คมมีดพายุอันทรงพลังจากการโจมตีของระดับทองทำม่วงกำลังพยายามตัดร่างกายของไผ่ออกจากกัน บาดแผลที่สาหัสอยู่แล้วของไผ่ตอนนี้ยิ่งสาหัสมากกว่าเก่าตามร่างกายของไผ่เต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกคมมีดพายุบาดเลือดของไผ่สาดกระจายไปทั่วบริเวณ
แต่สีหน้าของไผ่ไม่มีความผัวผวนใดๆและไม่แสดงออกถึงความเจ็บปวดอีกต่อไป ในตอนนี้ไผ่ไม่สนใจโลกภายนอกแล้วเพราะเขาได้เดิมพันไปแล้ว
เนื่องจากตอนนี้ไผ่กำลังจดจ่ออยู่กับการเปลี่ยนลูกแก้วพลังสีเงินให้เป็นสีทอง เพราะแรงกดดันอันมหาศาลทำให้ความเร็วในการเปลี่ยนแปลงทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ผ่านไปเพียงแค่5ลมหายใจความพยายามของไผ่ก็ประสบความสำเร็จ ไผ่สามารถเปลี่ยนลูกแก้วสีเงินให้เป็นสีทองได้ในที่สุดและทะลวงระดับกลายเป็นผู้ปลุกพลังระดับทอง
เมื่อทะลวงระดับทองได้แล้วความแข็งแกร่งของไผ่ก็ระเบิดออกมาจากร่างกายของไผ่แม้ว่าบาดแผลจะยังไม่หายไปแต่มันก็เริ่มรักษาตัวเองอย่างรวดเร็วที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า
คมมีดพายุเองแม้จะยังคงสร้างบาดแผลให้ไผ่แต่มันก็ไม่ได้รุนแรงเท่าก่อนหน้านี้ ทำให้มันไม่สามารถคุกคามไผ่ได้อีกต่อไป
ไผ่กำมือชกออกไปด้านหน้าทำลายกำแพงพายุของจ่าฝูงสิงโตพายุพร้อมทั้งพึมพำออกมา “ผมชนะเดิมพันสินะ”
จากนั้นไผ่ก็เงยหน้าขึ้นมองจ่าฝูงสิงโตพายุพร้อมทั้งพูดกับมันด้วยรอยยิ้มราวกับปีศาจ “เอาล่ะถึงเวลาของผมบ้างแล้วนะครับ”
เอยจบไผ่พุ่งทะยานเข้าหามันทันทีเพียงพริบตาก็มาปรากฎตาหน้าของจ่าฝูงสิงโตพายุ
เพราะมาถึงระดับทองแล้วศักยภาพด้านร่างกายของไผ่ก็พัฒนาขึ้นอย่างมาก ความเร็วและความแข็งแกร่งเองก็พัฒนาขึ้นกว่าเดิมมาก
ตู้ม
ตู้ม
ต้ม
เสียงระเบิดดังขึ้นไม่หยุด
เวลาผ่านไปเพียงแค่สามสิบนาทีทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง พื้นที่โดยรอบในรัศมีเกือบหนึ่งกิโลเมตรถูกทำลายพร้อมทั้งปรากฎหลุดขนาดใหญ่มากมาย
ไผ่ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพของสิงโตพายุมากมายหลายสิบตัว หลังจากที่ไผ่ฆ่าจ่าฝูงสิงโตพายุแล้วไผ่ก็เริ่มลงมือสังหารสิงโตพายุที่เหลือโดยทั้งหมด
เนื่องจากความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมหาศาลหลังจากทะลวงระดับทองแล้วทำให้ไผ่สามารถสังหารสิงโตพายุที่อยู่ระดับทองได้อย่างไม่ยากเย็น
ไผ่หวาดตามองศพของสิงโตพายุก่อนจะนับมีดออกมาผ่าเอาแก่นอสูรของพวกมัน จากนั้นก็เก็บซากศพของพวกมันทั้งหมดเข้าแหวนมิติไป
แม้ว่าแก่นอสูรระดับทองจะไม่สูงมากสำหรับไผ่แต่มันก็ยังสามารถขายได้ราคาไม่น้อย ส่วนร่างกายของพวกมันก็ยังสามารถนำกลับไปขายหรือนำกลับไปทำอาหารได้ ยิ่งเนื้อของสัตว์อสูรมีระดับสูงมากเท่าไหร่สรรพคุณก็ยิ่งมีมากเท่านั้น
หลังจากผ่านการต่อสู้มาทำให้ร่างกายของไผ่ที่เคยมีบาดแผลเต็มตัวตอนนี้บาดแผลเหล่านั้นหายไปหมดแล้ว หายไปหมดไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็นให้เห็น ถ้าจะสามารถรู้ได้ว่าไผ่เคยบาดเจ็บมากก่อนก็คงจะเป็นเพราะสภาพเสื้อผ้าของไผ่เท่านั้น
เมื่อมาถึงระดับทองร่างจักรพรรดิมังกรของไผ่ก็พัฒนาขึ้นไปอีกระดับ เมื่อความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นความเร็วในการรักษาก็ดีขึ้นตามไปด้วยและยิ่งถ้าใช้หินพลังงานช่วยอีกทางมันก็จะยิ่งน่ากลัวมากกว่านี้
“เพียงแค่ระดับทองยังน่ากลัวขนาดนี้ ถ้าเราพัฒนาไปยังระดับที่สูงกว่านี้มันจะน่ากลัวขนาดไหนกัน เห็นทีสิ่งนั้นคงไม่จำเป็นแล้วละเตรียมเอาไว้สำหรับเจ้าเด็กแสบสองคนนั้นแทนแล้วก็กัน หึหึหึ”ไผ่ยิ้มมุมปากก่อนจะวิ่งจากไป
เมื่อความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นความเร็วก็เพิ่มขึ้นเพียงพริบตาเดียวไผ่ก็หายไปจากจุดที่ยืนอยู่
ไผ่มุ่งหน้าไปยังทิศทางของสมบัติที่สัมผัสได้ก่อนหน้านี้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเขาเสียเวลาเพราะการต่อสู้มานานมากแล้วไผ่จึงกลัวว่าจะมีคนอื่นพบมันก่อน
ในระหว่างทางไผ่ถูกสัตว์อสูรและมอนเตอร์มากมายเข้ามาโจมตีแต่เพราะความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมากพวกมันจึงไม่ใช้ปัญหาสำหรับไผ่ ไผ่ใช้เวลาเพียงแค่ครั้งชั่วโมงไผ่ก็มาถึงจุดที่เขาสัมผัสได้ก่อนหน้านี้
ด้านหน้าของไผ่เป็นหน้าผาสูงเสียดฟ้า เมื่อมองขึ้นไปจะเห็นสมนุไพรบางอย่างเกิดอยู่ตามหน้าผา
“ถ้าสัมผัสของเราไม่ผิดพลาดมันจะต้องอยู่บนหน้าผานี่อย่างแน่นอน”ไผ่พึมพำหลังจากมองขึ้นไปบนหน้าผา
ไม่รอช้าไผ่เกร็งขาพร้อมทั้งย่อตัวลงแล้วกระโดดขึ้นอย่างสุดแรง ร่างของไผ่พุ่งสูงขึ้นไปบนหน้าผาหลายร้อยเมตร
ไผ่ใช้มือจับหน้าผาพร้อมทั้งปีนต่อไปยังสมุนไพรที่มองเห็น ไผ่เก็บสมุนไพรตามหน้าผาพร้อมทั้งปีนขึ้นไปเรื่อยๆ
ยิ่งสูงมากเท่าไหร่สมุนไพรที่พบก็มีเยอะขึ้นอีกทั้งระดับมันก็สูงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากความแข็งแกร่งของร่างกายทำให้ไผ่สามารถปีนเก็บสมุนไพรได้เรื่อยๆโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ขึ้นมาสูงแค่ไหน
กว่าจะรู้ตัวไผ่ก็ขึ้นมาถึงยอดผาแล้ว “นี่เราขึ้นมาถึงยอดเขาโดยไม่รู้ตัวเลยหลอเนี่ย”ไผ่บ่นออกมาพร้อมทั้งกวาดตามองไปรอบๆ
ด้านบนยอดเขาเป็นเหมือนลานกว้างขนาดใหญ่ที่ถูกตัดออกอย่างเรียบเนียน ไผ่เดินสำรวจเรื่อยๆก็ไม่พบอะไรเลยไม่มีสมุนไพรไม่มีสิ่งมีชีวิตเลยแม้แต่ตัวเดียว
ไผ่เดินสำรวจเรื่อยๆจนมาถึงใจกลางยอดเขาและสิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าถึงกับทำให้ไผ่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ.