ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ

    ตอนที่ 1

    ภายในวงโคจรระบบสุริยะแห่งหนึ่งอันตั้งอยู่กาแล็กซี่ Eliptical ที่อยู่ห่างจากทางช้างเผือก 160,000 ปีแสง มีสิ่งมีชีวิตอันทรงเจริญอารยธรรมกำลังมองดูมนุษยชาติที่กำลังจะล่มสลายจากเบื้องบน

    เปลวไฟได้แผดเผาผืนแผ่นดิน

    มหาธรณีแห้งเหือด

    ท้องนภาปกคลุมด้วยความมืดมิดแห่งความสิ้นหวัง

    สิ่งมีชีวิตในรูปร่างอัปลักษณ์คลับคล้ายอสูรกายยกดาบมารขึ้น ดวงตาแดงฉานจ้องมองไปยังมนุษย์เล็กจ้อยเบื้องหน้าก่อนดาบดำทมิฬนั้นจะสับลงและปลิดชีวิตมนุษย์คนสุดท้ายของโลก

    ในวันนั้น อารยธรรมของมวลมนุษยชาติดับสิ้นพร้อมกับสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ โลกถูกปกครองโดยผู้มาจากใต้พิภพ 'เหล่าปิศาจ' ด้วยพละกำลังและเวทย์มนต์พิศวงน่ายำเกรง จอมมารกว้างล้างทุกเผ่าพันธุ์จนสิ้นเหลือแต่เผ่าพันธุ์ตนเองและความหยิ่งผยอง

    ห่างออกไป 160,000 ปีแสง เหล่าเอเลี่ยนตาสีฟ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจและวิกฤติ

    เอกซ์โซชอสร่างสีแดงตนหนึ่งพูดด้วยความร้อนรน "เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้จบสิ้นลงในปี คศ 1376 มนุษย์ผู้สุดท้ายถูกปลิดชีพลงด้วยเผ่าพันธุ์ใต้พิภพและดาบในตำนานที่มีพลังงานคอสมิก พวกเราสูญสิ้นผู้ติดต่อจากชาวโลก ทำให้โครงการพัฒนาดวงดาวจบสิ้นลงตลอดกาล ไม่สามารถพัฒนาวิยาการโลกให้ทันต่อเทคโนโลยีจักรวาลในปัจจุบันได้อีกจำเป็๞ต้องมีการเรียกประชุม ด่วน"

    เอกซ์โซชอสในร่างแดงพูดแบบนั้นด้วยใบหน้าร้อนรนจากนั้นก็แตะไปที่อากาศและภาพโฮโลแกรมเหล่าเอกซ์โชซอสระดับผู้นำคนอื่นๆก็ปรากฏตรงหน้าเขา

    เอกซ์โชซอสร่างแดงบอกกับทุกคน "อารยธรรมมนุษย์สูญสิ้น แผนการพัฒนาดวงดาวที่ 1,566,745 ล้มเหลว จำเป็๞จะต้องหาดาวที่เหมาะสมดวงใหม่เพื่อดำเนินการ"

    เหล่านายพลทั้งสี่ที่ได้ยินแบบนั้นไม่ได้มีใบหน้าที่กระวนกระวาย หนึ่งในนั้นที่มีร่างสีเขียวตอบกลับมา "E3 เป็๲ดาวที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาผู้ถูกคัดเลือก อีกทั้งอยู่ห่างไกลจาก NGC207 1 ล้านล้านปีแสง ระยะทางจากE3 ก่อนจะถูกหลุมดำกลืนกินมากพอจะมีเวลาให้วิทยาการเผ่าพันธุ์ใดเผ่าพันธุ์หนึ่งใน E3 เจริญพอจะหลุดพ้นจากNGC207 ได้ และนั่นจะทำให้พวกเขาสามารถช่วยเราต่อสู้กับความพินาศของจักรวาลที่ใกล้เข้ามาได้ ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแคนดิเดต หาเผ่าพันธุ์อื่นเป็๲ผู้คัดเลือกมาแทนเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่สูญสิ้น"

    เอกซ์โซชอสสีแดงบอก "เผ่าพันธุ์ที่เหลืออยู่บน E3 มีเหลือเพียงหนึ่งเผ่าพันธุ์ นั่นคือเผ่าพันธุ์ใต้พิภพ นำทัพโดยผู้เรียกตนเองว่าจอมมาร" เอกซ์โซชอสสีแดงพูดแค่นี้แล้วส่ายหน้า "จอมมารและเผ่าพันธุ์ใต้พิภพขาดคุณสมบัติที่เหมาะสมหลายด้าน เมื่อเทียบกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ เผ่าพันธุ์ใต้พิภพเหย่อหยิ่งไม่รับฟังความเห็นของผู้ใด กวาดล้างทุกเผ่าพันธุ์ที่ไม่ใช่เผ่าตน"

    นายพลในร่างสีครามกล่าวเสียงขรึมและกึกก้อง "เช่นนั้นก็ทำให้มันฟังสิ!"

    นายพลเอกซ์โซชอสในร่างแดงส่ายหน้า "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเผ่าใต้พิภพในครั้งนี้ส่งผลให้ห่วงโซ่อาหารของ E3 เสียหายและก่อให้เกิดการพังทลายในตัวเอง ไม่ว่าเผ่าใต้พิภพหรือจอมมารยอมเจรจา ภายใน 100-200 ปี พวกมันจะตายเพราะโครงสร้างของธรรมชาติถูกทำลายเอง ไม่มีความหมายที่จะเจรจา"

    เมื่อนายพลเอกซ์โซชอสสีแดงพูดแบบนั้น นายพลคนอื่นๆก็มีใบหน้าที่ตรึงเครียดขึ้นมา

    นายพลสีครามมองนายพลสีแดง "หากใช้วิทยาการของเราชุบชีวิตเหล่าที่สูญพันธุ์ขึ้นมาใหม่ โครงสร้างของธรรมชาติก็จะกลับมาสมบูรณ์ไม่ใช่หรือ?"

    นายพลสีแดงส่ายหน้า "จำนวนผู้สูญเสียและจำนวนเอกซ์โซชอสที่มีความสามารถชุบชีวิตต่างกันเกินไป คำนวนความต่างแล้วต้องใช้เวลาอย่างน้อย 377,000 ปีจึงจะสามารถชุบชีวิตเผ่าพันธุ์ที่สูญสิ้นขึ้นมาใหม่มากจนเพียงพอรอดพ้นวิกฤติวงจรธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ความเป็๲ไปได้ที่แผนนี้จะสำเร็จก็ต่ำ เพราะเผ่าพันธุ์ใต้พิภพไม่ยอมให้มีเผ่าพันธุ์อื่นในดาวตนเอง ต่อให้เราจะคืนชีวิตให้พวกเขา จอมมารและเผ่าพันธุ์ใต้พิภพก็จะจบชีวิตคนเหล่าอยู่ดี"

    "ต่อให้นั่นจะเป็๞การทำลายตนเองอย่างนั้นหรือ!?" นายพลสีครามตวาดด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว

    นายพลสีแดงบอก "จอมมารและเผ่าพันธุ์ใต้พิภพโง่เขลาและล้าหลัง หยิ่งผยองและโอหัง คิดว่าตนเองไร้เทียมทานและเชื่อมั่นว่าพลังของพวกมัน หรือสิ่งที่พวกมันเรียกว่า 'เวทย์มนต์' นั้นสูงส่งที่สุดไม่มีสิ่งใดเทียบได้ กระทั้งคิดว่าสามารถปกป้องตนเองจากการพังพินาศของจักรวาลได้"

    นายพลสีครามที่ได้ฟังแบบนั้นก็หน้ามืดมนลง ราวกับปวดหัวที่ไม่นึกว่าจะมีใครโง่ขนาดนี้

    นายพลสีแดงบอกกับนายพลทั้งสี่ "ประเด็นของปัญหาในครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่วงจรธรรมชาติของ E3 เสียหาย แต่อยู่ที่ทัศนคติของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพเอง ตราบใดที่มีเผ่าพันธุ์ใต้พิภพ เราก็ไม่สามารถพัฒนา E3 ตามแผนได้ ต่อให้ชุบชีวิตเผ่ามนุษย์ขึ้นมาเราก็ต้องเสียเวลานับแสนปี แต่ถึงแบบนั้นอารยธรรมมนุษย์ก็ยังไม่สูงพอจะล้มเผ่าพันธุ์ใต้พิภพด้วยตนเองได้อยู่ดี มีดาวหลายดวงที่เหมาะในการพัฒนามากกว่า E3 เราควรล้มเลิกแผนการใน E3 เสีย"

    ใบหน้าของนายพลสีครามและนายพลคนอื่นๆเคร่งเครียดขึ้นมา E3 มีความได้เปรียบด้านทรัพยากรและความสมบูรณ์ในการเจริญพันธุ์ ตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาขาดกำลังคนและดาวที่ถูกเลือกดวงอื่นไม่มีดวงไหนที่เหมาะสมในแผนการมากกว่าดวงนี้ ถ้าหากสูญเสียดาวที่สร้างกองกำลังเพิ่มได้เรื่อยๆจะไม่เท่ากับสูญเสียทรัพยากรที่มีค่าที่สุดไปหรือ?

    ในตอนนี้เอง

    ดวงตาสีดำของนายพลสีฟ้าสว่างขึ้นมา เธอมองนายพลสีแดงและคนอื่นๆก่อนจะเสนอ "ถ้าหากเราใช้ไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปก่อนที่เผ่าพันธุ์ใต้พิภพจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ ล่ะ?"

    เมื่อได้ยินแบบนั้นดวงตาของนายพลสีครามและนายพลคนอื่นๆสว่างวาบขึ้นมา

    แต่นายพลสีแดงส่ายหน้า "การเดินทางข้ามเวลาจะส่งผลร้ายแรงที่เราคาดไม่ถึงหลายอย่าง อาจจะเกิดไทม์พาราด๊อกซ์ที่เราไม่รู้ว่าจะส่งผลกระทบให้แย่ลงมากกว่าสถานการณ์ที่เป็๞อยู่หรือเปล่า การจะป้องกันไม่ให้เกิดเ๹ื่๪๫แบบนั้นจริงเราจำเป็๞จะต้องใช้ทหารมือหนึ่งในแนวหน้าของแนวหน้าไปปฏิบัติการซึ่งตอนนี้คนพวกนั้นได้รับคำสั่งให้ไปทำภารกิจพิเศษที่ดาวอื่นอยู่ อีกอย่างตามพันธะสัญญา เราไม่สามารถสังหารสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็๞ดาวดวงไหนก็ตาม"

    นายพลสีฟ้าบอก "ตามพันธะสัญญานั้นระบุว่าตราบใดที่ 'พระเ๽้า' ไม่ยุ่งเกี่ยว เราก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ตอนนี้มันไม่ได้เป็๲แบบนั้นอีกแล้ว"

    เมื่อได้ยินแบบนั้นดวงตานายพลสีแดงเบิกขึ้น๻๷ใ๯ "จะ..เ๯้าหมายความว่าอย่างไร?!"

    นายพลสีฟ้าบอกแล้วแสดงเอกสารลับบางอย่างให้นายพลคนอื่นๆดู "เราเพิ่งได้รับข้อมูลว่าการตื่นขึ้นของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพรวมทั้งพลังเวทย์มนต์ที่พวกมันใช้เกี่ยวโยงถึงตัวตนระดับคอสมิก การล่มสลายของ E3 ปฏิเสธไม่ได้เต็มปากว่าไม่เกี่ยวข้องกับ 'พระเ๽้า' หมายความว่าพวกเรามีสิทธิจะแทรกแซง"

    นายพลสีแดงมีใบหน้าที่ตะลึง ราวกับไม่อยากเชื่อว่า 'พระเ๯้า' จะสังหารลูกๆที่ตัวเองสร้าง ตอนนี้พวกเขามีสิทธิที่จะทำลายข้อตกลงแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นนายพลสีแดงก็ยังมีใบหน้าที่กังวลอยู่ดี กลับมาที่ปัญหาเดิม นายพลสีแดงถาม"ตอนนี้เราอาจจะสามารถแทรกแซง E3 ได้แล้ว แต่ว่า...แล้วใครจะลงไปปฏิบัติภารกิจนี้ล่ะ? คนที่ลงไปจะต้องมีประสบการณ์ทำภารกิจไม่ต่ำกว่า 1000 ภารกิจ และต้องผ่านภารกิจระดับ S อย่างน้อย 3 ภารกิจถึงจะเหมาะสมในการทำภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงนี้ คนที่เรามีทั้งหมดถูกส่งไปทำภารกิจลับหมดแล้ว แล้วเรา..."

    "มีสิ" ก่อนที่นายพลสีแดงจะพูดจบ นายพลสีฟ้าก็ยิ้มแล้วขัดก่อน ดวงตาเธอเป็๲ประกายขณะมองทุกคน เธอบอก "เรายังมีทหารอีกคนที่มีคุณสมบัติที่ว่าอยู่ ที่จริงนอกจากคุณสมบัติทั้งหมดที่ว่า เขาก็ยังเคยผ่านภารกิจระดับเป็๲ไปไม่ได้มาครั้งหนึ่งเช่นกัน หลังจากละเมิดกฏมา 1 หมื่นปีและถูกถอดยศ ตอนนี้เขาน่าจะถูกปล่อยตัวเป็๲ที่เรียบร้อยแล้ว"

    เมื่อนายพลสีฟ้าพูดแบบนี้ทุกคนเผยใบหน้า๻๷ใ๯แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ "นี่เ๯้า...นี่เ๯้ากำลังพูดถึงเขาคนนั้นอยู่อย่างงั้นหรือ!"

    นายพลสีฟ้ายิ้ม "จะมีใครที่เหมาะสมยิ่งกว่าส่งนายพลด้วยกันไปปฏิบัติภารกิจแบบนี้ ภารกิจนี้เขาเหมาะสมที่สุด"