บทที่ 18 จู่โจมคนที่ร่ำรวยที่สุดในอนาคต
หนิงหนิงซึ่งกู้เหยาและหม่าเถี่ยหลานกำลังคิดถึงอยู่นั้น ก่อนอื่นเธอเดินทางไปที่เมืองอานโจว ด้วยรถแทรกเตอร์ของฝ่ายผลิตที่จะเดินทางไปเพื่อซื้อปุ๋ยพอดี หลังจากที่เธอลงจากรถแทรกเตอร์ที่สถานีเมล็ดพันธุ์ เธอก็ซื้อตั๋วรถโดยสารในราคา 20 เหมาและไปตลาดมืดในเมืองอานโจว วันนี้เธอต้องขายของเพื่อหารายได้ก่อนที่จะซื้อของเพื่อช่วยผู้คน
ในยุคสมัยนี้ ผู้คนจำเป็ต้องไปซื้อหาสินค้าจากร้านค้าของรัฐ สหกรณ์จัดหาและตลาด หรือห้างสรรพสินค้าที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ถ้าทำการซื้อขายกันที่อื่นก็จะถือเป็เื่ที่ผิดกฎหมายและสามารถถูกจับกุมได้โดยทันที
ตลาดมืดอานโจวเป็สถานที่ที่ซึ่งเกิดขึ้นมาจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และมีคนจำนวนนับไม่ถ้วนที่แอบทำธุรกิจส่วนตัว ตราบใดที่ไม่ถูกจับ ทุกอย่างก็ปกติดี แน่นอนว่ามีความเสี่ยงสูงแต่ผลตอบแทนก็สูงเช่นกัน สินค้าในตลาดมืดสามารถซื้อขายได้ในราคาที่ดีกว่าการซื้อขายกับร้านที่ทางภาครัฐจัดเอาไว้ให้
หนิงหนิงยืนอยู่ที่ทางเข้าตรอก มองไปที่ป้ายถนน 137 ที่คุ้นเคยด้วยความงุนงง หลังจากที่เธอแต่งงานกับโจวเหวินเยี่ยนในชาติที่แล้ว เธอรู้สึกสงสารเขาภายใต้ความกดดันจากการวาดภาพ ดังนั้นเธอจึงพยายามทำให้เขามีความสุขมากที่สุด แต่เงินของโจวเหวินเยี่ยนมีจำกัด โดยปกติแล้วเงินที่เขาได้รับมาเมื่อต้นเดือนก็จะหมดลงตอนกลางเดือน และเหยาฮุ่ยหรูแม่สามีของเธอก็มักจะสนใจแต่เื่ราวของตัวเองเสมอ ไม่ได้คิดถึงคนอื่นๆ ในครอบครัวแม้แต่น้อย
ด้วยเงินของเธอเอง กู้หนิงมักจะไปตลาดมืดเพื่อซื้ออาหารราคาแพง เนื้อและไข่ไก่ เพื่อเสริมโภชนาการของโจวเหวินเยี่ยน
หลังจากมาที่ตลาดมืดจนเป็กิจวัตร เธอก็คุ้นเคยกับพื้นที่นี้จนไม่สามารถคุ้นเคยมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว แต่นั่นเป็ชีวิตในชาติที่แล้ว ในครั้งนี้เธอมาเพื่อตัวเอง กู้หนิงหายใจเข้าลึก ๆ หลีกเลี่ยงบุคคลที่สวมปลอกแขนสีแดงและแอบเข้าไปทางประตูหลังอย่างเงียบๆ
ในที่ที่เธอไม่มองเห็น โจวจื้อหย่วนสวมเครื่องแบบนายทหารเต็มยศ เขากำลังตรวจตราสถานการณ์ เมื่อเขาเห็นร่างที่คุ้นเคย เขาก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย "ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้นะ?"
“ผู้กองโจว คุณพูดอะไรนะครับ?” ชายวัยกลางคนที่เดินตามเขามาถามขึ้น
น้ำเสียงที่สอบถามโจวจื้อหย่วนเต็มไปด้วยความเคารพ บุคคลผู้นี้มีนามว่าเฉินชิงหย่วนและเขายังเป็ผู้รับผิดชอบธุรกรรมในตลาดมืดอีกด้วย พวกเขาได้รับแจ้งมาจากเบื้องบนแล้วว่ากำลังจะมีเ้าหน้าที่มาตรวจสอบ แต่พวกเขาไม่คาดคิดว่าผู้ที่มาตรวจสอบนั้นจะเป็โจวจื้อหย่วน าานรกผู้เ็า
นี่เป็การล่อซื้อพวกเขาชัดๆ !
โจวจื้อหย่วนส่ายหัวและพูดอย่างเ็า "ไม่มีอะไร คุณไม่ต้องกังวลเกินไป สหายเฉิน ผมแค่มาที่นี่เพื่อตรวจสอบเฉยๆ" เขาชี้ไปที่ท้องฟ้าและบอกต่อไป "ผมได้ยินมาว่าทางเบื้องบนจะส่งคนลงมาตรวจสอบจริงๆ วันพรุ่งนี้ต่างหาก” นี่คือเหตุผลที่เขาเสแสร้งแกล้งทำเป็มองไม่เห็นการซื้อขายที่เกิดขึ้นตลอดสองข้างทาง
ดวงตาของเฉินชิงหย่วนเป็ประกาย “จริงเหรอครับ?”
โจวจื้อหย่วนไม่ตอบเขา แต่ให้เฉินชิงหย่วนได้นึกทบทวนด้วยตัวเอง บางอย่างเปิดเผยมากเกินไปก็ไม่น่าสนใจน่ะสิ
เฉินชิงหย่วนมองดูโจวจื้อหย่วนที่เดินหายเข้าไปในตรอก ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตบต้นขาของตนเองอย่างแรง "บัดซบ แต่คุณเห็นหมดทุกอย่างแล้วนี่นา งั้นอย่างนี้พวกเราไม่จบเห่กันหมดเหรอ?"
ถ้าเขารู้ว่าาานรกผู้เ็าจะมาสังเกตการณ์ในวันนี้ เขาก็จะสั่งปิดตลาด ไม่ทำการซื้อขายเด็ดขาด
หนิงหนิงยังไม่รู้ว่ามีคนเห็นเธอทันทีที่มาถึงตลาดและเป็คนที่เธอกลัวที่จะพบเจอที่สุด เธอเดินเข้าไปข้างในตรอกอย่างสบายๆ เดินไปหาชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าๆ ซึ่งสวมเสื้อแจ๊กเก็ตคนหนึ่ง แล้วถามตรงๆ ว่า "รับซื้อสินค้าไหมคะ?"
ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อว่าซุนซางเหอ เมื่อหนิงหนิงเสียชีวิตในชาติที่แล้ว เขามีชื่อเสียงและกลายเป็คนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองอานโจว ตอนนี้เขายังคงอยู่ที่มุมเล็กๆ ในตลาดมืดของเมืองอานโจว เขาเป็คนตัวเล็กผู้โดดเดี่ยวและน่าสงสาร
ซุนซางเหอเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงนั้น คนพูดเป็เด็กสาวหน้าตาสะสวย แววตาของเขามีแววประหลาดใจ แต่เขาก็เปลี่ยนเป็ระแวดระวังอย่างรวดเร็ว "น้องสาว ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดถึงอะไร" บรรดาพ่อค้ามีกฎเหล็กของธุรกิจนี้คือไม่ทำธุรกิจกับคนแปลกหน้า แต่ต้องเป็ลูกค้าประจำหรือคนที่ลูกค้าประจำแนะนำมาเท่านั้น
หนิงหนิงยิ้มเล็กน้อยและเดินเข้าไปใกล้อีกสองสามก้าว "ซุนซางเหอ อายุ 21 ปี เดินทางจากเมืองเจียงหนานมาที่อานโจวกับแม่ของเขาเพื่อหาเลี้ยงชีพ เริ่มเข้าวงการนี้เมื่อสามปีที่แล้ว เริ่มจากการขายเครื่องปรุงในครัวเรือนั้แ่น้ำตาลไปจนถึงไข่ไก่ แต่ตอนนี้ก็พัฒนาขึ้นมาค้าขายปากกากับสมุดจดแล้ว ใช่ไหม?" ขั้นตอนแรกในกลยุทธ์ คือการโจมตีที่ร่างกายก่อน
ทุกครั้งที่หนิงหนิงพูดอะไรบางอย่าง ใบหน้าของซุนซางเหอก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เขาลากหนิงหนิงไปที่มุมที่ไม่มีใคร แล้วลดเสียงลง "เธอเป็ใคร เธอรู้เื่พวกนี้ได้ยังไง?" เขาพยายามทบทวนความทรงจำของตนเอง และมั่นใจว่าตัวเองไม่รู้จักน้องสาวคนสวยผู้นี้เลย
"ฉันต้องรู้สิ เพราะว่าฉันอยากมาทำธุรกิจกับคุณ" หนิงหนิงยิ้มอย่างไม่มีพิษมีภัยและดูเป็ผู้ที่อยู่เหนือกว่า "ฉันมีของดีมาขาย คุณอยากรับซื้อไหม?" ขั้นตอนที่สองของกลยุทธ์คือการหลอกล่อเขาด้วยผลประโยชน์
ซุนซางเหอลังเล เขาอยู่ในวงการนี้มาสามปีแล้ว และเป็ที่รู้กันดีว่าเป็คนที่ระมัดระวังอยู่เสมอ แต่เขาก็ถูกบังคับให้ทำเช่นนั้น
เพราะการอยู่ในวงการนี้จำเป็ต้องมีอาจารย์คอยชี้แนะ แต่ด้วยความที่เขามาจากเมืองอื่นจึงโดนคนอื่นกีดกัน อาจารย์จำนวนมากไม่สนใจสอนงานเขา ดังนั้น คนอื่นๆ ที่เข้าวงการมาพร้อมกันก็ทำธุรกิจใหญ่โตไปหลายคนแล้ว เหลือซุนซางเหอยังคงต่อสู้เพียงลำพัง ทำธุรกิจขายสินค้าตลาดล่างอย่างน้ำตาลและไข่ไก่เรื่อยมา
ถ้ามีของดีตกมาอยู่ในมือก็คงเป็เื่ที่ยอดเยี่ยมไม่น้อย!
ซุนซางเหอตัดสินใจอย่างเด็ดขาด "เธอเอาอะไรมา?"
หนิงหนิงรู้ว่าซุนซางเหอเป็คนที่มีชื่อเสียงที่สุด ดังนั้น เธอจึงไม่ปิดบังและหยิบของในถุงออกมา
ั้แ่วินาทีที่หนิงหนิงหยิบของออกมา ซุนซางเหอก็หายใจหนักขึ้นเล็กน้อย เขาเคยเห็นสุราเหมาไถที่มีเครื่องหมายการค้าระดับห้าดาว ซึ่งบรรดาอาจารย์ในตลาดมืดค้าขายกันไม่ต่ำกว่าขวดละ 200 หยวน แต่นี่เป็ของที่หาได้ยากมากในตลาดมืด
ไม่ใช่เพราะอะไร แต่สุราชนิดนี้จัดเป็ของหายาก และอีกประการหนึ่งคือต้องมีตั๋วพิเศษ นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนรวยสามารถซื้อได้อีกต่อไป ต้องเป็ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็กรณีพิเศษเท่านั้น
ส่วนนมกระป๋องพวกนี้ถึงจะหายากก็จริง แต่ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากสุราเหมาไถ สำหรับสินค้าชิ้นที่สาม! นาฬิกาแบรนด์เซี่ยงไฮ้ ซุนซางเหอหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาทันที “ฉันขอดูหน่อยได้ไหม?”
หนิงหนิงหยิบออกมาแล้วยื่นให้ "ดูสิ!" ถ้าไม่ใช่นาฬิกาที่จำลองขึ้นมาใหม่ เธอคงไม่เต็มใจที่จะขายมันแน่นอน
ซุนซางเหอได้รับนาฬิกาไปตรวจสอบ หลังจากยืนยันว่าไม่มีตำหนิใดๆ เขาก็เริ่มดูที่หน้าปัด มีรหัสเรียงกันอยู่ที่ด้านหลังของหน้าปัด เขาหรี่ตามลง "แน่ใจนะว่า้าขายนาฬิกาเรือนนี้จริงๆ?”
หนิงหนิงคิดว่าอีกฝ่ายคงรู้ดีว่านาฬิกาเรือนนี้มีราคาแพงมาก เธอจึงพยักหน้า “แน่ใจค่ะ”
"ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นในมือ" ดวงตาของซุนซางเหอค่อยๆ หรี่ลง และเขาคืนนาฬิกา เขาต้องยอมจำนนต่อความเป็จริง ถ้าเขาขายสินค้าทั้งสามชิ้นนี้ได้ เขาจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับลูกค้าในตลาดอีกต่อไป นอกจากนี้ น้องสาวคนสวยยังบอกด้วยว่าจะมีสินค้าจำนวนมากมาขายให้เขาเพิ่มเติมในอนาคต และไม่มีใครรู้ดีไปกว่าซุนชางเหอว่าสิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร
อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีเงินทุนที่จะซื้อสินค้าเหล่านี้เอาไว้ได้
หนิงหนิงรับปากว่า "คุณเก็บสินค้าเอาไว้ก่อนก็ได้ คุณจะได้รับส่วนแบ่งจากยอดขายทั้งหมด 28%"
ริมฝีปากของซุนซางเหอสั่น สีหน้าซับซ้อน " นี่เธอไว้ใจฉันมากขนาดนี้เลยเหรอ?" สินค้ามูลค่าหลายหมื่นถูกส่งตรงมาให้เขา อยู่ในวงการมาสามปี ชายหนุ่มไม่เคยเจอคนแบบนี้เลย
หนิงหนิงยิ้มเล็กน้อย "ฉันเชื่อคุณเพราะคุณคือ ซุน! ซาง! เหอ!" ขั้นตอนที่สามของกลยุทธ์ คือการโจมตีที่หัวใจ!