ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 125 “ทอวิเลียส พลังงานธาตุมืดในห้วงอวกาศ”

            “ขอให้คุณค่อยทำความเข้าใจตามสิ่งที่ฉันจะอธิบายให้ฟัง” ฟีโอน่ากล่าวกับเรนิตาด้วยน้ำเสียงสุขุมราบเรียบ
    เธอมีบุคลิกภาพ
    ที่น่าชื่นชม ดูสงบและมีความสง่างาม

            “ได้ค่ะ ฉันพร้อมรับฟังและจะทำความเข้าใจไปพร้อมด้วย”เรนิตารับด้วยความตั้งใจก่อนฟีโอน่าจะบอกเล่าและอธิบายนั้น
    เธอได้สร้างแก้วเรืองแสงสี่เหลี่ยมผืนผ้าลอยอยู่เบื้องหน้าของเรนิตามันเป็นลักษณะคล้ายจอทีวีขนาดใหญ่
    และพร้อมที่จะให้เธอได้เห็นภาพได้

            ฟีโอน่า : “คุณดูตามภาพเสมือนนี้ไปพร้อมด้วยเลยนะคะ”

            เรนิตาพยักหน้ารับเมื่อเห็นเธอพร้อมที่จะรับฟังฟีโอน่าจึงเริ่มอธิบายสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น

            “ที่ห่างไกลออกไปดวงดาวที่เราอาศัยอยู่เราเรียกดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรของดวงอาทิตย์สีน้ำเงินนั้นว่า แมริอ้อน
    ส่วนชาวเราต่างถูกเรียกว่า ชาวมารีย์”ขณะที่เธออธิบายก็มีภาพให้เห็นจากแผ่นแก้วเรืองแสงที่ถูกสร้างขึ้น
    เรนิตามองดูและฟังไปด้วยอย่างตั้งใจ

            “ตัวฉันฟีโอน่าเป็นผู้นำของชาวมารีย์ทั่วทั้งดาวเคราะห์ต่างเรียกฉันเป็นจักรพรรดินีฟีโอน่า ฉันได้ปกครองดูแลชาวมารีย์
    เป็นเวลากว่า1,000 ปี บนดาวแมริอ้อน” เธอหยุดและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว

            “เวลาบนดาวของเราต่างกันมากแต่ฉันไม่อาจเทียบเวลากับโลกมนุษย์ของคุณได้” เธออธิบาย
    ซึ่งเรนิตาก็เข้าใจข้อนี้ดีต่อให้มีความรู้มากกว่านี้ก็ยากที่จะเทียบเวลาได้จึงบอกออกไป

            “ฉันเข้าใจค่ะดาวคนละดวงย่อมมีระบบเวลาที่ต่างกันออกไปแต่คุณเป็นถึงจักรพรรดินี ฉันควรจะเรียกคุณว่าอย่างไรดีคะ?”

            “อืม...เรียกฉันฟีโอน่าเหมือนที่คุณเรียกขานบุคคลอื่นๆ ทั่วไป” ฟีโอน่ายิ้มให้กับเธอก่อนที่จะเล่าต่อ

            “หากจะนับระบบเวลาตามดาวโลกที่ฉันได้อาศัยหินพิเศษเพื่อให้หยดเลือดเดินทางข้ามห้วงอวกาศก็เมื่อประมาณเกือบ 2,800 ปีโดยเดินทางในห้วงอวกาศประมาณ 1,500 ปี และเมื่อประมาณเกือบ 1,000ปีที่ได้พบกับพญาเสือดำและนายพราน ซึ่งตรงนี้
    คุณคงจะทราบเรื่องราวจากคุณเทวินแล้ว”

            เรนิตา : “ใช่ค่ะ คุณเทวินเล่าให้ฉันฟัง นั้นก็เกือบพันปีหรือในช่วงยุคเริ่มสร้างอาณาจักรสุโขทัย” เธอรับและดูภาพบนแผ่นแก้วที่ลอยอยู่
    เห็นการเดนทางข้ามห้วงอวกาศของหยดเลือดมรกตในหินก้อนใหญ่

            ฟีโอน่าเล่าต่อ : “ทีนี้ เราจะย้อนกลับไปในช่วงก่อนที่ฉันจะเริ่มมีอาการป่วยในวาระของร่างกายในตอนนั้นฉันค้นพบว่าในห้วงอวกาศ
    บริเวณเมฆระหว่างดาวท้องถิ่น จะมีการเกิดขึ้นของมหานวดาราในรอบ5 ล้านปี ตามระบบเวลาของพวกคุณ”

            “บริเวณนั้นอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะจักรของดวงอาทิตย์สีเหลืองประมาณ400 ถึง 500 ปีแสง
    ฉันยังได้รู้ว่ามันจะมันจะนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่”

            “ผลของมันจะกระทบต่อระบบสุริยะของดวงอาทิตย์สีเหลืองก่อน และจะยังมีผลกระทบเกิดขึ้นกับกลุ่มดาวของเรา
    ที่อยู่ในระบบสุริยะจักรของดวงอาทิตย์สีน้ำเงินในภายหลัง”

            “ก่อนหน้านั้นเรารู้ว่าในห้วงอวกาศมีพลังงานที่เป็นธาตุมืดชนิดหนึ่ง มันจะเกิดปฏิกิริยากับพลังงานแสง
    โดยเฉพาะกับพลังงานที่เกิดจากมหานวดาราหรือซูเปอร์โนวาเราเรียกมันว่า ทอวิเลียส”

            เรนิตา : “ทอวิเลียส!” เธอรู้ว่ามีพลังงานแบบนี้จากเทวินและกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ทีมของศาสตราจารย์วัตสัน
    แต่เพิ่งได้ยินชื่อของมัน
    เป็นครั้งแรก จึงเอ่ยทวนชื่อของพลังงานธาตุมืดนี้อีกครั้ง

            “ใช่ค่ะเราเรียกมันว่า ทอวิเลียส มีหลายชนิดกลุ่ม มันมีปฏิกิริยาของพลังงานทำให้เกิดรอยรั่วระหว่างมิติหรือห้วงอวกาศ
    และจะมีปฏิกิริยาลูกโซ่เกิดขึ้นในหลายรูปแบบตามมาในแต่ละรูปแบบนั้น
    ล้วนแล้วแต่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติแวดล้อมทั้งสิ้น”

            “การค้นพบรอบเกิดของมหานวดาราในห้วงอวกาศบริเวณฟองท้องถิ่นของฉันครั้งนั้น ทำให้ได้พบกับกลุ่มพลังงานทอวิเลียสชนิดหนึ่ง มันมีอยู่โดยทั่วไปในห้วงอวกาศแต่บริเวณที่มีมากที่สุดคือบริเวณที่เกิดมหานวดาราในห้วงเมฆท้องถิ่น”เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง
    พร้อมกับมองไปยังต้นไม้ใหญ่ที่เกิดขึ้นในบริเวณนั้นก่อนที่จะกล่าวต่อ

            “ฉันต้องการออกมาสำรวจห้วงอวกาศด้วยตัวเองจึงได้ออกเดินทางมาสำรวจพร้อมกับชาวมารีย์และชาวอโณนกลุ่มหนึ่งโดยอาศัยยานลำเลียงด้วยธาตุแสงที่สร้างร่วมกัน”

            “ชาวอโณนคือสิ่งมีชีวิตทรงภูมิจากดาวอโณณาดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งในระบบสุริยะจักรของดวงอาทิตย์สีน้ำเงิน
    เป็นดาวพันธมิตรเพียงหนึ่งเดียวของเราที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้”

            “ยานลำเรียงด้วยธาตุแสงเดินทางมาถึงบริเวณนี้กลุ่มทอวิเลียสที่ฉันพบครั้งนั้นมันก็อยู่บริเวณห้วงมิติแห่งนี้เอง
    ร่างกายแสงของฉันได้กระทบกับพลังงานธาตุมืดกลุ่มนี้โดยไม่รู้ตัวในคราแรก นับว่าเป็นอุบัติเหตุที่เลวร้ายมาก”

            “ในระหว่างกระทบนั้นเป็นจังหวะพอดีกับการเกิดขึ้นของมหานวดาราขนาดเล็กบริเวณใกล้ ทำให้มันเกิดปฏิกิริยา
    ต่อร่างแสง
    ของฉันกับพลังงานจากมหานวดาราขนาดเล็กนั้น”

            “ตอนนั้นหลังจากรู้ตัวว่าเกิดปฏิกิริยากระทบต่อทอวิเลียสกลุ่มนี้ฉันพบว่า ผลลูกโซ่หลังจากเกิดรอยรั่วของห้วงอวกาศ
    มันจะทำให้เกิด
    ภัยพิบัติการเจ็บป่วยเกิดขึ้นตามมา แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นภัยโรคระบาดหรือไม่” ถึงตรงนี้เธอหยุดนิ่งไป
    พร้อมท่าทีที่ดูสุขุม น่าเคารพ

            “เนื่องจากบริเวณห้วงอวกาศแห่งนี้อยู่ในระบบสุริยะจักรของดวงอาทิตย์สีน้ำเงินและอยู่ห่างจากแมริอ้อน ดาวเคราะห์ที่ชาวมารีย์อาศัยอยู่เพียงไม่ถึง 200 ปีแสง ในช่วงระยะเวลาหนึ่งมันจะส่งผลร้ายต่อพวกเขาในที่สุด”

            “เราเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องหาทางกักพลังงานของทอวิเลียสที่เกิดปฏิกิริยาขึ้นแล้วกลุ่มนี้ให้ได้ จึงได้กลับไปยังแมริอ้อน
    และศึกษาค้นคว้าร่วมกับผู้มีทักษะความเชี่ยวชาญกระทั่งสามารถสร้างมิติแห่งนี้ขึ้นเพื่อกักทอวิเลียสกลุ่มนี้ไว้แล้วเราก็ทำได้สำเร็จ”