ออันว่า“นายเรียกเขาว่าพี่เซิ่งก็พอ”
จากนั้นก็พูดกับชายคนนั้นว่า “เพื่อนตัวน้อยของผมเมื่อกลางวันก็เจอกันแล้ว”
พี่เซิ่ง? ผู้จัดการเซิ่งเซิ่งฉางอัน?
ฉีเล่ออันรู้สึกสับสน
เซิ่งฉางอันเดินมาที่โต๊ะอาหาร เขากล่าวทักทายฉีเล่ออันอย่างง่ายๆทั้งมีมารยาทและห่างเหิน ฉีเล่ออันไม่รู้จะเผชิญหน้ากับคนที่มาอย่างไร เขาพยักหน้าตอบกลับอย่างเกร็งๆเซิ่งฉางอันเดินเข้าครัวไปหยิบชามข้าวออกมาเอง จากนั้นลากเก้าอี้มานั่งข้างเว่ยฉางเฟิง
เดิมทีฉีเล่ออันกับเว่ยฉางเฟิงนั่งตรงข้ามกันเผลอแป๊บเดียวก็มีคนเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง ทำให้เขาต้องระวังตัวมากขึ้น
ยังดีที่บรรยากาศรอบตัวของเว่ยฉางเฟิงยังเหมือนเดิมเขาพูดกับฉีเล่ออันว่า “รีบกินเถอะ อาหารเย็นแล้วจะไม่อร่อย”
คีบไปก็ใช้ตะเกียบคีบปีกไก่ให้ฉีเล่ออัน
ฉีเล่ออันเห็นในชามของตนมีปีกไก่เพิ่มมาหนึ่งชิ้นดวงตาเริ่มแดงแล้ว
สิบกว่าปีแล้วั้แ่พ่อแม่ตายก็ไม่มีใครคีบกับข้าวให้เขา
ฉีเล่ออันก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่ให้เว่ยฉางเฟิงที่อยู่ตรงข้ามสังเกตเห็นอารมณ์ของตนอาหารที่เว่ยฉางเฟิงทำรสชาติจืด แต่มีกลิ่นหอมเวลากินข้าวเว่ยฉางเฟิงกับเซิ่งฉางอันพูดคุยเื่ราวได้อย่างเป็ธรรมชาติ ไม่สนใจฉีเล่ออันแม้แต่น้อย
เมื่อกินเสร็จ เซิ่งฉางอันยกชามข้าวกับตะเกียบใส่ในเครื่องล้างจานส่วนกับข้าวที่กินไม่หมดเว่ยฉางเฟิงนำใส่กล่องปิดสนิทเก็บไว้ในตู้เย็น
ฉีเล่ออันเช็ดปากล้างมือมองทั้งสองคนทำงานเข้าขากัน ในใจเกิดรสขมปร่า
เว่ยฉางเฟิงในชาติก่อนไม่รู้มีข่าวฉาวมาจากที่ใดมีบางคำบอกว่าความจริงเขากับผู้จัดการเซิ่งแห่งบริษัทฮว่าหรูว่าเป็แฟนกันแต่ไม่รู้ว่าไปรู้มาจากที่ใด ตอนนี้ดูท่า ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์บางอย่างต่อกัน?
คิดถึงตัวเองก่อนตายในชาติก่อนไม่นาน เซิ่งฉางอันคล้ายกับปล่อยข่าวออกมา ฉีเล่ออันรู้สึกเสียใจมาก
รอทั้งสองคนเก็บของเสร็จเดินออกมา เว่ยฉางเฟิงพูดกับฉีเล่ออันว่า“เสี่ยวอันจะกลับเมืองไห่เฉิงเมื่อไร?”
ฉีเล่ออันตอบว่า “พรุ่งนี้เที่ยง”
เว่ยฉางเฟิงพยักหน้าพูดประโยคที่ทำให้ฉีเล่ออันใออกมา
“คืนนี้นอนที่นี่เถอะพรุ่งนี้เช้าให้คนขับรถไปส่งนายที่โรงแรม”
ฉีเล่ออันนิ่งงัน
“ไม่...ไม่เป็ไรเหรอ?”
“แล้วจะเป็อะไรล่ะ”เว่ยฉางเฟิงหัวเราะ “วางใจเถอะ ไม่มีอะไรหรอก”
ฉีเล่ออันคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าคืนนี้จะได้นอนค้างที่นี่ เดิมทีเว่ยฉางเฟิงคิดพาเขากลับบ้านก็ทำให้เขาใมากแล้ว คิดไม่ถึงว่าเว่ยฉางเฟิงยังให้เขาพักที่นี่!
แต่คืนนี้เขาไม่ได้คิดให้รอบคอบ แม้กลับโรงแรมก็ไม่รู้จะไปอย่างไรค้างที่นี่...เป็ทางเลือกที่ดีที่สุด!
หลังจากกินข้าวเสร็จเซิ่งฉางอันก็ไปห้องหนังสือเว่ยฉางเฟิงดูโทรทัศน์เป็เพื่อนฉีเล่ออันแต่คล้ายกับาาแห่งวงการบันเทิงคนนี้ไม่ได้ใส่ใจโทรทัศน์ เขาดูไม่นานก็หยิบสคริปต์มาอ่าน
นั่นเป็สคริปต์บทละครต่างๆ ดูท่าไม่ได้มีแค่บริษัทเดียวชาติก่อนของฉีเล่ออันแทบไม่มีโอกาสเลือกบท แค่มีบทละครส่งมาถึงมือเขาก็ดีมากแล้ว แต่เว่ยฉางเฟิงไม่เหมือนกัน เขามีชื่อเสียงั้แ่อายุน้อยจึงมีบทมาส่งถึงมือ
แต่แม้จะเป็แบบนี้ เว่ยฉางเฟิงก็ยังตั้งใจอ่านบทมากเมื่อก่อนเคยได้ยินว่าแต่ละบทที่เว่ยฉางเฟิงรับล้วนเลือกด้วยตัวเอง ดูท่าจะเป็เื่จริง
ฟ้าค่อยๆ มืดลง ฉีเล่ออันกำลังดูรายการแนะนำภาพยนตร์ใหม่อยู่แต่เว่ยฉางเฟิงกลับอ่านบทละครและครุ่นคิดอย่างเป็ปกติ
ระหว่างนั้นเซิ่งฉางอันเดินออกมาจากห้องหนังสือสองครั้ง ครั้งหนึ่งมาเทน้ำที่ห้องรับแขกอีกครั้งกลับออกมารดน้ำต้นไม้ที่ระเบียง
เว่ยฉางเฟิงดูเสร็จแล้วอ่านบทละครสองชุดเขานวดหว่างคิ้ว เหลือบดูเวลาแล้วพูดกับฉีเล่ออันว่า “อยากออกกำลังกายสักหน่อยไหม?”
ฉีเล่ออันพยักหน้า
เว่ยฉางเฟิงพาฉีเล่ออันลงจากตึกบริเวณคอนโดเปิดไฟสว่าง มีหลายคนสวมชุดออกกำลังกายกำลังวิ่งออกกำลังกายที่ริมถนนเว่ยฉางเฟิงก็วิ่งช้าลงนำฉีเล่ออันวิ่งรอบทะเลสาบหนึ่งรอบ
ฉีเล่ออันไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แค่วิ่งรอบหนึ่งก็เหนื่อยหอบแล้วเว่ยฉางเฟิงหายใจเป็ปกติ เขาหัวเราะและพูดกับฉีเล่ออันว่า “ต้องออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้นนะ”
ฉีเล่ออันหอบไปพยักหน้าไป
เว่ยฉางเฟิงหาเก้าอี้ยาวรอบทะเลสาบเหรินกงนั่งลงพูดว่า “ต่อไปอาจถ่ายละครจนเหนื่อยมาก ร่างกายรับไม่ไหว น่าเสียดายมาก”
ฉีเล่ออันรีบพูดว่า “กลับไปผมต้องเพิ่มการออกกำลังกาย!”
“นายชอบวงการนี้ไหม?”เว่ยฉางเฟิงถามขึ้นอีก
ฉีเล่ออันถามตัวเองว่า ชอบวงการนี้ไหม?
เขานึกไปถึงชาติก่อนของตนั้แ่เริ่มเข้ามาเป็นักเรียนบริษัทกวงเย่าก็ไม่มีอิสระ ต่อมาผ่านการฝึกแม้ตนเองจะนับว่าเป็ ‘อัจฉริยะ’ ในห้อง รับงานแสดงเป็ส่วนหนึ่งในชีวิต แต่ตนเองชอบการแสดงจริงไหม?
คิดแล้วคิดอีก ฉีเล่ออันพูดกับเว่ยฉางเฟิงว่า“ชอบ”
เขาควรชอบไหมเข้ามาในวงการนี้โดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็หลงรักการแสดง เขาชอบแสดงสีหน้า ฝึกเปลี่ยนสีหน้าอารมณ์ไปตามเื่ราวต่างๆในกระจก
เว่ยฉางเฟิงนั่งพิงเก้าอี้ยาวยืดขาเขาพูดว่า “ชอบก็พยายามหน่อย”
ฉีเล่ออันพยักหน้า
ทั้งสองคนนั่งตากลมอีกสักพัก เว่ยฉางเฟิงพาฉีเล่ออันขึ้นตึกในฤดูร้อนอากาศร้อน ทั้งสองคนมีเหงื่อท่วมตัวเว่ยฉางเฟิงหาเสื้อยืดสีขาวตัวหนึ่งให้ฉีเล่ออัน บอกว่า “ในบ้านไม่มีชุดนอนเหลือแล้วถ้าไม่ถือก็เปลี่ยนเป็ตัวนี้เถอะ”
ฉีเล่ออันจะถือได้อย่างไร เขารับเสื้อยืดมากำลังคิดจะพูดขอบคุณเว่ยฉางเฟิงคล้ายคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ พูดว่า “ยังต้องหากางเกง...ตามพี่มา”
พูดไป เขาหันหลังเข้าห้องตัวเองไปฉีเล่ออันรีบตามไป
ห้องของเว่ยฉางเฟิงใหญ่มากดูท่าจะเป็ห้องนอนของเ้าบ้าน ไม่เพียงมีห้องน้ำในตัว ยังมีตู้เสื้อผ้าแบบ walk in เตียงวางชิดติดกับระเบียงบนเตียงมีหมอนใบหนึ่งกับผ้าห่มวางอย่างเป็ระเบียบ
รอ รอ บนเตียงของเว่ยฉางเฟิงมีเพียงเครื่องนอน?
หรือว่าเขากับเซิ่งฉางอันไม่ได้นอนด้วยกันเหรอ?
ขณะฉีเล่ออันกำลังคิด จู่ๆเว่ยฉางเฟิงก็โผล่หน้าออกมาจากตู้เสื้อผ้า พูดอย่างอับอายว่า “พี่ไม่ค่อยได้พักที่นี่แม้แต่กางเกงก็ไม่มี นายรอก่อน”
พูดไป เขาวิ่งเหยาะๆไปเคาะประตูห้องหนังสือ เข้าไปพูดอะไรกับเซิ่งฉางอัน จากนั้นเปิดประตูห้องฝั่งตรงข้าม
เขาหาอยู่ในห้องนั้นอยู่นานหยิบกล่องเสื้อออกมากล่องหนึ่ง เว่ยฉางเฟิงเดินไปพูดไป จากนั้นพูดกับฉีเล่ออันว่า“โชคดีที่ห้องพี่เซิ่งมี...”
เวลานี้ฉีเล่ออันไม่ได้สนใจชุดนอนแล้วเว่ยฉางเฟิงกับเซิ่งฉางอันไม่ได้นอนด้วยกัน?
หรือว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไม่ได้เป็อย่างที่ตนคิด?
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/d2046ddc3319552b928779826a7f3833
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามีที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามี#readAwrite ด้วยน้า