ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 46 : เขามีอารยะธรรมเหมือนเรา

    ปราบหลุดออกมาจากม่านหมอก เขาวาดสายตามองทั่วแล้วพยักหน้าช้าๆ

     

    “ อัลตรอนรายงาน “ ปราบเอ่ย

     

    “ เจ้านาย หมอกเมื่อครู่มีความหนาแน่นสูงแลมีการกระจายเป็นวงกว้างรอบพื้นที่ ขนาดของหมอกหนาสามร้อยเมตร “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    “ ส่งข้อมูลกลับได้รึไม่ “ ปราบเอ่ย

     

    “ จะลองดู “ อัลตรอนเอ่ย

     

    ชายหนุ่มกวาดสายตามองทั่วอาณาอีกรอบก่อนที่จะทะยานร่างขึ้นสูง

     

    “ เจ้านายติดต่อได้แล้ว “ อัลตรอนเอ่ย

     

    ปราบเปิดกล้องเพื่อถ่ายภาพกลับไปยังศูนย์ขอนแก่น “ เบื้องต้นเป็นเพียงพื้นที่ธรรมดาไม่มีปราณพลังในเขตที่ผมอยู่ “

     

    “ ผมจะขยับไปในอีกหนึ่งกิโลเมตร “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    ปราบทะยานร่างอย่างช้าๆตรงไปเบื้องหน้า

     

    “ ปรากฏอสูรระดับหนึ่งจำนวนมากอยู่กระจุกตัวในอาณาเขตของตนเอง “ ปราบเอ่ย

     

    “ พบเจออสูรบินระดับสองฝูงใหญ่ “ ปราบเอ่ย

     

    เขาเพ่งมองยังจุดสีดำที่อยู่ไกลออกไป แลเริ่มขยายใหญ่ขึ้น

     

    “ เจ้านายมันคือศรเหล็ก “ อัลตรอนเอ่ย

     

    ปราบพยักหน้าแล้วทำการหลบหลีกก่อนที่จะคว้าจับมันไว้ เขามองสำรวจทั่วศรเหล็ก “ ฝีมือมนุษย์ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ มีมนุษย์อยู่ในเกาะนี้ ยังไม่ทราบว่าเป็นพวกไหน “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    เขาทะยานร่างเข้าไปเรื่อยๆ

     

    ชายหนุ่มครุ่นคิดว่าทำไมคนพวกนั้นจึงได้ใช้ศรเหล็กหมายสังหารเขา ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นไปได้ยาก แต่กลับลองทำ

     

    “ ราวกับเร่งเปิดเผยตนเองกลัวคนจะไม่รู้รึว่าตนเองอยู่ที่นี่ “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    ภาพจากกล้องของชายหนุ่มที่ส่งกลับมานั้นมาบ่งบอกถึงสถานการณ์บนเกาะได้เป็นอย่างดี เพราะมีมนุษย์แลอสูร ทั้งยังสภาพของพื้นที่ที่พบเห็นนั้นช่างเหมือนกับสภาพพื้นที่หลังจากเกิดปรากฏการณ์อสูรกลืนเมือง

     

    เหล่านักวิจัยต่างกวาดตามองไปทั่วจอภาพรอบตัวของชายหนุ่ม มันทำให้พวกเขาคิดหนักเป็นอย่างยิ่งเพราะสถานการณ์โดยรวมของเกาะนั้นยังไม่น่าไว้วางใจ

     

    ปราบมาถึงยังภูเขาลูกใหญ่ที่มีร่องรอยของระเบิด เขาเร่งเข้าสำรวจร่องรอยระเบิดในทันใด

     

    “ มีกลิ่นกำมะถัน “ ปราบเอ่ย

     

    “ กำมะถันเป็นส่วนประกอบของติดระเบิด ซึ่งมีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ใช้กำมะถัน “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย

     

    “ พบเศษจรวดที่แตกออก “ ปราบเอ่ย

     

    “ กำลังเก็บเศษจรวด “ ปราบเอ่ย

     

    ชายหนุ่มนำถุงออกมาแล้วทำการเก็บเศษจรวดแลเศษดินลงไป

     

    “ หลุมระเบิดมีขนาดลึกสามเมตรกว้างหกเมตร แรงระเบิดกระจายออกเป็นรัศมีประมาณสิบห้าเมตร “ ปราบเอ่ย

     

    “ ไม่มีร่องรอยของสิ่งที่มีชีวิตหรือซาก “ เขาเอ่ย

     

    “ ไป “ ชายหนุ่มเอ่ยแล้วทะยานร่างจากไป

     

    เขามาถึงยังพื้นที่ที่มีการสู้รบอย่างหนัก มีหลุมระเบิดมากมาย มีโครงกระดูกมนุษย์นับพันแลโครงกระดูกอสูรหลายสิบ

     

    ชายหนุ่มทะยานร่างลงยังพื้นแล้วหยิบปลอกกระสุนขึ้นมาดู

     

    “ เป็นปลอกกระสุนขนาดห้าจุดห้าหกแลปลอกกระสุนขนาดเก้าม.ม. สิบเอ็ดม.ม. และอีกหลายชนิด “ เขาเอ่ย

     

    “ พบชุดทหารระบุว่าเป็นกองกำลังของยูเอ็น “ ปราบเอ่ย

     

    ผู้คนที่ชมการถ่ายทอดพลันส่งเสียงร้องครางฮือ เพราะในบันทึกของยูเอ็นนั้นไม่มีการเคลื่อนกำลังพลมาหลายปีแล้ว ภาพนี้จึงเกิดคำถามขึ้นมากมาย

     

    ชายหนุ่มใช้ท่อนเหล็กเขี่ยเศษแผ่นเหล็กให้หงายขึ้น ชายหนุ่มมองยังแผ่นเหล็กที่สีของมันลางเลือน

     

    “ อัลตรอนย้อนทวนได้รึไม่ “ ปราบเอ่ย

     

    “ วู๊มม “ พลันปรากฏภาพโฮโลแกรมลอยเหนือแผ่นเหล็ก

     

    “ หมาป่า “ ปราบเอ่ย

     

    “ กองกำลังหมาป่าของยูเอ็น “ ปราบเอ่ย

     

    “ เจ้านาย กองกำลังหมาป่าของยูเอ็นถูกก่อตั้งเมื่อพ.ศ.สองพันหกร้อยโดยรวบรวมเหล่าจอมยุทธระดับแรกเข้าด้วยกัน แล้วส่งไปยังสถานที่แห่งหนึ่งจวบจนวันนี้ก็ยังไม่พบเจอกองกำลังหมาป่า “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ นี่ไงเจอแล้ว “ เขาเอ่ย

     

    “ หวังว่าจากวันนั้นถึงวันนี้ทุกคนจะยังปลอดภัย “ ปราบเอ่ย

     

    “ ฮื่อห์ “ เขาถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    “ ไป “ ชายหนุ่มเคลื่อนย้ายออกจากจุดปะทะแล้วไปเรื่อยๆ

     

    ตลอดเส้นทางนั้น พบร่องรอยการอพยพมากมาย ทั้งยังพบร่องรอยปะทะเป็นระยะ

     

    “ หากนี่เป็นแผ่นดิน แล้วเป็นแผ่นดินจากที่ไหน ในเมื่อทุกแผ่นดินก็ยังยังคงอยู่ หากเป็นแผ่นดินเกิดใหม่เช่นแผ่นดินภูเขาไฟที่อินโดนีเซียก็ว่าไปอย่าง เพราะที่นั่นยังไม่มีสิ่งปลูกสร้าง แต่นี่มีสิ่งปลูกสร้างแล้ว อายุก็ไม่ต่ำกว่าร้อยปี “ เขาพึมพำ

     

    “ มันคืออะไรกัน “ เขาพึมพำ

     

    ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกแล้วเก็บตุ๊กตาหมีน้อยขึ้นมา แล้วให้อัลตรอนตรวจสอบ

     

    “ ไม่รู้แหล่งที่มา ไม่มีข้อมูล “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    “ แว่บ “ แสงจากกระจกสาดกระทบเข้าใบหน้าของชายหนุ่ม เขาเร่งเหลียวมองอย่างรวดเร็ว

     

    “ ไป “ ปราบร้องลั่นแล้วทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว

     

    “ ตุบ “ สองเท้าของเขาแตะลงยังพื้น

     

    “ รอยเท้ามนุษย์ “ ปราบเอ่ย

     

    “ อัลตรอนสแกน “ ปราบเอ่ย

     

    “ เจ้านายไม่มีสิ่งใดให้สแกนเพราะไม่มีพลังปราณ “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    เขามองยังรอยเท้าของมนุษย์ “ เป็นรอยเท้าของเด็กโต “ เขาเอ่ย

     

    ชายหนุ่มเดินตามรอยเท้ารอยเท้าไปอย่างรวดเร็ว

     

    ชายหนุ่มหยุดเดินแล้วมองยังรอยเท้าที่มีลักษณะกระโดดเพราะส่วนของปลายเท้ากดลึกลงหนัก

     

    ชายหนุ่มกวาดตามองทั่วเขาให้สงสัยว่าเด็กน้อยผู้นี้กระโดดเกาะสิ่งใด

     

    “ อัลตรอนสแกนอินฟราเรด “ ปราบเอ่ย

     

    “ เจ้านายในระยะหนึ่งกิโลเมตรไม่มีสิ่งใด “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ ราวกับภูตผี “ เขาพึมพำ

     

    ชายหนุ่มทะยานร่างขึ้นสูงแล้วกวาดตามอง เขาได้แต่ส่ายหน้า

     

    “ รึว่าศรเหล็กจะมาจากเด็กคนนี้ “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    “ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างแรงแล้วทะยานร่างข้ามผ่านดินแดนแถบนี้อย่างรวดเร็ว

     

    ชายหนุ่มลอยตัวนิ่งแลมองยังซากของสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ที่พังทลายลงเหลือเพียงอัฒจันทร์หนึ่งฝั่งที่ยังตั้งตระหง่าน เขาเร่งทะยานร่างขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว

     

    อัลตรอนเร่งทำหน้าที่อย่างรวดเร็ว

     

    “ วู๊มม “ พลันภาพโฮโลแกรมฉายออก

     

    “ โลโก้ของทีมไม่ตรงกับโลโก้ของทีมใดในโลกนี้ “  อัลตรอนเอ่ย

     

    “ มันบ้าอะไรกัน “ ปราบเอ่ย

     

    “ เขามีอารยะธรรมเหมือนเรา “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    ชายหนุ่มทะยานร่างไปยังส่วนร้านอาหาร ชายหนุ่มพลันยิ้มออกเมื่อพบภาพอาหารหลากหลายประเทศ

     

    “ ไม่มีตัวหนังสือ ไม่มีตัวอักษร มีเพียงภาพที่แสดงว่าเป็นสิ่งใด “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ภาพอาหารเหล่านี้คล้ายกับอาหารที่เรากิน แต่ก็มีความต่างอยู่มาก “ ปราบเอ่ย

     

    เขาเดินไปยังตู้น้ำดื่ม “ นี่เป็นเบียร์แต่กลิ่นไม่เหมือนเบียร์ที่หมักจากข้าว “

     

    “ นี่เป็นพวกน้ำอัดลม “ ปราบเอ่ย

     

    “ ทุกอย่างนั้นคล้ายกับถูกดัดแปลงจากของเรา รึว่าเราดัดแปลงจากของเขา “ ปราบเอ่ย

     

    ปราบทะยานร่างไปยังส่วนของห้องสุขา

    “ ข้างหน้านี่เป็นห้องสุขาอยากดูหรือไม่ “ ปราบเอ่ย

     

    “ เข้าไป “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้า

     

    เขาใช้เท้าถีบประตู “ ปัง “ ประตูสุขาเปิดออก

     

    “ โถส้วมลักษณะเดียวกัน “ ปราบเอ่ย

     

    ชายหนุ่มสำรวจห้องน้ำจนทั่วแล้วออกมา

     

    เขาเดินเตร็ดเตร่ในอัฒจันทร์ทั่วทุกชั้นแล้วได้จากมา

     

    เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนพลบค่ำ “ แปลก ผมยังไม่เห็นดวงอาทิตย์เลย “ ปราบเอ่ย

     

    “ บ้าไปแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้นแล้วที่นี่คือสถานที่ไหนกัน “ ปราบเอ่ย

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน