หลินเฟย นางเข้ามาห้ามปรามอี้เฉินในทันที กลัวเรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้ อย่างไรคุณชายหลี่ ก็มีพรสวรรค์ ปราณพลังเยือกแข็ง เฉกเช่นเดียวกับตัวนาง นางจึงถ่ายทอดวิชาให้ชายหนุ่ม ไปไม่น้อย ถือเป็นศิษย์อาจารย์กันก็ว่าได้ “อี้เฉิน คุณชายหลี่เขาไม่ได้ เลวร้ายอะไร เจ้าปล่อยพวกเขาไปเถอะ ถือว่าข้าขอแล้วกัน”
อี้เฉินที่เห็นหลินเฟยผ่านไปกี่ปี นางก็ยังอยู่แค่ขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ มันยิ่งทำให้ อี้เฉินประหลาดใจ บัดนี้หญิงสาวงามล่มเมือง ในกรอบสายตาอี้เฉิน กลายเป็นสาวผู้งดงามที่สุดในช่วงวัย ด้วยอายุราวๆ 25ปีแล้ว
คุณชายหลี่ แม้จะรับรู้ว่า หมู่บ้านลมหวน มีผู้ยิ่งใหญ่เกิดและเติบโตที่นี่ จากเหล่าผู้อาวุโสชราที่กล่าวย้ำเตือน ว่าอย่าก่อเรื่องภายในหมู่บ้านแห่งนี้ ทว่าเมื่อเขาบาดเจ็บ จากการต่อสู้กับสัตว์อสูร พบเจอแม่นางหลินเฟยช่วยรักษา ทำให้เขาตกหลุมรักนาง ตั้งแต่แรกพบ
ครั้นเห็นนางอยู่โดดเดี่ยวมาตลอดหลายปี คุณชายหลี่ก็ไม่อาจแทรกกลาง ระหว่างพวกเขาได้ ทำให้คุณชายหลี่เจ็บใจไม่น้อย ทว่าเมื่อคิดจะลงมืออีกครา ครั้นเห็นชายหนุ่มในกรอบสายตา มองหลินเฟยเป็นเพียงของตาย ไฟโทสะของเขาก็พลันโหมลุก
ทว่าจู่ๆ ที่คุณชายหลี่ตั้งท่า คิดจะโจมตีอี้เฉิน เขาก็ต้องหน้ามืดทะมึน เมื่ออี้เฉินปลดปล่อยพลัง ที่แท้จริงออกมา ประหนึ่งว่าบัดนี้ พวกเขาเป็นแค่มดปลวก ในสายตาของอี้เฉินเท่านั้น เมื่อวิถีอาชูร่า ด้านหลังอี้เฉินสำแดง ก่อร่างยักษ์มารสีแดงฉาน 6แขนใบหน้าดุร้ายขึ้นมา พร้อมกับปราณพลังที่น่าพรั่นพรึง ปะทุโพยพุ่ง ขึ้นมาเหนือสวรรค์ชั้นฟ้า
ทำให้คุณชายหลี่ ร่าง ก้นจ้ำเบ้า ลงกับพื้นในทันใด เมื่อรับรู้ถึงขั้นพลังที่ห่างกันมากโข แม้เขาจะโจมตีอย่างไร เกรงว่าคงจะไม่ระคายผิวกาย ของอี้เฉินเป็นแน่ ก่อนพวกเขาจะพากันประสานฝ่ามือคำนับ สืบฝีเท้าจากไปด้วยความน่าอดสู แม้ภายในใจลึกๆ จะมีความไม่ยินยอมอยู่ในกรอบสายตาก็ตาม
อี้เฉินครั้นเก็บปราณพลังกลับเข้าร่าง เขาเดินสืบฝีเท้าไปพร้อมกับเจ้าสงครามน้อย เข้าไปหา พูดคุยกับหลินเฟยในทันที
ทว่าหลินเฟยนาง ใบหน้าบวมตุ๊บป่อง พองลมไม่พอใจอี้เฉินอยู่ไม่น้อย ครั้นในกรอบสายตานาง เห็นเด็กน้อยผู้หนึ่ง ที่อี้เฉินพามาด้วย
สีหน้านาง จึงมีความกังวลใจอยู่เล็กๆ เอ่ยถามอี้เฉินออกมา ด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม ไม่ค่อยชัดเจนเท่าใดนัก “เด็กน้อยผู้นี้ เขาเป็นลูกของผู้ใดเช่นนั้นหรือ อี้เฉิน”
ทางด้านอี้เฉิน เห็นท่าทีของหลินเฟย นางดูแปลกๆ ไป ‘เกรงว่านางคงจะไม่คิดว่า เจ้าสงครามน้อย เป็นลูกของเขาหรอกกระมัง’
อี้เฉินลูบหัวเด็กน้อยอย่างเบามือ “ทักทายอาหญิงของเจ้าหน่อย สงครามน้อย”
เด็กน้อยพยักหน้า รับคำผู้เป็นอาจารย์ทันที “ขอรับท่านอาจารย์ สงครามน้อย คารวะท่านอาหญิงแสนสวย” คำพูดของเจ้าสงครามน้อย ถึงกับทำให้อี้เฉิน ห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ
หลินเฟย นางก้มลงต่ำ จับพวงแก้มแดง เจ้าสงคราม น้อยๆ ในทันใด ครั้นเห็นท่าทีขี้เล่น ของเด็กน้อย มีความละม้ายคล้ายคลึง กับอี้เฉินไม่เบา ทำให้สายตาหลินเฟย มองค้อนมาที่อี้เฉิน มีความเคลือบแคลงใจ อยู่ภายในกรอบสายตาไม่น้อย
สงครามน้อย หัวเราะคิกคัก อยากจะดึงฝ่ามือหญิงสาวออก เมื่อเจอหลินเฟย หยิกแก้มทั้งสองข้างจนหน้าบาน แดงน้อยขึ้นมา “ท่านอาหญิง ข้าจั๊กจี้นะ”
ก่อนอี้เฉินจะบอกกล่าว เจ้าสงคราม “เจ้าไปเล่นกับเด็กภายในหมู่บ้านก่อน สงครามน้อย” ครั้นเห็นเหล่าเด็กน้อย อีกหลายคน ตามพวกเขามาดูชมเรื่องสนุก จากภายในหมู่บ้าน
เมื่อสงครามน้อย เห็นประกายตาผู้เป็นอาจารย์ เด็กน้อยทำตามคำสั่ง ของผู้เป็นอาจารย์อย่างว่าง่าย ครั้นอี้เฉินเห็นพวกเด็กๆ วิ่งเล่นกัน อย่างสนุกสนาม ตามประสาเด็กน้อยที่ไม่รู้ความ มันทำให้อี้เฉิน ลอบถอนหายใจออกมายาว กล่าวพูดเรื่อง สงครามน้อยให้ หลินเฟยรับฟัง อย่างไม่ปิดบัง
เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ที่อี้เฉินเอ่ยพูดพลางอธิบาย แววตาหลินเฟยที่มอง สงครามน้อยวิ่งเล่น กับเด็กภายในหมู่บ้านลมหวน ด้วยความปราดเปรียว พลันเปลี่ยนเป็นเอ็นดูขึ้นมาหลายเท่า รู้สึกเศร้าเสียใจ โชคชะตา อาภัพเด็กผู้นี้ไม่น้อย
ก่อนหลินเฟยจะไต่ถามอี้เฉิน ออกมา ราวกับเป็นการทวงคำสัญญาอ้อมๆ แม้แต่ฝ่ามือของนางยังกุมเอาไว้แน่น ถูแหวนไม้เก่า ที่อี้เฉินมอบให้ ด้วยความเขินอายเล็กๆ “อี้เฉิน เจ้ากลับมาครานี้ จะอยู่ภายในดินแดนเบื้องล่าง อีกนานหรือไม่?”
อี้เฉินพยักหน้า เอ่ยเสียงเนิบช้า ออกมาบอกกล่าวนาง “น่าจะนานกว่าทุกครา หลินเฟย” ทันใดฝ่ามืออี้เฉิน เอื้อมไปกอดเอว คอดของหลินเฟยไว้แน่น “เจ้าจะแต่งงานเลยหรือไม่ ข้าเองไม่ลืมคำสัญญานั้น ที่ให้ไว้กับเจ้า อย่างแน่นอนหลินเฟย”
หลินเฟยนางหน้าแดงซ่าน ขึ้นมาด้วยความเขินอาย เมื่อเจออี้เฉิน รั้งตัวนางเข้ามาแนบชิด จนสัมผัสได้ ถึงความอบอุ่นกายเนื้อของอี้เฉินขึ้นมา
หลินเฟย นางเอ่ยพูดพึมพำ ออกมาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ พวงแก้มแต่งแต้มไปด้วยเม็ดเลือดฝาด “หากเจ้าไม่ไปไหน เราอยู่แบบนี้ไปก่อนก็ได้อี้เฉิน ..ข้าเองก็รับรู้ว่า เจ้าลำบากใจ อยู่ไม่น้อยเช่นกัน ที่เลือกตัวข้า ไม่ใช่ตัวของ แม่นางเยว่ชิงเซียน ข้ารู้ดีข้าไม่อาจแทนนางได้”
อี้เฉินได้ยินเขาส่ายหัวออกมาน้อยๆ “บัดนี้ข้าเลือกเจ้าแล้วหลินเฟย คนที่รู้สึกผิดจะต้องเป็นข้าไม่ใช่เจ้า ...เอาเป็นว่าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ข้าจะแต่งงานกับเจ้า ภายในหมู่บ้านลมหวนแห่งนี้ แม้ว่ามันจะไม่ใช่งานใหญ่โต แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะให้อภัยข้า กับเรื่องที่ผ่านๆ มา”
จู่ๆ คำพูดที่อี้เฉินกล่าวออกมา มันก็ทำให้ประกายตา ที่ไหววูบของหลินเฟย มีน้ำใสไหลซึมออกมา ด้วยความปีติ เงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าอี้เฉินในทันที
แม้ว่าเวลาจะผ่านมายาวนานเท่าใด ทว่าอี้เฉินในกรอบสายตานาง เขาก็ยังดูเหมือนอี้เฉินคนเดิม ที่อายุ18ปีไม่มีการแปรเปลี่ยน ราวกับว่า กาลเวลาเกือบ90ปี ไม่อาจทำอะไรเขาได้ ผิดกับตัวนางในยามนี้ ไปอย่างสิ้นเชิงที่อายุเริ่มขยับขยาย
อี้เฉินปาดน้ำตา ที่เปรอะเปื้อนพวงแก้ม หลินเฟย ออกด้วยความอ่อนโยน ทะนุถนอม ราวกับเป็นสิ่งล้ำค่า
“น้องหญิงเจ้าอย่าร้องไห้ เจ้าสาวของข้า ใบหน้างามของเจ้าเปรอะเปื้อนหมดแล้ว”
หลินเฟยนางตาหยี คลี่ยิ้มออกมากว้าง รอยยิ้มนั้นทำให้อี้เฉิน พบความสงบภายในใจ ที่เขาตามหามานาน ก่อนจะพากันสืบฝีเท้า เข้าไปพูดคุยเรื่องสำคัญ ให้ท่านปู่เสี่ยวปู้เตียนรับทราบ แม้แต่เจ้าสงครามยังยิ้มตาหยี มาให้พวกเขา ก่อนจะสืบฝีเท้าไปวิ่งเล่น กับเหล่าเด็กน้อยภายในหมู่บ้าน
ชายแก่เสี่ยวปู้เตียน ครั้นได้ยินข่าวดีจากปากอี้เฉิน เขาดีใจเป็นอย่างมาก ถึงกับออกไปพูดคุยกับเหล่าชาวบ้าน ทำให้ทั้งสองคนมองหน้ากัน แล้วขำแห้งๆ ออกมา
...ในช่วงหลายวันนี้ อี้เฉินเขาไม่ได้ออกไปภายนอก หมู่บ้านลมหวน แม้แต่ก้าวเดียว ครั้นบอกกล่าวเรื่องที่เขาจะแต่งงาน ให้มิตรสหายของเขา ผ่านแผ่นยันต์ส่งข้อความรับรู้ อี้เฉินก็เอาแต่สั่งสอน สงครามน้อย พร้อมกับเด็กภายในหมู่บ้านลมหวน เริ่มการบ่มเพาะ เปิดจุดตันเถียนทั้ง5
สมุนไพรต่างๆ ถูกต้มภายในหม้อหลอมฟ้าดิน ให้เหล่าเด็กๆ ภายในหมู่บ้าน หลอมกายา หากเหล่าจอมยุทธ์ ภายนอกรับรู้ ว่าอี้เฉินใช้เตาหลอมฟ้าดิน ของล้ำค่าระดับสูง ของฟ้าดิน ต้มสมุนไพร ระดับต่ำ ให้เหล่าเด็กภายในหมู่บ้านลมหวน ลงไปแช่เกรงว่าพวกเขา คงจะอกแตกตายกันเป็นแน่
แม้แต่หลินเฟย ที่มองชมอี้เฉินอยู่ห่างๆ ด้วยรอยยิ้ม ยังรับรู้ เตาหลอมฟ้าดินใบนั้น ที่อี้เฉินเอาออกมาไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง
เหล่าเด็กที่ทนความร้อนไม่ไหว ต่างก็พากันโดด ออกจากเตาหลอม ด้วยความเจ็บปวดทรมาน มีเพียง สงครามน้อยกับเด็กไม่กี่หยิบมือภายในหมู่บ้าน ที่ทนความเจ็บปวดได้
ก่อนผู้เฒ่าเสี่ยวปู้เตียน จะบอกกล่าว เหล่าเด็กที่ร้องงอแง “พวกเจ้าอยากแข็งแกร่ง ก็ต้องอดทน ดู สงครามน้อยกับเด็กคนอื่นๆ เป็นตัวอย่าง”
“แต่ผู้เฒ่าภายในเตาหลอม ร้อนมาก จนกายาข้าจะสุกอยู่แล้ว” เด็กอีกหลายๆ คน พยักหน้าออกมาเช่นกัน อี้เฉินเขาได้แต่ส่ายหัวออกมาน้อยๆ
ผู้เฒ่าเสี่ยวปู้เตียน เดินไปลูบหัวเจียวหยาง “เจ้าโตกว่าเพื่อน เจ้าต้องเป็นตัวอย่างให้เด็กคนอื่นๆ ในหมู่บ้านรู้ไหม”
เจียวหยางที่ได้ยินเช่นนั้น เขาหันไปมองแม่กับพ่อเขา ที่คอยส่งกำลังใจให้เขาในทันใด ก่อนเด็กน้อยจะลุกขึ้นสู้ โดดลงเตาหลอมฟ้าดิน อย่างไม่ลังเลอีกครา