“เธอน่ะสิบ้า ฉันก็แต่งตัวชุดปกติ กล้าดียังไงมาพูดจาดูถูก คิดว่าตัวเองรวยมากหรือไง เป็นแค่เสี่ยควงอีหนูราคาถูก ปล่อยเมียแก่ๆ นอนเลี้ยงหลานอยู่บ้านไม่ละอายใจบ้างหรือไง!” ภายนอกเส้นด้ายดูเรียบร้อยแต่ทว่าเมื่อมีคนมาหาเรื่อง หล่อนไม่กลัวและพร้อมที่จะสวนกลับคืนเป็นสองเท่า
“อีเวร! กล้าพูดว่าฉันเป็นผู้หญิงราคาถูก แล้วแกเป็นอะไร แต่งชุดยีนส์เอี๊ยมคิดว่าเป็นเด็กอายุ 15-16 หรือไงอีเวร!” หญิงสาวที่แต่งหน้าจัดชี้หน้าด่าว่า หล่อนลืมไปว่าเมื่อครู่ตนเองเพิ่งร้องไห้ไปยกใหญ่ น้ำตาไม่มีสักหยด
“กล้าดียังไงมาดูถูกผู้หญิงของฉัน ต้องตบสั่งสอนสักหน่อยละมั้ง!” ชายวัย 50 คึกคะนอง เขามีเมียแก่อยู่บ้านจริงดังนั้นจึงค่อนข้างอ่อนไหวเมื่อถูกกล่าวหาในที่สาธารณะ อีกทั้งยังเป็นต่อหน้าอีหนูที่มีความสัมพันธ์ด้วย
“ตบมันเลยที่รัก เอาให้มันปากฉีก!”
ชายวัย 50 ปีได้ใจ กางฝ่ามือทั้งห้าแล้วตบลงบนใบหน้าของหญิงสาวที่ตัวเล็กกว่า เส้นด้ายหลับตาปี๋ วันนี้ทำไมถึงได้ซวยนักซวยหนา หรือว่าปีนี้เป็นปีชงของเธอ
แต่แล้วหล่อนกลับไม่รู้ถึงความเจ็บปวด พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายหนุ่มเจ้าของถุงมือดำ รับฝ่ามือนั้นไว้แทนเธอ
“ประธาน...” เส้นด้ายเผลอเรียก ในขณะเดียวกันก็อดประหลาดใจไม่ได้ที่เขาเข้ามาปกป้อง
“ไม่ต้องตกใจ ผมแค่ไม่อยากเห็นคุณบาดเจ็บสาหัส แล้วต้องเสียค่ารักษาพยาบาล”
รอยยิ้มของเส้นด้ายพลันชะงัก
ที่แท้คนรวยคนนี้ก็ไม่อยากจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพราะตบตีนั่นเอง มิน่าถึงเข้ามาช่วย เหอะเหอะ ฟังดูมีน้ำใจจังนะ
“ไอ้เวรเอ้ย ปล่อยมือกูสิวะ หรือว่ามึงอยากโดนไปด้วย!” ชายวัย 50 ปีต้องการดึงมือกลับ แต่แขนซ้ายได้ถูกล็อกไว้แน่น เหมือนกับมีกาวตราช้างทองคำที่ออกแรงดึงยังไงก็ดึงไม่ออก
“ปล่อยอยู่แล้ว” เจมส์ทำตามที่อีกฝ่ายสั่งอย่างว่าง่าย
“ไอ้เวรเอ้ยทำกูซะเจ็บมือ คราวนี้แหละมึงโดนด้วยแน่!” ชายแก่มากตัณหาต้องการชกหน้าเจมส์ คราวนี้เขาง้างหมัดที่อันตรายกว่าเดิม แต่อย่างใดก็ตามเจมส์หยิบกระป๋องเล็กๆ เท่าฝ่ามือออกจากเสื้อโค้ทสีดำ แล้วฉีดใส่คู่ชายหญิงปากจัด ตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ไอ้เวรเอ้ย มึงฉีดอะไรใส่กูเนี่ย พริกไทยเหรอ...ไม่สิ ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย” ชายมากตัณหางงงัน
“ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่ก็ปล่อยมันไว้เฉยๆ ไม่ได้ค่ะ ที่รักคะซ้อมมันเลย เอามันให้เจ็บหนัก!” หญิงสาวหน้าตาดีแต่ไร้สมองเริ่มหงุดหงิด หล่อนโกรธจนทนไม่ไหวและส่งเสียงร้องดังๆ
ในขณะเดียวกันประตูห้องตรวจหมอก็เปิดออก คนไข้ถูกบุรุษพยาบาลเข็นออกมา ทันทีที่เขาเห็นหน้าคู่รักต่างวัย ก็แสดงความวิตกกังวลชัดเจน รวมถึงผู้ป่วยที่ยังนั่งอยู่บนวีลแชร์
“ไอ้บ้าเอ้ย! ใครปล่อยให้ตัวเหี้×มันเข้ามาข้างในโรงพยาบาลได้เนี่ย จะบ้าตาย นี่รีบๆ เข็นฉันออกไปจากที่นี่ได้แล้ว ไม่สิฉันวิ่งเองดีกว่า!” ผู้ป่วยที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ไม่สนใจอาการของตัวเอง พอเห็นคู่สามีภรรยาก็รีบเผ่นแนบออกไป สร้างความตกใจและงุนงงให้กับทั้งคู่เป็นอย่างยิ่ง
บุรุษพยาบาลรีบเข้าไปบอกหมอในห้อง จากนั้นทีมบุรุษพยาบาลก็กรูกันเข้ามาจากทุกทิศทาง
เนื่องจากมันคือโรงพยาบาลเอกชน ความปลอดภัยและความสะอาดต้องมาเป็นอันดับแรก
ดังนั้นถ้าหากมีข่าวหลุดออกไปว่าตัวเหี้×ได้เข้ามาด้านในตึก มันคงเป็นข่าวดัง และทำให้ชื่อเสียงโรงพยาบาลเสียหาย
“นี่พวกแกกำลังทำอะไร เอาไม้มาทำไม จะตีพวกเราเหรอฮะ!” หญิงสาวหน้าจัดปากแดงตกใจกลัวจนต้องกอดผัววัยแก่หงำแน่นแขน
“ไอ้เวรเอ้ยกูจะฟ้องพวกมึง นี่เหรอคือการปฏิบัติกับคนที่เข้ามารักษา มึงคิดว่ากูเป็นใคร อ๊ะ...เดี๋ยวสิ อย่า!”
บุรุษพยาบาลมีมากถึงสิบคน ด้วยคำสั่งของหมอโรงพยาบาลพวกเขาปฏิบัติหน้าที่แข็งขัน พาตัวทั้งคู่ออกไปได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
เจมส์อมยิ้มมุมปาก เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกระป๋องที่ใช้เมื่อครู่
'สเปย์เปลี่ยนแปลงความจริง เมื่อฉีดสเปย์นี้ลงบนร่างกาย คุณจะถูกเข้าใจผิด ทุกคนมองเห็นว่าคุณเป็นสัตว์ โดยจะระบุสายพันธุ์แบบสุ่ม'
'ผลเสียด้านลบ ประสิทธิภาพของสเปย์คงอยู่ 15 นาที'
มันคือของวิเศษที่เขาหยิบออกมาตอนนั่งรอเส้นด้ายตื่นในห้องรับแขก
ในเรื่อง'ย้อนอดีตกลับมาคว้าบัลลังก์' ตัวเอกซึ่งเป็นซูเปอร์สตาร์มักจะใช้สิ่งนี้ทำให้ลูกหลานคนรวยอับอายขายหน้า และมันก็ให้ผลลัพธ์ที่ดี
จัดการเสร็จหมอผู้หญิงที่สวมใส่แว่นตากรอบใสเดินเข้ามาหาเจมส์และเส้นด้ายด้วยความรู้สึกผิด
“หมอต้องขอโทษด้วยนะคะ ดูเหมือนเมื่อครู่จะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นนิดหน่อย ทำให้ตัวเหี้×เข้ามาข้างในได้ คนไข้ตกใจกลัวหรือเปล่าคะ เอางี้ให้หมอเล่าเรื่องตลกให้ฟังไหมคะ เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น แหะแหะ...”
มินตรา...นี่คือป้ายชื่อของหมอที่บอกว่าจะเล่าตลกให้ฟัง หล่อนคิดว่าเธอเป็นเด็กหรือไง อายุเท่าไหร่แล้วใครต้องการฟังมิทราบ แต่ถึงกระนั้นเส้นด้ายกลับไม่พูดมันออกมา แค่งุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
อยู่ๆ คู่ชายหญิงปากจัดก็กลายเป็นตัวเหี้× แล้วถูกลากออกไป
ถ้าหากไม่เห็นต่อหน้าแล้วมีคนเล่าให้ฟังเธอคงไม่เชื่อ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคือความจริง ไม่ใช่รายการเรียลลิตี้โชว์ เป็นของจริงที่เห็นแล้วตกใจจนขวัญผวา
“ไม่ต้องหรอกครับคุณหมอ เธอเก่งอยู่แล้วไม่ต้องฟังเรื่องตลกเด็กๆ หรอกครับ”
เส้นด้ายตื่นจากภวังค์ ใช่แล้วคนที่เข้ามาเมื่อครู่ก็คือเจมส์ พอเขามาคู่สามีภรรยาก็เปลี่ยนไป แต่เธอเองไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าทำได้ยังไง
“ค่ะ...ถ้างั้นหมอเชิญเข้าไปในห้องดีกว่านะคะ”
“ได้ครับ”
....
พวกเขาคุยกันได้ไม่กี่ประโยค ก่อนจะสรุปได้ว่าเส้นด้ายโหมงานหนักจนเกินไป ถึงได้ล้มฟุบที่โรงงานแปรรูปอาหาร โชคดีที่ได้เจมส์ไม่งั้นศีรษะอาจแตก
“คุณเส้นด้ายต้องทำงานให้น้อยลงนะคะ พักผ่อนตามที่หมอบอก ดื่มน้ำเยอะ ทานวิตามินให้ครบตามที่หมอสั่ง สภาพร่างกายก็จะกลับมาแข็งแรงอย่างเดิมค่ะ” หมอมินตราให้คำแนะนำ
เส้นด้ายพ่นลมออกจากจมูก “ไม่ได้หรอกค่ะหมอ ฉันต้องขยันไม่งั้นที่ดินอาจถูกใครบางคนฮุบ โดยเฉพาะตอนนี้ฉันซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวตัวเล็กๆ พ่อแม่ก็...แต่ก็ถูกจ้องเล่นงาน ฮือฮือ สังคมทุกวันนี้มันน่ากลัวจริงๆ หมอว่างั้นไหมคะ”
“ดูท่าคนคนนั้นมีจิตใจค่อนข้างบิดเบี้ยวนะคะ เขาไม่สงสารคุณบ้างหรือไง ถึงได้ใจร้ายอยากได้ที่ดินของคุณขนาดนั้น” หมอมินตรากุมมือของผู้ป่วย นัยน์ตาคู่สวยแสดงออกถึงความเป็นห่วง
เส้นด้ายแสร้งทำเป็นร้องไห้ แล้วหันไปหาเจมส์ “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจิตใจเขาทำด้วยอะไร แต่เขาอยากได้สวนของฉันมากถึงได้ใช้สารพัดวิธีกลั่นแกล้ง ฮือฮือ...”
หมอมินตราไม่รู้ว่าต้นเหตุคือเจมส์ที่เส้นด้ายกำลังมอง เพียงแค่คิดว่าพวกเขาเป็นแฟนกัน จึงหันไปบอกเจมส์ว่า “คุณเจมส์ ในฐานะที่คุณเป็นผู้ชายก็ควรจะดูแลและปกป้องแฟนของคุณ ไม่ให้ใครเข้ามาทำอันตรายได้ซิคะ”
“ไม่ใช่นะคะ เราไม่ได้เป็นแฟนกัน!” ก่อนที่เจมส์จะได้พูด เส้นด้ายรีบปฏิเสธความเข้าใจผิดๆ นั้นทันที
กล้าดียังไงมาคิดว่าเธอมีแฟนเห็นแก่ตัวแบบนี้!
ต่อให้เขาหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวเหมือนหยวกกล้วยก็ไม่เอาหรอก!
“เอ๋...เรื่องจริงเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ ฉันกับเขาก็แค่คน...แปลกหน้า เขาเป็นประธานโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารขนาดใหญ่ จะมาสนใจฉันที่เป็นเพียงเจ้าของสวนเล็กๆ ได้ยังไง มันเป็นไปไม่ได้ค่ะคุณหมอ”
“เอ่อ...ค่ะ หมอเข้าใจแล้ว” หมอมินตราเริ่มจับทางได้ลางๆ
ดูเหมือนว่าเจมส์คนนี้จะเป็นต้นเหตุไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ที่ทำให้เส้นด้ายอารมณ์เสีย
แต่หมอไม่ได้นับรวมเจมส์เป็นคนเดียวกับที่ไล่บี้เส้นด้าย ต้องการเอาที่ดินของเธอ
เนื่องจากมันแปลกหากคุณต้องการที่ดินแล้วพาโจทย์มารักษาถึงโรงพยาบาล
อีกทั้งชายหนุ่มตรงหน้าก็หน้าตาดี ดูไม่ใช่คนเลวดังนั้นมินตราจึงไม่มองเขาเป็นคนเดียวกับคนที่เส้นด้ายกล่าวหา
พวกเขาคุยกันอีกหลายประโยค ก่อนที่คุณหมอจะยื่นเอกสารมาแล้วกล่าวว่า “เอ่อ...รบกวนเซ็นชื่อตรงนี้ของผู้ป่วย และตรงนี้เบอร์โทรของผู้ป่วยและญาติหรือคนที่พามาค่ะ”
กล่าวจบอดไม่ได้ต้องขยับแว่นสายตา
ผู้ชายตรงหน้าเป็นถึงประธานโรงงานอุตสาหกรรม มันไม่ผิดหากเธอต้องการทำความรู้จัก อีกอย่างคือเส้นด้ายเป็นแค่คู่ค้าทางธุรกิจไม่ใช่แฟน หมอมินตราจึงกระตือรือร้นเข้าหาเขา
เส้นด้ายอยากให้เรื่องมันจบๆ จะได้กลับไปสวน เลยไม่ได้คิดให้มากความเกี่ยวกับเบอร์ รีบเซ็นรีบไป
.......
เสร็จจากเรื่องที่โรงพยาบาล เจมส์ก็พาเธอมาส่งถึงที่หมาย
ทางเข้าสวนมณีรัตน์เป็นทางลาดยางที่ไม่ค่อยได้รับการดูแลจากหน่วยงานรัฐ มันคล้ายกับพื้นผิวของดวงจันทร์
นี่ถ้าหากขับซูเปอร์คาร์มามีหวังต้องรีบเลี้ยวกลับ
การฝ่าฟันอุปสรรคบนดวงจันทร์เพื่อไปให้ถึงที่หมายไม่ใช่เรื่องที่ฉลาด โชคดีวันนี้ขับ โรลส์-รอยซ์ และถึงแม้มันจะเป็นรอยเขาก็ไม่ใส่ใจ เพียงแค่โยนทิ้งแล้วนำคันใหม่ออกมาจากหน้าหนังสือ
“ขอบคุณที่มาส่ง”
พอรถจอดเส้นด้ายก็ต้องการเปิดประตู แล้วรีบก้าวเท้าเข้าไปในสวน เพียงแต่มือข้างนั้นถูกเขาจับไว้ ตามด้วยเสียงยียวนกวนประสาท
“จะไม่ชวนเข้าไปหน่อยเหรอ อย่างน้อยก็เสิร์ฟน้ำเย็นๆ ผมอุตส่าห์พาคุณหาหมอ ออกค่ารักษาพยาบาลให้ คุณคงไม่ใจร้ายหรอกใช่ไหม”