บทที่ 5 : ลูกชายชื่ออาเถา
หมั่นโถวตรงหน้าล่อตาล่อใจอาเถายิ่งนัก น้ำลายอึกแล้วอึกเล่าถูกกลืนลงคอ เด็กน้อยไม่กล้าหยิบอาหารตรงหน้ากินโดยพละกาล รอให้ผู้เป็แม่อนุญาตเสียก่อน ซ่งอี้หรานยิ้มให้กับความน่ารักของบุตรชาย เธอหยิบหมั่นโถวสีขาวฟูหนึ่งลูกใส่มือบุตรชาย “อาเถารีบกินตอนกำลังร้อน กินคู่กับยำไข่ที่แม่ทำ”
“อาเถาจะกินให้หมด!” เมื่อนึกถึงใบหน้าเลอะเทอะของสหาย อาเถาเปลี่ยนคำพูดใหม่ “จะเหลือไว้ให้โกวจื่อสักเล็กน้อย”
“โกวจื่อ?” ร่างเดิมมักจะอยู่แต่บ้าน ไม่คบค้าสมาคมกับใคร แม้แต่บรรดาพี่สะใภ้เธอยังไม่เปิดประตูออกไปคุย แอบกินของดีๆ อยู่ในบ้านคนเดียว ไม่มีจิตสำนึกกตัญญูต่อบิดามารดาสามีแต่อย่างใด ยโสโอหังไม่เห็นใครอยู่ในสายตา
ดังนั้นเธอจึงไม่ค่อยรู้จักคนในหมู่บ้านนี้สักเท่าไร ดูเหมือนอาเถามีสหายเป็เพื่อนตัวผอมตาโปนสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง รู้สึกเหมือนเด็กน้อยคนนั้นเป็บุตรชายของแม่ม่ายประจำหมู่บ้าน ชีวิตของเขายากแค้นกว่าอาเถานัก
ซ่งอี้หรานไม่คิดค้าน บุตรชายแบ่งหมั่นโถวไว้ประมาณสองคำเล็กๆ เก็บไว้ให้สหายโกวจื่น ก่อนจะกินของตัวเองอย่างเอร็ดอร่อย กินคู่กับยำไข่ยิ่งเข้ากัน ใบหน้าเล็กจ้อยกินจนแก้มตุ่ย
ซ่งอี้หรานเองก็กัดกินแค่สองคำ ค่อยๆ เคี้ยวช้าๆ จนละเอียดแล้วกลืน เธอรู้สึกไม่สบายตัวเพราะรูปร่างใหญ่โตหนักเกือบร้อยห้าสิบชั่ง สำหรับยุคสมัยอดอยากเช่นนี้ไม่ง่ายเลยที่จะกินจนอวบอ้วนถึงเพียงนี้ได้
ซ่งอี้หรานคิดถึงชาเขียว เมื่อชาติก่อนเหล่าสนมนางในนิยมดื่มกันเพื่อลดความอ้วน เธอต้องหาโอกาสเข้าเมืองเพื่อไปซื้อของที่สหกรณ์
อาเถายัดคำสุดท้ายหมดก็พูดทั้งที่อาหารยังเต็มปาก “ผมจะไปเก็บผักป่ากับโกวจื่อ”
แม้อายุเพียงห้าขวบ อาเถาและโกวจื่อสามารถทำงานแลกแต้มค่าแรงได้สามแต้ม เป็งานเก็บผักป่ามาเลี้ยงไก่และหมู ความอดอยากทำให้ผู้คนเข้าป่าไปหาของป่าประทังชีวิต ความอุดมสมบูณร์ลดลงเรื่อยๆ ทำให้ต้องยิ่งเดินลึกเข้าไปในป่า
“อาเถาเอาไข่นี่ไปแบ่งโกวจื่อด้วย” ซ่งอี้หรานจำได้ว่าโกวจื่อเป็เด็กดี ช่วยลูกชายเธอเลี้ยงเป็ดและไก่ทุกวัน
อาเถาเลิกคิ้วถาม “แม่ ทำไมท่านกินน้อยเล่า? กลัวติดคออีกเหรอ?”
ซ่งอี้หรานยิ้ม “ใช่ แม่เข็ดไม่กล้าตะกละแล้วล่ะ”
“แต่แม่กินน้อยเกินไป ท่านกินแค่สองคำเอง” อาเถาเห็นกับตาว่ามารดาไม่ยอมกิน
“แม่กินมาเยอะแล้ว อย่าห่วงเลย แม่อยากลดน้ำหนักด้วย” เธอจิบน้ำเปล่าประทังความหิว เื่รูปร่างหน้าตาซ่งอี้หรานให้ความสำคัญเป็อย่างมาก
“งั้นผมไปเก็บผักหวานกับโกวจื่อก่อน” อาเถาวิ่งไปหยิบธนูที่บิดาทำไว้ให้ก่อนกลับเข้ากองทัพ มันเป็ธนูนำโชค มีมันอยู่ อาเถายิงไก่ป่าและกระต่ายป่าได้อย่างละตัวแล้ว
“อย่าเข้าป่าลึก หากหาผักป่าไม่ได้ก็ไม่เป็ไร” เธอกำชับบุตรชายไม่ให้เขาหักโหมจนเกินไป เด็กคนนี้เก่งเกินไวไปไกล ตัวแค่นี้ก็สามารถล่าสัตว์ให้มารดาและคุณแม่หลินกินได้
อาเถารับคำก่อนจะะโโลดเต้นจากไป ซ่งอี้หรานเดินตามออกมาส่ง เธอเห็นโกวจื่อยืนรออาเถาอยู่ก่อนแล้ว เด็กน้อยเนื้อตัวมอมแมมน่าสงสารมาก โกวจื่อยิ้มให้ซ่งอี้หราน นานทีจะได้เห็นมารดาของสหาย โกวจื่ออัดกับเด็กในหมู่บ้านที่แอบว่าซ่งอี้หรานเป็สตรีชั่วช้าลับหลังเป็ประจำ
อาเถาหยิบหมั่นโถวขาวฟูกับยำไข่ออกมาให้สหาย “โกวจื่อ วันนี้แม่ฉันอารมณ์ดี นายกินซิ ฉันเก็บไว้ให้”
โกวจื่อกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แต่มารดาสอนเขาให้รักศักดิ์ศรี แม้ยากจนแต่ก็ภาคภูมิ “อาเถากินเถอะ ฉันกินผักป่ามาแล้ว”
“กินเถอะ ฉันกินอิ่มแล้ว อันนี้เก็บไว้ให้นาย” อาเถายัดหมั่นโถวใส่มือสหาย
โกวจื่อยอมรับมากิน เด็กน้อยไม่เคยกินแป้งบดละเอียดหอมอร่อยเช่นนี้มาก่อน เขาค่อยๆ ละเลียดกินทีละน้อย จากที่ควรจะหมดในสองคำก็กลับเป็สิบคำแทน โกวจื่อไม่เคยกินของอร่อยถึงขนาด เมื่อกินหมดเขารู้สึกผิด เพราะคิดถึงมารดาที่ไม่ได้กินอะไร มองเขากินผักหวานป่าเงียบๆ
เด็กน้อยสองคนหิ้วตะกร้าขึ้นหลัง ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าป่าไปทำงานแลกแต้มค่าแรง ซ่งอี้หรานเห็นเด็กๆ ลับตาไปแล้ว เธอเดินกลับเข้าบ้านเพื่อจัดการกับชีวิตใหม่นี้ มีของมากมายที่อยากซื้อ แต่เงินนั้นมีอยู่อย่างจำกัดนัก
แม้ร่างเดิมจะร้ายกาจแค่ไหน ทว่าเงินเดือนของสามีถูกแบ่งเป็สองส่วน เป็ของเธอยี่สิบห้าหยวน เป็ของคุณแม่หลินสิบหยวน ซึ่งคุณแม่หลินไม่ได้นำมากินใช้ส่วนตัว เงินทั้งหมดถูกส่งไปให้ลูกชายคนโตไว้ใช้เป็สะพานเลื่อนขั้น เพื่อเข้าทำงานในหน่วยงานระดับมณฑล ซึ่งไม่ใช่เื่ง่ายเลย
เธอนำเงินออกมาจากที่ซ่อนเพื่อนับ นับไปนับมามีอยู่แค่ 120 หยวน กับคูปองหลายใบ ร่างเดิมเองก็ถูกบ้านมารดามาขอหยิบยืมเงินบ่อยครั้ง น่าจะถูกยืมไปไม่ต่ำกว่าร้อยหยวน เงินนี้ใช้เพื่อซื้องานเฝ้าสุสานให้พี่ใหญ่กับพี่รอง คุณแม่อี้จะนำเงินมาคืนครั้งละ 20 หยวน แต่นี่ก็หลายเดือนแล้วที่บ้านเดิมเธอไม่ได้นำเงินมาคืน เพราะต้องเก็บเงินไว้สร้างบ้านอิฐ ่พายุคราวก่อนหลังคาบ้านเดิมปริวไปหลายแผ่น คุณแม่อี้จึงตัดสินใจทำใหม่ เธอเชื่อว่าคนอย่างพี่ใหญ่กับพี่รองไม่มีทางเบี้ยวหนี้ ต่อให้พี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รองจะไม่ใช่คนซื่อสัตย์มีคุณธรรมก็ตาม
ตรวจนับเงินเสร็จเธอคิดหาลู่ทางในการหาเงิน ดูเหมือนยุคนี้ไม่อาจค้าขายได้ หากไม่ทำงานในหน่วยงานรัฐ ก็ต้องทำในโรงงาน ไม่ก็ทำงานเก็บแต้มในท้องทุ่ง อย่างสุดท้ายซ่งอี้หรานไม่คิดทำ เพราะทำไปก็คงได้ไม่กี่แต้ม ส่วนงานในเมืองนั้นหาได้ยากยิ่งกว่ายาก นอกจากความสามารถต้องตรงกับงานที่มีคนมาขายแล้ว ยังต้องมีเงินมากพอซื้อด้วย
ดังนั้นจึงต้องเสี่ยงนำของไปขายในตัวอำเภอ เธอไม่มีรถจักรยาน ดังนั้นต้องนั่งเกวียนวัวเข้าตัวอำเภอ โชคดีหมู่บ้านเธออยู่ใกล้อำเภอมาก นั่งเกวียนเพียงสองเค่อก็ถึง
โทษสำหรับคนแอบขายของในตลาดมืดนั้นรุนแรงเกินกว่าสตรีร่างั์อย่างเธอจะรับไหว ต่อให้สามีเป็ทหาร แต่ถูกจับบ่อยๆ ย่อมไม่ใช่เื่ดี
ซ่งอี้หรานคิดบางอย่างขึ้นได้ เธอนำเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวแพงออกมา ก่อนจะรื้อค้นหาเศษผ้า เข็มกับด้ายเพื่อแก้ไขชุดให้สามารถซุกซ่อนของไปขายได้ ความสามารถของเธอทำให้ตัดเย็บช่องลับทั่วตัวเสื้อ ทั้งยังดูไม่ออกว่าซุกซ่อนอะไรไว้ เนื่องจากเธอค่อนข้างตัวใหญ่อยู่แล้ว ซุกของตามส่วนต่างๆ รูปร่างก็ไม่ดูผิดหูผิดตา
เมื่อจัดการกับเสื้อลับเรียบร้อย สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือหาของขาย เื่นี้เธอคิดหนัก เพราะลำพังเลี้ยงตัวเองกับบุตรก็ยากแล้ว ยังต้องหาของไปขายอีก
ไข่เป็ดรวมกับไข่ไก่เก็บได้วันละประมาณสิบฟอง สามถึงสี่วันเธอสามารถเข้าไปขายไข่ได้ ไข่หนึ่งชั่งราคาเพียงหนึ่งเหมา ไม่พอให้เธอกับบุตรชายมีเนื้อกินสัปดาห์ละหลายวันได้
ต้องหาของอื่นขายด้วย เธอลองเดินสำรวจรอบบ้านเพื่อหาช่องทางทำเงิน มีที่ดินสองหมู่เพียงพอต่อการปลูกผักขาย มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ภายในบ้านซึ่งผันน้ำมาจากหมู่บ้าน สระนี้ไม่มีปลาอยู่ เพราะเธอปล่อยเป็ดลงไปหากินด้วย หากอยากเลี้ยงปลาต้องสร้างคอกกั้นเป็ด
เื่เลี้ยงปลาคงต้องเอาไว้ก่อน ตอนนี้เธอต้องถากถางหน้าบ้านเพื่อเตรียมดินปลูกผัก พรุ่งนี้เธอจะเข้าเมืองไปหาเมล็ดผักมาปลูกพร้อมนำไข่ไปขาย ซ่งอี้หรานไม่ค่อยมั่นใจเื่การเพาะปลูกของตนเอง เพราะชาติก่อนเธอไม่เคยหยิบจอบหยิบเสียม ตอนถางหญ้าเธอคิดเื่เก่าๆ ของร่างเดิม พยายามค้นหาสิ่งที่พอจะเป็ประโยชน์ ตอนนั้นเธอนึกขึ้นได้เื่หนึ่ง
สามีมีสหายหลายคน งานของเขาอันตรายมาก เพื่อนหลายคนลาออกเพราะาเ็หนัก เขามักจะหางานให้ทหารพิการเ่าั้ ซึ่งหนึ่งในนั้นได้งานที่โรงฆ่าสัตว์ ในหนึ่งเดือนสหายคนนี้ของเฉินซานจะนำเนื้อมาให้บ้านเธอสองครั้ง แต่ละครั้งมีเนื้อมากกว่าห้าชั่ง หรือเธอจะลองคุยกับเขาเพื่อขอซื้อเนื้อไปขายต่อโดยไม่ต้องใช้คูปองดีนะ?
คิดไปคิดมาจนถางหญ้าเสร็จ ตอนนั้นเองบุตรชายวิ่งร้องเสียงดัง “แม่! ผมได้กระต่ายมาอีกตัวหนึ่งแล้ว!”
……………………………
อีบุ๊คเล่ม 1
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6Mjk3OTQzO30