นางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม)

    ตอนที่ 152 กวาดล้างกลุ่มวันเดอร์

    ตอนที่152 กวาดล้างกลุ่มวันเดอร์


    “เห็นด้วยครับ”อีกสององครักษ์ที่เหลือต่างพากันส่งเสียงตอบกลับมาซึ่งทุกคนสนับสนุนความคิดของหัวอี้เฟิง


    “ตกลงค่ะ งั้นพี่ชายอี้เฟิงแจ้งพวกเรามาว่าพวกมันมีธุรกิจอะไรบ้าง?ส่วนฉันก็จะตรวจสอบทางลับช่วยอีกทางหนึ่งเหมือนกัน” ซูเวยเห็นด้วยกับความคิดเห็นของหัวอี้เฟิงจากนั้นสักพักหนึ่งเขาส่งข้อมูลที่มีจากกลุ่มกิเลนไฟให้กับซูเวย เพื่อให้ซูเวยตรวจสอบว่าข้อมูลจากซูเวยมีซ้ำหรือแตกต่างจากข้อมูลของกลุ่มกิเลนไฟหรือไม่เนื่องจากทุกคนต้องการกวาดล้างกลุ่มวันเดอร์ให้หมดสิ้นไปในครั้งเดียว


    หลังจากนั้นซูเวยตรวจสอบข้อมูลจากหัวอี้เฟิงและที่เธอแฮ็กเพิ่มเติมพบว่ากลุ่มวันเดอร์เป็นองค์กรที่ประกอบธุรกิจหลากหลาย มีมูลค่ารวมทรัพย์สินนับล้านล้านหยวนเป็นกลุ่มธุรกิจที่ทรงอิทธิพลของประเทศ


    เธอไม่เป็นกังวลว่าจะส่งผลทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศมีปัญหาแต่อย่างใดเนื่องจากมีผลการวิเคราะห์ของบรรดานักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์หลายคน ที่มีการระบุชัดเจนว่าทุกธุรกิจของกลุ่มวันเดอร์ล้วนมีคู่แข่งที่ประกอบธุรกิจด้วยความเป็นธรรมซึ่งซูเวยเห็นว่าพวกเขาควรมีโอกาสเติบโตขึ้นมาแทนที่กลุ่มวันเดอร์ได้


    ซูเวยแยกกลุ่มธุรกิจออกเป็นสามกลุ่มเพื่อให้สามองครักษ์แยกย้ายกันไปทำงานซึ่งทุกคนจะต้องไปตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนลงมือกวาดล้าง กลุ่มหนึ่งรับผิดชอบโดยหัวอี้เฟิงมีธุรกิจที่เขาต้องไปจัดการ ได้แก่ โรงแรมและภัตตาคาร สถานบันเทิง และบ่อนกาสิโน


    กลุ่มสองรับผิดชอบโดยหลงลู่เพ่ยมีธุรกิจที่เขาต้องไปตรวจสอบ ได้แก่ โรงพยาบาล บริษัทยา และบริษัทบันเทิง กลุ่มสามรับผิดชอบโดยไต้อี้มีธุรกิจที่ต้องกวาดล้าง ดังนี้ โรงมวย บริษัทรักษาความปลอดภัย และโรงงานผลิตอาหารกึ่งสำเร็จรูป


    ส่วนซูเวยจะรับผิดชอบบริษัทเทคโนโลยีและศูนย์วิจัยของกลุ่มวันเดอร์เองเพราะเป็นงานถนัดของเธอรวมทั้งเธอสนใจว่าศูนย์วิจัยแห่งนี้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง เนื่องจากเธอสังหรณ์ใจว่าอาจเป็นแหล่งกระจายยาพิษสลายกำลัง


    หลังจากทุกคนรับรู้หน้าที่ของตนเองแล้วต่างพากันแยกย้ายไปทำงานตามรูปแบบที่ตนเองเชี่ยวชาญโดยมีเป้าหมายตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนกวาดล้าง เนื่องจากซูเวยและทุกคนไม่ต้องการให้คนบริสุทธิ์ต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย


    ..........


    ซูเวยกลับมาถึงหอพักในค่ายติวเข้มเธอเดินผ่านห้องติวเข้มและพบว่านักเรียนหลายคนกำลังขะมักเขม้นในการแก้โจทย์ที่อาจารย์เย่มอบหมายไว้สำหรับงานในส่วนของเธอนั้น เธอทำเสร็จเรียบร้อยก่อนไปหาพี่ชายแล้วเพราะฉะนั้นในตอนนี้ซูเวยจึงเลือกที่จะออกกำลังกายในห้องพักด้วยการไล่ล่ากลุ่มวันเดอร์แทน


    พอซูเวยเปิดแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์เพื่อลงมือกวาดล้างกลุ่มวันเดอร์ตามที่ตนเองวางแผนไว้ปรากฏว่าเธอเหลือบมองเห็นแฮ็กเกอร์คนหนึ่งกำลังโจมตีไฟร์วอลล์ของบริษัทเทคโนโลยีวันเดอร์แทนเมื่อสังเกตรูปแบบการโจมตีให้ดี เธอพบว่าเป็นรูปแบบที่คุ้นตาทำให้ซูเวยยิ้มกว้างอย่างยินดีพร้อมกับส่งข้อความผ่านอีเมลถึงเขาทันที


    “ขอบคุณที่ช่วยจัดการให้ไว้มีโอกาสจะเลี้ยงข้าวตอบแทน” ซูเวยพิมพ์ข้อความส่งถึงสมาร์ตเอกซ์อย่างมีความสุข เธอไม่คิดว่าเขาจะตรวจสอบพบความผิดปกติของกลุ่มวันเดอร์ได้เช่นกันจึงปล่อยให้เขาจัดการปัญหาในส่วนนี้แทน


    มีข้อความตอบกลับหลังจากเธอส่งข้อความหาเขาไปไม่กี่วินาทีสร้างความประหลาดใจให้กับเธอยิ่งนัก ซึ่งข้อความที่เขาตอบกลับมาคือ “ด้วยความยินดีขอเปลี่ยนเป็นน้ำอมฤตสวรรค์สักขวดได้ไหม?”


    ซูเวยยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีพลางตอบกลับเขาไปว่า“ขอไปที่พ่อของคุณก็แล้วกันนะคะ” หลังจากนั้นไม่มีสัญญาณตอบกลับจากสมาร์ตเอกซ์อีกเธอจึงให้ความสนใจไปที่ศูนย์วิจัยของกลุ่มวันเดอร์


    “เอ!น่าสงสัยเสียจริง มีกลุ่มคนเข้าออกมากทีเดียว” ซูเวยพึมพำกับตัวเองด้วยความแปลกใจเธอพบว่าคืนนี้มีคนเดินพลุกพล่านเข้าออกศูนย์วิจัยลึกลับของกลุ่มวันเดอร์กันหลายสิบคน


    ซูเวยต้องการเห็นภาพระยะใกล้เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ทำให้เธอยกเลิกคำสั่งก่อนหน้าของเวยเวยหนึ่งที่ให้ตามหาและตรวจสอบพวกองค์กรชั่วร้ายเธอให้เวยเวยหนึ่งสองตัวแยกย้ายเข้าไปตรวจสอบในศูนย์วิจัยคนละมุม


    เวยเวยหนึ่งทั้งสองตัวส่งภาพและเสียงกลับมาหาซูเวยแบบเป็นปัจจุบันทำให้ซูเวยประเมินสถานการณ์ได้บางส่วน เธอพบว่ากลุ่มคนชายหญิงต่างชาติพากันมุ่งหน้าไปห้องใต้ดินของศูนย์วิจัยเวยเวยหนึ่งตามเข้าไปได้อย่างหวุดหวิดมันส่งภาพกลับมาหาซูเวยซึ่งเป็นภาพการทดลองใช้สารพิษสลายกำลังกับคนที่ถูกกักขังอยู่เกือบสิบคนทำให้ซูเวยสบถเสียงดังด้วยความโกรธแค้น


    “บัดซบ!พวกมันเป็นกลุ่มชั่วร้ายที่ทดลองยาพิษกับมนุษย์จริงๆ อย่าคิดอยู่ต่อไปอีกเลย”


    ซูเวยพบว่าคนที่ถูกทดลองทั้งสิบคนไม่อยู่ในสภาพที่จะกลับคืนเป็นคนปกติได้อีกต่อไปทำให้เธอตัดสินใจเด็ดขาดในการเผาคนร้ายและคนถูกทดลองทิ้งทันที


    เธอกดปุ่มคำสั่งอัตโนมัติให้เวยเวยหนึ่งทั้งสองตัวระเบิดผู้คนพร้อมกับส่งสารเบิร์นที่เธอคิดค้นเพื่อใช้กำจัดเหล่าคนผีดิบทั้งหลายโดยตรงสารเบิร์นถูกบรรจุอยู่ในเม็ดโลหะเล็กๆ หากเวยเวยหนึ่งดีดมันออกมาจากตัวและกระทบเข้ากับร่างกายหรือสิ่งของเม็ดโลหะจะแตกตัวแล้วกลายเป็นผงเกาะติดพื้นผิวทั้งหมดที่มันกระจายตัวออกไปจากนั้นเมื่อสัมผัสอุณหภูมิสูงมากพอ มันจะเผาไหม้ร่างกายหรือสิ่งของจนกว่าฤทธิ์ของสารเบิร์นจะหมดไป


    ซูเวยคำนวณระยะเวลาการเผาไหม้ที่สามารถเผาร่างของกลุ่มคนผีดิบได้ที่ห้าวินาทีเป็นระดับสูงสุดของสารเบิร์นที่เธอสามารถพัฒนาได้ ดังนั้นเมื่อเวยเวยหนึ่งยิงเม็ดเบิร์นเข้าใส่ผู้คนทั้งหลายจากนั้นมันส่งระเบิดลูกเล็กแต่มีอานุภาพทำลายสูงตามไปส่งผลให้เกิดระเบิดพร้อมกับลูกไฟเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ เนื่องจากแต่ละคนอยู่คนละตำแหน่งสารเบิร์นจึงกระจายตัวเผาไหม้ตามจุดที่มีร่างกายคน


    “ฉันไม่สามารถปล่อยให้พวกแกทดลองผู้คนได้อีกต่อไปฉะนั้นศูนย์วิจัยแห่งนี้จะไม่มีอยู่อีก” ซูเวยพูดลอดไรฟันด้วยความโมโหโกรธแค้นเธอสั่งให้เวยเวยหนึ่งยิงระเบิดเข้าใส่อาคารและห้องวิจัยทุกห้องให้พังราบคาบทันที


    มีเสียงระเบิดดังสนั่นกระจายไปทั่วศูนย์วิจัยวันเดอร์จนสร้างความแตกตื่นให้ผู้คนที่อยู่ละแวกใกล้เคียง“บึ้ม!บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!บึ้ม!”


    “ฮะ!เกิดอะไรขึ้นที่ศูนย์วิจัย? มีเสียงระเบิดดังสนั่นเลย”


    “เร็วเข้า!รีบโทรแจ้งตำรวจกับดับเพลิง”


    “ใครมาระเบิดที่นี่กันนะ?”


    “สงสัยจะไปขัดผลประโยชน์ของใครแน่ๆเลย”


    “โอย!น่ากลัวจริงๆ ดูนั่นสิมีแต่ลูกไฟใหญ่ๆทั้งนั้นเลย”


    ซูเวยนั่งจ้องมองภาพระเบิดศูนย์วิจัยที่ส่งเวยเวยหนึ่งสองตัวส่งมาให้เธอไม่มีความรู้สึกใดนอกจากความเคียดแค้นชิงชังองค์กรชั่วร้ายมากยิ่งขึ้น ทันใดนั้นเธอเหลือบมองเห็นเฮลิคอปเตอร์และรถตำรวจพร้อมรถดับเพลิงกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่เธอพิมพ์คำสั่งให้เวยเวยหนึ่งแยกย้ายออกตามหาคนน่าสงสัยต่อไป


    ..........


    สถานการณ์อันน่าหวาดหวั่นของผู้คนที่พบว่ามีเหตุระเบิดและเหตุสังหารผู้คนกระจายอยู่ทั่วเมืองหลวงและเมืองข้างเคียงทำให้ตำรวจและกองกำลังพิเศษมีงานยุ่งตั้งแต่กลางคืนจนถึงรุ่งเช้าก็ยังไม่หยุดหย่อน


    หยางเฟยเจินนั่งนวดหว่างคิ้วตนเองด้วยความเมื่อยล้าเขาไม่คิดว่าจู่ๆ จะมีเหตุระเบิดจากหลายสถานที่ทว่าพอเข้าไปควบคุมที่เกิดเหตุเหล่านั้น กลับพบภาพอันน่าโกรธแค้นปรากฏให้เห็นเป็นจำนวนมากบ่งบอกว่ากลุ่มธุรกิจหนึ่งทำผิดกฎหมายภายใต้จมูกของพวกเขาเอง ที่สำคัญคือกลุ่มธุรกิจทรงอิทธิพลนี้มีนักการเมืองและทหารตำแหน่งสูงที่เป็นหุ้นส่วนมีผลประโยชน์ร่วมกัน


    มีเสียงโทรศัพท์แจ้งเข้ามาที่ห้องทำงานของเขาไม่เว้นช่วงทำให้เขาไม่ได้นอนตั้งแต่กลางดึกแล้ว


    “กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!”


    “ว่ามามีอะไรอีก?”หยางเฟยเจินรับโทรศัพท์ด้วยท่าทางอ่อนเพลีย เขาสอบถามลูกน้องตนเองทันทีด้วยความแปลกใจ


    “เจ้านายครับมีเหตุระเบิดที่บ่อนกาสิโนวันเดอร์ครับ น่าแปลกที่มีการขับไล่นักพนันออกมาก่อนเกิดเหตุส่วนมีคนเสียชีวิตเท่าใดนั้นพวกเรากำลังรวบรวมอยู่ครับ” เสียงรายงานจากลูกน้องของหยางเฟยเจินแสดงความรู้สึกสงสัยโดยตรง


    “บ่อนกาสิโนวันเดอร์งั้นหรือ? ตรวจสอบธุรกิจอื่นของกลุ่มวันเดอร์ด้วยดูเหมือนคนร้ายจะพุ่งเป้าไปที่กลุ่มนี้เป็นการเฉพาะ”

    หลังจากหยางเฟยเจินสั่งการลูกน้องไปแล้วเขาได้รับสัญญาณแจ้งข้อความเข้าจากอีเมลตนเองจึงเปิดดูพบว่าเป็นข้อความจากลูกชายตนเองที่กำลังเรียนอยู่ประเทศเอ็ม เป็นข้อความที่ทำให้เขาต้องรีบสั่งการลูกน้องต่อทันทีอย่างโกรธแค้นนั่นคือ


    “พ่อครับ กลุ่มวันเดอร์ทำงานหาเงินสนับสนุนให้กับฐานลับวันเดอร์ที่ประเทศเอ็มผมพบว่าพวกมันเป็นหน่วยงานหนึ่งที่หาเงินให้กับองค์กรเคเอนั่น พวกเราควรช่วยกลุ่มนิรนามกวาดล้างกลุ่มวันเดอร์ให้หมดสิ้นไปนะครับมีภาพการกระทำความผิดของกลุ่มวันเดอร์แนบมาพร้อม ลงชื่อ หยางหยาง”


    หยางเฟยเจินตาลุกวาวด้วยความโกรธแค้นเขาพิมพ์คำสั่งแจ้งลูกน้องทุกแผนกทุกคนทันทีว่า “ไม่ต้องตามหาคนร้ายอีกต่อไป จงช่วยกันกวาดล้างกลุ่มวันเดอร์ให้สิ้นซากพวกมันเป็นหน่วยงานหาเงินให้กับองค์กรเคเอ ลงชื่อ หยางเฟยเจิน”


    หลังจากที่ลูกน้องของหยางเฟยเจินได้รับคำสั่งตรงจากผู้บัญชาการพลันบังเกิดเหตุวุ่นวายและระเบิดมากกว่าเดิมในธุรกิจน้อยใหญ่ของกลุ่มวันเดอร์ เป็นเหมือนการกวาดล้างและลบชื่อกลุ่มวันเดอร์ออกจากสารบบ


    แผนกต่างๆของกองกำลังพิเศษแยกย้ายจับกุมหุ้นส่วนคนสำคัญของกลุ่มวันเดอร์ไม่ว่าจะเป็นนายทหารยศสูง นักการเมือง นักธุรกิจผู้มีอิทธิพลอีกหลายคนในเมืองหลวงและเมืองต่างๆ


    มีข่าวใหญ่จากหลายสำนักที่ทำรายงานข่าวและประชาสัมพันธ์เหตุวุ่นวายทั่วประเทศกันอย่างครึกโครมทว่าซูเวยไม่ได้สนใจเหตุการณ์ต่อจากนี้อีก ถึงแม้ว่าจะมีคนแอบช่วยเธอจัดการกลุ่มวันเดอร์ให้สิ้นชื่อไปจากประเทศได้หมดสิ้นก็ตาม


    ..........


    ในตอนนี้ซูเวยกำลังทำตาปริบๆจ้องมองอาจารย์เย่ที่เดินมาคุยกับเธอที่โต๊ะเป็นการพิเศษ เขายื่นเอกสารชุดหนึ่งพร้อมกับส่งลิงก์ให้เธอโดยตรง“ซูเวย นี่คือแบบทดสอบที่ใช้ในการแข่งขันเมื่อสี่ปีที่แล้ว เป็นโจทย์ที่นับได้ว่ายากที่สุดทว่ามีคนสามารถแก้ไขได้ หากเธอพบโจทย์ลักษณะนี้ในการแข่งขันที่ประเทศเอ็มเธอจะต้องใช้เวลาน้อยกว่าที่แชมป์คนเก่าทำไว้ถึงจะมีโอกาสชนะ”


    ซูเวยตาเป็นประกายอย่างตื่นเต้นเธอก้มลงดูรายละเอียดของโจทย์คร่าวๆ และพบว่าเป็นโจทย์ยากที่น่าสนใจทว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรงตนเองสักนิด ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นที่จะได้แก้โจทย์ยากมากกว่าโจทย์แบบเดิมที่เคยทำมาก่อน


    นักเรียนอีกสี่คนเงยหน้าจ้องมองอาจารย์เย่และซูเวยด้วยความสงสัยทว่าทุกคนต้องรีบก้มหน้าแก้โจทย์ที่อาจารย์เย่มอบหมายไว้ให้เสร็จภายในเวลาตามที่กำหนดสำหรับโจทย์ระดับง่ายหรือพื้นฐานนั้น ทุกคนสามารถส่งคำตอบให้อาจารย์เย่ได้ทันตามเวลาในตอนนี้เป็นการหาคำตอบในโจทย์ระดับกลางและระดับยาก ดังนั้นจึงไม่มีใครให้ความสนใจกับอาจารย์เย่และซูเวยอีกต่อไป


    อาจารย์เย่ไม่ได้เดินออกไปทันทีเขายืนมือไพล่หลังจ้องมองโค้ดคำสั่งที่ซูเวยกำลังพิมพ์อยู่และมีการแสดงผลบนหน้าจอด้วยความสนใจเนื่องจากเขาพบว่าโค้ดคำสั่งมีการใช้สัญลักษณ์ขั้นสูง รวมทั้งรูปแบบการเขียนคำสั่งที่ดูแปลกตาเป็นอย่างมาก


    อาจารย์เย่อยากที่จะซักถามซูเวยในบัดดลทว่าเขายั้งปากไว้ก่อนเพราะเหลือบมองเห็นว่าซูเวยกำลังพิมพ์คำสั่งอย่างตั้งใจและดูเหมือนสนุกสนานอยู่ทำให้เขายืนจ้องมองต่อไปด้วยความตื่นเต้นและกระหายที่จะรับรู้


    จนกระทั่งซูเวยพิมพ์ซอร์สโค้ดชุดแรกเสร็จสิ้นเธอเอี้ยวคอหันไปมองอาจารย์เย่ด้วยความแปลกใจจึงสอบถามโดยตรงว่า “อาจารย์เย่มีอะไรหรือคะ?”


    อาจารย์เย่ได้รับโอกาสจากซูเวยเขารีบสอบถามสิ่งที่เขาสงสัยทันทีว่า “ซูเวย รูปแบบการเขียนซอร์สโค้ดของเธอไม่มีสอนในประเทศนะเธอไปเรียนรู้จากที่ไหน?แล้วประสิทธิภาพเป็นยังไงหรือ?”


    ซูเวยแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดีทว่าเธอไม่ตอบทันที เธอเลือกที่จะแสดงผลการทำงานของซอร์สโค้ดชุดแรกที่เป็นหนึ่งในโจทย์ที่ได้รับมาจากอาจารย์เย่ให้เขาดูโดยตรงทันทีพอซูเวยกดปุ่มให้โค้ดเหล่านั้นรันคำสั่งและทำงาน ปรากฏว่าเกิดภาพเสมือนบนหน้าจอที่แสดงผลการสร้างเครือข่ายที่มีระบบป้องกันทุกจุดเป็นการทำงานครั้งเดียวเสร็จสิ้นทั้งสร้างและป้องกันช่วยลดความเสี่ยงจากการที่มีจุดอ่อนเกิดขึ้นในระบบเครือข่าย


    ครั้นอาจารย์เย่จ้องมองหน้าจอมอนิเตอร์ตรงหน้าซูเวยและเห็นภาพแสดงการทำงานโปรแกรมที่ซูเวยสร้างขึ้นมาเขาพลันเบิกตาโตด้วยความยินดีพลางละล่ำละลักถามซูเวยด้วยความตื่นเต้นว่า “ซะ...ซูเวยเธอใช้เวลาแก้โจทย์แรกกี่นาทีกันแน่?”


    ซูเวยยิ้มกว้างพลางตอบกลับอาจารย์เย่อย่างสบายใจว่า“ห้านาทีสี่สิบวินาทีค่ะ”


    อาจารย์เย่หัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุขโดยไม่สนใจนักเรียนอีกสี่คนที่กำลังมีสมาธิทำงานอยู่แม้แต่น้อยเขากำลังดีใจที่ซูเวยใช้เวลาน้อยกว่าอดีตนักเรียนอัจฉริยะที่เคยเป็นแชมป์มาก่อนเขาคนนั้นใช้เวลาถึงสิบนาที ซึ่งมากกว่าซูเวยเท่าตัว ทำให้เขาเหมือนกับมองเห็นเหรียญรางวัลอันทรงคุณค่าตรงหน้าตนเองสร้างความปลื้มปีติให้กับเขาจนเหมือนคนบ้า


    ซูเวยปล่อยให้อาจารย์เย่ยืนจ้องมองหน้าจอมอนิเตอร์ของตนเองอย่างคนโง่เง่าต่อไปเธอลุกเดินออกไปกินข้าวกลางวันกับกุ้ยอี้เฟิงเพราะส่งสัญญาณเรียกเธอ เหมือนกับว่าเขามีเรื่องที่ต้องการสนทนาด้วย


    ขณะที่กุ้ยอี้เฟิงกำลังตักอาหารใส่ถาดเขาพูดคุยกับซูเวยที่ยืนต่อท้ายตนเองเสียงเบาว่า “เมื่อเช้ามีอีเมลเข้ามาหาพี่เป็นคนที่เคยแจ้งสั่งงาน เขาให้พี่แฮ็กตามหาคนน่าสงสัยที่อยู่เบื้องหลังการขุดคุ้ยข้อมูลของกลุ่มวันเดอร์เวยเวยช่วยพี่หน่อยได้ไหม?”


    คล้ายกับเรื่องนางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม) ที่คุณอ่าน