มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

    ตอนที่ 136 สยบภูติผี

    “มีคนเคยพูดกับฉันแบบนี้เมื่อก่อน” ฉินเฉาต่อบุหรี่กับก้นบุหรี่ที่เขาโยนลงบนโต๊ะ “แต่ตอนนี้ตายไปหมดแล้ว”


    “คนอวดดีตายเพราะความไม่รู้” จงเหลียงกัวในที่สุดก็ปิดหนังสือของเขา แสยะยิ้มดูถูกไปที่ฉินเฉา แล้วพูดว่า “นายคิดว่าแค่รู้กังฟูนิดหน่อยก็เก่งแล้วเหรอ ในโลกนี้ ยังมีหลายสิ่งที่นายยังไม่รู้”


    “โอ้?” ฉินเฉายิ้มอ่อน “อะไรที่ฉันไม่รู้? ผู้ชายเขาพูดเปิดเผย ขณะที่ผู้หญิงแอบพูดในที่ลับ คุยกับนายนี่ลำบากจริงๆ”


    “ฮึ!” ประโยคนี้ทำให้ชายที่เฉียบแหลมอย่างจงเหลียงกัวรู้สึกโกรธ “มันคือผู้ฝึกตน! นี่คือโลกที่ลึกลับและน่าสะพรึง พวกที่รู้กังฟูแบบแมวสามขาอย่างนาย จะไปเข้าใจได้ยังไง”


    “ฮ่าห์!” ฉินเฉาเปิดปาก พร้อมด้วยรอยยิ้มแปลกๆบนหน้า “การฝึกตน? ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ดูเหมือนนายน้อยจงคงเข้าใจใช่มั้ย?”


    “จริงๆแล้ว ฉันก็ไม่เข้าใจ” จงเหลียงกัวพูดอย่างถ่อมตัว “แต่คุณเจิ้งคนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญในโลกแห่งการฝึกตน”


    “โอ้ งั้นจะบอกว่า พวกเราทั้งคู่อยู่แค่ระดับมนุษย์ธรรมดาเหมือนกันงั้นเหรอ” ฉินเฉาหัวเราะ “ฉันคิดว่านายน่าทึ่งจริงๆ”


    “ฮึ ไปซะ ไปโง่ต่อข้างนอกนู่น” จงเหลียงกัวมองไปที่ฉินเฉาเหมือนกับกำลังมองคนที่ตายไปแล้ว “ตอนนี้ฉันจะให้โอกาสนาย ขอความเมตตาจากฉันซะ ก่อนที่จะสายไป ไม่อย่างนั้น เมื่อคุณเจิ้งลงมือ ฉันกลัวว่านายแม้จะพูดสักคำยังไม่มีโอกาส”


    “ฮ่าฮ่าฮ่า...” ฉินเฉาเหมือนได้ยินเรื่องตลก เอามือกุมท้องหัวเราะจนน้ำตาไหล หลังจากหัวเราะเสร็จ เขาทุบโต๊ะและพูดอย่างดุร้ายว่า


    “นายน้อยจง นายทำให้ฉันตกใจมากนะ” จากนั้นฉินเฉาก็หันไปจ้องคุณเจิ้ง “น้ำหน้าอย่างเขาน่ะเหรอ โครงกระดูกประหลาด ฉันสามารถหักเขาเป็นแปดส่วนด้วยมือเดียว! ผู้ฝึกตน นายทำให้ฉันตกใจนะเนี่ย กลัวจังเลย!”


    ประโยคนี้ไม่ได้ทำให้จงเหลียงกัวเท่านั้นที่โกรธ แม้แต่คุณเจิ้ง ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในโลกผู้ฝึกตน ทันใดนั้นก็ดึงฮู้ดสีดำของเขาลง เผยให้เห็นใบหน้าที่คล้ายกะโหลกของเขา จากนั้นเขาก็ยื่นมือมาข้างหน้า แหวนมรกตบนนิ้วของเขาก็ส่องแสงสลัวๆ ออกมา


    “ไป!” คุณเจิ้งดีดนิ้วและชี้ไปที่ฉินเฉา ปล่อยวิญญาณแค้นที่อยู่ในแหวนของเขาออกมา


    วิญญาณแค้นนี้เป็นผลมาจากการกลั่นวิญญาณคนตายนับสิบที่ถูกทำให้ตายด้วยความอยุติธรรม เต็มไปด้วยความรู้สึกด้านลบ เมื่อพวกมันทะลุผ่านร่างของคน อย่างน้อยที่สุดคนๆนั้นจะต้องโกรธและหดหู่ใจ ตลอดทั้งวัน เอาแต่คิดฆ่าตัวตาย บางทีก็จะทำให้ร่างกายร้อนรุ่มราวกับจับไข้ที่ไม่สามารถควบคุมได้ และเสียสติไป ถ้าร่างกายอ่อนแอ อาจทำให้ตายได้เลย


    มาพร้อมกับวิญญาณพยาบาทพวกนี้ ทำให้เห็นถึงระดับความชั่วร้ายของคุณเจิ้งได้อย่างชัดเจน


    ฉินเฉาแอบเปิดใช้ตาปีศาจของเขาโดยไม่ดึงดูดความสนใจของทั้งคู่ มองไปที่วิญญาณแค้นที่พุ่งออกมาจากแหวนของคุณเจิ้ง และกรีดร้องโหยหวนออกมา พร้อมกับแสดงใบหน้าที่โกรธแค้นขนาดใหญ่ แล้วกรีดร้องพร้อมกับพุ่งเข้าใส่เขา


    คุณเจิ้งมองวิญญาณแค้นของเขาทะลุผ่านเป้าหมาย มุมปากของเขา ทันใดนั้นก็ปรากฏรอยยิ้มน่ารังเกียจขึ้น ‘แค่รู้จักกังฟูนิดๆหน่อยๆ ก็ทำตัวอวดดีซะขนาดนี้ ถ้าฉันไม่สั่งสอนซะบ้าง แกคงไม่รู้ว่าผู้ฝึกตนทรงพลังแค่ไหน’


    ใครจะรู้ ฉินเฉายังคงใจเย็น เอนตัวอยู่บนโซฟา ยิ้มให้พวกเขาราวกับเขาเป็นแค่คนดู


    “พลาด....” คุณเจิ้งไม่ลังเลที่จะควบคุมวิญญาณแค้นเพื่อทะลุผ่านร่างของฉินเฉาอีกครั้ง แต่ฉินเฉายังคงไม่เป็นอะไร แถมยังฮัมเพลงอย่างเกียจคร้านอีกด้วย


    “คืนนั้น เธอปฏิเสธฉัน...คืนนั้น ที่สุดฉันก็ได้เธอ....”


    คุณเจิ้งกำลังโกรธ ไอ้เจ้านั่นกำลังฮัมเพลงลามก เห็นชัดๆ ว่ากำลังเยาะเย้ยเขา


    “ไป ไป ไป ไป!” คุณเจิ้งควบคุมวิญญาณแค้นทะลุผ่านร่างของฉินเฉาซ้ำแล้วซ้ำเล่า


    “คาดไม่ถึงจริงๆ” อย่างไรก็ตามวิญญาณแค้นก็ทะลุผ่านร่างของฉินเฉาราวกับกำลังผ่านประตู ฉินเฉาจุดบุหรี่ และมองไปที่คุณเจิ้งพร้อมรอยยิ้ม “ดูเหมือนคุณเจิ้งจะเป็นสมาชิก หาที่ตายกรุ๊ป ทันสมัยจริงๆ หรือว่าโลกของผู้ฝึกตนปัจจุบันนิยมแบบนี้?”


    แม้แต่จงเหลียงกัวก็ยังแสดงท่าทางสงสัยไปที่คุณเจิ้ง เขาเคยเห็นว่าคุณเจิ้งทำให้ชายที่แข็งแรงคนหนึ่งร่ำไห้กับพื้นมาแล้ว แต่วันนี้ ทำไมถึงทำไม่ได้ล่ะ?


    “คุณเจิ้ง คุณ...”


    เมื่อเผชิญกับความสงสัยของจงเหลียงกัว หัวของคุณเจิ้งเต็มไปด้วยเหงื่อ


    “ฮึ เจ้าหนู ดูเหมือนแกจะเป็นคนใจแข็งคนหนึ่งหนิ” คุณเจิ้งกลอกตา และคาดเดาว่าเขาพลาดได้ยังไง “ไม่ต้องห่วง ฉันมีอีกวิธีไว้จัดการกับคนแบบแก”


    พร้อมกันนั้น คุณเจิ้งแสยะยิ้ม ลูบแหวนมรกตของเขา และทันใดนั้นก็เรียกวิญญาณแค้นของเขากลับคืน


    ขณะเดียวกัน เขาก็ยื่นอีกมือออกมา แสดงให้เห็นแหวนที่มีอัญมณีสีดำอีกวงหนึ่ง ครั้งนี้ สิ่งที่ออกมาจากแหวนเป็นวิญญาณร้าย วิญญาณร้ายนี้น่ารังเกียจยิ่งกว่าวิญญาณแค้น


    วิญญาณร้ายสามารถสิงร่างมนุษย์ พร้อมทั้งควบคุมร่าง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเจิ้งพบกับสาวในฝัน เขาก็ปล่อยวิญญาณร้ายเข้าสิงเธอ แล้วควบคุมเธอ ช่วยให้เขาประหยัดเงินค่ายาปลุกเซ็กส์


    แต่การทำแบบนี้จะลดอายุขัยของเขา ฉะนั้น สมาชิกของนิกายราชานรกจึงมีอายุสั้น กลายเป็นคนแก่ขณะที่อายุยังไม่เท่าไหร่ เพราะว่าอายุขัยของพวกเขาถูกตัดออกไปเยอะมาก


    อย่างไรก็ตาม สำหรับพวกเขาที่ยืนอยู่เหนือหกนิกายของเส้นทางปีศาจ เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะมีสิ่งที่ทรงพลังบางอย่าง นั่นคือ พวกเขาสามารถกินวิญญาณร้ายของพวกเขาได้ เก็บรักษาวิญญาณหยินของพวกเขาจากการถูกตัดได้ โดยไม่สนใจเรื่องการบาดเจ็บ และเน่าเปื่อยของร่างกาย แม้แต่แทบจะเสื่อมสลายวิญญาณหยินของพวกเขาก็สามารถผูกติดกับร่างกายได้ เป็นการปฏิเสธความตายอย่างดื้อรั้น


    สงครามเมื่อครั้งก่อนระหว่างสำนักธรรมะและนิกายปีศาจ นำการตายมาสู่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากของนิกายราชาปีศาจ เหล่าวิญญาณหยินของผู้เชี่ยวชาญถูกทำลาย ฉะนั้น สมาชิกของพวกเขาหลายคนจึงพากันซ่อนตัวอยู่ในหลุมฝังศพบางแห่งในที่รกร้าง วันหนึ่งพวกเขาจะกลับมา และคืนชีพนิกายราชาปีศาจ


    มาพูดถึงวิญญาณร้ายกัน ภายใต้การควบคุมของคุณเจิ้ง มันกรีดร้องโหยหวนเข้ามาหาฉินเฉา ความแตกต่างระหว่างวิญญาณร้าย และวิญญาณแค้นคือ วิญญาณแค้นจะทะลุผ่านร่างกายของคน แต่วิญญาณร้ายจะเข้าสิงร่างกายของคน ควบคุมการกระทำของพวกเขา


    แต่ตอนนี้ ร่างกายของฉินเฉาจู่ๆก็ฉายแสงสีทองที่มองไม่เห็นเป็นตาเปล่า จากนั้นอรหันต์ปีศาจก็ปรากฏข้างหลังเขา ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับแต่ละมือถือขวานอยู่ อรหันต์ปีศาจมองไปที่วิญญาณร้ายที่กำลังบินเข้ามา และทันใดนั้นก็จ้องมอง


    “อูวววว!” วิญญาณร้ายร้องโหยหวนเสียงดัง กลัวจนขี้ขึ้นสมอง และรีบหนีกลับเข้าไปในแหวน


    “หือ?” คุณเจิ้งสะดุ้ง เขาแค่ควบคุมวิญญาณร้าย แต่ไม่มีตาปีศาจ ดังนั้น เขาจึงไม่รู้ว่าอรหันต์ปีศาจปรากฏอยู่ข้างหลังฉินเฉา


    เมื่อวิญญาณร้ายหนีกลับเข้าไปในแหวน เขารู้สึกไม่ดี และรีบเปิดตาผี เมื่อเห็นฉินเฉามีพลังงานหยินที่หนาแน่น เขาก็พบว่าชายที่ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น และไม่มีอะไรในร่างกายของเขาผิดไปจากปกติ


    การฝึกพระสูตรหัวใจเพชรไม่เพียงแต่เพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกายเท่านั้น แต่ยังเพิ่มการป้องกันวิญญาณร้ายนับร้อยไม่ให้เข้ามากล้ำกรายอีกด้วย เมื่อฉินเฉาไปถึงขั้นที่สี่ของพระสูตรหัวใจเพชร เพชรทะลวงภูผา เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาตั้งมั่น ไม่ว่าจะที่ไหน ทั้งพุทธะ หรือว่าวิญญาณร้ายแบบใดก็จะถูกชำระล้างให้บริสุทธิ์


    คุณเจิ้งไม่รู้ว่าความประหลาดนี้เกิดจากอะไร เขาคิดว่าบางทีฉินเฉาอาจมีเครื่องรางบางอย่าง ทำให้ผีของเขาทำงานล้มเหลว


    เมื่อเป็นแบบนี้ คุณเจิ้งก็ได้แต่ถอนใจ


    “นายน้อยจง ฉันพบความจริงของชายคนนี้แล้ว” เพื่อที่จะรักษาหน้า เขาไม่ได้พูดถึงความล้มเหลวเมื่อกี้นี้ ทำเป็นว่าเขาพบความจริงบางอย่าง “ตอนนี้ ฉันมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ที่จะทำให้เขาร้องขอความตาย”


    “ดี ดี งั้นก็ฝากคุณเจิ้งด้วยแล้วกัน” จงเหลียงกัวดีใจอย่างเหลือล้นเมื่อได้ยินอย่างนี้ เขากังวลกับฉินเฉาคนนี้ อยากจะเป็นคนตัดคอฉินเฉาด้วยตัวเอง โชคไม่ดี แม้ว่าเขาจะอวดดี แต่ก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้กับผู้ฝึกกังฟูอย่างฉินเฉา


    ‘แต่แล้วไงล่ะ ฉันรวย! ในโลกนี้ เงินทำให้โลกหมุนได้! ด้วยเงินของฉัน ฉันสามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญที่ทรงพลังกว่ามาได้! แม้ว่าแกจะฝึกหมัดแปดทิศ หรือ หมัดตั๊กแตน แต่เมื่อคุณเจิ้งเคลื่อนไหว แกก็ไม่มีเวลาแม้แต่ร่ำไห้ก่อนที่จะตาย’


    “น่าสงสารอะไรอย่างนี้” จงเหลียงกัวแสร้งเป็นถอนใจ “จริงๆแล้วฉันมองนาย และช่วยไม่ได้ที่จะตัดสินว่านายเป็นคนมีความสามารถคนหนึ่ง หวังให้นายมาอยู่ข้างฉัน ไม่คิดเลยว่านายจะโง่อย่างนี้ เมื่อนายอยากจะตายเพื่อตระกูลเหลียว ฉันจะช่วยนายเอง”


    “คำบางคำ ไม่ใช่ว่าพูดเร็วไปหน่อยเหรอ” เสียงของฉินเฉาดังออกมาอย่างไม่เห็นด้วย ขณะที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ “นายพาพี่น้องกระดูกนี่มาทำให้ผู้คนกลัว ถ้านายพาเขาไปงานปาร์ตี้คอสตูมล่ะก็ เขาไม่จำเป็นต้องแต่งตัวและไปร่วมได้โดยตรงเลยนะนี่”


    ในตอนนี้ ฉินเฉาก็ยังคงยั่วยุทั้งสองคนอยู่


    “ฮึ!” คุณเจิ้งพ่นลมออกจมูกอย่างเย็นชา “ดูเหมือนว่าแกจะทดสอบความอดทนของฉันจริงๆ งั้นฉันจะให้แกตายอย่างเข้าใจ”


    พร้อมกันนั้น เขาก็ยื่นเพลิงฟ้าจุดขึ้นบนมือของเขาอย่างเงียบงัน ฉินเฉาจำท่านี้ได้ นี่เป็นเทคนิคที่ชั่วร้ายที่สุดของนิกายราชาปีศาจ ยึดครองวิญญาณหยิน


    “จำไว้ ฉันคือเจิ้งอี้ชูจากนิกายราชาปีศาจ เมื่อแกไปถึงนรก ประกาศชื่อของฉันกับราชานรกด้วย!”


    จากนั้น เจิ้งอี้ชูก็กลืนเพลิงฟ้าลงไปในกระเพาะ ร่างกายของเขาทันใดนั้นก็เปลี่ยนไป ผิวหนังด้านนอกถูกเผาจนซีดด้วยเพลิงฟ้า กระดูกส่งเสียงออกมาและยืดขยายขึ้น และร่างกายทันใดนั้นก็โตขึ้นเป็นสองเมตร


    เสื้อผ้าท่อนบนส่งเสียงออกมาและฉีกขาด จากนั้นกล้ามแขนก็พองขึ้น เส้นเลือดโป่งออกมาเหมือนกับงูที่กำลังเลื้อยบนจาน รูปลักษณ์โครงกระดูกเมื่อกี้ของเขา ซึ่งผอมแห้งพอๆกับลิง กลายเป็นอาร์โนลด์ในมาดคนเหล็กไปแล้ว


    “หูววว!” ฉินเฉาอดพูดออกมาไม่ได้ “ชายคนนี้ หรือว่ากินฮอร์โมนเข้าไป? หรือไม่ก็ยาเพิ่มพลัง? กล้ามเนื้อแบบนี้ โอ้ ฉันพูดไม่ออก...โอ้ ไม่ กล้ามอกนั่นเยี่ยมจริงๆ กระทั่งใหญ่กว่าของเหลียวชาชา!”


    “โอ้ววววว!” เจิ้งอี้ชูคำรามออกมา ก่อนที่จะส่งเท้าของเขาออกมาเตะเข้าที่โต๊ะกินกาแฟ โต๊ะกินกาแฟกลิ้งหลายครั้ง และเกือบจะกระแทกเข้ากับฉินเฉา ที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟา


    แต่ฉินเฉาก็ไม่รีบ ก่อนที่โต๊ะกินกาแฟจะเข้ามาใกล้ร่างของเขา ฉินเฉายื่นเท้าออกไป และฟาดโต๊ะกินกาแฟลงกับพื้น โต๊ะกินกาแฟที่ขู่ขวัญเมื่อกี้ทันใดนั้นก็สงบลง ตั้งอยู่บนพื้นอย่างมั่นคง โดยมีเท้าของฉินเฉากดเอาไว้


    “สวรรค์ อารมณ์ของนายก็โตไปพร้อมกับกล้ามด้วยหรือไง ยังไงก็เถอะ ความต้องการทำลายของนายมันเกินไปนะ ไม่ดีเลย ภายหลัง มันจะเป็นเรื่องยากของนายนะที่จะหาเมียสักคน”


    ยิ่งฟังการเยาะเย้ยของฉินเฉามากเท่าไหร่ เจิ้งอี้ชูก็ยิ่งโมโหมากขึ้นเท่านั้น จากกระเป๋าผ้าสีฟ้าที่แบกมาข้างหลังเขา ทันใดนั้น จู่ๆ เขาก็ดึงดาบดำที่มีด้ามจับเป็นหัวผี ส่องแสงเป็นประกายออกมาไว้ในมือ


    จบตอน