ยามนี้โหลวอี้หยางกำลังเดินไปเรือนของอนุจ้าวเพื่อนำของขวัญไปให้แก่หลานสาวของนางคือชุดต่างหูแดงคู่นั้นที่หนี่ป่านเลือกให้โหลวอี้หยางนั้นเองของที่คนเช่นนั้นเลือกให้ก็ต้องให้กับคนที่คู่ควรเช่นกัน นางไม่ได้ต้องการของสิ่งนั้นสักนิด
"ฮูหยินน้อย ท่านมาเยือนข้าอีกแล้วนะเจ้าคะ ข้ากำลังจะพาหลานสาวข้าไปฝากเนื้อฝากตัวกับท่านอยู่พอดีเลย"
"ความจริงที่ข้ารีบมาวันนี้เพราะมีเรื่องราวจะเล่าให้ท่านร่วมรับรู้ด้วยเท่านั้นเอง"
"เรื่องอันใดหรือเจ้าคะ"
"เป็นความบังเอิญยิ่งนักที่ข้าได้ไปรับรู้เรื่องราวบางอย่างมาแล้วมันก็เกี่ยวกับจ้าวจิ่นยี่"
"หลานสาวข้าหรือ"
"ใช่"
อนุจ้าวมองไปยังจ้าวจิ่นยี่ที่ยามนี้นั่งด้วยความสำรวมต่อหน้าโหลวอี้หยาง ภายใต้หน้าตาที่ดูหวานล้ำนั้นภายในใจก็รู้สึกสงสัยคำพูดของฮูหยินน้อยผู้นี้ไม่ได้
โหลวอี้หยางมองไปยังจ้าวจิ่นยี่ด้วยสีหน้าหนักใจเล็กน้อยแล้วกลับมานั่งหน้านิ่งเช่นเดิม
"ข้านั้นได้รับรู้ว่ามีคนคิดจะทำลายชื่อเสียงของนางก่อนวันรับตัวเป็นอนุ เลยอยากมาบอกให้เจ้าระวังตัวเท่านั้นแต่จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็ต้องรอดูเอาเองเท่านั้น"
"อนุจ้าวและจ้าวจิ่นยี่มีสีหน้าตกอกตกใจทันทีที่โหลวอี้หยางกล่าวจบ ทั้งสองมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที"
"ใครเป็นคนสั่งการเจ้าคะ"
"ข้าก็ไม่รู้ได้ ข้าบังเอิญได้รับรู้เรื่องพวกนี้มาแต่ยังไม่อยากให้เรื่องราวไปถึงขั้นนั้น พวกเจ้าก็สังเกตถึงความผิดปกติในหลายวันนี้ก่อนจะถึงวันรับตัวเจ้าเป็นอนุก็แล้วกัน"
"ขอบคุณฮูหยินน้อยมากนะเจ้าคะ"
"จำไว้ นี่แค่เป็นการกล่าวเตือนด้วยความห่วงใยเท่านั้น ที่เหลือก็อยู่ที่พวกเจ้าจะจัดการเช่นใด จ้าวจิ่นยี่ข้าเป็นคนเลือกเข้ามาเอง เจ้าก็ต้องมีความสามารถที่จะอยู่ต่อที่นี่ให้ได้เสีย"
"เจ้าค่ะ ฮูหยินน้อย"
โหลวอี้หยางกล่าวออกไปเช่นนี้ทำให้ความสงสัยใดในตัวนางจากสองน้าหลานสลายหายไปทันทีตอนนี้ความแคลงใจเกิดขึ้นต่อผู้อื่นเสียแล้วนั้นคือ ฮูหยินใหญ่ และไป๋ซู่เซียง อนุจ้าวนั้นสงสัยในตัวฮูหยินใหญ่ ส่วนจ้าวจิ่นยี่สงสัยในตัวไป๋ซู่เซียง
"จ้าวจิ่นยี่ ข้าขอมอบสิ่งนี้เป็นของขวัญต้อนรับเจ้า"
โหลวอี้หยางยื่นชุดต่างหูแดงส่งมอบให้จ้าวจิ่นยี่อย่างไม่เสียดายในราคาที่สูงลิ่วนั้นสักนิด
"ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อย"
จ้าวจิ่นยี่รับของขวัญนั้นด้วยสายตาเป็นประกายเล็กน้อยไม่ต่างจากอนุจ้าวที่ยามนี้ก็มองชุดต่างหูนั้นคล้ายสมบัติล้ำค่าที่มีราคาแสนแพงนั้น
"ข้าขอตัวก่อนล่ะ "
"ข้าสองคนไปส่งท่านนะเจ้าคะ"
"ไปสิ"
สองหน้าหลานเดินไปส่งโหลวอี้หยางที่หน้าเรือนของตนอย่างเอาใจ รู้สึกว่ามีพวกเป็นฮูหยินน้อยผู้นี้ก็คงดีไม่น้อยเป็นแน่ อย่างไรนางก็ไม่ชื่นชอบหน้าฮูหยินใหญ่อยู่แล้ว ส่วนจ้าวจิ่นยี่ตั้งแต่วันนั้นที่พบหน้าไป๋ซู่เซียงก็รู้ทันทีว่าหญิงผู้นั้นร้ายกาจจนอยากกำจัดนางดังที่ฮูหยินน้อยว่าจริงๆยิ่งมาบอกกันเช่นนี้ นางก็ปักใจเชื่อเสียสนิท
"ท่านน้า ข้าว่าที่ฮูหยินน้อยเตือนพวกเราอาจจะเป็นความจริงก็ได้เจ้าค่ะ"
"เจ้าว่านางจะทำทุกสิ่งเองคนเดียวหรอกหรือ นางเป็นหญิงต่างแคว้นเช่นนั้น"
"ท่านกำลังจะบอกว่านางมีคนคอยช่วยเหลือเช่นนั้นหรือเจ้าคะ"
"แล้วเจ้าดูสิฮูหยินน้อยนางไม่บอกว่าใครเป็นคนสั่งการเช่นนี้ทั้งที่นางรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเช่นนี้เพราะไม่ใช่ปกป้องแม่สามีของนางหรอกหรือ"
"ท่านกำลังจะบอกว่าที่ฮูหยินน้อยไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนสั่งการเพราะฮูหยินใหญ่ร่วมมือด้วยอย่างนั้นหรือเจ้าคะ"
"ก็ใช่น่ะสิ ฮูหยินใหญ่นางชอบหน้าข้าเสียที่ไหนกัน ข้ากับนางต่างเป็นที่โปรดปรานของนายท่านใหญ่มาหลายปีแต่หลังๆนี้นายท่านใหญ่สนใจฮูหยินใหญ่มากกว่าข้าเสียแล้วตั้งแต่ไป๋ซู่เซียงมาเยือนนั้นล่ะ ข้ารู้ว่าฮูหยินใหญ่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอานายท่านใหญ่ไว้กับตัว นางจะชอบเจ้าที่เป็นหลานสาวข้าได้เยี่ยงไรกัน ฮึ"
"ข้าว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับอนุอีกนางด้วยนะเจ้าคะ หญิงนางนั้น ไป๋ซู่เซียง ข้าว่านางต่างหากที่ร้ายกาจร้อยเล่ห์"
"เอาเถอะ หลังจากนี้เราวางแผนรับมือกันเอาไว้ให้ดีเถอะ ช่วงนี้อย่าออกไปเดินเที่ยวเล่นข้างนอกอีกถ้าไม่จำเป็นจริงๆ"
"เจ้าค่ะ ข้าจะขอให้ท่านแม่ไปขอท่านพ่อให้ส่งคนมาเพิ่มเพื่อดูแลข้านะเจ้าคะ"
"เจ้าจัดการทุกอย่างเองได้รอบคอบก็ดีแล้ว เราต้องรับมือกับคนพวกนั้นเอาไว้ก่อน"
"ท่านน้าเหตุใดฮูหยินน้อยถึงเลือกข้า และมาเตือนข้าเช่นนี้"
"นางเคยบอกว่าได้รับรู้ว่าเจ้ามีใบหน้าที่งดงามและมีกิริยาที่ดีงามเช่นกัน นางจึงอยากรับเจ้าเป็นอนุ"
"แต่ข้าว่านางรับข้ามาเช่นนี้อาจจะเอามารับมือกับไป๋ซู่เซียงหญิงนางนั้น"
"เช่นนั้นก็ดีแล้ว ที่นางเลือกเจ้า ถ้าไปเลือกผู้อื่นเจ้าคงไม่ได้เป็นถึงอนุของนายน้อยจวนฉีเป็นแน่"
"เจ้าค่ะ ข้าจะรักษาตำแหน่งนี้ไว้ให้มั่น"
สองน้าหลานเดินกลับเข้าเรือนตนเองเพื่อปรึกษาเตรียมการรับมือแผนร้ายทันที
โหลวอี้หยางนั้นปล่อยให้สองน้าหลานคิดหาคนที่จ้องวางแผนทำลายด้วยตนเองนางไม่จำเป็นต้องกล่าวอันใดอีกเหลือแต่ให้พวกนางคิดกันไปเองแล้วก็จัดการกันเองเสีย ยามนี้นางอยู่ระหว่างเดินกลับเรือนตนก็บังเอิญพบเข้ากับฉีหวังโม่ที่ยืนอยู่ในศาลาข้างสระบัว โหลวอี้หยางเห็นแล้วก็มิได้สนใจจะเดินผ่านไปทันทีก่อนมองผ่านฉีหวังโม่ก็มองด้วยแววตาสมน้ำหน้าชีวิตนี้ของเขา
"ไม่คิดจะทักทายข้าบ้างเลยหรือ ฮูหยิน"
โหลวอี้หยางยังเดินต่อไปไม่หยุดคล้ายว่าไม่ได้ยินเสียงของฉีหวังโม่
"เจ้าเฉยชากับข้าเพียงนี้ไปถึงเมื่อใดกัน ถ้าหากยังไม่หยุดข้าจะเดินไปคุยที่เรือนหอก็แล้วกัน"
ฉีหวังโม่เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาเล็กน้อย โหลวอี้หยางนั้นยอมหยุดเดินแล้วหันมายิ้มเย็นชาให้ฉีหวังโม่เหมือนกับว่าพึ่งเห็นว่าเขายืนอยู่ที่นี่
"นายน้อยฉีอยู่ที่นี่ด้วยหรือ ข้านึกว่าเป็นคนสวนเสียอีก"
โหลวอี้หยางมองไปยังฉีหวังโม่ด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยดูถูกเล็กน้อยมีหรือที่ฉีหวังโม่จะดูไม่ออก เขายิ้มออกมาด้วยความท้าทายหญิงตรงหน้าทันที