เซวียนหยวนเช่อลืมตาขึ้นอีกครั้งและพูดว่า “เจิ้นรู้สึกสนใจตำราภาพเล่มนั้นขึ้นมาแล้วไม่สู้ดูตำราเล่มนั้น...”
เฟิ่งเฉี่ยนรีบบีบนวดไหล่ทั้งสองข้างของเขา “ดูตำรามีอะไรน่าสนใจกันท่านอ่านฎีกามาทั้งวันแล้ว ให้ข้าช่วยนวดให้ท่านจะดีกว่า จะได้ผ่อนคลาย!”
เซวียนหยวนเช่อยกยิ้ม “ก็ได้ในเมื่อฮองเฮากระตือรือร้นเช่นนี้ เจิ้นก็ยากจะปฏิเสธเช่นนั้นก็ตามที่ฮองเฮาว่าก็แล้วกัน!”
เฟิ่งเฉี่ยนก้มมองเซวียนหยวนเช่อที่หลับตาพักผ่อนเอนกายเกียจคร้านอย่างจนใจบุรุษผู้ยิ่งใหญ่และรูปงามปานเทพเซียน แต่ในใจกลับมีความคิดร้ายกาจอย่างที่สุดหากไม่ระวังย่อมจะถูกเขาชักนำให้ออกนอกลู่นอกทาง!
ช่างน่ารังเกียจจริงๆ!
นางนวดไหล่ให้เขาด้วยน้ำหนักมือไม่หนักไม่เบา ปลายนิ้วมือของนางสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งบนร่างกายของเขาและพละกำลังที่สะท้อนมาเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสร่างกายของบุรุษคนหนึ่งในระยะใกล้ชิดเช่นนี้หัวใจของนางเต้นโครมครามราวกับจะกระโดดออกมา
ในหัวพลันมีเสียงของบิดาดังขึ้น “ฮ่องเต้ของพวกเราพระองค์นี้แม้จะยังหนุ่มแน่นทว่ากลับมีนิสัยสุขุมหนักแน่น ไม่มักมากในสตรี นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นเขาเกิดความสนใจต่อสตรีนางหนึ่งมากมายเช่นนี้! เจ้าไม่เห็นยามที่เขาเอ่ยถึงสตรีนางนั้นประกายในแววตาแทบจะปิดเอาไว้ไม่ได้! หากบอกว่าเขาไม่รู้สึกอะไรกับสตรีนางนั้นเลยผีก็ยังไม่เชื่อ!”
เซวียนหยวนเช่อรู้สึกดีต่อนางจริงหรือ?
ดังนั้นจึงให้ความสนใจต่อการเดินหมากของนางดังนั้นจึงได้กลั่นแกล้งนางถึงเพียงนี้
นางจิตใจสับสนยุ่งเหยิงดังเมล็ดงา
ความรู้สึกนุ่มนิ่มส่งผ่านบริเวณหัวไหล่ ราวกับมีอะไรบางอย่างสะกิดเกาเบาๆที่หัวใจของเขา เป็นความรู้สึกหวานล้ำ ที่แผ่กระจายไปทั่วแขนขาทั้งสี่เซวียนหยวนเช่อใจลอย คิ้วจึงพลอยขมวดมุ่นไปด้วย
เดิมทีเขาคิดเพียงแค่หยอกล้อนางเล่น ดูท่าทางของนางที่ถูกบีบบังคับแต่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดตนเองกลับตกลงไปในกับดักนั้นด้วยมีความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ความรู้สึกหวานล้ำเช่นนี้ ความนุ่มนวลนี้ และมีความหวั่นไหว
ภายในตำหนักบรรทมเงียบสงบอย่างที่สุด
เหลือเพียงเสียงลมหายใจของพวกเขาทั้งสอง
น้ำหนักมือของเฟิ่งเฉี่ยนเบาลงเรื่อยๆ เสียงลมหายใจก็เบาลงเรื่อยๆ
ความหวานชื่นอันไร้นามนั้นอบอวลไปทั่วบรรยากาศ...
ทำให้จิตใจของเขาเคลิบเคลิ้ม ทำให้จิตวิญญาณของนางลุ่มหลง!
กระทั่งมีเสียงของนางกำนัลดังขึ้นจากด้านนอก จึงทำลายบรรยากาศแปลกๆนั้นลงไป
“ทูลเหนียงเหนียงเพคะ หลิ่วต้าซือ หลิ่วอันขอเข้าเฝ้าเพคะ”
เฟิ่งเฉี่ยนดึงมือออกจากหัวไหล่ของเซวียนหยวนเช่อ สีหน้าเต็มไปด้วยความขัดเขินน้ำเสียงนั้นยังขึ้นจมูกเล็กน้อย “เบิกตัว!”
เซวียนหยวนเช่อลืมตาขึ้นแล้วหันกลับไปมองนางเฟิ่งเฉี่ยนรีบก้มหน้าลงหลบหูหลบตา
วินาทีที่นางก้มหน้าลงนั้นเผอิญได้เห็นใบหน้างดงามราวกับดอกบัวที่ถูกสายลมโชยผ่านเบาๆเซวียนหยวนเช่อมองจนลืมตัว
สายตาของเขารุ่มร้อนเกินไป เฟิ่งเฉี่ยนสัมผัสได้ราวกับตนเองกำลังถูกแผดเผาใบหน้าและเรือนร่างของนางราวกับร้อนขึ้นมา ณวินาทีที่สายตาของเขาตกลงมาบนร่างของนาง
จิตใจยุ่งเหยิงประดุจเมล็ดงา!
นางทำตัวไม่ถูก “มองอะไรกัน ไม่เคยเห็นหญิงงามหรือ”
ริมฝีปากบางเม้มเล็กน้อยใบหน้าหล่อเหลาราวกับน้ำแข็งแกะสลักของเซวียนหยวนเช่อปรากฏให้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า “ไม่เห็นหญิงงามเห็นแต่สตรีหลงตัวเองคนหนึ่ง!”
เฟิ่งเฉี่ยนกางเล็บมือทั้งห้าทุบลงบนไหล่ของเขาพร้อมทั้งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน“ฝ่าบาท ท่านธาตุไฟเข้าแทรก แล้วยังไตพร่องอีกด้วยให้หม่อมฉันช่วยท่านนวดสักหน่อย!”
เซวียนหยนเช่อมีสีหน้าสบายอารมณ์ปล่อยให้นางบีบนวดตามอำเภอใจ
มือของเฟิ่งเฉี่ยนเริ่มเป็นตะคริว
ไม่นานนัก หลิ่วอันเดินเข้ามาในตำหนักบรรทมเขาก้มหน้าไม่กล้ามองเบื้องหน้า “กระหม่อมหลิ่วอันถวายบังคมฝ่าบาทถวายบังคมฮองเฮาเหนียงเหนียงพ่ะย่ะค่ะ!”
เฟิ่งเฉี่ยนจึงหยุดมือแล้วเดินมาหยุดเบื้องหน้าหลิ่วอัน “ใต้เท้าหลิ่ว พวกเราพบหน้ากันอีกแล้ว”
หลิ่วอันเงยหน้าขึ้นแล้วอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจเขาจดจำเฟิ่งเฉี่ยนได้ “เจ้า...เจ้ามิใช่แม่นางเฟิงหรือ”
เฟิ่งเฉี่ยนยอมรับ “ข้าคือแม่นางเฟิงและคือฮองเฮาด้วย!”
หลิ่วอันตกตะลึงและถวายบังคมอีกครั้ง “กระหม่อมมีตาหามีแววไม่ล่วงเกินแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
เฟิ่งเฉี่ยนโบกไม้โบกมือ “ใต้เท้าหลิ่วไม่ต้องมากพิธี! วันนี้เชิญท่านมาที่นี่เพราะเรื่องแมวเทพ! ข้าได้แมวเทพมาจากหานไท่ฟู่แล้วอยากจะเชิญท่านมาช่วยข้าดูว่ามันจะบำเพ็ญตนสำเร็จเมื่อใด และบำเพ็ญตนอย่างไร”
พูดแล้วนางก็ส่งสายตาให้ชิงเหอกูกู
ไม่นานนัก ชิงเหอกูกูหิ้วกรงเข้ามาวางบนโต๊ะ
“นี่ก็คือแมวเทพ” เฟิ่งเฉี่ยนยื่นมือออกไปปลดผ้าสีดำที่คลุมกรงเอาไว้
แมวเทพสองหางขนสีดำมะเมื่อมตัวหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา!
และที่มาพร้อมกันด้วยก็คือกลิ่นอายบริสุทธิ์ของแมวเทพ!
หลิ่วอันดวงตาเป็นประกายเมื่อเข้าไปสำรวจใกล้ๆ
เซวียนหยวนเช่อลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินเข้ามาใกล้กรงด้วยสายตาประเมิน
“ข้าเสียแรงไปไม่น้อยเพื่อได้แมวเทพตัวนี้มาในมือนับว่าสวรรค์เมตตาคนมีความพยายาม...” เฟิ่งเฉี่ยนจดจ้องไปที่แมวเทพตัวนั้นไม่ได้สังเกตสีหน้าของหลิ่วอันที่ผิดปกติ เซวียนหยวนเช่อกลับสังเกตเห็น
“หลิ่วต้าซือ มีปัญหาอะไรหรือไม่”
หลิ่วอันไม่ได้ตอบทันทีแต่เข้าใกล้แมวเทพเพื่อพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้งเขาส่ายหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง!”
หัวใจเฟิ่งเฉี่ยนหดรัด “ไม่ถูกต้องที่ใด”
หลิ่วอันส่ายหน้าหวือ “ทูลเหนียงเหนียงแมวเทพตัวนี้เป็นแมวเทพที่ท่านได้รับมาจากมือของหานไท่ฟู่จริงๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ”
เฟิ่งเฉี่นพยักหน้า “ถูกต้อง! ข้ากลับเรือนไปพร้อมกับเขา เขามอบมันให้ข้าด้วยมือของเขาเอง!”
หลิ่วอันส่ายหน้าไม่หยุด “หลายปีก่อนกระหม่อมเคยได้เห็นแมวเทพสองหางของหานไท่ฟู่กับตาตนเองดวงตาข้างซ้ายของแมวเทพเป็นสีเขียว ด้านขวาเป็นสีฟ้าพ่ะย่ะค่ะเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก ดังนั้นต่อให้จำไม่ค่อยได้แต่พระองค์ทอดพระเนตรดวงตาของแมวเทพตัวนี้ล้วนเป็นสีเขียวชัดเจนเหลือเกินว่าไม่ใช่แมวตัวนั้นของหานไท่ฟู่พ่ะย่ะค่ะ!”
เฟิ่งเฉี่ยนเข้ามาสำรวจดวงตาของแมวเทพอย่างละเอียดมันมีดวงตาสีเขียวทั้งสองข้างจริงๆ ด้วย มือข้างขวาของนางกำเป็นหมัดแน่นต่อมามีเสียง เปรี้ยง นางกำหมัดทุบลงกับโต๊ะ!
“เมี๊ยว! เมี๊ยว!” แมวเทพตกใจมันจึงวิ่งไปรอบๆ
เฟิ่งเฉี่ยนขบฟันแน่น “หานไท่ฟู่ผู้นี้ถึงกับนำแมวเทพตัวปลอมมาหลอกข้า!”
นางยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เสียเวลาไปถึงสองวันเต็มจึงจะเอาชนะและได้แมวเทพกลับมาแต่กลับเป็นแมวเทพตัวปลอม
นางถูกหานไท่ฟู่ต้มตุ๋นเสียจนเปื่อย!
ทั้งโมโหทั้งเกลียดชัง!
นางหันไปมองชิงเหอกูกู “กูกูนำแมวเทพตัวนี้ไปตุ๋นซะแล้วส่งกลับไปให้หานไท่ฟู่!”
ชิงเหอกูกูตกตะลึง “เพคะ เหนียงเหนียง!”
นางเดินขึ้นมาข้างหน้าคลุมผ้าสีดำลงเหมือนเดิม จากนั้นเดินออกไปจากตำหนักบรรทม
เฟิ่งเฉี่ยนเรียกนางเอาไว้ “ช้าก่อน!”
นัยน์ตาดำขลับของเฟิ่งเฉี่ยนทอประกายเจ้าเล่ห์ เฟิ่งเฉี่ยนพลันคิดแผนการอะไรออกมา
“แมวเทพนั้นเก็บเอาไว้ก่อนดีกว่า! ข้ายังพอจะใช้ประโยชน์อื่นได้บ้าง!”
หันกลับไปเผชิญหน้ากับเซวียนหยวนเช่อนางฉีกยิ้มปรากฏให้เห็นฟันขาวสะอาดเรียงเป็นแถว รอยยิ้มนั้นดูแปลกๆ “ฝ่าบาท รับปากหม่อมฉันเรื่องหนึ่งได้หรือไม่เพคะ”
เซวียนหยวนเช่อหนังตากระตุก เขาค่อยๆ เดินกลับไปนั่งลงบนบัลลังก์หงส์แล้วค่อยๆ หยิบถ้วยน้ำชาบนโต๊ะขึ้นมาถือ เขาพูดเนิบๆ “ลองพูดมาก่อน”
เฟิ่งเฉี่ยนยิ้มจนดวงตาโค้งลง และส่งเสียงอันน่าตกตะลึง “ข้าจะถวายงาน!”
เพล้งงง--
ถ้วยน้ำชาร่วงลงบนพื้น
แตกกระจายเป็นสี่ห้าส่วน
...
ฮองเฮาจะถวายงาน จากหนึ่งเป็นสิบ สิบเป็นร้อย และรู้กันทั่วทั้งวังหลวงอย่างรวดเร็ว!
วังหลวงสั่นสะเทือน!
ห้องเครื่อง
นางกำนัลและขันทีกำลังแทะเมล็ดแตง
“ได้ยินหรือไม่ คืนนี้ฮองเฮาจะถวายงาน!”
“ฝ่าบาทขึ้นครองราชย์มาห้าปีแล้ว เป็นครั้งแรกที่ฝ่าบาททรงเลือกป้ายสาวงามมีคนมากมายแต่ทำไมฝ่าบาทกลับพลิกป้ายของฮองเฮา ไม่สมเหตุสมผล!”
“...”