ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่399 ความกังวลใจของยี่ผิง

         เสียงต่อสู้ดังไล่หลังอี้เฉิน กับ ยี่ผิง ดังออกมาไม่ขาด กัมปนาทดังกึกก้อง ส่งลมกรรโชกโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ทว่าอี้เฉินก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด วางยี่ผิงที่ดื้อรั้นลง ฝ่ามือของนาง ทุบหลังอี้เฉิน จนต้องกระแอมไอออกมาหลายที ตุ๊บ! ตุ๊บ! "เจ้าปล่อยข้าลงเดียวนี้ ข้าไม่รู้หรอกนะ ว่าเจ้าเป็นใครมาจากไหน แต่ข้าขอบคุณเจ้ามาก ทว่าสหายของข้ายังอยู่ยังสถานที่แห่งนั้น จะให้ข้าหนีไปคนเดียวได้อย่างไรเล่า"


 

          อี้เฉิน ที่จับเอวคอดบนบ่านางไว้แน่น ส่ายหัวน้อยๆ ในทันที ก่อนบอกกล่าวตัวนาง "เจ้าอยากให้ผู้ติดตามของเจ้าตายตก สูญเปล่างั้นหรือ เจ้าตั้งสติหน่อยยี่ผิง พวกเขาเผาผลาญแก่นแท้เลือดบริสุทธิ์ ไม่ช้าพวกเขาก็จะ ยื้อเวลาให้เราได้อีกไม่นาน"


 

         ยี่ผิงนางกำหมัดจนแน่น เลือดหลั่งไหลออกจากฝ่ามือ ดวงตาที่แดงก่ำ เริ่มมีน้ำตาไหลริน อาบย้อมพวงแก้ม ครั้นได้ยินเสียงต่อสู้ของผู้ติดตามของเขาเป็นครั้งสุดท้าย ส่งพวกเขาได้เพียงสายตาอันเศร้าสร้อย ในกรอบสายตาวูบไหว ด้วยเพลิงโทสะที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้ "พวกเจ้า  ข้าขอโทษที่ข้าอ่อนแอเกินไป"

 


อี้เฉิน ที่เห็นท่าทีของยี่ผิงไม่ดิ้นรนดื้อรั้น เขาเอ่ยถามนางในทันที "เจ้าช่วยชี้นำทาง ที่ไวที่สุดให้ข้าได้หรือไม่ ข้าจะพาเจ้าไปส่งที่เผ่าสงครามให้เอง"

 


        ยี่ผิง นางตกใจอยู่ไม่น้อย เหตุใดชายหนุ่มภายในโลกปราณจิตถึงทำดีกับนาง เฉกเช่นนี้ ทว่าเมื่อเห็นกายา ชายหนุ่มผมขาวเต็มไปด้วยบาดแผลจากหิมะกัด มันก็ทำให้นางประหลาดใจอย่างมาก ประหนึ่งชายหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่คนของทวีปหนาวเหน็บ ไม่รู้การเอาตัวรอดจากมัน "เหตุใด เจ้าถึงกล้าสอดมือเข้ามา หรือเจ้าไม่กลัวเผ่าอสูรฟ้า ผู้ที่ได้สมญานามว่า ดินแดนแห่งมือสังหารเทพ"


 

        อี้เฉิน กล่าวด้วยท่าทีขี้เล่น "ข้าแค่ไม่อยากเห็นหญิงงามผู้หนึ่ง ต้องตายตกไปก็เท่านั้น" ทว่า ระหว่างที่เดินทางไปพูดคุยไป ฝ่ามือสีดำทมิฬ ที่แบกยี่ผิงไว้ จู่ๆ ก็เอื้อมไปลูบคลำ ก้นงอนของนางเข้า มันจึงทำให้ยี่ผิงสะดุ้งเฮือก ตบฝ่ามือใส่ใบหน้าอี้เฉิน ในทันที ป๊าบ!


 

ยี่ผิง นางด่ากราดในทันที "เจ้า! เจ้า! คงไม่ได้หวังร่างกายของข้าหรอกนะ ไอ้เลวไอ้ระยำเอ๊ย ปล่อยข้าลงเดียวนี้"


 

        อี้เฉิน เขามีสีหน้าบึ้งตึงในทันที ทว่าเขาก็ไม่ได้คิดปล่อยตัวยี่ผิงแต่อย่างใด เขาไม่คิดว่าไอ้แขนเฮงซวยของเขามันจะทำเรื่องเช่นนี้ ก่อนอี้เฉินจะส่งปราณจิตเข้าไป พูดคุยกับมันโดยตรง "เจ้า! เจ้า! ข้านึกว่าดวงวิญญาณของเจ้าจะหายไปแล้วเสียอีก ไอ้ซากแขนเทวะของจักรพรรดิโลหิต เฮงซวย เจ้าถึงกับกล้าทำเรื่องเช่นนี้เลยงั้นหรือ แล้วนางจะมองข้าเป็นคนเยี่ยงไรเล่า"


 

        ฉับพลันเสียงที่แหบพร่าก็กล่าวออกมาก่อนที่มันจะหลับใหล "เหมือนเจ้าจะมีเสน่ห์ ดึงดูดเพศตรงข้ามอยู่ไม่น้อย ..สตรีนางนี้ก็ไม่เลว ถึงกับผสานรวมเข้ากับหินเทพเจ้าได้ ภายภาคหน้านางต้องยิ่งใหญ่โดยไม่ต้องสงสัย เจ้ากับข้ามีชะตาที่ผูกกันหากมีผู้ยิ่งใหญ่ไว้ คอยหนุนหลังมันจะไม่ดีสำหรับ ข้าและเจ้าหรอกหรือ"

 


        อี้เฉินได้ยินคำพูดของมัน ประหนึ่งเป็นพ่อสื่อ ชักนำหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า มันก็ทำให้อี้เฉิน ปวดเศียรเวียนเกล้า ไม่คิดเล่นกับไฟ ก่อนบอกกล่าว ยี่ผิงไม่คิดเล่นกับนางอีกต่อไป "เจ้าเลิกดิ้นได้แล้ว เรื่องเมื่อครู่ ถือว่าข้าไม่ได้ตั้งใจแล้วกัน" อี้เฉินไม่รู้จะอธิบายกับนางว่าเช่นไรดี จึงตอบออกไปแบบนั้น

 


"เจ้า! เจ้า! ขยำก้นข้าเช่นนั้น แต่เจ้าอธิบายให้ข้าฟังได้แค่นี้เนี่ยนะ" ยี่ผิง นางดิ้นสุดชีวิตในทันที หมายมั่นจะสลัดออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่ม ทว่าเมื่อนางได้ยินคำพูดของอี้เฉินที่กล่าวออกมาอีกครา มันก็ทำให้นางติดสตั๊น ไปหลายวินาที

 


"ข้าเอง ชายหนุ่มอัปลักษณ์ที่เจอเจ้าเมื่อ 5เดือนก่อนหน้านี้ ที่เจ้าถามข้าวันนั้น ข้าไม่ได้ให้คำตอบ ยามนี้ข้าให้คำตอบกับเจ้าแล้ว มันคงจะไม่สายเกินไป ใช่หรือไม่"

 


         ยี่ผิง ครั้นได้ยินคำพูดจากปากชายหนุ่ม เต็มสองรูหู เพื่อเป็นการยืนยันความ เคลือบแคลงใจของนางในยามก่อน นางมองค้อน หน้าบวมตุ๊บป่อง ในทันที "แล้วเหตุใด วันนั้นเจ้าไม่อธิบายให้ข้าฟังเล่า เลือกที่จะหนีข้าไปดื้อๆ เช่นนี้"

 


         ทว่าเมื่อ ยี่ผิง ครุ่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาเดือนกว่านี้ มันก็ทำให้นางตกใจสุดแสน "เจ้า! เจ้า! หรือจะเป็นอี้เฉิน ที่อยู่ในใบประกาศค่าหัว ตามหัวเมืองนครใหญ่ เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ข้าก็นึกอยู่ว่า เหตุใดใบหน้า ในใบปลิว ถึงคุ้นหน้าข้าเหลือเกิน"

 


         อี้เฉินที่พุ่งปราด อุ้มหญิงสาว ออกไปด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ครั้นได้ยินคำพูดของ ยี่ผิง ว่าตัวเขามี ใบประกาศค่าหัว เขาตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ไม่คิดพวกสำนักใหญ่มันจะบ้าคลั่งกันถึงเพียงนี้ ถึงกับตั้งค่าหัวของเขา การจะทำอะไรต่อจากนี้คงจะยากลำบากเป็นแน่

 


         ยี่ผิง ที่ยังคงมีแววตาที่เศร้าสร้อย ครั้นเห็นใบหน้าของอี้เฉิน มันก็ทำให้นางฝืนยิ้มน้อยๆ ขึ้นมาได้บ้าง ครั้นเห็นใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความกังวล "เจ้าไม่ต้องกังวลไป ใบปลิวที่ตามจับตัวเจ้า เส้นผมในใบปลิวนั้นเป็นสีดำขลับ ไม่ใช่สีขาวโพลนเฉกเช่นนี้" ก่อนยี่ผิง นางจะยกฝ่ามือขึ้นมา สางผมสีขาว ราวหิมะชายหนุ่มเล่น มันทั้งอ่อนนุ่ม ให้ความบริสุทธิ์ไร้มลทิน

 


...พวกเขาทั้งสองเร่งเดินทางไป2วันสองคืนเต็ม ก่อนจะมาหยุดอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ ใช้สถานที่แห่งนั้นเป็นที่พักพิงหลบ อายความหนาวเย็น เสียดแทงกระดูก ทว่ายี่ผิงก็ต้องตกตะลึง ครั้นเห็นอี้เฉิน นำสมุนไพรออกมากัดกิน หรือว่าที่เขารอดตายจาก ป่าเยือกแข็งอเวจี เนื่องด้วยเขากินสมุนไพร มาตลอดระยะเวลา ก่อนยี่ผิงจะส่งน้ำเต้าออกไปให้อี้เฉิน "เจ้าลองกินมันดู มันจะช่วยให้ร่างกายของเจ้าอบอุ่นขึ้น"

 


          อี้เฉินมองมาที่ตัวนาง ครั้นเห็น หญิงสาวทำท่าทาง ให้เขาดื่มมันลงไป เขาไม่รอช้าเปิดจุกปล่อยให้น้ำสีขาวไหลลงลำคอไปอย่างไว ทว่าเมื่ออี้เฉินได้รู้รสสัมผัสของมัน คล้ายๆ เหล้า กับนมสัตว์ผสมกันมันก็ทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย ก่อนที่กายาของเขาจะค่อยๆ รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา ทว่าใบหน้ากับแดงขึ้นมาไม่น้อย ด้วยฤทธิ์ที่รุนแรงเกินไป

 


ยี่ผิง กล่าวพูดพร้อมกับชื่นชมมันไม่น้อย "มันรสเลิศไม่เลวใช่ไหมเล่าอี้เฉิน ของสิ่งนี้มันก็คือนม เหล่าแกะบนเทือกเขาสูง ที่ใช้เวลาบ่มนานนับปี กว่าจะมาเป็นของสิ่งนี้"

 


"อืมๆ รสเลิศดี ข้าไม่ได้กินของอร่อยเช่นนี้มานานแล้ว แต่ข้าว่ามันฤทธิ์รุนแรงไปหน่อยนะ เล่นซะข้ามึนหัวเลย"

 


          หญิงสาวครั้นเห็น ชายหนุ่มใบหน้าแดงน้อยๆ ใบหน้าที่เศร้าสร้อย อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นมา บอกกล่าวอี้เฉิน "หากข้ากับเจ้ารอดจากป่าเยือกแข็งอเวจีไปได้ ข้าจะพาเจ้าไปกินของอร่อยภายใน เผ่าสงครามของข้าเอง" นางรู้ดีไม่ใช่เรื่องง่ายที่พวกเขาจะหนีการไล่ล่าครั้งนี้ไปได้ง่ายๆ เนื่องด้วยพวกเขามีสัตว์ขี่อสูรฟ้า ไม่ช้าก็คงตามพวกเขาทันเป็นแน่

 


         อี้เฉินครั้นได้ยินเขายิ้มเจื่อนๆ ให้นางในทันที ตัวเขาเพียงแค่อยากจะส่งตัวนางกลับเผ่าสงครามไปเท่านั้น ไม่คิดหยุดรั้งรอยังสถานที่นั้นนานเกินไป อี้เฉินรับรู้ได้เป็นอย่างดี ตัวเขาราวกับเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ หากผู้คนรับรู้ถึงตัวตนของเขา เกรงว่าได้ชักนำหายนะมาสู่ ดินแดนนั้นเป็นแน่ อี้เฉินจึงไม่คิดพักพิงอยู่กับยี่ผิง ไหนจะเรื่องที่เขามี เคล็ดวิชาของจักรพรรดิโลหิตนั้นอีก ยามนี้เขายังไม่มีเวลาได้เปิดอ่านมันเลยแม้แต่น้อย ปล่อยมันลอยล่องอยู่ภายในทะเลความรู้อยู่เช่นนั้น

 


           ทว่าเมื่อ ยี่ผิงกับ อี้เฉิน ได้ยินเสียงสัตว์อสูรฟ้าร้องคำรามออกมา มันก็นำพาให้หัวใจพวกเขาตกลงไปอยู่ตาตุ่ม ในฉับพลัน พวกเขาทั้งสองไม่รอช้าครั้นยันกายขึ้นมายืนได้ก็พุ่งปราดออกไปในทิศทาง เผ่าสงครามในทันที แม้ว่าอี้เฉินจะอยู่ในขั้นพลังกษัตริย์ ทว่าความเร็วของอี้เฉินก็ไม่ด้อยไปกว่า ยี่ผิงที่อยู่ในขั้นพลังเทวะ ระดับต้นแม้แต่น้อย ตามติดอยู่นางไปไม่ห่างกาย

 


อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะไต่ถามยี่ผิง "อีกนานหรือไม่ยี่ผิงกว่าพวกเราจะถึงเผ่าสงคราม"

 


          ยี่ผิง บอกกล่าวอี้เฉินด้วยความยากลำบาก "หากเราเดินทางเช่นนี้ต่อไป น่าจะใช้เวลาอีกราวๆ 4-5วัน แต่หากเราเข้าใกล้เขตชายแดน พวกเขาก็ไม่น่า บุ่มบ่ามไล่ล่าพวกเรา" ครั้นอี้เฉินได้ยินเขาค่อยผ่อนลมหายใจ แต่ยี่ผิงนางไม่คิดเช่นนั้นกลุ่มคนพวกนี้คงไล่ล่าพวกเขาไปจนสุดทาง ไม่รามือจากไปแน่ ครั้นเห็นเหยื่อ อันโอชะอยู่ตรงหน้า

 


****หมายเหตุ   ในที่สุดก็จะถึง400ตอนแล้ว   ไรต์จะยังไม่เพิ่มตอนขายนะครับ ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนผลงาน  ไรต์ เองก็เห็นใจผู้อ่านที่ตามซื้อ  ถึงเงินที่ได้มาจะพอแค่ค่าน้ำค่าไฟก็ตาม แต่อยู่ในจุดที่ไรต์ รับได้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน