ตอนที่ 373 ไม่ใช่ศัตรูนะครับ!
ไม่นานหลังจากที่เรือม้าอัคคีเข้าเทียบท่า เหล่าทาสหลายคนที่ถูกกัปตันอาลีพาลงจากเรือก็กลับขึ้นเรือมาอีกครั้ง มีเพียงบางส่วนที่หายไปเพื่อนำกลับมาขึ้นเรืออีกครั้งในภายหลัง
แม้แต่นักสลักเอกหลายคนที่ลงเรือไปยังมีพวกที่ลอบกลับมาก่อนพร้อมกับทาสส่วนที่เหลือ พวกโจรสลัดหลายคนที่ระดับต่ำ ๆ เองก็ยังคงอยู่บนเรือ โจรสลัดพวกนั้นทั้งหมดต่างแบ่งหน้าที่ดูแลเรือม้าอัคคีโดยที่ส่วนมากจะเป็นเรื่องการเติมพลังให้แก่อาวุธของเรือ
การจอดเทียบเพื่อนำทาสมาขายนั้นเพียงละครฉากใหญ่ ตั้งแต่แรกแล้วกลุ่มโจรสลัดม้าอัคคีนั้นไม่ได้ต้องการจะขายทาสที่ตนแหกพันธสัญญาจับมาที่นี่ พวกเขาจะเก็บไว้เพื่อขายให้กับพวกระดับสูงที่มีความสามารถพอจะปิดเรื่อง
แล้วเหตุใดพวกเขาจึงเข้าเทียบท่าที่ชุมเกาะแปดกะโหลก? คำตอบหนึ่งคือการเติมทรัพยากรและพักผ่อน ถึงโจรสลัดจะใช้ชีวิตอยู่บนท้องทะเลเป็นส่วนใหญ่แต่หลายสิ่งก็ยังต้องพึ่งพาบก นั่นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่โจรสลัดหลายคนยินยอมทำตามพันธสัญญาปฐพีและวารี
เหตุที่ภายนอกมองมาย่อมไม่พ้นการเร่ขายสิ่งที่ตนปล้นชิงได้มา โดยเฉพาะทาส การซื้อขายทาสเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้บ่อย คนหลายคนที่เป็นหนี้หรือต้องโทษสูงมักถูกลดสถานะไปเป็นทาส แม้แต่ยามที่โดนโจรสลัดปล้นเองบางคนก็ยินยอมจะตกเป็นทาสเพื่อปกป้องสินค้าหรือครอบครัวของตน
นี่คือจุดแบ่งสีเทาที่ถูกปิดซ่อนไว้จากสายตาของผู้ที่ไม่เคยเผชิญกับอันตรายในชีวิต แม้จะตรากฎหมายหรือออกกฎลงโทษเช่นไร ท้ายที่สุดแล้วการค้าทาสก็ยังคงฝังรากลึก ตราบใดที่มีผู้แข็งแกร่ง ก็ต้องมีผู้อ่อนแอที่ถูกเอาเปรียบ
แต่เพราะเป็นสีเทา มันจึงไม่อาจแสดงตัวจนเกินเหตุได้ แต่กลุ่มโจรสลัดม้าอัคคีกลับทำตรงกันข้ามกัน ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องสงสัยถึงปริมาณทาสของกลุ่มโจรสลัดม้าอัคคี การที่นำทาสเหล่านั้นมาขายที่เกาะใหญ่เช่นนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการป่าวประกาศว่าพวกตนนั้นน่าสงสัย
และนั่นคือเป้าหมายที่แท้จริงของกัปตันอาลี กลุ่มโจรสลัดอาลีต้องการกำจัดเสี้ยนหนามในน่านน้ำแถบนี้ โดยเฉพาะพวกที่คิดว่าตนเองเป็นคนดี คอยกำจัดอธรรม
บุคคลจำพวกนี้ย่อมมีชีวิตไม่ยืนยาว การเอาตัวเข้ามายุ่งเกี่ยวกับโจรสลัดและออกล่าค่าหัวหากไม่แกร่งจริงย่อมไม่มีทางอยู่รอด พวกที่ติดกับดักง่าย ๆ ที่กัปตันอาลีวางไว้ย่อมมีเพียงปลาซิวปลาสร้อยเท่านั้น แต่นั่นก็มากพอแล้วสำหรับการสร้างเสริมชื่อเสียงของกลุ่มโจรสลัดม้าอัคคีในน่านน้ำที่พวกเขาไม่คุ้นเคย
กัปตันอาลีในตอนแรกเพียงหว่านเหยื่อโดยการแพร่ข่าวลือเกี่ยวกับตนไปตามเกาะต่าง ๆ ตั้งแต่ก่อนที่จะขึ้นเกาะเพื่อเรียกความสนใจจากเหยื่อ หลังจากนั้นพอเขาขึ้นเกาะด้วยตนเองจึงเริ่มสืบเรื่องราวบนเกาะ และเป็นอย่างที่เขาคิด ชุมเกาะแปดกะโหลกแห่งนี้มีทั้งนักผจญภัยและโจรสลัดแวะเวียนมา ไม่มีผู้ดูแลหรือเจ้าของ เป็นอาณาเขตกลางที่ไม่ว่าใครก็สังหารได้ตามใจ สถานที่ที่เหมาะอย่างที่สุดสำหรับดักล่าค่าหัว
แต่แล้วกัปตันอาลีกลับรู้ตัวว่าตนตัดสินผิดพลาดช้าเกินไป ที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับการเริ่มเผยแพร่ชื่อเสียงของเขาเลยแม้แต่น้อย ลูกน้องที่กัปตันอาลีส่งไปสืบข่าวนั้นรายงานมาว่าหลายวันมานี้มีโจรสลัดและนายหน้าค้าทาสมากมายที่เสียชีวิตโดยไม่อาจจับตัวผู้กระทำได้
พวกเขาเหล่านั้นถูกสังหารด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน บ้างหัวขาด บ้างถูกซ้อม บ้างมีรอยแผลจากดาบ จุดเดียวที่เหมือนกันมีเพียงไม่สามารถหาตัวผู้ลงมือได้เท่านั้น
โจรสลัดและนายหน้าค้าทาสเหล่านั้นย่อมไม่ใช่พวกไร้กำพืด หากสามารถค้าทาสและอยู่รอดมาได้จนบัดนี้นั่นหมายความว่าพวกเขาย่อมมีผู้หนุนหลังไม่มากก็น้อย
อย่างพวกโจรสลัดที่ตายไปก็มีหลายคนที่อยู่ในสังกัดของกลุ่มโจรสลัดใหญ่ หลายคนถึงกับเป็นกัปตันที่แบกรับตราธงของโจรสลัดระดับอริยะ สถานะของพวกเขาจึงเป็นเหมือนตัวแทนของโจรสลัดผู้นั้น เป็นกองเรือเล็กที่แผ่อิทธิพลในเขตนี้
หลายวันมานี้ชุมเกาะแปดกะโหลกจึงค่อนข้างอยู่ในสภาวะตึงเครียดจากศาลเตี้ยที่ไล่ฆ่าคนเป็นผักปลา เพียงแค่ 4วันก็มีเหยื่อถึง 6คนแล้ว
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ชินกับความตายหรือพวกที่มาก่อเรื่องเช่นนี้ โจรสลัดและนักผจญภัยคือสองคำที่โชกเลือดที่สุดในมหาทวีป จะเลือดของสัตว์อสูร เลือดของสิ่งมีชีวิตทรงปัญญา หรือแม้แต่เลือดของผู้ขีดเขียนชะตาด้วยกัน แต่ในครั้งนี้มันกลับแฝงไว้ด้วยความน่ากลัวที่ต่างออกไป
แม้ผู้ที่อาศัยอยู่บนน่านน้ำอย่างโจรสลัดและนักผจญภัยจะมีการเข่นฆ่ากันอยู่เป็นปกติ แต่นั่นก็มักเกิดกับพวกอ่อนแอไร้ซึ่งคนหนุนหลัง การที่มีกัปตันโจรสลัดและคนค้าทาสตายเป็นผักปลาต่อเนื่องติด ๆ กันเช่นนี้ยากจะเกิดขึ้น
การสังหารคนเหล่านี้ย่อมทำให้ขุมกำลังด้านหลังอีกฝ่ายไม่พอใจและตอบโต้ ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถรับมือหรือหลบหนีได้ ดังนั้นการฝากตนอยู่ใต้ร่มธงของผู้ที่แข็งแกร่งกว่าจึงเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ อย่างกลุ่มโจรสลัดม้าอัคคีเองก็อยู่ใต้ร่มธงของกัปตันไดฟ์
ผู้ที่เลือกจะสังหารโดนไม่สนใจสิ่งใดตามมาเองก็มีอยู่มาก อย่างพวกที่มีความแค้นโดยส่วนตัวหรือไม่สนใจอะไรอีกแล้ว แต่กับเหตุการณ์นี้กลับไม่มีใครรู้สึกเช่นนั้น แผนการฆ่านั้นทั้งอุกอาจและตรงไปตรงมา เมื่อมีคนไปพบเป้าหมายก็ตายสิ้นแล้ว ไม่ได้ลงมือรุนแรงจากความเกลียดชังหรือมีร่องรอยการย่ำยีจากความแค้น ไม่มีร่องรอยของสาเหตุหรือความเกี่ยวข้องเสียด้วยซ้ำ
ราวกับว่าพวกเขาถูกสังหาร เพราะผู้ลงมือตัดสินแล้วว่าพวกเขาไม่คู่ควรมีชีวิต และนั่นคือสิ่งที่ทำให้หลายคนหวาดหวั่น
หลายวันมานี้เหล่าโจรสลัดจึงจับตาดูนักผจญภัยหลายคนอย่างใกล้ชิด พวกโจรสลัดคิดไปเองว่าผู้ลงมือเป็นนักผจญภัยที่ต้องการล่าค่าหัว ในทางกลับกัน พวกนักผจญภัยก็คอยระแวดระวังพวกโจรสลัด คิดไปเองว่าโจรสลัดสังหารกันเองเพราะผลประโยชน์
ผลลัพธ์จึงกลายเป็นความวุ่นวายที่แพร่กระจาย ความอัดอั้นและอึดอัดทำให้สถานการณ์บนเกาะตึงเครียดอย่างน่าประหลาด
กัปตันอาลีเมื่อทราบเรื่องก็ไม่อาจย้อนเวลากลับไปเก็บซ่อนเหล่าทาสของตนได้อีกต่อไป แม้กระนั้นเขาก็ไม่ได้คิดมาก ในฐานะนักสลักโทด้วยกันแม้เขาไม่นับว่าแข็งแกร่งโดดเด่นแต่ก็เชี่ยวชาญการป้องกัน มีพรรคพวกมากมายที่เกาะติดเขาตลอดเวลา และยังมีเรือสมบัติที่แข็งแกร่งอย่างเรือม้าอัคคี นักสลักโททั่ว ๆ ไปย่อมไม่ใช่คู่มือ
หากอีกฝ่ายเป็นอริยะเรื่องสมควรใหญ่กว่านี้มาก บนเกาะนี้มีอริยะเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และคนเหล่านั้นคือตัวแทนของกลุ่มโจรสลัดใหญ่หรือไม่ก็ยอดฝีมือ พวกเขามีชื่อเสียงมานานจนไม่มีทางเป็นคนร้ายไปได้
หากเขาสามารถจัดการฆาตกรได้ก็จะถือเป็นการสร้างชื่อเสียงที่ดีสำหรับผู้มาใหม่เช่นเขา ความสามารถและสถานะของเขาในหมู่โจรสลัดก็จะสูงขึ้นอีกมาก ดีไม่ดีกัปตันไดฟ์อาจตกรางวัลให้เขาด้วยตนเอง กัปตันอาลีเริ่มฝันหวานถึงโอกาสที่มาโดยไม่ทันตั้งตัว
เพียงไม่นานนักผจญภัยหน้าโง่สามคนก็บุกมาหาเขา ในตอนแรกเขานั้นดีอกดีใจเป็นอย่างยิ่งเพราะคิดว่าตนนั้นตกได้ปลาตัวใหญ่เข้าแล้ว คำพูดคำจาของอีกฝ่ายนั้นราวกับกำลังบอกกัปตันอาลีว่าพวกเขานี่แหละที่เป็นผู้ที่ไล่ล่าสังหารโจรสลัดและนายหน้าค้าทาสเหล่านั้น
ยิ่งต่อสู้ไปเขาก็ยิ่งมั่นใจ ความสามารถของอีกฝ่ายนั้นไม่อ่อนด้อยเลยแม้แต่น้อย หากเป็นตัวต่อตัวเขาอาจไม่สามารถเอาชนะใครได้เลย พลังโจมตีของอีกฝ่ายก็มากพอจะสังหารเหล่าเหยื่อที่เป็นนักสลักเหล่านั้น ตลอดการต่อสู้เขาจึงดีใจที่แผนของตนสำเร็จและอีกฝ่ายนั้นโง่กว่าที่คิด
ในตอนที่จะชนะแล้วจึงได้รู้ว่าตนนั้นโดนหลอก อีกฝ่ายนั้นเพียงมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ พรรคพวกของอีกฝ่ายนั้นบุกไปที่เรือม้าอัคคีเพื่อช่วยเหล่าทาสบนเรือ
กัปตันอาลีทำได้เพียงแก้ปัญหาตามสถานการณ์ รีบปิดฉากเพื่อตามไปที่เรือ แต่..ไม่มีแต่อีกต่อไปแล้ว ภาพทุกอย่างดับวูบ
คืนกลับสู่ปัจจุบัน ม้าแผงคอแดงเก็บกวาดศัตรูทั้งหมดจนเรียบร้อย หลงเหลือเพียงนักผจญภัยทั้ง 3 ที่ตั้งท่าเตรียมรับมือกับผู้ที่ไม่ทราบว่าเป็นมิตรหรือศัตรูตรงหน้า
“คุณ..คุณคือผู้ที่สังหารพวกโจรสลัดเลวทรามและนายหน้าค้าทาสเหล่านั้นใช่มั้ยครับ” นักผจญภัยดาบปะการังถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แม้อีกฝ่ายจะเป็นสัตว์แต่ด้วยระดับพลังเช่นนั้น อีกฝ่ายย่อมมีสติปัญญามากพอจะเข้าใจภาษากลางของมหาทวีป
นักผจญภัยอีกสองคนทางด้านหลังกำสมบัติสายป้องกันของตนไว้แน่น แม้ไม่มั่นใจนักว่ามันจะได้ผลกับม้าแผงคอแดงตรงหน้าหรือไม่หากในเวลานี้พวกเขาต้องการที่พึ่งทางใจ
เซเรนเซ่ผงกหัวขึ้นลงพร้อมกับเก็บดาบของตนเข้ากระเป๋าบรรจุวังด้านหลัง มันยกสองขาหน้าขึ้นพร้อมส่งเสียงอย่างเป็นมิตร
“ฟืด!”
คี!..เซเรนเซ่เอง!
สามนักผจญภัยนั้นสะดุ้งกันอย่างสุดตัวเมื่อเห็นม้าแผงคอแดงยกขาหน้า ท่าทีเช่นนั้นเป็นท่าทีที่ม้าชอบทำเวลาสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม พวกเขาจึงรีบถอยห่างพร้อมทั้งโบกมือไปมาอย่างรวดเร็ว “ไม่ใช่ศัตรูนะครับ!”
“เพราะคุณคอยจัดการพวกเลวทรามมาตลอด พวกผมเลยสามารถช่วยเหลือคนได้มากมายเลยนะครับ!” นักผจญภัยผู้ใช้เปลือกหอยพูดอย่างลุกลี้ลุกลน
“พวกผมเห็นเจ้าโจรสลัดชั่วนั้นมันค้าทาสอย่างเปิดเผย ทำผิดพันธสัญญาปฐพีและวารี พวกผมจึงไม่อาจทนได้ครับ!” นักผจญภัยคนสุดท้ายรีบกล่าวเสริม
“พวกผมไม่ได้มีเจตนาจะแย่งเหยื่อของคุณหรือเป็นศัตรูเลยครับ!”
เซเรนเซ่เอียงคอมองทั้งสามอย่างมึนงง มันทำอะไรผิดไปเหรอ ทำไมทั้งสามจึงกลัวมันเช่นนั้น? เมื่อเห็นว่าทั้งสามกลัวมัน หูของมันจึงตกลง หางที่ส่ายไปมาก็ลู่ลงด้วยความจ๋อย
ตั้งแต่เด็กแล้วที่มันตัวโตไวกว่าชาวบ้านเขา มันไม่ได้รังเกียจที่ตัวมันเองตัวใหญ่ นิทานเคยบอกว่าที่มันตัวใหญ่ก็เพราะความรักจากเขามันเต็มอิ่ม คีตาจึงภูมิใจที่มันตัวใหญ่มาก นอกจากจะกอดนิทานได้อย่างอบอุ่นแล้วยังช่วยปกป้องนิทานได้อีกด้วย จะให้นิทานขี่หลังมันก็ยังได้
แต่ก็เพราะขนาดตัวที่ใหญ่ของมันนี้เองคนหลายคนจึงมักกลัวมัน ตัวของมันเองก็เป็นสีดำสนิท แค่มันยืนอยู่เฉย ๆ ก็มากพอจะทำให้คนรอบข้างกลัวแล้ว มันจึงพยายามเรียนรู้ที่จะกระดิกหางและหูเพื่อให้ดูน่ารักแต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์เท่าไหร่นัก
มันคาบกระดาษที่เตรียมไว้ก่อนหน้า สะบัดให้อีกฝ่ายก่อนจะกระโดดหายไป นักผจญภัยทั้งสามย่อมสัมผัสไม่ได้ถึงความน้อยใจจากอีกฝ่าย เพียงโล่งใจที่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ต้องการสังหารพวกตนไปด้วย
พลังและความเร็วระดับนั้น อย่าว่าแต่จะป้องกันเลย จะมีโอกาสให้พวกเขาได้ใช้สมบัติป้องกันรึเปล่าพวกเขายังไม่แน่ใจ
สิ่งที่ระบุในกระดาษใบนั้นคือพิกัดกลางทะเลและเวลา รวมถึงถ้อยคำทิ้งท้าย ‘ติดต่อสมาคมนักผจญภัย ต้องการเรือลำใหญ่ ช่วยเหลือทาส’
นักผจญภัยทั้งสามเงยหน้าขึ้นมองม้าแผงคอแดงที่จากไปแล้ว ร่างกายที่สั่นเครือของทั้งสามสงบนิ่งลงในที่สุด แล้วจึงตามมาด้วยความตื้นตันใจที่เอ่อล้นอยู่ในอก
อีกฝ่ายคือผู้ที่คอยสังหารพวกชั่วจริง ๆ! ก่อนหน้านี้ทาสของนายหน้าค้าทาสและโจรสลัดที่ถูกสังหารนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ภารกิจที่พวกเขารับมานั้นมีเรื่องการตามหาตัวทาสเหล่านี้ที่หายไปด้วย นอกเหนือจากนั้นคือการทำตามความต้องการของพวกเขาเอง
การที่ทาสเหล่านั้นหายไปยิ่งทำให้ความวุ่นวายนั้นทบทวี โจรสลัดต่างโยนความผิดกันไปมา บ้างก็ว่าทาสเหล่านั้นถูกสังหารสิ้นแล้ว บ้างก็ว่าผู้สังหารนั้นช่วยทาสเหล่านั้นไปด้วย ดูเหมือนคำตอบที่ถูกจะเป็นอย่างหลัง
ทาสที่ม้าแผงคอแดงช่วยนั้นหากให้นับคร่าว ๆ สมควรเกินร้อยคนไปแล้ว ตลอดหลายวันมานี้ม้าแผงคอแดงตัวนั้นเอาทาสไปซ่อนไว้ที่ไหนกัน? เรื่องเหล่านั้นไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะนักผจญภัยทั้งสามรับรู้หน้าที่ของตนเป็นอย่างดี