ระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง

    สุสานลับ 13

    ชายชราไม่เอ่ยอะไรอีกแม้แต่น้อย ดวงตาที่เรียบนิ่งของเขากวาดมองพื้นที่นี้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นอย่างแผ่วเบา เรียกพลังบางอย่างมาห่อหุ้มร่างของโจวหลัวเฉินที่กำลังจะหมดสติ ก่อนจะหยิบโอสถบางอย่างออกมาพร้อมโยนลงไปที่สุสานลับแล้วพุ่งออกไปจากที่แห่งนั้นทันที พร้อมทิ้งคำพูดบางอย่างเอาไว้

    “ตระกูลโจวพร้อมต้อนรับท่านต้วนหลิงเฉินเสมอหากท่านว่างๆ สามารถมาดื่มชาที่ตระกูลโจวได้เสมอขอรับ”

    ในความว่างเปล่าชายชรากำลังพาโจวหลัวเฉินบินไปด้วยความเร็วสูงสุด ในตอนแรกเขามีแผนบางอย่างในใจเกี่ยวกับสุสานลับและเทพเจ้าแห่งสมุนไพรแต่ชายชราสัมผัสได้ถึงพลังของเต๋าจักรวาลที่ใกล้เข้ามาเขาเลยตัดสินใจออกมาก่อน

    ภาพตัดกลับมาที่สุสานลับที่เคยครึกครื้นไปด้วยเสียงการต่อสู้ กลับกลายเป็นเพียงเศษซากแห่งความพินาศ ทุกสิ่งนิ่งเงียบลงราวกับโลกทั้งใบจะหยุดหายใจ

    แต่ในความเงียบนั้น… เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น มันทั้งแหบแห้ง เหนื่อยหอบ และแฝงไปด้วยความเจ็บปวดและความคับแค้น

    “ชิ… ไอ้หงอกนั่นมันจงใจไม่ฆ่าข้ากับเจ้าแน่ๆ …”

    ชายชุดทองพูดพลางกัดฟันแน่น ร่างกายของเขาซีกหนึ่งขาดสะบั้นพร้อมเลือดสีทองที่ไหลรินจากบาดแผลที่ฉีกออก แต่สิ่งที่ทำให้เขาทรมานยิ่งกว่าความเจ็บจากบาดแผล ก็คือ พิษ

    “อ๊าก… เจ็บชะมัด… พิษมันกำลังกัดกินข้าทั้งเป็น!” เขาร้องด้วยเสียงสั่นๆ “เป็นถึงเทพเจ้าผู้สูงส่ง กลับยังกล้าใช้พิษอีกงั้นเหรอ… ข้าละไม่อยากจะเชื่อจริงๆ!”

    เขาแหงนหน้าขึ้นสบถพร้อมหัวเราะปนโกรธ ก่อนจะค่อยๆ หันไปมองชายชุดดำที่นอนอยู่ไม่ไกลจากเขานัก เมื่อน้องชายของเขานั้นเงียบและไม่ตอบคำถามของเขาจนน่าแปลกใจ ก่อนจะยิ้มออกมา

    “ตอนแรกข้านึกว่าเจ้ายังโกรธข้าอยู่ซะอีก…ก็เลยไม่พูดกับข้าเลย แต่ดูท่าแล้ว... ข้าจะคิดไปเองสินะ”

    ชายชุดทองหัวเราะอยู่ในลำคอ เมื่อเขาเห็นว่ามีชายชุดดำอีกคนนอกจากน้องชายของเขาได้ใช้ดาบแห่งแสงสังหารน้องชายของเขาไปแล้ว ก่อนจะพูดขึ้น

    “ถ้าให้พูดเรื่องการหาผลประโยชน์ใส่มือตัวเอง หรือการใช้มีดของคนอื่นแทงศัตรู… เจ้าเองก็เก่งไม่แพ้นายท่านของข้าเลยนี่นะ เทพเจ้าแห่งแสง”

    เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ พลางกัดฟันด้วยแรงเฮือกสุดท้าย

    “ใครจะไปคิดล่ะ ว่าผู้บ่มเพาะระดับเทพเจ้าจะตายด้วยน้ำมือของผู้บ่มเพาะในระดับอมตะสวรรค์…นี้มันคงเป็นเรื่องที่น่าตลกน่าดูถ้าคนนอกได้ยิน”

    หานหมิงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาหาชายชุดสีทองอย่างช้าๆ

    “เทพพระเจ้าแห่งแสงงั้นเหรอ? เจ้าน่าจะจำผิดคนแล้วละ”

    ชายชุดสีทองยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงที่แผ่วเบา

    “ไม่ผิดหรอก……”

    คำพูดของเขายังไม่ทันจะจบประโยค เสียง “ฉึก” ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา

    ลำแสงสีทองเจาะทะลุศีรษะของเขา ร่างทั้งร่างกระตุกเล็กน้อยก่อนจะทรุดตัวลงช้าๆ ความรู้สึกสุดท้ายที่หลงเหลือ คือความแค้นเล็กๆ น้อยเท่านั้น

    หานหมิงยืนมองศพเหล่านั้นโดยไม่ขยับเข้าไปใกล้ แม้เขาจะมีโอกาสตรวจสอบความทรงจำ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกไม่เสี่ยง เพราะดูเหมือนศัตรูของเขาจะไม่ธรรมดา เขากลัวว่าพวกมันอาจจะซ่อนกับดักบางอย่างไว้ในร่าง เพราะจากคำพูดของมันดูเหมือนว่าจะรู้สึกเขาด้วย

    “วุ่นวายอีกแล้ว…” เขาพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา

    จากนั้นเขายกมือขึ้น รูปแบบวงกลมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงกลางอากาศเหนือศีรษะของหานหมิง มันหมุนวนอย่างรุนแรงพร้อมดูดเอาโลหิตที่หลั่งรินจากการต่อสู้เมื่อครู่ไปรวมกันที่ใจกลางของสุสานทันที พร้อมกับเก็บเม็ดยาของชายชราตระกูลโจวมาไว้กับตัวเอง

    สีหน้าหานหมิงยังคงเรียบเฉย เขาลอยตัวขึ้นสูง ทะยานขึ้นเหนือชั้นเมฆจนหายขึ้นไปกับท้องฟ้า ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็มีออร่าพลังสีทองแผ่กระจายออกมารุนแรง

    ออร่านั้นพุ่งขึ้นเหมือนเปลวเพลิงสุริยันสาดแสงผ่านฟากฟ้า มันกระจายไปทั่วทั้งอาณาเขตของสุสานลับจนรอยแยกมิติที่กระจายทั่วพื้นที่เริ่มปิดตัวลงทีละจุดทีละเส้น

    พลังนั้นไม่ใช่แค่เพื่อซ่อมแซมสุสานลับเท่านั้น แต่มันถูกใช้เพื่อ กักเก็บสิ่งที่อยู่ภายในไม่ให้หลุดรอดออกไปได้ และไม่ให้ใครจากโลกภายนอกเข้ามาได้อีก

    ในเวลาเดียวกัน ในสุสานลับก็ยังคงมีคนที่เหลือรอดอยู่จำนวนหนึ่ง หนึ่งในนั้นก็มีอู๋เวิน

    อู๋เวิน ผู้ที่กำลังตามหาสมุนไพรมารักษาลูกชายของเขาอยู่ในอีกมุมหนึ่งของสุสาน ร่างของเขาชะงักทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ไม่อาจต่อต้านได้

    ปัง!!

    เสียงร่างระเบิดดังก้องอย่างไม่มีการเตือนล่วงหน้า เลือดและเนื้อสาดกระเซ็นปลิวไปตามแรงลม ร่างของอู๋เวินระเบิดออกเป็นหมอกเลือดโดยไม่ทันได้รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองด้วยซ้ำ และไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น...

    ทั่วทั้งสุสาน ทุกพื้นที่ ทุกช่องว่าง ทุกทิศทาง... แรงกดดันที่ไม่อาจมองเห็นได้พุ่งกดทับลงมาใส่ทุกสิ่งทุกชีวิต

    ไม่มีเสียง ไม่มีสัญญาณเตือน พวกมันเพียงแค่รู้สึกถึงแรงบางอย่างที่กดหัวลงกับพื้น แล้วจากนั้น ร่างกายก็... ระเบิดกลายเป็นหมอกโลหิตไป

    ผู้ฝึกตนทุกคนในอาณาจักรลับเริ่มกลายเป็นหมอกเลือดทีละคน ทีละกลุ่ม

    เสียงร้องอันบางเบาแว่วขึ้นในตอนแรก... แต่ไม่นานก็ไม่มีเสียงเหล่านั้นหลงเหลืออยู่อีกต่อไป

    เศษวิญญาณ เลือด เนื้อ กระดูก พลังชีวิต ทั้งหมดล้วนถูกดูดกลืนเข้าไปยังจุดศูนย์กลางของสุสาน

    ไม่ว่าจะเป็นยอดฝีมือจากตระกูลจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ อัจฉริยะจากโลกเบื้องบน คนจากพันธมิตรตระกูลอู่ นักล่าสมบัติ หรือผู้ฝึกตนทั่วไป... พวกเขา ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขาล้วนมีชะตากรรมเดียวกัน

    ในขณะที่ด้านในสุสานของเทพเจ้าแห่งสมุนไพรเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและหมอกวิญญาณของผู้ล่วงลับจำนวนมหาศาล โลกภายนอกกลับยังไม่อาจรับรู้ความจริงได้แม้แต่น้อย

    หานหมิงมองภาพเบื้องหน้าด้วยความเฉยชา ทันใดนั้นหุ่นเชิดนับหมื่นพุ่งออกไปจากเงามืดรอบตัวของเขา หุ่นเชิดแต่ละตนเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันไปตามพื้นดิน หน้าผา และป่ารกร้างรอบสุสานลับ เป้าหมายของพวกมันคือการเก็บเกี่ยวสมุนไพรที่ยังเหลืออยู่ให้มากที่สุด ขณะเดียวกันถึงหานหมิงจะทำการซ่อมแซมสุสานลับไปแล้วแต่มันก็แค่ยื้อเวลาเล็กน้อยก่อนที่มันจะพังลงเท่านั้น เมื่อรอยร้าวของมิติเริ่มแตกออกเล็กๆ น้อย

    หานหมิงไม่ได้สนใจและไม่ได้รอให้หุ่นเชิดกลับมา ร่างของเขาทะยานขึ้นเหนือกลุ่มหมอกและพุ่งตรงไปยังใจกลางสุสานลับทันที ในระหว่างทางหานหมิงคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

    แม้ในตอนนี้จะมีหลายสิ่งที่เกินการควบคุม บางอย่างก็หลุดกรอบจนไม่สามารถทำอะไรได้จนต้องปรับแผนกะทันหัน แต่ผลลัพธ์รวมๆ ก็ยังถือว่าคุ้มค่าอยู่ดี ในตอนแรกสุดหานหมิงจะขึ้นไปสู่โลกเบื้องบนเลยพร้อมกับสมาชิกคนอื่นในดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะแต่เขาพบว่าเขาจะตายเลยตัดสินใจไม่ขึ้นไป และรอดูสถานการณ์ก่อน

    แต่มู่หนานซือก็มาชวนเขาให้เข้าไปในสุสานลับของเทพเจ้าแห่งสมุนไพร ซึ่งตอนแรกเขาจะตอบปฏิเสธไป แต่เขาแอบทำนายชะตากรรมก่อนที่จะมีความคิดบางอย่างขึ้นมาในใจในตอนนั้นเลยตอบตกลงไป

    ตั้งแต่ที่หานหมิงตัดสินใจที่จะไปยังสุสานลับ เขาเฝ้าตามหาร่องรอยของสุสานเทพเจ้าสมุนไพรตลอดเวลา และสุดท้ายด้วยความช่วยเหลือจากเต๋าสวรรค์ของโลกนี้เอง เขาก็เจอมันเข้าเมื่อสองวันก่อน

    แน่นอนว่าไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเปิดทางเข้าสถานที่แห่งนี้ เต๋าสวรรค์ของโลกใบนี้ที่โดนหานหมิงข่มขู่ไม่เพียงแต่จะช่วยเปิดทางเข้าให้เขาเท่านั้น แต่ยังผ่อนคลายผนึกให้เขาสามารถใช้การบ่มเพาะที่แท้จริงได้ หานหมิงจึงสามารถเข้าไปในสุสานลับได้อย่างง่ายดาย

    แม้จะเห็นสมุนไพรล้ำค่ามากมายอยู่รายทาง แต่เขาก็ไม่แตะต้องแม้แต่ใบเดียว เพราะเขามีแผนของตัวเองและเขารู้ดีว่ามีบางอย่างสำคัญกว่านั้นรออยู่เบื้องลึกของสถานที่แห่งนี้ตามคำทำนายของเขา

    เขาใช้เวลาค้นหานานกว่าที่คาด จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูมิติสีเขียวอ่อนแห่งหนึ่งที่แฝงตัวอยู่ใจกลางป่าใหญ่ รูปแบบของมันเก่าแก่จนแทบจะจางหายไป แต่ยังคงสามารถเปิดได้อยู่รางๆ

    เมื่อเข้าสู่ประตูนั่น เขาพบกับภาพที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังต้องหยุดมอง

    เป็นกระท่อมไม้เรียบง่ายตั้งอยู่กลางทุ่งสมุนไพรที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา กลิ่นของสมุนไพรหอมฟุ้งปะปนไปกับพลังชีวิตที่เข้มข้นจนแทบกลั่นตัวเป็นละออง หานหมิงเดินเข้าไปในกระท่อมอย่างระวัง ไม่มีกับดัก ไม่มีอาคมป้องกัน ไม่มีแม้แต่แรงต่อต้านใดๆ

    ที่กลางกระท่อมเล็กๆ นั้น เขาเห็นสิ่งที่รออยู่ นั้นคือ ต้วนหลิงเฉิน หรือที่ถูกต้องกว่านั้นคือ เศษเสี้ยวจิตวิญญาณเทพเจ้าแห่งสมุนไพรที่กำลังสั่นไหวอย่างไม่มั่นคง มันใกล้จะสลายตัวไปเต็มที เหมือนแค่รอให้ลมเบาๆ พัดผ่านก็จะจางหายไปในพริบตา

    หานหมิงไม่พูดอะไร เขาเพียงก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะยื่นฝ่ามือออกไปแล้วฝังบางอย่างลงในร่างวิญญาณนั้น

    สิ่งที่เขาฝังคือเซลล์สีทอง วัตถุลึกลับที่เป็นทั้งตราควบคุมที่ใช้ควบคุมความเป็นคนตายของคนคนนั้น อาวุธลับสำหรับป้องกันการทรยศจากคนที่เขาไว้ใจ

    มันเป็นวิชาที่เขาคิดค้นขึ้นมาเองตั้งแต่ที่เขาหนีออกมาจากครอบครัว ในโลกนี้หรือโลกนั้น เขาไม่สามารถแยกแยะได้ว่ารอยยิ้มของใครมอบให้เขาด้วยความหมายใดๆ ดังนั้นเขาเลือกที่จะเชื่อใจตัวเองและสร้างวิธีการป้องกันปัญหาก่อนที่มันจะเกิดขึ้นได้ เซลล์สีทองมันอาจจะไม่ได้ควบคุมจิตใจของคนคนนั้นได้ แต่สามารถควบคุมความเป็นความตายของผู้ที่ถูกฝังได้ตลอดเวลาและมันยังสามารถเพิ่มความเข้าใจ รวมถึงศักยภาพด้านต่างๆ ของคนที่ได้รับไปด้วย

    ผู้ที่จะได้รับเซลล์สีทองจะต้องผ่านการรับรองจากรูปแบบทองคำของเขาที่เขาใช้ทดสอบหาศิษย์ หรือเว้นเสียแต่ว่าตัวของเขาจะมอบให้คนคนนั้นโดยตรง

    จนถึงตอนนี้ หานหมิงมอบเซลล์สีทองให้กับคนที่ไม่ใช่ศิษย์ของตัวเองไปแค่สองคนเท่านั้น

    คนที่แรกคือ เย่หลิน บุตรแห่งโชคชะตาที่เคยถูกอู๋จ้าวควบคุมจิตใจ จนชีวิตพังทลาย

    และคนที่สอง คือ เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพเจ้าแห่งสมุนไพร ที่ในตอนนั้นอ่อนแอถึงขีดสุด พร้อมจะสลายไปได้ทุกเมื่อ

    หานหมิงค่อนข้างสนใจต่อพัฒนาการของเย่หลิน แต่เขาก็มีบางอย่างที่ขาดหายไปอยู่ดังนั้นเขาอาจจะต้องรอดูต่ออีกสักพัก และเขาก็มีบางอย่างที่อยากทดสอบอยู่ด้วยเช่นกัน

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง ที่คุณอ่าน

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648