เสียงโหวกเหวกโวยวาย ของบ่าวในจวนดังสนั่น เสียงกู่ร้องยินดี ทั้งบ่าวและนายแต่งกายเรียบร้อยดูดีกว่าทุกวัน
เนื่องจากวันนี้เป็วันดีท่านแม่ทัพกลับมาถึงจวน ทุกคนจึงออกมาต้อนรับแม่ทัพเว่ยมู่เชียวอย่างล้นหลามรวมถึงชาวบ้านที่อยู่ในระแวกนั้นด้วยเช่นกัน
เขาขี่ม้าตรงมาที่หน้าจวนอย่างสง่าผ่าเผย ด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นไร้ที่ติราวเทพบุตรจุดติมาเกิด หญิงสาวน้อยใหญ่ต่างพากันเขินอายเมื่อได้มองเขา
เมื่อลงจากหลังม้าเขาก็เดินขึ้นจวนทันที ปล่อยให้เฉินอี้นำมาไปเก็บ
"คาระวะท่านย่าและพ่อท่านแม่ขอรับ "
หลังจากทำความเคารพท่านทั้งสาม เขาก็เดินเข้าไปนั่งตรงที่ว่างตรงกลางระหว่างท่านย่ากับที่ท่านพ่อกับท่านแม่นั่งอยู่
กลับมาคราวนี้เขาคงไม่ต้องออกไปรบกับศัตรูอีกแล้ว ตอนนี้บ้านเมืองสงบสุขขึ้นกว่าแต่ก่อนนัก เนื่องจากทั้ง2ดินแดนได้ทำสัญญาสงบศึกกันเรียบร้อยแล้ว โดยในสัญญานั้นระบุว่าทั้งสองดินแดนจะต้องทำการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้ากันตลอดทุกปี ไม่กำหนดว่าจะเป็สินค้าชนิดใด ฮ้องเต้องค์ปัจจุบันทรงเลงเห็นประโยชน์จากข้อตกลงนี้ จะสามารถสร้างอาชีพให้แก่ชาวบ้านทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่เจริญหรือในชนบทที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง แต่ด้วยสภาพแวดล้อมแห้งแล้งเช่นนี้ชาวบ้านไม่มีสินค้าเพียงพอที่จะส่งขายเข้าคลังหลวง ทำให้แผนการส่งสินค้าหยุดชะงัก ฮ้องเต้ทรงมอบหน้าที่สำรวจพื้นที่และหาแนวทางแก้ไขปัญหาในเขตพื้นที่ชนบทให้แก่เขา ส่วนในเขตตัวเมืองใหญ่ๆ นั้นพวกขุนนางทั้งหลายรวมถึงประมุขจวนเ้าเมืองเป็ผู้ดูแล
เขายินดีที่จะทำหน้าที่นี้อย่างยิ่งถือว่าเป็การช่วยเป็มือเป็เท้าให้แก่พี่ชายของเขาอีกแรง เพราะพี่ชายเขารับผิดชอบเกี่ยวกับการค้าการเกษตร การที่จะนำสินค้าเข้าหรือนำส่งสินค้าออกนอกแผ่นดินนี้ต้องได้รับอนุญาติจากพี่ชายของเขาก่อน
ด้วยเหตุนี้ฮ้องเต้จึงได้ทรงอนุญาติให้เขาทำสัญญาสงบศึกนี้
"เชียวเออร์หลานย่า เ้าหิวหรือยัง" นางถามด้วยความเป็ห่วงหลานชาย เดินทางไกลคงจะเหนื่อยน่าดู
"รอสักหน่อยก็ได้ขอนับท่านย่า ระหว่าทางหลานได้ลูกไม้บางอย่างมาฝากทุกคนด้วย "
เขาพูดพรางยื่นส้มเขียวหวานจำนวนหนึ่งให้บ่าวนำไปจัดใส่จาน เพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มลอง
"ท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่ไม่อยู่จวนหรือขอรับ" เขาเอ่ยถามเมื่อไม่เจอพี่ชายกับพี่สะใภ้ ปกติทั้งสองคนจะอยู่ติดบ้านตลอด หายากนักที่จะออกไปข้างนอกพร้อมกันแบบนี้
"พี่ชายเ้าพาพี่สะใภ้ไปเดินชมสวนดอกไม้ที่อุทยานหลวง คงจะกลับถึงจวน่เย็น" ท่านแม่ของเขากล่าวถึงทั้งสองด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"เ้าคงยังไม่ทราบว่าพี่สะใภ้เ้าตั้งครรภ์แล้ว " นางดีใจยิ่งนักจะได้มีเด็กเล็กๆ มาวิ่งเล่นในจวน คอยร้องเรียกนางว่าท่านย่าๆ
"ดีจริง เป็เื่ดีของครวบครัวเรายิ่งนัก"
ถ้าพี่สะใภ้มีหลานให้ท่านแม่ก็ดีแล้ว ท่านแม่จะได้ไม่ต้องเร่งให้เขาหาลูกสะใภ้มาให้สักที
ทันใดนั้นในก็มีใบหน้าดรุณีน้อยคนนั้นลอยเข้ามาในห้วงความคิดของเขา
"เอะ ทำไมข้าต้องนึกถึงนางด้วยนะ"
ระหว่างนั่นภูถานบ่าวคนสนิทของท่านย่าก็ถือจานผลไม้เข้ามา ทุกสายตามองลูกกลมๆ ที่มีสีสันสดใสไม่วางตา เมื่อทุกคนหยิบชิ้นส้มเข้าปาก สีหน้าบ่งบอกถึงความอร่อย เห็นท่าทางที่ทุกคนแสดงออกดังนั้นเขาพอใจยิ่งถ้าเขาอยู่ที่นั้นอีกสักพักเขาคงได้นำสิ่งของแปลกๆ มาฝากคนที่จวนไม่น้อยแน่ๆ เขาคงต้องหาโอกาสไปเยี่ยมเยือนสหายซะแล้วถือโอกาสไปสำรวจชุมชนในแถบนั้นด้วยเลย
"เชียวเออร์ เ้าได้ข่าวหรือไม่ร้านเฟิ่งหวงสาขาย่อยที่เมืองชางหลี มีชาวบ้านพบเห็ดหลินจือแดงที่หายากนานนับหลายปี"
เว่ยเยี่ยนเอ่ยถามบุตรชายทันทีเมื่อมีคนพูดถึงข่าวนี้อย่างหนาหู
"ระหว่างเดินทางข้าพอที่จะได้ยินเื่นี้มาบ้างขอรับท่านพ่อ ข้าคิดว่าจะไปหาสหายที่นั่นพอดีเลยจะถือโอกาสซื้อเห็ดที่ว่านั้นมาฝากท่านย่าด้วย ท่านย่ายิ่งสุขภาพมิค่อยดีอยู่ ถึงที่จวนเราจะมีอยู่ดอกหนึ่งแต่ท่านย่าคงไม่ยอมนำมาใช้เป็แน่" ท่านย่ามองค้อนมาที่เขาทันทีเมื่อพูดจบ
แม้ว่าตระกูลใหญ่ทั้งหลายจะ้าจะเห็ดนี้ เขาเชื่อว่าเฟิ่งอวี้โจวคงมีวิธีจัดการกับคนเ่าั้ เขายังเชื่ออีกว่าสหายคนนี้ยังเก็บส่วนของเขาไว้ให้อยู่ ถึงแม้จะไม่เก็บไว้ให้เขาก็ไม่เป็ไรเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าใครเป็คนนำไปขายให้ร้านเฟิ่งหวง ถ้าเขาอยากได้จริงๆ เขาไปซื้อกับนางถึงที่ไม่ดีกว่าหรือ เขาอยากจะรู้นักว่านางจะมีสิ่งใดทำให้เขาแปลกใจอีกหรือไม่
ภายในห้องนอนเก่าๆ ลั่วซวงสดุ้งตื่นจากความฝัน " นี่เป็แค่ความฝันเองหรอ ข้าว่าแล้วเชียวเทพใจดีไม่มีอยู่จริง " นางบ่นอุบอิบ ทันใดที่พูดจบก็มีเสียงกังวานดังข้างหู
"เื่ทั้งหมดในฝันนั้นจะเป็จริงนังหนู"
"ถ้าเป็ความจริงดังที่ว่าข้าต้องขอบพระคุณท่านเทพยิ่งนักเ้าค่ะ"
นางนึกขอบคุณในใจ หากนางพูดออกไปมีหวังคนในบ้านคงใแห่กันมาที่ห้องนางพอดี