ความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งประจักษ์แก่ใจ มิได้ทำให้จ้าวมู่เฉินตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ตรงกันข้าม มันกลับจุดประกายความเย็นเยียบ และความมุ่งมั่นอันแข็งแกร่งขึ้นในดวงตาของเขา บัดนี้ ทุกการเคลื่อนไหวในสนามมิใช่เพียงเพื่อชัยชนะ แต่คือการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด
การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป จ้าวมู่เฉินเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น พยายามทิ้งระยะห่างจากนักกีฬาถู่ปัวที่จับจ้องเขาเป็พิเศษ แต่การป้องกันตัวเพียงอย่างเดียวย่อมไม่พอ เขาเริ่มส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมทีม เริ่มใช้กลยุทธ์ที่ได้วางแผนร่วมกับองค์รัชทายาท
“ฝ่าา! ทางซ้ายพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงของจ้าวมู่เฉินดังขึ้น ชัดเจนท่ามกลางเสียงอึกทึก เขาตีส่งลูกคลีไปยังตำแหน่งที่องค์รัชทายาทกำลังเคลื่อนที่ไป
องค์รัชทายาทหลี่เสียนทรงรับลูกได้อย่างแม่นยำ ตรัสตอบด้วยสุรเสียงหนักแน่น “รับทราบ..! เสิ่นคุน..! สกัดทางนั้น..!”
“ขอรับ..!” คุณชายเสิ่นตอบรับ ขับม้าเข้าสกัดกั้นนักกีฬาถู่ปัวที่พยายามจะเข้ามาแย่งลูกทันที เปิดพื้นที่ว่าง
"ตู้เหอ! เติม.!" จ้าวมู่เฉินร้องบอกเพื่อนอีกคน
“เข้าใจแล้ว..!” คุณชายตู้ควบม้าทะยานขึ้นหน้าไปยังตำแหน่งที่ได้เปรียบ เตรียมพร้อมรับลูกส่งต่อไป
การประสานงานอันลื่นไหลนี้เป็ผลมาจากแผน ‘ค่ายกลห้าธาตุ’ ที่จ้าวมู่เฉินได้เสนอไว้ พวกเขาทั้งสี่หมุนเวียนสลับตำแหน่ง สนับสนุนซึ่งกัน และกันดุจธาตุทั้งห้าที่เกื้อกูลกัน ทำให้แนวรับของถู่ปัวเริ่มปั่นป่วน การเคลื่อนไหวที่คาดเดาได้ยากนี้สร้างโอกาสให้ต้าถังอย่างต่อเนื่อง
“ยอดเยี่ยม มู่เฉิน!” องค์รัชทายาทตรัสชม เมื่อจ้าวมู่เฉินสามารถส่งลูกลอดช่องแคบๆ ให้พระองค์ทำคะแนนได้สำเร็จ
“เป็พระปรีชาของฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ!” จ้าวมู่เฉินตอบรับอย่างนอบน้อม ขณะที่สายตายังกวาดมองรอบตัวอย่างระแวดระวัง
ด้วยการเล่นเป็ทีมที่เหนือกว่า คะแนนของต้าถังจึงเริ่มทะยานขึ้นนำ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของชาวฉางอัน
ณ ข้างสนาม บรรยากาศในกลุ่มขององค์ชายใหญ่เริ่มตึงเครียด “เ้าคีเลบนั่นมันทำอะไรอยู่..!” เฉินซีห่าวขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างไม่พอใจ “เหตุใดจึงอ่อนปวกเปียกในยามแข่งกับทีมของเ้าคนแซ่จ้าว!”
องค์ชายใหญ่หลี่ซวนหรี่พระเนตรลง แววตาฉายประกายเ็า “ดูเหมือนเ้าเด็กนั่นจะมีดีกว่าที่ข้าคิด... ทั้งไหวพริบ ทั้งฝีมือ” พระองค์ตรัสเสียงเรียบ
“แต่ไม่เป็ไร... เหยื่อที่ดิ้นรนย่อมทำให้การล่าสนุกขึ้น รอดูไปเถอะ มันพลาดเมื่อใด... เมื่อนั้นคือจุดจบ..!”
ในสนาม คีเลบมีสีหน้าดุดัน และหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขายังคงมุ่งเป้ามาที่จ้าวมู่เฉิน คอยหาจังหวะที่จะ ‘จัดการ’ ตามคำสั่งลับ แต่ความระมัดระวังตัวและการช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทีมของจ้าวมู่เฉิน ทำให้เขายังหาโอกาสเหมาะๆ ไม่ได้
ทันใดนั้น คีเลบก็ตัดสินใจพุ่งม้าเข้าใส่จ้าวมู่เฉินอีกครั้ง หมายจะใช้แรงปะทะให้ตกม้าหรือาเ็สาหัส!
“มู่เฉิน! ระวัง!” เสียงคุณชายตู้ะโเตือน
จ้าวมู่เฉินซึ่งเตรียมพร้อมอยู่แล้ว สามารถเบี่ยงม้าหลบได้ทันอย่างเฉียดฉิว แรงปะทะเพียงแค่ถากแขนเขาไปเท่านั้น แต่ก็ทำให้ใจหายวาบ
องค์รัชทายาทที่ทรงเห็นเหตุการณ์ ตรัสด้วยสุรเสียงเข้มขึ้นทันที “มู่เฉิน! เป็อะไรหรือไม่?”
“ขอบพระทัยฝ่าา กระหม่อมไม่เป็ไรพ่ะย่ะค่ะ!” จ้าวมู่เฉินตอบกลับ พยายามควบคุมลมหายใจให้เป็ปกติ แต่ดวงตายิ่งทอประกายคมกล้าขึ้น... เขาจะไม่มีวันยอมเป็เหยื่อให้ใครสังหารได้ง่ายๆ ในลานประลองแห่งนี้!
เวลาแห่งการแข่งขันงวดเข้ามาทุกขณะ เสียงกลอง และเสียงเชียร์ดังระรัวถี่ขึ้น บ่งบอกถึงความตื่นเต้นที่พุ่งสูงในหมู่ผู้ชม คะแนนของต้าถังยังคงนำอยู่เล็กน้อย แต่ทัพถู่ปัวก็ยังคงไล่ตามมาติดๆ ไม่ยอมลดละง่ายๆ ทุกคนในสนามต่างเร่งฝีเท้า ใช้พละกำลังเฮือกสุดท้ายเข้าห้ำหั่น
ท่ามกลางความชุลมุนนั้นเอง คุณชายตู้ซึ่งแย่งลูกคลีมาได้จากฝ่ายตรงข้าม มองเห็นจังหวะ และตำแหน่งอันยอดเยี่ยมของจ้าวมู่เฉินที่อยู่ด้านหน้า เขาจึงตัดสินใจส่งลูกขึ้นกลางอากาศทันที
“มู่เฉิน! รับ…!” เสียงะโของคุณชายตู้ดังขึ้น
ลูกคลีสีแดงสดลอยโค้งดุจสายรุ้ง ผ่านเหล่านักกีฬาคนอื่นๆ ตรงไปยังทิศทางที่จ้าวมู่เฉินยืนตำแหน่งอยู่พอดี นี่คือโอกาสทอง โอกาสที่จะทำประตูตัดสินเกม.!
สัญชาตญาณนักกีฬา และความมุ่งมั่นที่จะนำชัยชนะมาสู่ทีมทำให้จ้าวมู่เฉินตอบสนองในทันที เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย ตวัดส้นเท้ากระตุ้นอาชาสีดำสนิทคู่ใจ ควบม้าห้อตะบึงทะยานพุ่งไปข้างหน้าสุดฝีเท้า ประหนึ่งศรที่หลุดออกจากแหล่ง
ลมปะทะใบหน้าจนเส้นผมปลิวไสว แต่ สายตาของเขาจับจ้องแน่วแน่ไปยังลูกคลี ที่กำลังลอยต่ำลงมาเพียงอย่างเดียว ในมือขวา ควงไม้คลี เตรียมพร้อมอย่างมั่นคง หมายจะหวดลูกหนังสีแดงนั้นให้พุ่งเข้าประตูฝ่ายตรงข้าม เป็การปิดบัญชีเกมการแข่งขันในครั้งนี้..!
“มู่เฉิน! เอาเลย..!” เสียงองค์รัชทายาทะโให้กำลังใจดังแว่วมา
ทว่า ในขณะที่จ้าวมู่เฉินกำลังจะเข้าถึงลูกคลีนั้นเอง เงามรณะที่ไม่เคยละสายตาไปจากเขาก็ไล่ตามมาติดๆ! คีเลบ นักรบหนุ่มชาวถู่ปัว ผู้ได้รับคำสั่งลับมา ควบม้าตามมาสุดกำลัง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความมุ่งร้าย ดวงตาแข็งกร้าวราวกับสัตว์ป่า เขาไม่ได้สนใจลูกคลีแม้แต่น้อย เป้าหมายเดียวของเขาคือแผ่นหลังของจ้าวมู่เฉิน!
ด้วยความเร็วสูงสุด คีเลบจงใจ ควบม้าเข้ากระแทกอย่างรุนแรงที่ด้านท้ายของม้าศึกสีดำสนิทของจ้าวมู่เฉิน..!
“ปัง…!!!”
เสียงกระแทกดังสนั่นน่าสะพรึงกลัว! แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้อาชาของจ้าวมู่เฉินเสียหลักอย่างรุนแรง มันร้องเสียงหลง และเซถลาไปด้านข้างอย่างควบคุมไม่ได้ ร่างของจ้าวมู่เฉินซึ่งกำลังโน้มตัวเตรียมตีลูกคลี ถูกแรงกระแทกเหวี่ยงจนเสียการทรงตัวโดยสิ้นเชิง!
“ระวัง..!!!” เสียงคุณชายเสิ่น และเพื่อนร่วมทีมะโลั่นด้วยความใ
จ้าวมู่เฉินรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ร่างกายกำลังจะหลุดลอยออกจากอาน เขาสะบัดหน้า หันกลับมาโดยสัญชาตญาณ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว แรงเหวี่ยงส่งร่างของเขากระเด็นตกจากหลังม้า
แต่เคราะห์ร้ายยังไม่จบสิ้น..! คีเลบเอง ซึ่งควบม้าเข้ากระแทกด้วยความเร็วสูง ก็เสียการทรงตัวจากการปะทะเช่นกัน ร่างของเขากระเด็นออกจากอานม้าในทิศทางเดียวกันกับจ้าวมู่เฉิน.!
“อั้ก..!!!”
ในเสี้ยววินาทีที่ร่างของทั้งสองกำลังร่วงหล่นลงสู่พื้น ศีรษะของจ้าวมู่เฉินก็โขกเข้ากับศีรษะของคีเลบอย่างจังกลางอากาศ..! เสียงกระแทกดังทึบจนน่าขนลุก!
“มู่เฉิน..!!!” เสียงร้องเรียกขององค์รัชทายาท และสหายดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
“ตุ้บ..!” “ตุ้บ..!”
ร่างของทั้งสองหนุ่มร่วงลงกระแทกพื้นสนามหญ้าแทบจะพร้อมกัน ฝุ่นดินฟุ้งกระจาย ทว่า คีเลบแม้จะได้รับาเ็จากการตกม้าและการกระแทก ยังคงมีสติอยู่ เขาส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเ็ป พยายามยันกายลุกขึ้น
แต่ จ้าวมู่เฉิน นั้น... กลับนอนแน่นิ่งจมกองฝุ่น ดวงตาปิดสนิท ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับไร้ซึ่งชีวิต เขาหมดสติไปในทันที ที่ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง..!
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมทั่วทั้งสนาม ก่อนที่เสียงฮือฮาใ และเสียงะโเรียกหมอหลวงจะดังระงมขึ้น! เกมการแข่งขันหยุดชะงักลงทันที องค์รัชทายาทะโลงจากหลังม้า วิ่งตรงไปยังร่างของสหายรักด้วยสีพระพักตร์ซีดเผือด ขณะที่บนอัฒจันทร์ฝั่งองค์ชายใหญ่ รอยยิ้มอันเ็าได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง... ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยมีอยู่จริง.
เพียงชั่วพริบตา สนามตีคลีที่เคยอึกทึกครึกโครมด้วยเสียงเชียร์ ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็ความอลม่านขึ้นมาทันใด! เสียงโห่ร้องเชียร์เงียบหายไป ถูกแทนที่ด้วยเสียงฮือฮาใ เสียงะโโหวกเหวก และเสียงฝีเท้าม้าที่ยังคงวิ่งวนอย่างสับสน ผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างลุกขึ้นยืน ชะเง้อมองเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“มู่เฉิน! มู่เฉิน!” เสียงร้องเรียกขององค์รัชทายาทหลี่เสียนดังขึ้น พระองค์ะโลงจากหลังม้า วิ่งตรงไปยังร่างของสหายรักที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นสนามโดยไม่สนใจศักดิ์ศรีใดๆ คุณชายเสิ่น และคุณชายตู้ก็รีบตามมาติดๆ ด้วยสีหน้าซีดเผือด
“หลีกทาง! หลีกทาง! หมอหลวงมาแล้ว!” เสียงทหารองครักษ์ะโก้อง พลางกันผู้เล่น และม้าที่เริ่มเข้ามามุงดูออกไป เปิดทางให้กลุ่ม หมอหลวง สองสามคนพร้อมผู้ช่วยและหีบยา วิ่ง กระวีกระวาดเข้ามา ยังจุดเกิดเหตุ
“ฝ่าา! ถอยก่อนพ่ะย่ะค่ะ! โปรดให้หมอหลวงตรวจดูอาการคุณชายจ้าวก่อน…!” หมอหลวงผู้หนึ่งกล่าวกับองค์รัชทายาทด้วยความเร่งรีบ แต่ยังคงรักษากิริยา
องค์รัชทายาทแม้จะทรงห่วงใยเพียงใด แต่ก็ทรงทราบดีว่าต้องปล่อยให้เป็หน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ จึงทรงถอยออกมาเล็กน้อย แต่สายพระเนตรยังคงจับจ้องร่างของจ้าวมู่เฉินไม่วางตา
หมอหลวงผู้ดูาุโที่สุดรีบคุกเข่าลงข้างร่างที่ไร้สติของจ้าวมู่เฉิน ใบหน้าเคร่งขรึม มือหนึ่งช้อนประคองศีรษะอย่างแ่เบา อีกมือหนึ่ง จับชีพจรที่ข้อมือของมู่เฉินอย่างละเอียด สองคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“อาการคุณชายเป็อย่างไรบ้าง ท่านหมอ..?!” คุณชายตู้ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ท่านหมอหลวงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สบพระเนตรองค์รัชทายาท ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ชีพจรแ่เบาและสับสนยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ... คาดว่าศีรษะคงได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ต้องรีบทำการรักษาโดยด่วนที่สุด..!”
สิ้นคำพูด ท่านหมอหลวงก็มิรอช้า เปิดหีบยาอย่างรวดเร็ว หยิบกล่องเข็มเงินขนาดยาวออกมา พร้อมทั้งรีบฝังเข็ม ลงบนจุดสำคัญหลายจุดบริเวณ ศีรษะ ของจ้าวมู่เฉินด้วยความชำนาญ และแม่นยำ เป็การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อพยายามกระตุ้นลมปราณ และรักษาชีวิตไว้ก่อน
หลังจากฝังเข็มเสร็จ ท่านหมอหลวงก็ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไป สั่งการทหารองครักษ์ ที่ยืนรออยู่ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “เร็วเข้า! นำเปลมา! ต้องรีบเคลื่อนย้ายร่างของคุณชายจ้าวมู่เฉินเข้าไปรักษาต่อในกระโจมพยาบาลด้านหลัง เดี๋ยวนี้! ระหว่างเคลื่อนย้าย ห้ามกระทบกระเทือนศีรษะเด็ดขาด..!”
“พวกเ้า! มัวรออะไรอยู่! รีบไปนำเปลมาตามที่ท่านหมอสั่ง! จงระมัดระวังให้มากที่สุด อย่าให้สหายข้าเป็อันใดไปมากกว่านี้!” องค์รัชทายาททรงเร่งทหารด้วยพระสุรเสียงกรุ่นโกรธระคนห่วงใย
ทหารองครักษ์หลายนายรีบวิ่งไปนำเปลผ้าใบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลับมาบรรจงช้อนร่างที่อ่อนปวกเปียกและไร้สติของจ้าวมู่เฉินขึ้นวางบนเปลอย่างแ่เบาที่สุด องค์รัชทายาท คุณชายเสิ่น และคุณชายตู้ ต่างเดินตามขบวนเปลนั้นไปอย่างใกล้ชิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความกังวล
ภาพร่างของจ้าวมู่เฉินถูกหามออกไปจากสนาม ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันชั่วขณะ รอยเืจางๆ บนพื้นหญ้า และความรู้สึกตกตะลึงของผู้คนรอบข้าง เกมการแข่งขันอันยิ่งใหญ่ได้หยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง บัดนี้ทุกสายตา ทุกความสนใจ ต่างจับจ้องไปยังชะตากรรมของคุณชายจ้าวผู้เคราะห์ร้าย... โดยหารู้ไม่ว่า นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของมรสุมลูกใหญ่ที่กำลังจะพัดกระหน่ำเข้ามาเท่านั้น.
หนึ่งคอมเมนต์ หรือ กดไลค์ เป็หนึ่งกำลังใจ ให้ผู้ประพันธ์