“แม่ ดูนี่!” หญิงคนนั้นพุ่งเข้าไปโดยไม่สนใจสองสาวงามที่กำลังยืนอยู่ด้านข้าง เธอไปหาหญิงชราที่อยู่บนเตียงและตะโกนออกมา
“ลูกชายและสะใภ้ของคุณแทบถูกหลานสาวคุณฆ่าแล้วนะคะ!”
“ฉันไม่มีลูกชายและลูกสะใภ้!” หญิงชราตบเตียงและพูดอย่างโมโห “ลูกชายและลูกสะใภ้ของฉันตายไปแล้ว! แก ออกไปได้แล้ว!”
“แก ยัยแก่ ทำไมแกพูดอย่างนั้น!” หญิงคนนั้นเท้าเอว และเยาะเย้ย “ไม่ว่ายังไง อู๋เฟิงก็เป็นลูกของแก และมีเลือดของตระกูลอู๋อยู่ในตัว! อย่าคิดว่าแค่พูด และเขาจะไม่ใช่ลูกชายแกน่ะ! บ้านหลังนี้ เป็นสมบัติของอู๋เฟิง แกไม่สามารถปฏิเสธสิ่งนี้ได้!”
“โอ้วววว!” เหลียวชาชาที่อยู่ใกล้ๆ เพิ่งจะเข้าใจ “กลายเป็นหญิงคนนี้อยากจะได้มรดกของตระกูล! ละครที่อยู่ในทีวี ฉันคิดว่าพวกเขาหลอกซะอีก ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอที่นี่”
“ชาชา ระวังปากหน่อย” หยูลู่จับมือเหลียวชาชา “กับผู้หญิงหน้าไม่อายแบบนี้ ไม่มีอะไรต้องพูดกับเธอ”
“ฉันรู้ พี่ลู่ลู่” เหลียวชาชาพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง บทสนทนาของพวกเธอทำให้หญิงคนนั้นโกรธ
“อู๋ซิ่น ยัยหน้าด้าน แกพาใครมาบ้านฉันหะ!” ทำตัวราวกับเป็นคุณนายเจ้าของบ้าน เธอชี้ไปที่สองสาวสวย และฉินเฉาที่เพิ่งเข้ามา และร้องออกมา “พาพวกมันออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้!”
“โจวชูเฟิน!” หญิงชราโมโห ถ้าฉินเฉาไม่ได้เพิ่งจะให้ลมปราณกับเธอเมื่อกี้ล่ะก็ หญิงชราคงต้องโมโหจนตายแน่ๆ “เรื่องเหลวไหลอะไรกัน! นี่เป็นบ้านของฉัน!”
“นี่เป็นบ้านของสามีฉัน!” น้าสาวของอู๋ซิ่น สหายโจวชูเฟินดึงแขนสามีผู้เงียบสนิทเข้ามาข้างเธอ และจากนั้นก็พูด “บ้านของสามีก็คือบ้านของฉัน!”
“ไป! ออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ!” หญิงชราเหมือนจะสับสนด้วยความโกรธ ทำให้ขณะที่เธอพูดเธอต้องหายใจอย่างหนักหน่วง
“ย่าคะ อย่าโมโหเลยค่ะ!” อู๋ซิ่นร้องออกมา คว้ามือย่าของเธอไว้ และร้องออกมาซ้ำๆ
“ซินซิน หลานรักของย่า...” หญิงชราน้ำตาไหล ขณะที่กุมมือหลานสาว
“ยัยแก่ แกต้องทำให้มันชัดเจน!” โจวชูเฟินเท้าเอวและร้องเสียงแหลมออกมา “ยัยแก่อย่างแกมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่วัน เมื่อแกหลับตา แกยังมีฉันและลูกชายช่วยจัดงานศพให้ ถ้าแกไม่เปลี่ยนชื่อเจ้าบ้านเป็นอู๋เฟิง ฉันจะบอกให้ ศพของแกจะต้องนอนเน่าอยู่บนเตียง!”
“ออกไป!” หญิงชราหยิบหมอนขึ้นและขว้างออกไป “ต่อให้ฉันต้องเน่าอยู่ในห้อง แต่ก็ต้องดีกว่าต้องเห็นหน้าสัตว์เดรัจฉานอย่างพวกแกสองคน!”
“ยัยแก่ ผิดแล้ว!” โจวชูเฟินเยาะเย้ย “ฉัน ลูกสะใภ้ของแก เพียงแค่ทำไปด้วยเจตนาดี! ดูสิ ฉันอุตส่าห์แนะนำซินซินให้กับคุณหมอที่เพิ่งข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาเลยนะ! มาดูสิ มาดูชายหนุ่มคนนี้ เขาทั้งหล่อทั้งฉลาด ยิ่งกว่านั้น เขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องยาที่หลักแหลมมาก”
โจวชูเฟินชี้ไปที่ชาวต่างชาติปลอมๆ และพูด “ยัยแก่ ถ้าเขากลายเป็นหลานเขยของแกล่ะก็ เขาก็จะสามารถช่วยรักษาโรคของแกได้ แม้ว่าแกจะไม่สามารถอยู่ถึงร้อยปี แต่ก็สามารถมีชีวิตมากขึ้นอีกหลายวันจนเห็นวันที่หลานสาวของแกแต่งงาน”
“เหอะ!” หญิงชราถุยน้ำลายออกมา “ฉันไม่ให้เธอต้องมายุ่งเรื่องของหลานสาวของฉันหรอก! ฉัน ยัยแก่คนนี้ ใช้ชีวิตอย่างประหยัด และมีบ้านหลังนี้ เมื่อเธอเรียนจบและหาคนรัก ทั้งหมดนี้จะเป็นสินเดิมของฝ่ายหญิง ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางได้แม้แต่แดงเดียวจากฉัน!”
“ผู้อาวุโส อย่าโกรธไปเลยครับ” ชาวต่างชาติปลอมๆ เริ่มพูดด้วยสำเนียงลอนดอน “อาการป่วยของคุณห้ามโกรธนะครับ โรคปอดบวมนี้ แม้ว่าจะไม่มีวิธีรักษาให้หาย แต่ถ้าคุณคิดและดูแลตัวเองดีพอ คุณก็จะสามารถมีชีวิตต่อได้อีกสักสองสามปี”
โจวชูเฟินเสริม “ใช่แล้ว ถ้าแกปล่อยให้หลานสาวของแกแต่งงานกับแจ็ค เขาก็จะช่วยแกจัดการให้สักหลายๆ วัน แบบนี้ไม่ดีเหรอ!? ตราบเท่าที่แกเปลี่ยนชื่อเจ้าของบ้านเป็นของฉัน...ของสามีฉัน เรื่องอื่นสามารถคุยกันได้!”
“แกเสียสติไปแล้วเหรอ! ฉันควรจะตาย!” หญิงชรากัดฟัน และจ้องไปที่คนที่เรียกตัวเองว่าสะใภ้ด้วยความโกรธ
“เฮ้...” อันดับแรกฉินเฉาขยิบตาให้หยูลู่และเหลียวชาชาก่อน และจากนั้นจู่ๆ ก็เดินเข้าไปและดึงอู๋ซิ่นเข้ามากอด “ถ้าแกอยากจะแต่งกับอู๋ซิ่น อย่างแรกแกต้องถามแฟนคนปัจจุบันของเธอก่อน”
“หา?” หยูลู่และเหลียวชาชาตกใจไปชั่วขณะ แต่เมื่อคิดเกี่ยวกับฉินเฉาที่ขยิบตาให้เมื่อกี้ พวกเธอก็เข้าใจ ดูเหมือนชายคนนี้จะหาเรื่องคนอื่นอีกแล้ว
“ฟะ แฟน?” หน้าของอู๋ซิ่นขึ้นสี และหัวใจของเธอกระพือปีกราวกับผีเสื้อ พระเจ้า เขาบอกว่าเขาเป็นแฟนฉันจริงๆ ...ฉะ ฉันไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย?
“เด็กดี!” หญิงชราสนับสนุน “ย่าชอบเจ้า เมื่อย่าจากไปแล้ว เจ้าสามารถแต่งกับซินซิน และมีลูกได้”
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ ฉินเฉาและอู๋ซิ่น ทั้งสองคนพากันอายอย่างมาก อู๋ซิ่นก้มหน้างุดด้วยความอาย ขณะที่เหงื่อเย็นๆ ไหลอาบหลังฉินเฉา ฉันและอู๋ซิ่นมีลูก? ซูจีจะต้องเอามีดมาไล่แทงฉันและสับฉันเป็นสิบแปดส่วนแน่ๆ ....
“เหอะ!” แม้ว่าพวกเขาจะเต็มใจ โจวชูเฟินแน่นอนไม่เต็มใจ “แกก็แค่อยากจะยึดสมบัติ! ฉันไม่รู้ว่ายัยหน้าด้านนี้ไปหาเจ้านักเลงนี่มาจากไหน แต่ เขาต้องการยึดสมบัติของบ้านตระกูลอู๋ของเรา! เหอะ ฝันไปเถอะ! เมื่อฉันอยู่นี่ ฉันไม่ให้ใครได้บ้านหลังนี้ไปหรอก!”
“เอาจริงๆ แล้ว ฉันไม่เข้าใจจริงๆ นะ” ฉินเฉาวางแขนไว้ที่เอวอู๋ซิ่น และพูด “เธอบอกเองว่าบ้านในเขตจินหู่ทั้งผุทั้งพัง และกระทั่งอันตราย แต่ทำไมเธอถึงยังต้องการบ้านหลังนี้?”
“ฮึ่ม แกจะไปรู้อะไร!” โจวชูเฟินพูดอย่างผู้ชนะ “ฉันมีข้อมูลวงในมาว่าเขตจินหู่นี้จะถูกกลุ่มต้าฟาเข้าครอบครอง ไม่นาน พวกเขาก็จะเริ่มซื้อบ้านในเขตนี้ บ้านเน่าๆ นี้ก็จะกลายเป็นมีค่า! บ้านหลังนี้มีพื้นที่มากกว่า 40 ตารางเมตร มันจะต้องขายได้อย่างน้อย สามแสนแน่นอน ฮ่าๆ ๆ!”
เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ยิ่งทำให้โจวชูเฟินหัวเราะเสียงดัง ความตื่นเต้นของเธอไม่ได้น้อยไปกว่าเมื่อตอนสาวน้อยจะแต่งงานเลย
“หือ?” ฉินเฉากะพริบตาปริบๆ และมองไปที่สองสาวงาม “ต้าฟากรุ๊ปจะซื้อที่ในเขตทะเลสาบจินหู่นี่เหรอ?”
“ไม่...” หยูลู่รีบโบกมือปฏิเสธ “ที่บอร์ดผู้บริหาร ไม่มีแผนการเรื่องนี้ สภาพแวดล้อมของเขตจินหู่นี้ยากจน และการจราจรก็ยังไม่สะดวกในปัจจุบัน มันจึงไม่มีค่าในการที่จะพัฒนา นอกเสียจากว่าบอร์ดบริหารของต้าฟากรุ๊ปจะมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะไม่เอาเงินมาใช้พัฒนาแผนการงี่เง่าแบบนี้หรอก”
“ดูสิ!” ฉินเฉาทำท่าทำทางให้กับโจวชูเฟินด้วยมือของเขา “คุณย่าได้ยินแล้วใช่มั้ยครับ? ต้าฟากรุ๊ปไม่ได้กำลังจะซื้อเขตนี้”
“ฮึ่ม!” โจวชูเฟินเยาะเย้ย “นักเลงอย่างแกจะไปรู้อะไร! นี่เป็นข้อมูลวงในของฉัน ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถรู้เรื่องนี้ได้!”
“แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริง” ฉินเฉาเสริม “มันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอนี่ บ้านหลังนี้เป็นของคุณย่า แล้วเธอก็ยังไม่ตาย และบ้านหลังนี้ก็จะไม่มีทางเป็นของเธอด้วย!”
“แก!” โจวชูเฟินเกรี้ยวกราด “ด้วยท่าทางขี้โรคแบบนั้น เธอจะอยู่ไปได้อีกกี่วันกัน!”
“หึหึ ไม่รู้เรื่องจริงๆ ...” ฉินเฉายกยิ้ม “เธอแค่ป่วย เธอคิดว่าเธอจะไม่ดีขึ้นอย่างงั้นเหรอ?”
“นี่เพื่อน” ในเวลานี้ ชาวต่างชาติปลอมๆ ที่ชื่อแจ็คก็พูดขึ้นมา “ปัจจุบัน ไม่มีวิธีรักษาโรคปอดบวมหรอกนะ นอกจากผู้ป่วยจะผ่าตัดเปลี่ยนกับปอดที่สุขภาพดี ฉันคงไม่ต้องพูดถึงเรื่องราคาของมันหรอกนะว่าแพงแค่ไหน ซึ่งนายคงไม่สามารถมีได้ สิ่งที่ท้าทายที่สุดก็คือการที่จะหาปอดที่เข้ากันได้ ฉะนั้น โรคนี้ทำได้เพียงบรรเทา ไม่อาจรักษา แม้ว่าฉันจะหวังให้ผู้อาวุโสมีชีวิตยืนยาวกว่านี้ ฉันก็กลัวว่าปอดของเธอจะพังไปซะก่อน”
หลังจากที่เขาพูดเสร็จ หน้าอู๋ซิ่นก็กลายเป็นเสียใจ และน้ำตาเริ่มไหลออกมา ฉินเฉากอดเธอไว้แน่น ซึ่งมีรอยยิ้มเหน็บแนมแขวนไว้ที่มุมปากของเขา
“ใครบอกกัน...ว่าไม่มีวิธีรักษาโรคนี้?” ฉินเฉาเยาะเย้ย
“ฉันเป็นหมอ ยิ่งกว่านั้น ฉันยังจบมาจากมหาวิทยาลัยไฮเดิลเบิร์กในเยอรมัน!” ชาวต่างชาติปลอมๆ รีบยืดอกและคุยโต “ดังนั้น สิ่งที่ฉันพูดจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถ้านายต้องการให้รักษาผู้อาวุโส นายคงต้องพึ่งปาฏิหาริย์แล้วล่ะ!”
“หึหึ....” ฉินเฉายกยิ้ม “งั้น ฉันก็จะบอกนาย รอดู ฉันกำลังจะสร้างปาฏิหาริย์”
ฉินเฉาพูด และพลิกฝ่ามือแสดงให้เห็นกล่องเล็กๆ ที่สวยงาม
จากนั้นเขาก็เปิดกล่องด้วยมืออีกข้าง ทันใดนั้นก็มีกลิ่นของความสดชื่นกระจายไปทั่วทั้งห้อง
ทุกคนในห้องพากันได้กลิ่นหอมนี้ พวกเขาจู่ๆ ก็กลายเป็นมีกำลัง รูขุมขนทั่วร่างของพวกเขาพากันเปิดออก พวกเขารู้สึกสบายจริงๆ
ฉินเฉายิ้มและหยิบเอาเม็ดยาสีทองขึ้นมา
ยาเม็ดนี้เป็นของศิษย์ของนิกายราชาปีศาจมาก่อน ซึ่งเรียกว่ายาฟื้นปราณ ยาฟื้นปราณนี้มีผลในการรักษาที่ทรงพลังมาก และสามารถคืนลมปราณที่เสียไปอย่างมากได้ มันถึงกับสามารถคืนลมปราณให้กับผู้ฝึกตนได้ อย่าว่าแต่คนธรรมดาอย่างย่าของอู๋ซิ่นเลย
“มาครับ คุณย่า กินยานี้ ยานี้สามารถช่วยคุณได้”
ฉินเฉาวางยาลงบนมือของหญิงชรา ขณะที่อีกมือค่อยๆ กดลงที่หลังของเธออย่างอ่อนโยน แม้ว่ายานี้จะเป็นยามหัศจรรย์ แต่ถ้าคนธรรมดากินมันเข้าไป โดยไม่มีคนภายนอกช่วย ปราณในร่างของพวกเขาจะปั่นป่วน และผลข้างเคียงจะไม่ใช่เล็กๆ แต่โชคดีที่มีฉินเฉาที่สามารถนำทางให้ปราณในร่างกายของหญิงชราไปในตำแหน่งที่ถูกต้องได้ และจากนั้นก็ซึมเข้าไปในอวัยวะ
“นายเอานั่นให้เธอไม่ได้!” แจ็ครีบตะโกนออกมา “นายอยากจะฆ่าผู้อาวุโสหรือไง?”
“ยัยเด็กหน้าด้าน!” โจวชูเฟินเท้าเอวและตะโกนออกมา “เธอและสามีวางแผนจะฆ่ายัยแก่ และจากนั้นก็ยึดบ้านของเธอหรือไง!? เหอะ จะบอกให้นะ หยุดฝันซะ!”
“ฉินเฉา...” หยูลู่กังวล เธอรู้ว่าชายคนนี้มากความสามารถ แต่เธอไม่เคยได้ยินว่าเขาสามารถรักษาโรคได้! “นายแน่ใจนะ?”
“ผ่อนคลาย!” ฉินเฉาส่งยิ้มอบอุ่นให้เธอ “ไม่เชื่อฉันเหรอ?”
“ฉันจะกิน!” ทุกคนต่างประหลาดใจเมื่อได้ยินคำพูดของหญิงชราคนนี้ “ฉันเชื่อเด็กคนนี้!”
พร้อมกันนั้น ก่อนที่ใครจะได้หยุดเธอ หญิงชราก็เอาเม็ดยาสีทองใส่เข้าไปในปากและกลืนลงท้องไป
ฉันไม่สน ต่อให้เป็นยาพิษ ถ้าฉันตาย หลานของฉันจะได้หมดห่วงสักที...หญิงชราพูดในใจ....
“โอ้ แกเพิ่งฆ่ายัยแก่ไป!” โจวชูเฟินตะโกน....
จบตอน