เธอมีบุคลิกภาพที่น่าชื่นชม ดูสงบและมีความสง่างาม
“ได้ค่ะ ฉันพร้อมรับฟังและจะทำความเข้าใจไปพร้อมด้วย”เรนิตารับด้วยความตั้งใจก่อนฟีโอน่าจะบอกเล่าและอธิบายนั้น
เธอได้สร้างแก้วเรืองแสงสี่เหลี่ยมผืนผ้าลอยอยู่เบื้องหน้าของเรนิตามันเป็นลักษณะคล้ายจอทีวีขนาดใหญ่
และพร้อมที่จะให้เธอได้เห็นภาพได้
ฟีโอน่า : “คุณดูตามภาพเสมือนนี้ไปพร้อมด้วยเลยนะคะ”
เรนิตาพยักหน้ารับเมื่อเห็นเธอพร้อมที่จะรับฟังฟีโอน่าจึงเริ่มอธิบายสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น
“ที่ห่างไกลออกไปดวงดาวที่เราอาศัยอยู่เราเรียกดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรของดวงอาทิตย์สีน้ำเงินนั้นว่า แมริอ้อนส่วนชาวเราต่างถูกเรียกว่า ชาวมารีย์”ขณะที่เธออธิบายก็มีภาพให้เห็นจากแผ่นแก้วเรืองแสงที่ถูกสร้างขึ้น
เรนิตามองดูและฟังไปด้วยอย่างตั้งใจ
“ตัวฉันฟีโอน่าเป็นผู้นำของชาวมารีย์ทั่วทั้งดาวเคราะห์ต่างเรียกฉันเป็นจักรพรรดินีฟีโอน่า ฉันได้ปกครองดูแลชาวมารีย์
เป็นเวลากว่า1,000 ปี บนดาวแมริอ้อน” เธอหยุดและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว
“เวลาบนดาวของเราต่างกันมากแต่ฉันไม่อาจเทียบเวลากับโลกมนุษย์ของคุณได้” เธออธิบาย
ซึ่งเรนิตาก็เข้าใจข้อนี้ดีต่อให้มีความรู้มากกว่านี้ก็ยากที่จะเทียบเวลาได้จึงบอกออกไป
คุณคงจะทราบเรื่องราวจากคุณเทวินแล้ว”
เรนิตา : “ใช่ค่ะ คุณเทวินเล่าให้ฉันฟัง นั้นก็เกือบพันปีหรือในช่วงยุคเริ่มสร้างอาณาจักรสุโขทัย” เธอรับและดูภาพบนแผ่นแก้วที่ลอยอยู่
เห็นการเดนทางข้ามห้วงอวกาศของหยดเลือดมรกตในหินก้อนใหญ่
ฟีโอน่าเล่าต่อ : “ทีนี้ เราจะย้อนกลับไปในช่วงก่อนที่ฉันจะเริ่มมีอาการป่วยในวาระของร่างกายในตอนนั้นฉันค้นพบว่าในห้วงอวกาศ
บริเวณเมฆระหว่างดาวท้องถิ่น จะมีการเกิดขึ้นของมหานวดาราในรอบ5 ล้านปี ตามระบบเวลาของพวกคุณ”
“บริเวณนั้นอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะจักรของดวงอาทิตย์สีเหลืองประมาณ400 ถึง 500 ปีแสง
ฉันยังได้รู้ว่ามันจะมันจะนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่”
“ผลของมันจะกระทบต่อระบบสุริยะของดวงอาทิตย์สีเหลืองก่อน และจะยังมีผลกระทบเกิดขึ้นกับกลุ่มดาวของเรา
ที่อยู่ในระบบสุริยะจักรของดวงอาทิตย์สีน้ำเงินในภายหลัง”
โดยเฉพาะกับพลังงานที่เกิดจากมหานวดาราหรือซูเปอร์โนวาเราเรียกมันว่า ทอวิเลียส” เรนิตา : “ทอวิเลียส!” เธอรู้ว่ามีพลังงานแบบนี้จากเทวินและกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ทีมของศาสตราจารย์วัตสัน
แต่เพิ่งได้ยินชื่อของมันเป็นครั้งแรก จึงเอ่ยทวนชื่อของพลังงานธาตุมืดนี้อีกครั้ง “ใช่ค่ะเราเรียกมันว่า ทอวิเลียส มีหลายชนิดกลุ่ม มันมีปฏิกิริยาของพลังงานทำให้เกิดรอยรั่วระหว่างมิติหรือห้วงอวกาศ
และจะมีปฏิกิริยาลูกโซ่เกิดขึ้นในหลายรูปแบบตามมาในแต่ละรูปแบบนั้นล้วนแล้วแต่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติแวดล้อมทั้งสิ้น” “การค้นพบรอบเกิดของมหานวดาราในห้วงอวกาศบริเวณฟองท้องถิ่นของฉันครั้งนั้น ทำให้ได้พบกับกลุ่มพลังงานทอวิเลียสชนิดหนึ่ง มันมีอยู่โดยทั่วไปในห้วงอวกาศแต่บริเวณที่มีมากที่สุดคือบริเวณที่เกิดมหานวดาราในห้วงเมฆท้องถิ่น”เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง
พร้อมกับมองไปยังต้นไม้ใหญ่ที่เกิดขึ้นในบริเวณนั้นก่อนที่จะกล่าวต่อ “ฉันต้องการออกมาสำรวจห้วงอวกาศด้วยตัวเองจึงได้ออกเดินทางมาสำรวจพร้อมกับชาวมารีย์และชาวอโณนกลุ่มหนึ่งโดยอาศัยยานลำเลียงด้วยธาตุแสงที่สร้างร่วมกัน” “ชาวอโณนคือสิ่งมีชีวิตทรงภูมิจากดาวอโณณาดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งในระบบสุริยะจักรของดวงอาทิตย์สีน้ำเงิน
เป็นดาวพันธมิตรเพียงหนึ่งเดียวของเราที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้” “ยานลำเรียงด้วยธาตุแสงเดินทางมาถึงบริเวณนี้กลุ่มทอวิเลียสที่ฉันพบครั้งนั้นมันก็อยู่บริเวณห้วงมิติแห่งนี้เอง
ร่างกายแสงของฉันได้กระทบกับพลังงานธาตุมืดกลุ่มนี้โดยไม่รู้ตัวในคราแรก นับว่าเป็นอุบัติเหตุที่เลวร้ายมาก” “ในระหว่างกระทบนั้นเป็นจังหวะพอดีกับการเกิดขึ้นของมหานวดาราขนาดเล็กบริเวณใกล้ ทำให้มันเกิดปฏิกิริยา
ต่อร่างแสงของฉันกับพลังงานจากมหานวดาราขนาดเล็กนั้น” “ตอนนั้นหลังจากรู้ตัวว่าเกิดปฏิกิริยากระทบต่อทอวิเลียสกลุ่มนี้ฉันพบว่า ผลลูกโซ่หลังจากเกิดรอยรั่วของห้วงอวกาศ
มันจะทำให้เกิดภัยพิบัติการเจ็บป่วยเกิดขึ้นตามมา แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นภัยโรคระบาดหรือไม่” ถึงตรงนี้เธอหยุดนิ่งไป
พร้อมท่าทีที่ดูสุขุม น่าเคารพ “เนื่องจากบริเวณห้วงอวกาศแห่งนี้อยู่ในระบบสุริยะจักรของดวงอาทิตย์สีน้ำเงินและอยู่ห่างจากแมริอ้อน ดาวเคราะห์ที่ชาวมารีย์อาศัยอยู่เพียงไม่ถึง 200 ปีแสง ในช่วงระยะเวลาหนึ่งมันจะส่งผลร้ายต่อพวกเขาในที่สุด”
“เราเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องหาทางกักพลังงานของทอวิเลียสที่เกิดปฏิกิริยาขึ้นแล้วกลุ่มนี้ให้ได้ จึงได้กลับไปยังแมริอ้อน
และศึกษาค้นคว้าร่วมกับผู้มีทักษะความเชี่ยวชาญกระทั่งสามารถสร้างมิติแห่งนี้ขึ้นเพื่อกักทอวิเลียสกลุ่มนี้ไว้แล้วเราก็ทำได้สำเร็จ”