นิยายพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๑๓
ป้าอี๊ดเดินถือขนมช่อม่วงมาให้ทบทูด้วยตัวเองเธอเห็นทบทูมองนพนิตตาค้าง จึงสะกิดเด็กชาย “น้องทูคะ”
ทบทูสะดุ้ง!!
เขารีบเดินเข้าไปในศาลาเพื่อไม่ให้ป้าอี๊ดเห็นสีหน้าของตัวเขาเอง
“ขนมช่อม่วงค่ะ” ป้าอี๊ดบอกอย่างแสนปกติ ราวกับเมื่อครู่เธอมิได้เห็นอะไรเลย
“ขอบคุณป้าอี๊ดมากครับที่จริง ให้เด็กคนอื่นถือมาให้ทูก็ได้”
“ไม่เป็ไรค่ะป้าก็ไม่ได้คุยกับน้องทูตั้งหลายวันแล้ว”
ทบทูอดไม่ได้ที่จะชำเรืองขึ้นไปที่ระเบียงห้องแสงอุทัยมิได้ก็เมื่อครู่ที่เขามองดู .. เขาพบหนุ่มในฝันนี่นา
ป้าอี๊ดเห็นเด็กชายชำเรืองดูชัดเจนจึงให้ข้อมูลแบบกลางๆ กับทบทู “อ๋อ..นั่น คุณนพค่ะ นพนิต เธอเป็ดาราด้วยนะคะ”
ฟังคำตอบป้าอี๊ดแล้วทบทูก็ลอบยิ้มกับตัวเอง
“หน้าตาดี๊ดีค่ะน้องทู”
ทบทูรับรู้จกคำบอเล่าป้าอี๊ดแล้วก็เริ่มมีคำถามผุดขึ้นในใจ และป้าอี๊ดก็น่าจะให้คำตอบได้ “แล้ว.. ทำไมเค้ามาอยู่บ้านอานัทล่ะครับ”
“คุณหนูให้เค้ามาพักที่ห้องแสงอุทัยค่ะ”
คำตอบป้าอี๊ดทำให้เกิดคำถามอีกมากมายในใจทบทู.. แล้วเค้ามาอยู่ในฐานะอะไร? .. จะอยู่นานแค่ไหน? .. เค้าชอบผู้ชายหรือเปล่า? ..เมื่อคำถามนี้ผุดขึ้นในใจ ทบทูถึงกับหน้าร้อนผ่าวขึ้น
ป้าอี๊ดเห็นหลานชายคิดอะไรอยู่สักครู่ก็หน้าแดงขึ้นมา เธอจึงอยากเตือนอะไรสักหน่อย แต่เธอก็รู้ตัวว่า..ตนมีอำนาจที่จะเตือนได้แค่ไหน “คุณเขน..ไม่ค่อยชอบหน้าคุณนพ .. นะคะ” แม้คำสุดท้าย ป้าอี๊ดก็ทอดเสียงเน้นให้ทบทูเข้าใจ
ทบทูสะดุ้งอีกครั้ง!!
คำพูดนานาของพ่อเขนดังก้องในโสตประสาท.. มันมาเพื่อเงิน .. มันเป็คนไม่ดี .. พ่อเกลียดมัน .. พ่อเกลียดมัน!!
คิดได้เท่านั้น ทบทูก็สลดลงเค้าพยายามที่ไม่รู้สึกดีกับนพนิต
แต่ทำไงได้
ในเมื่อ.. ใจทบทูลอยไปอยู่กับนพนิตแล้ว
แม้คำพูดของพ่อเขนจะทรงพลังเท่าใดก็ไม่อาจห้ามใจของทบทูได้
นพนิตได้ยินเสียงป้าอี๊ดคุยกับใครซักคน เขาพยายามมองหาว่าป้าอี๊ดคุยอยู่กับใครแต่ก็มองไม่เห็น เพราะอีกคนอยู่ในศาลาริมสวน
ความที่ร่างกายเค้าเปลือยเปล่านพจึงไม่กล้าพอที่จะเดินมายืนชิดราวระเบียง เพราะการทำเช่นนั้น คนที่อยู่ด้านล่างอาจจะเห็นส่วนสงวนของเขาได้
จริงๆ แล้วนพไม่ได้รู้สึกอายอะไรออกจะภูมิใจเสียด้วยซ้ำ เพราะเวลาที่เขาอยู่ต่างประเทศ การเปลือยกายอย่างนี้เป็เื่ปกติ แต่นพนิตรู้ดีว่าคนไทยรับไม่ได้กับเื่พวกนี้ เค้าจึงไม่กระทำ
เสียงเคาะประตูห้องนอนของนพนิตดังขึ้น ก่อนที่นพนิตจะคิดทำอะไรไปมากกกว่านี้ เขาจึงรีบเข้าไปใส่เสื้อคลุม แล้วไปเปิดประตูห้อง
เขนยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง หน้าตาบอกบุญไม่รับ
นพนิตยิ้ม.. ใจดีสู้เสือ “เข้ามาข้างในก่อนไหมครับ”
“ไม่!!” เขนตอบห้วนๆ “คุณนัทตื่นหรือยัง?”
“พี่นัทหลับอยู่ครับ”
“แกควรจะเรียกว่า ‘คุณนัท’ ไม่ใช่ ‘พี่นัท’ ” เขนพูดเน้นๆ ชัดๆ ทีละคำ พร้อมกับสายตาเ็าจนนพนิตเสียวสันหลัง
“เอ่อ.. ครับ” นพรับปากเพื่ออยากให้สถานการณ์ดีขึ้น
“จำไว้.. แกควรทำให้คุณนัทรักแก หลงแกให้นานๆ นะ” แต่เขนแสดงกิริยาอาการเกลียดชังอย่างชัดเจน “เพราะ.. ถ้าคุณนัทหมดรักแกเมื่อไหร่? แกจะต้องออกไปจากที่นี่เหมือนหมาตัวนึง” เขนพูดเรียบๆ เบาๆ แต่ความหมายนั่นทำให้นพนิตขนลุกซู่ด้วยความกลัว
นพนิตยืนนิ่งอึ้ง!!
เค้ารู้สึกชาไปทั่วทั้งใบหน้า จนถึงสันหลัง!!
“จำไว้!! แกไม่ใช่คนแรก และฉันเป็คนกำจัดขยะไร้ค่าไปจากบ้านนี้” เขนให้ข้อมูลชัดๆ แล้วเขาก็เดินจากไป
ทิ้งให้นพนิตยนช็อคอยู่ที่หน้าห้องตนเอง
เย็นนั้น นพนิตไม่ลงมาทานอาหารเย็นกับทุกคน ณัฐกนกก็ไม่ได้ว่าอะไร เขนลอบยิ้มกับการกระทำของตนเอง
“ยิ้มอะไร” นัทถามขึ้น
“เขนเพิ่งนึกได้ว่า ข่าวที่เขนให้เผยแพร่ ตอนนี้กำลังเป็ที่สนใจ อีกไม่นาน ข่าวที่เรา้าจะปิดก็คงเงียบหายไป” เขนรายงานอีกเื่
“ดีแล้ว” นัทตอบ “จำไว้นะเขนถึงเขนจะไม่ได้ความรักจากนัท แต่เขนก็เป็ทุกอย่างของนัทนะ”
“ทราบครับ”
“ฉะนั้น ไม่ต้องหึง ไมต้องอะไรกับใคร เพราะยังไงสิ่งที่เขนทำให้นัท ก็ไม่มีใครแทนที่เขนได้” นัทพูดย้ำความจริง ที่ทั้งนัทและเขนก็รู้กันดี
เท่านั้นเขนก็ไม่ได้รู้สึกว่า เขาจะต้องไปราวีอะไรกับไอ้เด็กนั่นอีก แต่ถ้ามันมาอะไรกับเขน เขนก็ไม่เอาไว้เช่นกัน
นพนิตขับรถไปรับเคนที่บ้าน เพื่อนไปเรียนการแสดงด้วยกัน เมื่อไปถึงที่นัดหมายเคนก็ไปพบกับ ‘ยู’ นักแสดงสาวสวยหน้านิ่งที่เคยเข้าค่ายการแสดงกับเคน เคนเข้าไปทักทาย ยูยิ้มอย่างเป็มิตรมากกว่าที่เคยเป็ เคนมายูมาหานพนิต
“ยู นี่นพ เพื่อนเรา เค้าเป็พระเอก”
“รู้แล้ว” ยูบอกเคน แล้วหันไปสบตานพนิต “หวัดดี เราชื่อยู เราต้องแสดงคู่กัน เราควรจะรู้จักกันไว้นะ” ยูแนะนำตัวเองกับนพนิตอย่างเป็มิตร
“ครับ ยินดีที่รู้จักครับ” นพนิตตอบอย่างเป็ทางการ จนยูยิ้ม
“นพมันอยู่ต่างประเทศเป็ส่วนใหญ่น่ะยูทีนี้เราก็เป็เพื่อนกะยูได้แล้วสิ”
ยูพยักหน้ารับ
“อ้าว.. แล้วก่อนหน้านี้เคนไม่ได้เป็เพื่อนกะยูเหรอ?”
“แค่รู้จักกัน ยูไปเตรียมตัวก่อนนะ” แล้วยูก็เดินจากไป
นพนิตไม่เข้าใจ
เคนจึงบอกเพื่อนว่า.. ในค่ายการแสดงก็แค่รู้จักกัน แต่ยูไม่อยากสนิทด้วย เพราะกลัวออกจากค่ายมาแล้ว จะได้ทำงานคนละที่คนละสังกัด ตอนนี้ มาทำงานที่เดียวกัน ก็ต้องสังกัดเดียวกัน ก็เลยเป็เพื่อนกันได้
นพนิตพยักหน้าเข้าใจเื่ราวที่เคนเล่าให้ฟังเป็ระยะระยะ
ที่ห้องฝึกการแสดง มีนพ เคน ยูและนักแสดงหน้าใหม่ของต้นน้ำอีก ๒ คน ที่ปณาลีฝากมาสังเกตการณ์และร่วมเรียนด้วยในบางแบบฝึกหัดที่ครูผู้สอนอนุญาต
ปณาลีผู้จัดการกองถ่ายเดินเข้ามาในห้องฝึกพร้อมกับ ‘พี่อั้ม’ ด้วยบุคลิกที่นิ่งของพี่อั้ม ทำให้เด็กๆ ทุกคนเลิกคุยกันทันที เหล่าเด็กๆ มองครูอั้มเป็ตาเดียวแม้ครูอั้มจะดูสุขุม ดูนิ่ง ดูอายุไม่น้อยแล้ว แต่ก็ยังเป็หนุ่มใหญ่ที่หล่อเหลาเอาการอยู่ทีเดียว
ปณาลีตบมือสองสามครั้งก่อน จึงเริ่มพูด “ทุกคนคะ นี่คือครูอั้มนะครูอั้มจะมาสอนการแสดงให้กับพวกเราทุกคนนะคะ”
“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ” เด็กแต่ละคนยกมือไหว้สวัสดีทักทายพี่อั้ม
“ที่จริง เรียกพี่อั้มก็ได้นะไม่ต้องเรียกครูหรอก” อั้มถ่อมตน
นพนิตมองครูอั้มด้วยความชื่นชม เขาอยากมีบุคลิกแบบนี้ ไม่ต้องทำอะไรมากแค่ขยับตัวเพียงเล็กน้อย ก็น่ามองทันที ยังไม่นับใบหน้าที่แสนหล่อเหลาราวสลักปั้น รูปร่างที่สูงโปร่ง จนเด็กบางคนอิจฉาในความสูงนั่น
แต่เด็กหนุ่มอีกคนที่เดินตามครูพี่อั้มเข้ามาสิหน้าตาชวนมองมาก ความสูงก็ต่างจากครูพี่อั้มเท่าไหร่ แต่รอยยิ้มของเขาทำนพนิตหวั่นไหวเหลือเกิน
“นี่ซี” อั้มพูดพร้อมผายมือแนะนำซี “ผู้ช่วยผม”
“ซีเพื่อนซี้เราเอง” เคนแอบกระซิบบอกนพนิต
ทำเอานพนิตลอบยิ้มออกมาเขาคิดว่ามีวิธีที่จะเข้าถึงตัวเด็กหนุ่มที่ชื่อ.. ซี
...
อั้มเริ่มฝึกการแสดงให้กับเด็กทั้งหมดแต่ความที่ไม่ใช่การฝึกการแสดงขั้นพื้นฐาน เด็กใหม่ ๒ คนของปณาลีจึงถูกกันให้นั่งดูมากกว่า
เคนมักจะได้คู่กับซี เพื่อที่นพจะฝึกคู่กับยูเป็ส่วนใหญ่ แต่ทุกคนก็ต้องสลับคู่ไปเรื่อยๆจนทุกคนได้ฝึกด้วยกันทั้งหมด ซึ่งนพนิตรู้สึกดีทุกครั้งที่เขาได้คู่กับซี
...
ในที่สุด.. ซีก็เริ่มรู้สึกว่า นพนิตกำลังมองเขาด้วยความรู้สึกที่แปลกไป การมองแบบนี้ไม่ใช่แบบที่เพื่อนจะมองเพื่อนด้วยซ้ำ
เมื่อการฝึกการแสดงผ่านเวลาผ่านไปได้สักระยะ ซีก็เริ่มแน่ใจว่า.. นพนิตสนใจตัวเค้า ซึ่งเป็ความรูสึกที่ทำให้ซีหงุดหงิดเขาไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย
“ซีเหนื่อยมั้ยครับ” นพนิตเอ่ยปากถาม เมื่อครูอั้มให้พักการฝึกการแสดงชั่วครู่
ซีพยายามยิ้มรับอย่างปกติที่สุด “แค่นี้ไม่เป็ไรครับ” แต่เขาก็รู้ดีว่ามันไม่ปกติ
“เป็ไงนพ ชอบแบบที่พี่อั้มสอนหรือเปล่า?” เคนแทรกถามขึ้นมา
“ก็ดีนะ” นพหันไปตอบเพื่อนเคน เป็จังหวะให้ซีเดินหนีไปทางอื่น นพนิตหันมาเห็นซีเดินจากไป เขาก็จะเดินตามซีไป
“เดี๋ยว!!” เคนพูดพร้อมกับจับแขนนพนิตไว้
นพนิตหันมามองเพื่อนเขาเริ่มรู้สึกไม่พอใจที่เคนกล้าขัดเขาแบบนี้
“นพ ถ้าเื่นี้ไปถึงพี่นัทของนายมันจะเป็ยังไง” เคนเตือนสติเพื่อน
นพหงุดหงิด แต่เขาก็ไม่อาจจะใช้คำพูดใดเถียงสิ่งที่เพื่อนเคนพูดได้
“เราจะบอกนายชัดๆ อีกครั้งนะ พี่ต้นน้ำกับพี่อั้มเป็เพื่อนสนิทกับพี่นัทนะ” เคนพูดย้ำทุกคำชัดเจน “เราว่านายควรระวังตัวมากกว่านี้นะ”
จบตอน๑๓