“เป็อะไรลูก นิ่วหน้าเป็คนแก่เชียว” ดวงฤทัยใช้นิ้วคลี่รอยพับตรงระหว่างคิ้วของลูกสาว “มากินไข่ตุ๋นกันดีกว่า วันนี้แม่ใส่หมูสับให้ด้วย แม่ป้อนนะ”
อัญจรีส่ายหน้า “หนูกินเอง”
“งั้นมานั่งกินตรงนี้นะ” เธอจูงลูกสาวมาตรงแคร่ไม้เตี้ยกลางบ้านแล้ววางไข่ตุ๋นลง หลังจากนั้นหาเก้าอี้ไม้ตัวเล็กให้นั่ง ความสูงก็จะพอดีสามารถนั่งตักกินเองได้อย่างสบาย
ดวงฤทัยยิ้มอย่างมีความสุขระหว่างมองลูกสาวตักไข่ตุ๋นเข้าปากอย่างเรียบร้อย ลูกสาวเธอเก่งจริง ๆ อายุแค่ห้าขวบก็สามารถตักของกินเข้าปากโดยไม่หกได้แล้ว
“น้องอัญนี่โตเกินวัยนะ” ดวงตาเอ่ยชมหลาน
คนเป็แม่ยิ้มอย่างภูมิใจ
“ผักกาดในสวนแก่ขึ้นทุกวัน ถ้ายังขายไม่ดี อีกอาทิตย์แม่ว่าจะถอนทิ้งและหาอย่างอื่นมาปลูกแทนแล้ว”
“่นี้ขายของยากขึ้นนะแม่ ไม่ว่าของชนิดไหนก็ขายยากเหมือน ๆ กัน ไอ้ที่ขายดีตอนนี้ส่วนมากเป็อาหารปรุงสุก คงเพราะคนทำงานข้างนอกเยอะขึ้นเลยไม่มีเวลาทำอาหาร”
อัญจรีที่ฟังอยู่ก็ลอบพยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้เป็ปี พ.ศ.2536 เป็ยุคที่ความเจริญเริ่มเข้ามา มีคนเรียนจบจากมหาวิทยาลัยมากขึ้น แล้วมีบริษัทใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย คนเลยนิยมไปทำงานบริษัทและหน่วยงานใหญ่ ๆ มากกว่าทำงานที่บ้านหรือเริ่มธุรกิจของตัวเอง แล้วถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนจะเริ่มมีอินเทอร์เน็ตใช้ในอีกสองสามปีข้างหน้าด้วย แล้วสินค้าพวกเทคโนโลยีก็จะเริ่มเติบโตจนมาถึงจุดสูงสุดใน่เวลาที่เธอจากมา
“แต่ถ้าจะทำอาหารสุกขาย เราจะทำอะไรดีที่มันไม่บูดเสียง่าย แล้วก็เดาใจคนซื้อไม่ถูกด้วยว่าวันนั้นเขาอยากกินอะไร อีกอย่างจะให้ทิ้งที่เคย ๆ ขายไปเลยเพื่อขายอาหารสุกอย่างเดียวแม่ก็เสียดาย อุตส่าห์ทำมาตั้งหลายปีจนอยู่ตัว”
“ดวงคุยกับพี่ตรีไว้แล้วว่าจะขายแบบเดิมนี่แหละ แต่อาศัยหาบเดินไปขายไกลอีกนิด อาจต้องกลับค่ำกันตลอด เพราะถ้าเอากลับพวกผักก็เน่าเสียอยู่ดี เสียดายเงิน”
ดวงตาถอนหายใจยาว “ก็คงต้องแบบนั้นไปก่อน ใจแม่ไม่อยากให้ทั้งสองคนกลับค่ำ ๆ มืด ๆ เลย แม่เป็ห่วง”
“แม่ไม่ต้องห่วงหรอก พวกเราจะระวังตัวให้ดี”
อัญจรีกระบอกตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง
“ว่าแต่พรุ่งนี้เราออกกันไปแต่เช้าเลยนะ ต้องทำหลายอย่าง จะได้ทันพระท่านฉันเพล” วันพรุ่งนี้เป็วันแต่งงานของลูกชายผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผู้ใหญ่บ้านได้ขอแรงลูกบ้านไปช่วยงานนี้ด้วย โดยเฉพาะดวงตาและดวงฤทัยที่ขึ้นชื่อเื่ทำอาหารอร่อย จึงถูกขอร้องให้ไปช่วยทำอาหารโดยเฉพาะ
“แม่จะทำแกงอ่อมและแกงจืดวุ้นเส้นเอง ส่วนน้ำพริกนั่นดวงรับไป ฝีมือแม่อร่อยสู้ดวงทำไม่ได้”
ดวงฤทัยมีฝีมือในการตำน้ำพริกมาก แม้แต่น้ำพริกหนุ่ม ซึ่งส่วนผสมของน้ำพริกนั้นถือว่าธรรมดามาก มีแค่ไม่กี่อย่าง แต่เมื่อลองตำออกมาเทียบกันหลาย ๆ คน น้ำพริกฝีมือของดวงฤทัยกลับกินขาดกว่าใครเสมอ
อัญจรีนั่งฟังแม่และยายแล้วคิดตามไปด้วย เธอไม่มีโอกาสได้กินน้ำพริกฝีมือแม่นักเพราะยังเด็กและกินเผ็ดไม่ค่อยได้ พอเริ่มโตก็เกิดเหตุกับแม่เสียก่อน แต่ก็มักมีคนพูดเข้าหูให้ได้ยินเสมอในฝีมืออันไร้เทียมทานของแม่
หรือจะยุให้แม่ตำน้ำพริกขายดี แต่น้ำพริกบางชนิดเสียง่าย แล้วอาหารปรุงสุกที่นำไปขาย ดวงตากับดวงฤทัยต้องเตรียมไว้ข้ามวันทั้งนั้น จึงเลือกทำอาหารที่บูดเสียยากแทน
เด็กหญิงขมวดคิ้วอีกครั้งอย่างหงุดหงิดที่เธอไม่เก่งอะไรสักอย่างในชีวิตที่ผ่านมา รู้จักแต่เื่นอนบนเตียงและปรนเปรอผู้ชายเท่านั้น คิดแล้วก็น่าหัวเราะ
“น้องอัญหัวเราะอะไร” ดวงฤทัยหันมาถามลูก
อัญจรีรีบยกมือปิดปากตัวเอง อาจเพราะร่างนี้เพียงแค่ห้าขวบ การข่มใจหรือไม่ให้ทำอะไรอย่างใจคิดจึงทำได้ไม่ดีเหมือนผู้ใหญ่ แค่คิดอยากหัวเราะก็ดันหัวเราะออกมาเสียอย่างนั้น
“อัญคิดถึงหนังกลางแปลงตลก ๆ ที่เคยดูในวัดเลยหัวเราะ” เธอพูดแก้ตัว
คราวหน้าต้องระวังตัวให้มากขึ้นกว่านี้
“นี่ถ้าเราอยู่ใกล้ตลาดก็คงจะดี จะได้ทำกับข้าวหลาย ๆ อย่างไปขาย”
“นั่นสิแม่ แม่ค้าบ้านนอกอย่างเราก็ได้เปรียบตรงมีของราคาถูกไปขาย ส่วนแม่ค้าในเมืองก็ได้เปรียบตรงคิดขายอะไรได้หลายอย่างเพราะลูกค้าเยอะ เสียแต่ต้องซื้อของสดไปทำในราคาสูง แม่รู้ไหม อาหารตามสั่งที่ขายดี ๆ ในเมืองนี่ราคาสูงถึงจานละยี่สิบบาทเชียวนะ ทั้ง ๆ ที่มีผักไม่กี่ชิ้นแล้วก็มีแค่เศษหมูให้ แต่กลับขายดิบขายดี”
อาหารตามสั่ง! อัญจรีตาเป็ประกาย เธอลืมไปได้อย่างไรนะ ทำไมลืมนึกถึงน้ำพริกตำสดและแกงเห็ดทำสดเ้าประจำที่เคยซื้อกินเกือบทุกวันในชีวิตก่อนไปได้
“แม่ตำน้ำพริกขาย” อัญจรีพูดแทรกขึ้นมา
“จะให้แม่ตำน้ำพริกไปขายหรือ” คนเป็แม่หันมาถามยิ้ม ๆ
อัญจรีพยักหน้าหงึก ๆ “แม่ตำอร่อย”
เมื่อเห็นท่าทางจีบปากจีบคอพูดของลูก ดวงฤทัยก็อดที่จะเอื้อมมือไปบีบแก้มนิ่ม ๆ ของเธอไม่ได้ “น้ำพริกเสียง่าย แล้วยังมีเครื่องเคียงเป็พวกผักลวกอีก ลวกทิ้งแป๊บเดียวก็บูดเสียแล้ว ทำขายไม่ได้หรอก”
“แม่ก็ยกครกไปตำที่นั่น”
ดวงตาและดวงฤทัยต่างหัวเราะกับข้อเสนอที่ดูตลกของอัญจรี แต่ระหว่างหัวเราะ ดวงตาก็ฉุกคิดถึงความเป็ไปได้เงียบ ๆ
ในคืนนั้น เมื่ออัญจรีนอนหลับไปแล้ว ผู้ใหญ่ทั้งสามคนได้ลุกมาปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด หากอัญจรีบังเอิญได้รู้เื่ที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกัน เธอคงนอนหลับฝันดีไปทั้งคืนเป็แน่