หลังจากบินไปได้สักพักเย่เทียนก็พบสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิอย่างรวดเร็ว
นี่คือสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่ชื่อสัตว์อสูรวานรเพลิงซึ่งมีความแข็งแกร่งธรรมดาๆ ในหมู่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ แต่เย่เทียนไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทั่วไปเหล่านี้เขาเพียงแค่กำลังมองหาจักรพรรดิเงินเขาทองอยู่เท่านั้น ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นที่ต้องเสาะหาสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่แข็งแกร่งเพื่อควบคุมมัน
ในสายตาของจักรพรรดิเงินเขาทองไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่แข็งแกร่งหรืออ่อนแอ พวกมันล้วนแล้วแต่เป็นตัวตนที่เปรียบได้ดั่งมดปลวก
เย่เทียนปรากฏตัวต่อหน้าสัตว์อสูรวานรเพลิงและเปิดใช้งานพรสวรรค์พันธสัญญาแห่งชีวิตทันที
ลำแสงสายหนึ่งพุ่งเข้าใส่หว่างคิ้วของสัตว์อสูรวานรเพลิงก่อตัวเป็นวงเวทพันธสัญญาที่ซับซ้อนซึ่งหลอมรวมเข้ากับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตนนี้ทันที
ในเวลานี้
เย่เทียนสัมผัสได้ว่าเขาสามารถคร่าและกุมชีวิตของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนี้ได้ชีวิตของมันไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา มันเป็นการทำสัญญาระหว่างนายบ่าว
“ช่างเป็นพรสวรรค์ที่น่ากลัวจริงๆ พรสวรรค์ในการควบคุมสัตว์อสูรเป็นเพียงพรสวรรค์ที่จะทำให้สัตว์อสูรกลายเป็นสัตว์เลี้ยงเท่านั้นแต่ถ้าเจ้าของของมันตายไป สัตว์อสูรที่เป็นสัตว์เลี้ยงก็จะตายไปด้วยเช่นกัน และถ้าสัตว์อสูรไม่ทำตามคำสั่งผู้ใช้ก็สามารถใช้แสงแห่งวิญญาณเพื่อควบคุมมันได้ แต่พรสวรรค์พันธสัญญาแห่งชีวิตนั้นรุนแรงกว่านั้นมากมันเป็นการทำให้สัตว์อสูรกลายเป็นทาสอย่างแท้จริง ไม่แปลกใจเลยที่เหล่าสัตว์อสูรระดับราชาก่อนหน้านี้ถึงจงรักภักดีนัก!”
เย่เทียนถอนหายใจ
หลังจากทำสัญญาแล้วสัตว์อสูรวานรเพลิงตัวนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัน มันพุ่งเข้าใส่เย่เทียนทันที
ดังนั้นเย่เทียนจึงกระตุ้นพรสวรรค์พันธสัญญาแห่งชีวิตเพื่อสร้างความเจ็บปวดให้กับสัตว์อสูรวานรเพลิง
อ๊ากกกก!
ความเจ็บปวดอันไร้ที่เปรียบปรากฏขึ้นบนร่างของสัตว์อสูรวานรเพลิงมันกรีดร้องออกมาด้วยความทรมาน กลิ้งไปมาบนพื้นและชนเข้ากับภูเขาลูกหนึ่ง
ครึ่งชั่วโมงต่อมาในที่สุดเย่เทียนก็ทำให้สัตว์อสูรวานรเพลิงตัวนี้เข้าใจได้แล้วว่า ชีวิตน้อยๆ ของมันอยู่ในกำมือของเย่เทียนแล้วมันต้องเชื่อฟังคำสั่งของเย่เทียน มิเช่นนั้นมีเพียงจุดจบเดียวที่มันต้องเผชิญนั่นก็คือความตาย!
“นายท่าน!”
อสูรวานรเพลิงยอมจำนนใต้เท้าของเย่เทียนและไม่ขัดขืนอีกต่อไป
“แกเข้าใจก็ดีแล้ว ฉันมีงานบางอย่างให้แกไปทำ จงไปตามหาที่อยู่ของจักรพรรดิเงินเขาทองซะหลังจากพบมันแล้วรีบกลับมารายงานฉันที่นี่”
เย่เทียนออกคำสั่งแก่สัตว์อสูรวานรเพลิงก่อนเตรียมที่จะบ่มเพาะพลังต่อไป
ซึ่งสถานที่แห่งนี้ที่เขากำลังยืนอยู่ก็คือภูเขามังกรเพลิงที่เขาเคยมาฝึกฝนก่อนหน้านี้
“อะไรนะ? นายท่าน ท่านต้องตามหาที่อยู่ของจักรพรรดิเงินเขาทอง???”ร่างของสัตว์อสูรวานรเพลิงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ในฐานะที่มันเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิมันจะไม่รู้จักชื่อเสียงของจักรพรรดิเงินเขาทองได้อย่างไร? นั่นเป็นจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดา12 จ้าวแห่งสัตว์อสูร!
มีข่าวลือว่าหลังจากจักรพรรดิเงินเขาทองได้รับผลมังกรศักดิ์สิทธิ์ไปผลมังกรศักดิ์สิทธิ์ทำให้มันมีพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับตะวัน นั่นหมายความว่าในอนาคตมันจะต้องกลายเป็นสัตว์อสูรระดับเทพได้อย่างแน่นอน
กับจ้าวแห่งสัตว์อสูรที่ทรงพลังเช่นนี้มันจะกล้าออกไปสืบหาข่าวได้อย่างไร!
“จะไปหรือไม่ไป?”
เสียงของเย่เทียนกลายเป็นเย็นชา
“ไป นายท่าน ข้าจะไป!”
สัตว์อสูรวานรเพลิงตกใจจนตัวสั่นก่อนรีบตอบรับ
“ดีมาก แกไปได้แล้ว ถ้าฉันพบว่าแกขี้เกียจแล้วล่ะก็ แกตายแน่! ฉันมีวิชาลับที่สามารถดูได้ว่าแกกำลังทำอะไรอยู่อย่าได้คิดที่จะต่อต้านล่ะ!” เย่เทียนข่มขู่
สัตว์อสูรวานรเพลิงไม่รู้ว่าคำพูดของเย่เทียนเป็นคำโกหกพรสวรรค์พันธสัญญาแห่งชีวิตสามารถควบคุมความเป็นตายของสัตว์อสูรที่ถูกทำสัญญาได้เท่านั้นแต่ผู้ทำสัญญาไม่มีทางที่จะสามารถรู้ได้ว่าสัตว์อสูรเหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่
แน่นอนว่าสัตว์อสูรวานรเพลิงไม่ได้มีสติปัญญามากนักมันหลงเชื่อคำพูดของเย่เทียนอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นมันจึงรีบหันหลังจากไปเพื่อไปสืบหาที่อยู่ของจักรพรรดิเงินเขาทองทันที
“สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเพียงตัวเดียวคงไม่พอ ต้องหาเพิ่ม!”
เย่เทียนบินออกไปในทิศทางหนึ่ง
พริบตาเดียวสามวันก็ผ่านไป
ในช่วงสามวันที่ผ่านมาเย่เทียนได้ทำสัญญากับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทั้งหมด 20 ตัว และสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์อีกนับ100 ตัว รวมไปถึงสัตว์อสูรระดับราชาอีกเป็นจำนวนมาก เขาออกคำสั่งให้พวกมันค้นหาที่อยู่ของจักรพรรดิเงินเขาทองให้เขา
และในตอนนี้เขาก็ไม่ได้ทำสัญญากับสัตว์อสูรเพิ่มอีกต่อไป เพราะพรสวรรค์นี้มันมาถึงขีดจำกัดแล้ว
พรสวรรค์พันธสัญญาแห่งชีวิตระดับสูงสุดนั้นสามารถทำสัญญากับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ20ตัว ระดับศักดิ์สิทธิ์ 100 ตัว และระดับราชาอีก1,000 ตัว
ซึ่งนี่เป็นพลังที่น่ากลัวมากแม้ว่าพลังระดับนี้จะไม่สามารถโจมตีฐานทัพระดับสูงสุดได้ แต่มันเพียงพอแล้วที่จะสร้างความเสียหายให้แก่ฐานทัพ
แต่เย่เทียนก็ไม่ได้วางแผนที่จะควบคุมสัตว์อสูรเหล่านี้ไปโดยตลอดเมื่อเขาพบที่อยู่ของจักรพรรดิเงินเขาทองแล้ว เขาก็จะไม่เก็บสัตว์อสูรเหล่านี้ไว้และฆ่าพวกมันทิ้งทั้งหมดทั้งนี้ก็เพื่อที่จะลดปัญหาให้กับฐานจงไห่ไปด้วย
ภูเขามังกรเพลิง
เย่เทียนมาถึงที่นี่และเก็บตัวอยู่ในถ้ำชั่วคราวและเริ่มฝึกฝน
ตอนนี้เขามีหลายอย่างที่ต้องฝึกฝน
ทั้งทักษะกรงเล็บเจตจำนงแห่งกรงเล็บ การใช้หินเกิงจินเพื่อปรับแต่งร่างกาย สร้างร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดพยายามที่จะทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 9 และอื่นๆ
ดังนั้นในช่วงเวลานี้เขาจึงยุ่งมาก
“ค่อยฝึกฝนทักษะกรงเล็บและเจตจำนงแห่งกรงเล็บแล้วกัน ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการเพิ่มระดับการบ่มเพาะเราควรที่จะปรับแต่งและดูดซับหินเกิงจินเพื่อทำลายขีดจำกัดของร่างกายและสร้างร่างวิญญาณดาบต้นกำเนิดก่อน!”
เย่เทียนนั่งขัดสมาธิและหยิบหินเกิงจินออกมา
ทันใดนั้นผิวหนังของเขาก็ถูกแทงด้วยปราณทองคำจำนวนมหาศาล
หากผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดายืนอยู่ตรงหน้าหินเกิงจินเกรงว่าแม้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ร่างของพวกเขาก็คงจะถูกปราณทองฉีกกระชากกลายเป็นชิ้นๆ
หินเกิงจินเป็นหินธาตุโลหะเย่เทียนใช้พรสวรรค์เบญจธาตุผันแปร เกราะเหล็กห้าธาตุเพื่อดูดซับปราณทองคำและเริ่มขัดเกลาร่างกาย
ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้เปิดใช้งานทักษะเร่งความเร็วของเวลาขึ้นสิบเท่า
ตูม!!!
ปราณทองคำไหลบ่าออกมาและถูกเย่เทียนดูดซับเข้าสู่ร่างกายและเริ่มกลั่นมันทุกๆ วินาทีที่ผ่านไป เย่เทียนสามารถสัมผัสได้ว่าร่างกายของเขากำลังแข็งแกร่งขึ้น
“ผลการกลั่นหลอมนี้ยอดเยี่ยมมาก!”
เย่เทียนรู้สึกยินดีทันที
เมื่อเทียบกับเพลิงประหลาดแล้วหินเกิงจินนี้เหนือกว่ามาก
หินเกิงจินนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้เขาสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่9 ได้เท่านั้น แต่ยังมีโอกาสที่เขาจะใช้มันเพื่อทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 10 และบรรลุการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้
อย่างไรก็ตามมันต้องใช้เวลาและมันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น
เวลาผ่านไปทุกวันเย่เทียนได้จมดิ่งอยู่กับการฝึกฝน ราวกับว่าเขานั้นหลงลืมจักรพรรดิเงินเขาทองไปแล้วด้วยซ้ำ
แต่แท้จริงแล้วเขายังคงจำเป้าหมายของตนเองได้เสมอและเขาก็จะไม่มีทางออกจากโลกของสัตว์อสูรจนกว่าเขาจะเจอจักรพรรดิเงินเขาทอง แน่นอนว่าการที่เขาส่งสัตว์อสูรจำนวนมากออกไปสืบหาที่อยู่ของจักรพรรดิเงินเขาทองจักรพรรดิเงินเขาทองก็คงจะรู้ตัวแล้ว
แต่มันกลับไม่ทำอะไรทั้งสิ้นอีกทั้งจักรพรรดิเงินเขาทองคงจะใช้พลังของตัวเองปกปิดร่องรอยตนไว้ ทำให้สัตว์อสูรตัวอื่นไม่อาจสะกดรอยตามมันได้เห็นได้ชัดว่ามันทำเช่นนี้บ่อยๆ ซึ่งทำให้รู้ว่ามันเป็นจ้าวแห่งสัตว์อสูรที่ระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก
เย่เทียนจึงไม่เลือกที่จะเคลื่อนไหวด้วยตนเองเขาทำเพียงส่งสัตว์อสูรจำนวนมากออกไปค้นหามัน และตัวเขาเองก็รอคอยไปอย่างเงียบๆ
เพียงพริบตาเดียวครึ่งเดือนก็ผ่านไป
หินเกิงจินในมือของเย่เทียนอ่อนพลังลงเล็กน้อยแต่เขาก็สามารถสัมผัสได้ว่าเขากำลังจะถึงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 9 แล้ว
อีกสองวันผ่านไป
ในวันนี้
เย่เทียนรู้สึกได้ถึงความผันผวนในร่างกายของตนเองตอนนี้เขามาถึงขีดจำกัดของร่างกายแล้ว!
ตูม!!
ปราณทองคำถูกดูดซับอย่างบ้าคลั่งเย่เทียนใช้มันเพื่อขัดเกลาร่างกายและทำลายขีดจำกัดของร่างกาย
ด้วยทรัพยากรที่ล้ำค่าเช่นนี้หากเขาไม่สามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 9 ได้อีก มันคงจะเป็นเรื่องที่แปลกมาก
แคร่กแคร๊ก!!!
คอขวดถูกทำลายอย่างง่ายดายพลังลมปราณจำนวนนับไม่ถ้วนไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายเพื่อเพิ่มพลังกายให้แก่เย่เทียน
ครึ่งวันต่อมา
“ซูด~”
เย่เทียนสูดหายใจเข้าลึกขณะที่สัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลภายในร่างกายของเขา
การทำลายขีดจำกัดของร่างกายทั้งสองครั้งที่ผ่านมานี้ล้วนแต่ใช้สมบัติอย่างเพลิงประหลาดและหินเกิงจินคอยช่วยเหลือมิเช่นนั้นหากเขาต้องการที่จะทำลายขีดจำกัดของร่างกายด้วยตนเอง เกรงว่าเขาจะต้องเตรียมหินปราณหรือสมบัติอื่นๆไว้มากมายเพื่อที่จะใช้เติมเต็มพลังงานให้เพียงพอสำหรับการทะลวงขีดจำกัดของร่างกาย
ตอนนี้เขาได้ทำลายขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งที่9 และมีพลังมังกรถึง 900 แล้ว!
ครั้งต่อไปคือการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เมื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เสร็จสมบูรณ์ความแข็งแกร่งของเขาจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างแท้จริง แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่วางรากฐานให้สมบูรณ์เท่านั้น
“หืม? มีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวหนึ่งเข้ามาใกล้ คงเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่เราควบคุมอยู่!”
เย่เทียนรู้สึกแปลกใจ