ชายผู้มีพลังในการปฎิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์)

    ตอนที่ 35

    ตอนที่ 35

    เรื่อง ชายผู้มีพลังในการปฏิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์)


    เม็ก : " มันจะได้ผลใช่ไหมวะ นีโร่ "

    นีโร่ : " ไม่รู้วะ ไม่เคยลองเทคนิคนี้มาก่อน แต่กูรู้สึกได้ว่ามันจะได้ผล "

    ไมเด้น : " ให้ตายสิ นายไม่เคยลองเนี่ยนะ ตอนซ้อมจะลองก็ได้แท้ๆ" (ไมเด้นยังไม่รู้เรื่องพลังที่แท้จริงของนีโร่)

    คำพูดของนีโร่ทำให้ไมเด้นหนักใจพอสมควร ในช่วงซ้อมและวางแผนนีโร่มีเวลาทดลองพลัง

    แต่เขากลับไม่ได้ซ้อมเทคนิคที่ต้องใช้ป้องกันเพื่อนร่วมทีม

    ทั้งสามกำลังเตรียมตัวก่อนแข่งเหมือนทุกที ส่วนโทรุก็มานั่งรอในที่นั่งสำหรับตัวสำรอง


    โทรุ : " รอบนี้มีคนมาดูเพียบ .................... มีแต่พวกนักวิจัยกับทหาร "

    การแข่งในรอบนี้มีคนมาเข้าดูมากกว่ารอบที่แล้วมาก โทรุรู้ได้เลยว่าพวกเขาเหล่านี้มาเพื่อดูความสามารถของเม็ก

    แต่พวกเขาไม่รู้ว่าการแข่งในรอบนี้จะแตกต่างกับรอบที่แล้วอย่างมาก

    สนามแข่งในรอบนี้เป็นทะเลทรายที่มีเศษซากอาคารที่โผล่ขึ้นมาปิดบังทัศนวิสัย

    และสภาพอากาศคือเวลากลางคืน ทำให้การมองเห็นแทบจะเป็นไปไม่ได้

    ซึ่งตรงกลางสนามจะเป็นลานโล่งเหมือนกันทุกรอบ กรรมการเรียกผู้เข้าแข่งให้มาเจอหน้ากันเหมือนทุกที


    กรรมการ : " ถ้าเห็นหน้ากันแล้วก็กลับไปจุดเริ่มต้นได้ "

    ทั้งสองทีมมาเจอหน้ากันตรงกลาง ซึ่งทีมคู่แข่งก็เป็นไปตามที่เม็กคาดการณ์

    ทีมคู่แข่งมีรูปแบบปลดปล่อย 2 คน ที่มีความสามารถเกี่ยวกับคลื่นเสียง

    และอีกคนที่ปลดปล่อยคลื่น Nausea คลื่นนี้จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้


    เม็ก : " เธอไหวใช่ไหม ไมเด้น มันมืดซะมองอะไรไม่เห็นเลย "

    ไมเด้น : " ฉันไหวน่า ห่วงนีโร่ดีกว่า จะป้องกันพวกเราได้ใช่ไหม "

    นีโร่ : " ฉันทำได้ ฉันทำได้ ฉันทำได้ " นีโร่กำลังรู้สึกดีดมากๆ และกระโดดไปกระโดดมาระหว่างเดิน

    ทั้งสามกำลังเดินกลับไปยังจุดเริ่มต้นของทีมตัวเอง


    ไมเด้น : " แผนของนายจะได้ผลใช่ไหม แล้วไอ้ 'อำนาจการยิง' ที่นายพูดถึงก่อนหน้านี้คืออะไร "

    เม็ก : " ได้ผลแน่ เพราะฉันเคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนแล้ว "

    'อำนาจการยิง' สิ่งนี้บ่งบอกถึงการเป็นพวกรูปแบบปลดปล่อย

    เป็นเทคนิคของรูปแบบปลดปล่อยชอบทำกันบ่อยในการแข่งไม่ว่าจะเป็นการแข่งแบบไหน

    มันคือการปลดปล่อยพลังของตัวเองโถมเข้าใส่ศัตรูทันทีที่ตั้งแต่เริ่มแข่ง

    เพราะรูปแบบปลดปล่อยมีระยะที่ค่อนข้างไกลและสามารถยิงต่อเนื่องได้เรื่อยๆ

    โดยที่แทบจะไม่มีอะไรมาขวางพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาได้ 

    พลังจะถูกยิงจากจุดเริ่มต้นของทีมที่เป็นรูปแบบปลดปล่อย 

    ตรงไปหาทีมของศัตรูที่อยู่ตรงจุดเริ่มต้น ด้วยพลังที่ส่งผลเป็นวงกว้างและระยะที่ค่อนข้างไกล

    ทำให้ทีมของศัตรูที่ถูกกยิงพลังใส่แทบจะไม่มีโอกาสได้ตอบโต้อะไรเลย


    เมื่อทั้งสองทีมเข้าประจำที่และกรรมการได้ประกาศให้เริ่มแข่ง

    ทีมของศัตรูไม่จำเป็นต้องออกจากจุดเริ่มต้นด้วยซ้ำ พวกเขายิงคลื่นเสียงใส่ทีมของเม็กทันทีที่เริ่มแข่ง

    ทุกอย่างมันก็เป็นไปตามที่เม็กบอกไว้ คลื่นเสียงของทีมศัตรูพุ่งเข้าหาทีมของเม็กทันที

    แต่มันทุกหยุดเอาไว้ก่อนที่จะถึงทีมของเม็ก


    ทีมศัตรู 1 : " คลื่นเสียงพวกเราถูกหยุดก่อนจะถึงตัวพวกมัน "

    ทีมศัตรู 2 : " ไอ้เด็กอัจฉริยะนั้น นายต้องลงมือแล้ววะ " (หมายถึงเม็ก)

    ทีมศัตรูทั้งสองคนที่มีความสามารถเกี่ยวกับคลื่นเสียงไม่สามารถทำอะไรได้

    เพราะเม็กทำให้อากาศที่อยู่ด้านหน้าของทีมตัวเองกลายเป็นกำแพงสุญญากาศ

    ซึ่งคลื่นเสียงต้องการตัวกลางเพื่อเคลื่อนที่ คลื่นเสียงไม่สามารถเดินทางผ่านสุญญากาศได้

    ทำให้คลื่นเสียงที่ทีมศัตรูเข้ามาไม่ถึงจุดที่ทีมของเม็กอยู่

    ทีมศัตรู 3 : " ได้เลย " (ปล่อยคลื่น Nausea พุ่งไปยังจุดที่ทีมของเม็กอยู่)

    หากทีมของเม็กโดนคลื่นนี้เข้าได้แพ้แน่นอน เพราะเม็กจะคุมพลังไม่ได้เนื่องจากอาการคลื่นไส้

    จะทำให้กำแพงสุญญากาศหายไปและพวกเขาก็จะโดนคลื่นเสียงของศัตรูเล่นงานจนแพ้


    นีโร่ : " ถึงเวลากูโชว์เท่แล้ว " ยกมือขึ้นมาเพื่อใช้พลัง (จริงๆ แล้วไม่ต้องก็ได้ แต่ทำเพื่อไม่ให้คนสงสัย)

    นีโร่ใช้ (ยิง) พลังของตัวเองสวนคลื่น Nausea ของศัตรู พลังของนีโร่คือการควบคุมเวลา

    นีโร่สร้างกำแพงชะลอเวลาขึ้นมา เมื่อคลื่น Nausea ของศัตรูพุ่งเข้ามาปะทะกับกำแพงที่นีโร่สร้าง

    มันก็หยุดแค่ตรงนั้นและไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ เพราะเวลาถูกชะลอจนเหมือนกับถูกหยุดเอาไว้

    ไม่ว่าศัตรูจะยิงคลื่นมามากมายแค่ไหน ทีมของเม็กก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย

    (จริงแล้วพลังของนีโร่สามารถหยุดได้หมด แม้แต่คลื่นเสียงก็ตาม แต่นีโร่หยุดแค่คลื่น Nausea

    เพราะว่านีโร่คุมพลังตัวเองได้ไม่ดี หากใช้พลังใหญ่เกินไปจะทำให้นีโร่คุมพลังไม่ได้)


    ทีมศัตรู 1 : " อะไรวะ คลื่นเสียงของพวกเราไม่ได้แล้ว คลื่น Nausea ก็ยังไม่ได้ผลอีก "

    ทีมศัตรู 3 : " คลื่นของกูโดนอะไรก็ไม่รู้ มันไม่ยอมขยับเลย ยิงไปเท่าไรก็โดนหยุดหมด "

    ทีมศัตรู 2 : " ................. พวกมึงได้ยินอะไรไหมวะ " มีเสียงฝีเท้าย่องเข้าใกล้พวกเขา

    ทีมศัตรูหันไปมองรอบๆ ก็เจอกับดวงตาสีเขียวสะท้อนแสงในความมืดจ้องมองมายังพวกเขา 

    มันขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เมื่อเข้ามาใกล้มากพอพวกเขาก็พบว่า มันเป็นสิงโตตัวหนึ่งที่มีรูปร่างแปลกๆ 

    กำลังย่องเข้ามาใกล้พวกเขา เนื่องจากสภาพอากาศเป็นช่วงเวลากลางคืน 

    ทำให้พวกเขารู้สึกตัวช้าเกินไป จนสิงโตเข้ามาใกล้มากแล้ว

    สิงโตตัวนั้นมีบางอย่างปกคลุมร่างกายคล้ายกับเกราะ(เหมือนเกราะของตัวลิ่น)


    ทีมศัตรู 2 : " ตัวอะไรวะ!? " หันไปเห็นสิงโตตัวใหญ่ใส่เกราะย่องเข้ามาใกล้

    ทีมศัตรู 3 : " ในรายละเอียดไม่มีสิ่งมีชีวิตในสนามแข่งนะ "

    ทีมศัตรู 1 : " ไอ้ตัวนี้คงมาจากผู้หญิงของทีมศัตรู "

    เมื่อทีมศัตรูเห็นสิงโตที่ไมเด้นสร้างแล้ว ไมเด้นก็สั่งให้มันโจมตีทันที

    แม้ว่าจะเป็นผู้ใช้พลัง Fate แต่ร่างกายก็ยังเป็นแค่คนธรรมดาอยู่ดี

    การเผชิญหน้ากับสิงโตตัวใหญ่ซึ่งหน้าคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ผู้ใช้คลื่นเสียงสองคนหันไปเล่นงานสิงโตทันที

    แต่สิงโตนี้กลับไม่เป็นอะไรเลย เพราะไมเด้นไม่ได้สร้างอวัยวะรับเสียงเอาไว้

    และเสริมกล้ามเนื้อกับผิวหนังพิเศษสำหรับต่อต้านคลื่นเสียงเอาไว้

    แถมยังมีเกราะที่ไมเด้นสร้างขึ้นช่วยสะท้อนคลื่นเสียงด้วย

    แม้ว่าจะโดนยิงคลื่นเสียงความถี่สูงหรือต่ำแค่ไหน สิงโตตัวนี้ก็ไม่เป็นอะไรเลย

    มันกระโจนใส่ 'ทีมศัตรู 1' จนล้มลงและใช้กรงเล็บโจมตีใส่ลำตัว

    กรรมการเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาช่วยและตัดสิทธิ์ให้ 'ทีมศัตรู 1' แพ้ไปทันที


    ทีมศัตรู 3 : " ซวยแล้ว! คงต้องเก็บไอ้สิงโตนี้ก่อน "

    เขาหันไปยิงพลังใส่สิงโต แต่มันไม่เป็นอะไรเลย เพราะสิงโตตัวนี้ไม่มีความรู้สึกหรือความคิด

    สิงโตกระโจนเข้าใส่ 'ทีมศัตรู 3' จนล้มลงไปอีกคน กรรมการก็รู้ได้ทันทีว่าเลยหากปล่อยไว้ได้เจ็บหนักแน่

    กรรมการจึงตัดสิทธิ์ให้แพ้ไปทันที ก่อนที่ไมเด้นจะสั่งให้สิงโตใช้กรงเล็บตะปบ

    ทีมศัตรู 2 : " ยอมแล้วค่ะ!!! ยอมแล้ว!!!!!! " ยกมือยอมแพ้ทันทีหลังจากเห็นสิงโตตัวนั้นหันมาหาเธอ

    ทีมศัตรูโดนสิงโตของไมเด้นจัดการกันหมดทุกคน ส่วนทีมของเม็กก็ยังอยู่ครบเหมือนเดิม


    ทหารระดับสูง 1 : " เป็นการวางแผนที่เหนือชั้นมาก "

    ทหารระดับสูง 2 : " ทีมที่มีรูปแบบปลดปล่อยสามคนนั้น ก็เก่งเอาเรื่องอยู่นะ แต่ดันแพ้ซะได้"

    ในการแข่งรอบที่แล้วของทีมศัตรู พวกเขาสามารถเอาชนะทีมคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย

    ทันทีที่เริ่มแข่ง ทีมศัตรู2คนแค่ปล่อยคลื่นเสียงโถมเข้าใส่ และให้ผู้ใช้ยิงไฟไม่ให้ศัตรูเข้าใกล้

    ทีมคู่แข่งที่ทำอะไรไม่ได้เลยก็ต้องยอมแพ้ไป โดยทีมศัตรูแทบไม่ต้องขยับจากจุดเริ่มต้นเลย


    _______________________________จบตอน__________________________________


    'อำนาจการยิง' เทคนิคของรูปแบบปลดปล่อย

    เป็นเทคนิคที่เรียบง่าย แค่ยิงคลื่นพลังที่ตัวเองมีใส่ศัตรูจากระยะที่ศัตรูไม่สามารถเข้าถึงตัวได้

    ยิ่งมีรูปแบบปลดปล่อยในทีมมากเท่าไร อำนาจการยิงก็ยิ่งสูงขึ้น หากเป็นพลังที่มีความสามารถคล้ายกัน

    ก็จะยิ่งเพิ่มความอันตรายของการยิงคลื่นพลังมากขึ้นไปอีก

    เป็นเทคนิคที่ดีมากสำหรับทีมที่มีแค่รูปแบบปลดปล่อย แต่ถ้าทีมมีความสามารถรูปแบบอื่นอยู่ด้วย

    พวกเขาจะใช้เทคนิคนี้ไม่ได้ เพราะคลื่นพลังที่ปล่อยออกมา

    มันไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครเป็นมิตรหรือศัตรู รูปแบบปลดปล่อยจึงไม่เหมาะในการรวมทีมกับรูปแบบอื่น


    ชื่อ : ไมเด้น

    เพศ : หญิง

    อายุ : 16

    รายละเอียด : พลังของเธอคือการสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาได้

    เธอสามารถปรับแต่งร่างกาย เสริม หรือ ลบ บางส่วนให้กับสิ่งมีชีวิตที่เธอสร้างขึ้นมาได้

    อย่างในตอนนี้ สิงโตที่เธอสร้างขึ้น เธอได้เสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น

    ลบอวัยวะรับเสียงเพื่อลดผลกระทบสำหรับคลื่นเสียงของศัตรูที่จะทำลายกล้ามเนื้อรับเสียงของสิงโต

    และไมเด้นยังได้ปรับแต่งให้มีเกราะชีวภาพลักษณะคล้ายเกราะของ 'ตัวลิ่ม'

    เพื่อป้องกันคลื่นเสียงไม่ให้เข้าไปทำลายกล้ามเนื้อภายใน


    ทีมศัตรู 1 ช

    ทีมศัตรู 2 ญ

    อายุ : 16

    รายละเอียด :

    นักเรียนจาก Fate military School คู่แฝดชายหญิง

    ความสามารถของทั้งสองคล้ายกันมากจนแทบจะเหมือนกันนั้นคือการปล่อยคลื่นเสียง

    คลื่นเสียงที่พวกเขาปลดปล่อยออกมานั้นอันตรายมาก แต่ในการแข่งจำเป็นต้องลดพลังลง

    เพราะกฏเรื่องห้ามทำร้ายศัตรูจนอาการสาหัสหรือเสียชีวิต

    แต่พวกเขาลืมไปว่า สิงโตที่โจมตีพวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจึงลืมใช้พลังให้เต็มที่

    หากพวกเขาใช้พลังเต็มที่ คลื่นเสียงของพวกเขาคงจะฉีกร่างของสิงโตเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว


    (ห่างผู้อ่านสงสัยว่าคลื่นเสียงจะทำฉีกร่างสิ่งมีชีวิตได้ยังไง ผู้แต่งเอามาจากเรื่อง The Incredible Hulk

    ที่นักแสดง เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน แสดงเป็น Hulk ในเรื่องในอยู่ฉากหนึ่ง ทหารหยุด Hulk ด้วย

    รถที่ยิงคลื่นเสียงออกมา ผมจึงคิดเอาว่า หากคนธรรมดาโดนร่างกายน่าจะแหลกเป็นชิ้นๆ เลยละ)

    คล้ายกับเรื่องชายผู้มีพลังในการปฎิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์) ที่คุณอ่าน