ตอนนี้มู่หรงฉินรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก
เว่ยอวี่เหอนั้นส่งสายตาแซวจนทำให้เธออยากจะมะเหงกอีกฝ่ายมาก
เธอยอมรับว่าตนเองรู้สึกดีกับซูฮ่าวอยู่บ้าง แต่เป็นเพราะว่าซูฮ่าวได้ช่วยชีวิตคุณปู่ของเธอดังนั้นจึงไม่สามารถเอาอารมณ์มาปนกันได้
“ฉันกับซูฮ่าวเคยเจอหน้ากันแค่ไม่กี่ครั้งเอง และพวกเราก็เป็นแค่เพื่อนกันฉันจะมองเขาในแง่นั้นได้อย่างไร?”
เว่ยอวี่เหอมองมู่หรงฉินด้วยความสงสัย ก่อนเผยรอยยิ้มสื่อความนัย “จริงหรือ?”
“นะ… แน่นอนอยู่แล้ว!” ตอนที่มู่หรงฉินพูดนั้นภายในน้ำเสียงดูไม่น่าเชื่อถือเล็กน้อย
หลังจากซูฮ่าวรักษาพิษอสรพิษกู่ทมิฬ1 ในความทรงจำของเธอก็จะมีภาพของซูฮ่าวปรากฏขึ้นเป็นประจำและในบางครั้งเธอก็ฝันถึงอีกฝ่ายด้วย
หลายปีที่ผ่านมานี้ เธอเคยเจอกับผู้ชายที่ยอดเยี่ยมมามากมายแต่ไม่มีใครที่เธอจะจดจำได้เหมือนกับซูฮ่าวเลยสักคน
แม้ว่าเธอกับซูฮ่าวจะรู้จักกันได้ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์แต่อีกฝ่ายมีแรงดึงดูดที่รุนแรงจนไม่สามารถอธิบายได้ หลังจากเจอเขาแล้วเธอก็อยากจะรู้จักเขา แต่ยิ่งรู้จักเขามากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกว่าเขานั้นลึกลับมากเธอจึงอยากเปิดผ้าแห่งความลับที่คลุมร่างกายของเขาออกมากกว่านี้
หลายวันที่ผ่านมานี้เธอคิดจะโทรหาซูฮ่าวอยากจะชวนอีกฝ่ายออกมาเที่ยวเล่นด้วยกัน แต่ว่าก็หาเหตุผลไม่ได้เลยดังนั้นจึงล้มเลิกความคิดนี้ไป
แต่เมื่อเว่ยอวี่เหอพูดอย่างนี้ เธอถึงได้พบว่า ผู้ชายที่เพิ่งพบกันได้ไม่นานกลับทิ้งความทรงจำไว้ในส่วนลึกของเธอแล้ว
“เสี่ยวฉิน เธอมีวีแชตของซูฮ่าวหรือเปล่า ให้ฉันช่วยนัดเขาออกมาดีไหม?” เว่ยอวี่เหอกลอกตา แล้วถามพร้อมกับเสียงหัวเราะ
“นัดบ้าอะไรกัน!” มู่หรงฉินหน้าแดงซ่านแล้วเคาะที่ศีรษะของเธอ พร้อมกวาดสายตามองไปโดยรอบแล้วเปลี่ยนเรื่องพูด “อวี่เหอ พวกเราเดินมาห้านาทีกว่าแล้วยังไม่ถึงร้านแกะสลักหยกที่เธอพูดถึงอีกหรือ?”
“ใกล้ถึงแล้ว สุดปลายถนนเส้นนี้ก็เป็นร้านแกะสลักหยกจวีชื่ออู๋ชวงที่ฉันพูดถึง” เว่ยอวี่เหอไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นอีกต่อไป เธอชี้นิ้วไปด้านหน้า ก่อนจะพูดกับมู่หรงฉินว่า “เมื่อหลายวันก่อนฉันได้ให้ปรมาจารย์จงรั่วฉิงแกะสลักหยกให้ฉันโดยเฉพาะวันนี้เขาบอกว่าหยกแกะสลักนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้ฉันมาเอาที่ร้านได้เลย”
“เช่นนั้นเธอก็เรียกให้บอดี้การ์ดไปรับแทน หรือไม่ก็ให้อีกฝ่ายส่งมาที่บ้านไม่ดีกว่าหรือ?” มู่หรงฉินไม่เข้าใจเล็กน้อย
เว่ยอวี่เหอเป็นลูกสาวของตระกูลเว่ยที่ร่ำรวยและเป็นหลานสาวของอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนฝึกทหารเมืองไห่เป่ย นายพลเว่ยซานเต๋อ
ตอนที่เว่ยซานเต๋อรับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนฝึกทหารเมืองไห่เป่ยเขาได้สร้างหน่วยรบพิเศษที่มีกำลังในการรบแข็งแกร่งมากมายแม้ว่าในตอนนี้เขาจะเกษียณแล้ว แต่อำนาจของเขาก็มีอยู่ไม่น้อยซึ่งสามารถเทียบเท่ากับคุณปู่ของเธอได้เลย
หลานสาวของเขาคือเว่ยอวี่เหอ ฐานะของเว่ยอวี่เหอนั้นหากไม่เทียบเท่าก็สูงกว่าเธอหนึ่งขั้น
ด้วยตำแหน่งอย่างเว่ยอวี่เหอ แค่พูดออกไปเพียงคำเดียวใครบ้างจะกล้าหักหน้า?
“หยกแกะสลักชิ้นนี้เป็นของคุณปู่ จะละเลยไม่ได้เด็ดขาดช่วงนี้คุณปู่สุขภาพไม่ดี ฉันจึงอยากได้หยกแคล้วคลาดให้ท่านสักชิ้น” เว่ยอวี่เหอโบกมือแล้วพูดอย่างจริงจัง
“คุณปู่ของเธอร่างกายไม่แข็งแรงหรือ?” หัวใจของมู่หรงฉินกระตุกจากนั้นก็รีบพูดขึ้นมาว่า “ให้ซูฮ่าวไปตรวจอาการคุณปู่ของเธอดีไหม?”
เว่ยอวี่เหอกล่าวปฏิเสธพร้อมกับรอยยิ้ม “ไม่ต้องหรอกพรุ่งนี้คุณพ่อของฉันได้เชิญผู้เฒ่าหยวนมาดูอาการแล้วผู้เฒ่าหยวนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนจีน ทักษะทางการแพทย์ของเขานั้นสูงส่งมากหากมีเขาอยู่ อาการของคุณปู่จะต้องดีขึ้นมากอย่างแน่นอน”
ความจริงแล้วเธอก็ยังเชื่อว่าซูฮ่าวเป็นคนมีเงินที่ไม่เอาถ่านตามข่าวลือท้ายที่สุดแล้วคุณปู่ของเธอก็มีฐานะไม่ธรรมดา จะให้คนที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่อย่างซูฮ่าวมารักษาหรือหากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป คนอื่นจะต้องหัวเราะเยาะแล้ว
มู่หรงฉินอ้าปาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ชื่อเสียงของผู้เฒ่าหยวนเป็นที่ประจักษ์ เขาได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนจีนอย่างลึกซึ้งและถูกขนานนามว่าเจ้าแห่งแพทย์แผนจีน
หากเขาเป็นคนรักษา เว่ยซานเต๋อจะต้องหายดีอย่างแน่นอน
เธอจึงไม่คิดอะไรมากและรีบสาวเท้าเดินทางไปยังร้านแกะสลักหยกจวีชื่ออู๋ชวง
ในตอนนี้ร้านแกะสลักหยกจวีชื่ออู๋ชวงมีผู้คนเบียดเสียดและหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
ในตอนเช้าหลังจากที่ซูฮ่าวได้แกะสลักหยกที่แฝงด้วยจิตวิญญาณและเสน่ห์ทุกคนก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ทุกคนอยากจะมาดูหน่อยว่าคนที่ทำให้ปรมาจารย์จงรั่วฉิงชื่นชมอย่างไม่ขาดปากนั้นเป็นคนอย่างไรกันแน่
แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาที่นี่ก็ต้องผิดหวัง
เพราะว่าซูฮ่าวได้เดินทางออกจากร้านแกะสลักหยกจวีชื่ออู๋ชวงไปตั้งแต่ช่วงเที่ยงแล้วไม่มีใครรู้ว่าเขาจะไปที่ไหน ดังนั้นยิ่งไม่ต้องถามถึงการตามหาตัวเขา
เว่ยอวี่เหอและมู่หรงฉินมาถึงที่ร้านแล้ว ทันใดนั้นร้านแกะสลักหยกจวีชื่ออู๋ชวงก็เงียบเสียงลงในทันทีทุกคนหันมามองสาวงามดุจนางสวรรค์ทั้งสองคนโดยพร้อมเพรียงกัน
เหมือนว่าพวกเธอจะไม่ชอบเป็นจุดสนใจ ดังนั้นจึงรีบเดินตรงมาหาเถ้าแก่ร้านเพื่อให้พาพวกเธอขึ้นไปยังห้องด้านบน
จงรั่วฉิงนั่งอยู่ภายในห้องนั้นเขากำลังมองหยกอายุยืนเหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด
เว่ยอวี่เหอผลักประตูเข้ามา มู่หรงฉินก็เดินตามมาอย่างใกล้ชิด
“ปรมาจารย์จง!”
“หือ?” จงรั่วฉิงชะงักไปเล็กน้อยแล้วเงยหน้ามองใบหน้าของเขามีประกายความกระตือรือร้นพาดผ่าน “ที่แท้ก็เป็นคุณหนูเว่ยนี่เองเชิญนั่งครับ”
เว่ยอวี่เหอพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะผายมือไปทางมู่หรงฉินที่ยืนอยู่ด้านข้าง “ปรมาจารย์จง นี่คือมู่หรงฉิน เพื่อนสนิทของฉันค่ะเธอคือคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่หรง วันนี้ฉันมาที่นี่เพื่อรับหยกแกะสลักค่ะ”
“คุณหนูมู่หรง?” เสียงของจงรั่วฉิงดังขึ้นหนึ่งระดับท่าทางของเขาเสียมารยาทไปเล็กน้อย
ในเมืองไห่เป่ยไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลมู่หรงและไม่มีใครไม่รู้ว่าอำนาจและฐานะของทายาทสายตรงของตระกูลมู่หรงนั้นมีมากมายขนาดไหน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่หรงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ เธอนั้นอยู่เหนือผู้คนทั่วไป ทำได้เพียงต้องเงยหน้ามองเท่านั้น
มู่หรงฉินยืนอยู่ด้านข้างเว่ยอวี่เหอ และส่งรอยยิ้มอย่างมีมารยาท “ปรมาจารย์จง รบกวนแล้วนะคะ”
“ไม่ๆ ไม่เลยครับ คุณหนูมู่หรงเกรงใจกันเกินไปแล้ว” จงรั่วฉิงรีบโบกมือและจัดเก้าอี้นั่งอย่างรวดเร็ว “คุณหนูมู่หรง คุณหนูเว่ย เชิญพวกคุณนั่งก่อน เดี๋ยวผมจะไปเรียกให้คนมาเสิร์ฟชา”
เว่ยอวี่เหอหัวเราะเบาๆ “ปรมาจารย์จงไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนี้ก็ได้ค่ะพวกเรายังมีธุระต่อ หากรับหยกเสร็จแล้วก็จะกลับทันที”
“อย่างนี้นี่เอง ล่วงเกินแล้ว” จงรั่วฉิงหัวเราะออกมาอย่างเก้อกระดากเขาหยิบหยกแกะสลักที่เว่ยอวี่เหอสั่งทำออกมา
แต่เหมือนว่าเขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ฝีเท้าของเขาชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหยกอายุยืน เขาลังเลอยู่นาน จนสุดท้ายก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่
“คุณหนูเว่ย นี่คือหยกอายุยืน หวังว่าคุณจะชอบมัน” จงรั่วฉิงหยิบหยกอายุยืนที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมา พร้อมยื่นให้กับเว่ยอวี่เหอ
เขารู้ว่าเว่ยอวี่เหอจะมอบหยกแกะสลักอันนี้ให้กับคุณปู่ของเธอเพื่อขอให้แคล้วคลาดปลอดภัย
เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ใช้หยกอายุยืนอันนี้เป็นการยืมดอกไม้ถวายพระเสียเลย
แม้เขาจะรู้สึกปวดใจเล็กน้อยแต่เว่ยอวี่เหอต้องการมอบหยกแกะสลักอันนี้ให้กับนายพลเว่ยซานเต๋อแล้วเขาก็ยังรู้สึกว่าหยกที่เขาแกะสลักเองไม่สามารถเทียบชั้นกับหยกแกะสลักฝีมือซูฮ่าวได้เลยต่อให้ต้องปวดใจก็ต้องยอมทน เพราะของขวัญต้องยิ่งใหญ่
เว่ยอวี่เหอมองหยกอายุยืนที่อยู่ในมือของจงรั่วฉิง ในแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ตรงหน้าของเธอคือหยกอายุยืน ที่มีเสน่ห์เต็มเปี่ยม จิตวิญญาณท่วมท้นเหมือนกับสิ่งมีชีวิต เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางศิลป์ที่แข็งแกร่ง
โดยเฉพาะหลังจากจ้องหยกแกะสลักชิ้นนี้ไปประมาณสิบวินาทีคาดไม่ถึงว่าหยกอายุยืนชิ้นนี้จะถ่ายทอดเรื่องราวและความหมายลึกซึ้งออกมาอย่างไม่สามารถอธิบายได้เธอคิดไม่ถึงเลยว่าฝีมือการแกะสลักของจงรั่วฉิงจะก้าวหน้าขนาดนี้แล้ว
มู่หรงฉินที่อยู่ด้านข้างก็สามารถสัมผัสได้ถึงความพิเศษของหยกอายุยืนชิ้นนี้ตอนนั้นเธอรู้สึกชื่นชมจงรั่วฉิงเป็นอย่างมากความสามารถในการแกะสลักของเขายอดเยี่ยมมากสมแล้วที่เป็นปรมาจารย์การแกะสลักระดับประเทศ
หลังจากนี้หากเป็นวันเกิดของคนสนิทเธอก็จะมารบกวนให้จงรั่วฉิงแกะสลักหยกให้สักชิ้น
“ปรมาจารย์จง ฉันชอบหยกอายุยืนชิ้นนี้มาก ลำบากคุณแล้วนะคะ” เว่ยอวี่เหอรับหยกอายุยืนชิ้นนั้นมา แล้วโค้งคำนับกล่าวขอบคุณอีกฝ่าย
“คุณหนูเว่ยชมกันเกินไปแล้วครับ ความจริงแล้วนี่ก็เป็นเรื่องในความรับผิดชอบของผมเมื่อถึงตอนนั้นก็ฝากทักทายนายพลเว่ยแทนผมด้วยนะครับ”
“ได้ค่ะ” เว่ยอวี่เหอพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะมองนาฬิกา “ถ้าอย่างนั้นฉันกับเสี่ยวฉินไม่รบกวนเวลาศึกษางานแกะสลักของปรมาจารย์จงแล้ว”
“โอเคครับ” จงรั่วฉิงเปิดประตูออก พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูเว่ย คุณหนูมู่เดินทางปลอดภัยนะครับ”
“บ๊ายบาย!” เว่ยอวี่เหอโบกมือขึ้นจากนั้นก็เดินออกจากร้านพร้อมกับมู่หรงฉิน
สายตาของจงรั่วฉิงมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวทั้งสองคน และรู้สึกร้อนใจขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ความจริงแล้วเขาก็อยากบอกที่มาของหยกชิ้นนี้ให้เว่ยอวี่เหอทราบ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเขากลับพูดไม่ออกทุกทีเลย
บางทีอาจจะเป็นเพราะมู่หรงฉินที่ยืนอยู่ด้านข้างเขาจึงอยากจะใช้หยกอายุยืนชิ้นนี้สร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง
“ถ้าคุณหนูเว่ยถามขึ้นมา ฉันค่อยอธิบายอีกครั้งก็แล้วกัน” จงรั่วฉิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินลงบันไดมา
………………..
อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่ซูฮ่าวซื้อบะหมี่จากร้านค้าบริเวณใกล้เคียงได้แล้วเขาก็เดินกลับมาที่คฤหาสน์ และต้มบะหมี่น้ำใสให้กับไป๋เหวินหลิง
จากนั้นเขาก็เล่นเกมกับไป๋เหวินหลิงอย่างสนุกสนาน
น้อยครั้งมากที่ซูฮ่าวจะเล่นเกมประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วไป๋เหวินหลิงจะเป็นคนชวน
ใกล้จะหกโมงเย็น สวีเซียงภรรยาของหลี่ช่างเสียงก็โทรมาเธอชวนซูฮ่าวและไป๋เหวินหลิงไปทานมื้อเย็นที่บ้านตระกูลหลี่
ทั้งสองคนมองหน้ากัน แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ และขับรถไปที่บ้านตระกูลหลี่ตามคำชวนของพวกเขา
หลังจากมื้อเย็นผ่านไป ไป๋เหวินหลิงก็เดินทางไปที่บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวเหมือนว่าเธอจะมีไอเดียใหม่ ดังนั้นจึงอยากจะเปลี่ยนแปลงการเปิดตัวเครื่องสำอางตัวใหม่
แต่ซูฮ่าวกลับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วโทรไปหาหวางเฉิงเทียนเพื่อให้คนส่งสมุนไพรสำหรับการปรุงยาชะลอวัยมาที่บ้านพักตากอากาศชิงอวิ๋นห้าชุด
จากนั้นเขาก็ขับรถลัมโบร์กินี เรเบนตันไปยังเขาชิงอวิ๋นอย่างรวดเร็ว
………………..
1อสรพิษกู่ทมิฬ (阴蛇蛊) คือ กรรมวิธีเพาะเลี้ยงสัตว์มีพิษ โดยการนำพิษร้ายแรงหลายชนิดมาหลอมรวมกันและให้งูพิษตัวหนึ่งกิน พิษของงูตัวนั้นก็จะมีความอันตรายร้ายแรงที่สุด