“ดูเหมือนว่าเื้ัของคนผู้นี้จะมีความลับอยู่พวกเราจะต้องให้ความสนใจเขามากขึ้นอีกในอนาคต” กูตู๋ปิงหลันกล่าว
“เทียนเป่าเหมินพยายามดึงข้าเข้าไปเป็พวกตลอดพวกนั้นเห็นอะไรในตัวข้ากัน” หลู่เส่าโหย่วเอาแต่คิดเื่นี้ตลอดทาง ลุงหนานเคยบอกเอาไว้ว่าภูมิหลังของเทียนเป่าเหมินนั้นไม่ธรรมดา
“ลืมมันไป เรามาตั้งใจชำระหนี้ดีกว่า”หลู่เส่าโหย่วมองสมุนไพรที่อยู่ในมือเขา้าหลอมโอสถเสริมพลังห้าสิบเม็ดเพื่อนำมาใช้ชำระหนี้ ส่วนสมุนไพรอีกสองชุด คือสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถขั้นสองนั่นก็คือโอสถเจิ้งหยวน มันเป็หนึ่งในสูตรโอสถจากแผ่นหยกที่ลุงหนานให้เขามา
เมื่อหลู่เส่าโหย่วเปิดแผ่นหยกที่ลุงหนานให้ด้านในนั้นก็ได้มีบันทึกของสูตรโอสถและความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรมากมายมันเป็เหมือนกับประวัติของโอสถทั้งหมด ช่างมีค่ายิ่งนัก
โอสถขั้นสองที่ชื่อว่าโอสถเจิ้งหยวนนั้นมีผลช่วยเพิ่มพลังลมปราณ และในเวลาเดียวกันยังสามารถเพิ่มพลังิญญาด้วยเล็กน้อยนี่คือสิ่งที่หลู่เส่าโหย่วกำลัง้า ตัวเขาที่บ่มเพาะด้วยทักษะิญญาหยินหยางจะต้องทะลวงระดับพลังลมปราณและพลังิญญาพร้อมกันไม่อย่างนั้นแล้วเขาจะมีปัญหา
หลู่เส่าโหย่วได้คิดเอาไว้แล้วว่าเขาจะอยู่ในตระกูลหลู่เพื่อหลอมโอสถส่วนสถานที่นั้น ห้องลับในห้องเก็บฟืนก็ถือว่ากำลังดี เพราะอย่างไรลุงหนานก็ไม่ได้ใช้ห้องลับนั้นหากเขายืมใช้สักหน่อยก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถ้าอยู่ในห้องลับ เขาก็จะได้หลอมโอสถอย่างสบายใจ
“เสี่ยวหลง ข้าจะต้องปิดด่านเพื่อหลอมโอสถหลายวันดังนั้น หลายวันนี้เ้าก็ไปอยู่ที่หุบเขาด้านหลังก่อน จะได้ไม่หิว” ก่อนจะกลับไปยังคฤหาสน์ของตระกูลหลู่เส่าโหย่วก็ได้นำเสี่ยวหลงไปปล่อยไว้ที่หุบเขาด้านหลัง ในตอนนี้ปริมาณการกินของเสี่ยวหลงเยอะขึ้นมากคงจะไม่สามาถอดอาหาร ไม่ให้เสี่ยวหลงได้กินอะไรตลอดทั้งวันได้
“ฟ่อฟ่อ...”
เสี่ยวหลงเข้าใจสิ่งที่หลู่เส่าโหย่วกล่าวมันแลบลิ้นออกและเงยหัวขึ้นมองหลู่เส่าโหย่วอย่างสนิทสนม จากนั้นก็เลื้อยออกจากมือของหลู่เส่าโหย่วและมุ่งหน้าไปทางหุบเขาด้านหลัง
เมื่อเห็นเสี่ยวหลงลับหายไปหลู่เส่าโหย่วก็กลับเข้าไปในตระกูลหลู่ ภายในลานด้านหลังนั้น เขาก็ได้พบกับคนรับใช้จำนวนไม่น้อยปกติคนรับใช้เหล่านี้จะทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน บ้างก็ไม่ยอมมองเขาตรงๆ ทว่าวันนี้เมื่อคนรับใช้แต่ละคนได้เห็นเขาก็รีบถอยหลังให้เขาเดินไปก่อนในทันที บางคนก็ถึงกับก้มหัวลงอย่างตื่นตระหนกราวกับกลัวว่าเขาจะเข้าไปทำร้าย
“ได้ยินมาว่าผู้ดูแลใหญ่จ้าวาเ็สาหัส”
“ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวหลันยังถูกทุบตีจนจะบอกว่าเป็คนก็ไม่เหมือนคนจะบอกว่าเป็ผีก็ไม่เหมือนผี ส่วนผู้ดูแลจ้าวซานก็โดนฆ่าตายอีก”
“ดูเหมือนว่าเขาจะถูกย้ายไปอยู่ลานด้านหน้าไม่ช้าก็เร็วแล้วจากนั้นเขาก็จะกลายเป็นายน้อยที่แท้จริงของตระกูลหลู่”
“ยังดีที่ในอดีตข้าไม่เคยมีปัญหากับมันดูเสี่ยวหลันสิ ถูกทุบตีอย่างอนาถ เกรงว่าแม้แต่แม่ของนางก็ยังจำนางไม่ได้เลย”
“เมื่อก่อนข้าเคยหัวเราะเยาะมันมันจะมาล้างแค้นข้าหรือไม่ คราวนี้ข้าซวยแน่”
หลู่เส่าโหย่วเหยียดยิ้มบางเมื่อเขาได้ยินสิ่งที่พวกคนรับใช้กำลังพูดคุยกันนี่คือตัวอย่างจิตใจของพวกคนรับใช้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่คนพวกนี้จะเป็คนรับใช้ไปตลอดชีวิตกับคนเหล่านี้ ไม่มีอะไรที่เขาจะต้องสนใจ
หลังกลับมาถึงลานบ้าน หลู่เส่าโหย่วก็ต้องประหลาดใจหลู่หวู๋ซวงกับหลู่เสี่ยวไป๋ได้มาอยู่ในลานบ้านของเขา และดูเหมือนว่าหลู่หวู๋ซวงจะคอยดูหลู่เสี่ยวไป๋ที่กำลังขนของอยู่
“เสี่ยวไป๋ ขนเสร็จหมดหรือยัง”หลู่หวู๋ซวงเอ่ยถามขึ้น
“คุณหนูหวู๋ซวง ข้าขนเสร็จหมดแล้ว”หลู่เสี่ยวไป๋ตอบด้วยความเหน็ดเหนื่อย หากไม่ใช่เพราะว่าเขาได้กลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์แล้วตอนนี้เขาคงได้เหนื่อยตายแน่
“พี่หวู๋ซวง ท่านกำลังทำอะไร?” หลู่เส่าโหย่วถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“เส่าโหย่ว ที่นี่เหลือห้องว่างอยู่หนึ่งห้องหวู๋ซวงเอาแต่ยืนกรานว่านางจะย้ายเข้ามา” ลั่วหลานซือที่เดินออกมาจากในห้องได้ตอบคำถามนั้นแทน
“ย้ายเข้ามา”หลู่เส่าโหย่วกล่าวด้วยความประหลาดใจ “พี่หวู๋ซวง เื่ที่ท่านย้ายเข้ามานี้ลุงใหญ่รู้หรือไม่ที่นี่เทียบอะไรไม่ได้กับลานด้านหน้าเลย ท่านจะย้ายมาทำไม”
“ท่านพ่อรู้ ข้าอยากจะย้ายเข้ามาเพื่อคอยดูเ้ามีข้าอยู่ หากมีคนอยากจะเข้ามาทำร้ายเ้าก็จะไม่ใช่เื่ง่ายขนาดนั้นแล้ว”
“พี่หวู๋ซวงได้โปรดวางใจข้าสามารถดูแลตัวเองได้ ท่านย้ายกลับไปลานด้านหน้าเถอะ ที่นี่ไม่เหมาะกับท่าน” หลู่เส่าโหย่วกล่าว
“หมายความว่าอย่างไรที่ว่าไม่เหมาะกับข้าข้าคิดว่าที่แห่งนี้ก็ไม่เลว หลู่เสี่ยวไป๋ ช่วยข้าย้ายของทุกอย่างเข้าไปในห้อง”หลู่หวู๋ซวงยิ้มบางๆ และเดินเข้าไปในลานบ้าน
“ขอรับ คุณหนูหวู๋ซวง”หลู่เสี่ยวไป๋ตอบรับเบาๆ จากนั้นก็ยกกล่องใบใหญ่เข้าไปในลานบ้าน
หลู่เส่าโหย่วยืนอยู่ในลานบ้านแล้วยิ้มด้วยความขมขื่นแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็วางใจได้เื่หนึ่ง เขากำลังจะปิดด่าน แต่กระนั้นเขาก็ไม่สามารถปล่อยให้ท่านแม่อยู่คนเดียวได้ตอนนี้มีหลู่หวู๋ซวงมาอยู่ด้วยแล้ว เขาก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีกสามารถปิดด่านได้อย่างวางใจ
“เส่าโหย่วพี่หวู๋ซวงของเ้าย้ายเข้ามาก็ดีแล้ว เ้าล่ะ เ้าหิวข้าวหรือยังข้าจะไปทำอะไรให้เ้ากิน” ลั่วหลานซือกล่าวกับหลู่เส่าโหย่ว
“ท่ามแม่ข้ามีเื่ต้องออกไปข้างนอกสักพัก คาดว่าคงต้องใช้เวลาสักห้าหกวันถึงจะกลับมา”หลู่เส่าโหย่วกล่าว
“ออกไปข้างนอกอย่างนั้นหรือ แล้วยังนานขนาดนี้อีกไม่กี่วันก็ปีใหม่แล้ว เ้าจะไปไหนหรือ?” ลั่วหลานซือถามลูกชายด้วยความกังวล
“เส่าโหย่ว เ้าจะไปไหนให้ข้าไปกับเ้าเถอะ” หลู่หวู๋ซวงที่พึ่งเดินออกมา เมื่อนางได้ยินว่าหลู่เส่าโหย่วจะออกไปข้างนอกหลายวันก็รู้สึกเป็ห่วงขึ้นมา
“พี่หวู๋ซวง ข้าออกไปไม่ไกลและมันไม่อันตราย ข้ามีเื่ที่ต้องทำ อีกไม่กี่วันเดี๋ยวข้าก็กลับมาหลายวันนี้ฝากท่านดูแลท่านแม่ของข้าด้วย” หลู่เส่าโหย่วกล่าว
“แต่ถ้าเ้าออกไปตอนนี้ อาจจะพบเจออันตรายได้”หลู่หวู๋ซวงกล่าว
“วางใจเถอะ ข้าจะไม่เป็ไร”หลังหลู่เส่าโหย่วกล่าวจบ เขาก็เดินออกมาจากลานบ้าน เื่ห้องลับกับเื่ที่ตัวเขาเป็ผู้ฝึกิญญาเขาจะไม่เปิดเผยมันอย่างแน่นอน
“เส่าโหย่ว ลูกคนนี้...”ลั่วหลานซือกล่าวด้วยความกังวล
“ป้าสาม เส่าโหย่วได้มีการเตรียมการเอาไว้แล้วดังนั้นพวกเราก็ไม่ต้องกังวลมากเกินไป” เมื่อมองไปที่แผ่นหลังของหลู่เส่าโหย่วถึงแม้นางจะกังวล แต่นางก็เชื่อมั่นในตัวหลู่เส่าโหย่วอย่างมาก
หลังจากเดินผ่านทางเดินมาหลายทาง หลู่เส่าโหย่วก็มาถึงบริเวณห้องเก็บฟืนเขาสอดส่องบริเวณรอบๆ ราวกับว่าเป็โจร หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่ารอบๆ ไม่มีคน เขาก็รีบเข้าไปในห้องเก็บฟืนทันที
ปกติห้องเก็บฟืนนั้นก็ไม่ค่อยจะมีใครเข้ามาอยู่แล้วหลู่เส่าโหย่วถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นเขาก็เปิดห้องลับแล้วเข้าไป
“หลู่เส่าโหย่ว เ้ามาทำอะไร”เมื่อหลู่เส่าโหย่วเข้าไปในห้องลับ ก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นในทันที
“ลุงหนาน ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่”
“นั่นควรเป็สิ่งที่ข้าต้องถามเ้า ข้าเห็นเ้าทำตัวลับๆล่อๆ อยู่แถวนี้ เลยอยากรู้ว่าเ้าจะทำอะไร ข้าบอกเ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าเ้าไม่ต้องกลับมาที่ห้องลับอีก” ลุงหนานจ้องไปที่หลู่เส่าโหย่วแล้วกล่าวออกมา
“ลุงหนาน ข้า้าสถานที่ที่ใช้สำหรับหลอมโอสถมีเพียงที่ห้องลับแห่งนี้ที่เหมาะสม”
“นั่นมันก็เป็เื่ของเ้าเ้าไปหาสถานที่เองเถอะ” ลุงหนานกล่าวออกมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
“ตาแก่ ข้าแค่ยืมใช้ห้องนี้ชั่วคราวเท่านั้นจำเป็ต้องใจแคบขนาดนี้เลยหรือ?”
“เ้าหนู เ้ายังมีเหตุผลอะไรอีกหรือเมื่อวานไม่ใช่ว่าเ้าอาจหาญแล้วหรือ ข้าบอกให้เ้าเก็บซ่อนฝีมือเอาไว้ทำไมพอถึงตอนนี้จะมารีบร้อนเพิ่มระดับบ่มเพาะกันเล่า?” ลุงหนานกล่าวเบาๆ