ข้าจึงจำต้องนั่งลงข้างเขา แม้ใจจะอยากแยกย้ายกลับเรือนเสียเดี๋ยวนั้น
「เหตุใดข้าต้องมานั่งเปิดตำรากลางดึกกับเขาด้วยนะ」 [--]
นิ้วเรียวของข้าไล้ไปตามหน้ากระดาษเก่าแก่ สายตาสะดุดกับข้อความหนึ่ง ข้าขมวดคิ้ว อ่านถ้อยคำโบราณอย่างตั้งใจ
"สายเลือดตระกูลนี้...มีพลังเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติ" ข้าพึมพำแผ่วเบา
เฉินอี้เฟิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกาย
"เช่นนั้นผงวิเศษนี้เกี่ยวข้องกับการเห็นผีหรือ"
ข้าพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะอ่านต่ออย่างช้า ๆ
"ในตำราว่าไว้...ผงวิเศษนี้ทำจากอุจาระสุนัขตัวเมียที่ขโมยกินเครื่องเซ่นศาลเจ้าแม่หนีวา ผสมกับสมุนไพรเทพ...วิธีใช้ ให้แตะเหนือคิ้ว จะเห็นผีปีศาจชัดขึ้น"
ข้าหยุดนิ่งไปชั่วครู่ รู้สึกขนลุกวาบตั้งแต่ต้นคอจรดปลายเท้า
「เหตุใดบรรพบุรุษจึงคิดค้นสิ่งนี้ขึ้นมาได้...」 [O_o]
ข้าก้มหน้าลงอ่านถ้อยคำในตำราอย่างละเอียด ลายมือโบราณบรรจงเขียนอธิบายถึงกรรมวิธีอันพิสดาร สุนัขตัวเมียที่เลือกใช้ต้องเป็นสุนัขจรจัดซึ่งกล้าบุกเข้าไปในศาลเจ้าแม่หนีวา แอบขโมยกินเครื่องเซ่นไหว้ที่ผู้คนตั้งใจนำมาถวายด้วยความศรัทธา เมื่อมันกระทำการเช่นนั้นแล้ว เชื่อกันว่าวิญญาณของมันจะได้รับพลังพิเศษจากเทพเจ้า กลายเป็นสื่อกลางระหว่างโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณ
「ช่างเป็นความคิดที่ประหลาดยิ่งนัก...บรรพบุรุษข้าคงต้องมีจิตใจกล้าหาญหรือไม่ก็พิสดารเกินใคร」 [>///<~] ข้าสะกดกลั้นลมหายใจขณะอ่านต่อ
ในตำรายังระบุไว้อย่างละเอียดว่า ต้องรอให้สุนัขตัวเมียขับถ่ายในคืนเดือนดับ จากนั้นจึงเก็บอุจาระสดใหม่มาผึ่งลมจนแห้งสนิท แล้วนำไปบดผสมกับสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ที่ปลูกในสวนหลังศาลเจ้า ทุกขั้นตอนต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง ห้ามให้ผู้ใดล่วงรู้ เพราะหากมีผู้ใดเห็นหรือเอ่ยถึงในระหว่างปรุง ผงวิเศษนี้จะเสื่อมฤทธิ์ทันที
ข้ารู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพียงจินตนาการถึงกลิ่นและสัมผัสของวัตถุดิบเหล่านั้นก็แทบจะทนไม่ไหว
「บรรพบุรุษข้า...ท่านช่างกล้าหาญหรือจะเรียกว่าบ้าบิ่นดี」 [x_x] ข้าหลุบตาลง พยายามข่มความรู้สึกสะอิดสะเอียนในอก
ในตำรายังกล่าวต่อว่า ผงวิเศษนี้มิใช่เพียงช่วยให้เห็นผีปีศาจเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ใจผู้ใช้ ว่ากล้าหาญพอจะเผชิญหน้ากับความจริงหรือไม่ หากผู้ใดใช้โดยไม่รู้ที่มา มักจะเกิดอาการคลื่นไส้หรือหวาดกลัวจนไม่อาจควบคุมตนเองได้
ข้าสูดลมหายใจตื้น ๆ พลางเหลือบมองเฉินอี้เฟิงที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตนเอง
「หากเขารู้ว่าผงที่เปื้อนอยู่บนตัวคือสิ่งใด...คงได้โวยวายลั่นเรือนเป็นแน่」 [>w<]
ข้าสูดลมหายใจแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
"ในตำราว่าไว้...ผงวิเศษนี้ทำจากอุจาระสุนัขตัวเมียที่ขโมยกินเครื่องเซ่นศาลเจ้าแม่หนีวา ผสมกับสมุนไพรเทพ ต้องเก็บในคืนเดือนดับ แล้วนำไปบดผสมสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ ทุกขั้นตอนต้องกระทำอย่างลับ ๆ หากมีผู้ใดล่วงรู้ ผงจะเสื่อมฤทธิ์ทันที"
ข้าหยุดนิ่งไปชั่วครู่ มองเขาด้วยแววตาเห็นใจ
"กล่าวโดยสรุป...สิ่งที่เปื้อนตัวท่านอยู่ในยามนี้ คือผงที่ทำจากอุจาระสุนัขตัวเมียเจ้าค่ะ"
เฉินอี้เฟิงนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เขายกมือขึ้นแตะเสื้อผ้าตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ
"เจ้าว่า...อุจาระสุนัขตัวเมีย?" เสียงเขาแผ่วเบา ราวกับไม่อาจเปล่งถ้อยคำออกมาได้เต็มปาก [x_x]
ข้าพยักหน้าเบา ๆ
"ใช่เจ้าค่ะ และต้องเป็นสุนัขที่ขโมยกินเครื่องเซ่นด้วย"
เขาเบือนหน้าหนีทันที มืออีกข้างยกขึ้นปิดปาก สีหน้าบิดเบี้ยวราวกับจะอาเจียน
"ข้า...ข้าแตะสิ่งนี้ลงบนหน้าตนเองจริงหรือ..." เสียงเขาสั่นเครือ [>///<]
ข้ากลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่
「ท่าทางเขาเช่นนี้ ช่างน่าสงสารปนขบขัน」 [^O^] ข้าหลุบตาลง พยายามข่มความรู้สึกสะอิดสะเอียนในอก
เฉินอี้เฟิงยังคงนิ่งงันอยู่เช่นนั้น ราวกับวิญญาณหลุดลอยไปแล้วครึ่งหนึ่ง
เขานิ่งงันไปครู่หนึ่ง สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนจากสงสัยเป็นตกใจสุดขีด เขาเบิกตากว้าง
"เจ้าว่า...อุจาระสุนัขตัวเมีย?"
ข้ากลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่
"ใช่...และต้องเป็นสุนัขที่ขโมยกินเครื่องเซ่นด้วย หากเป็นสุนัขธรรมดาหรือไม่ได้ขโมยกิน จะใช้ไม่ได้ผล"
เขาเบือนหน้าหนีทันที มือยกขึ้นแตะหน้าผากตนเองราวกับเพิ่งตระหนักถึงสิ่งที่เปื้อนอยู่
"ข้า...ข้าแตะสิ่งนี้ลงบนหน้าตนเองจริงหรือ" [x_x]
ข้าหลุบตาลง พยายามกลั้นหัวเราะแต่ก็อดขำไม่ได้
"ในตำราว่าไว้ ต้องพิถีพิถันถึงเพียงนี้ เพราะเชื่อว่าสุนัขตัวเมียที่กล้าขโมยของศักดิ์สิทธิ์ ย่อมมีจิตวิญญาณกล้าแกร่ง ผงที่ได้จึงมีพลังเปิดตาทิพย์"
เฉินอี้เฟิงทำท่าจะอาเจียนทันที สีหน้าซีดเผือด
"บรรพบุรุษเจ้าช่างโหดร้ายยิ่งนัก!" [>.<]
ข้ายิ้มบางเบา
"ท่านต่างหากที่ขโมยผงนี้มาใช้เอง" [-w-]
เขาโวยวายเสียงสั่น
"ข้าจะไม่มีวันเข้าใกล้ของ ๆ เจ้าอีกแล้ว! ข้าจะไปอาบน้ำสามรอบ!" [>///<~]
ข้ากลอกตา
"ก็ท่านอย่าเอาผงของผู้อื่นมาใช้โดยพละการซิเจ้าคะ" [--]
"ข้านี่นะ ใช้ของผู้อื่นโดยพละการ ข้าทำเพราะสถานการณ์บังคับ รู้งี้ข้ายอมให้ปีศาจนั้นกินซะดีกว่า"
พูดเสร็จเฉินอี้เฟิง ก็เหมือนจะอาเจียนอีกรอบ [x_x]
「กลิ่นแปลก ๆ ที่ติดอยู่บนตัวเขา...ข้าเองก็เริ่มคลื่นไส้ขึ้นมาเสียแล้ว」ข้าสูดลมหายใจตื้น ๆ พยายามไม่ให้จินตนาการไปไกลกว่านี้
เฉินอี้เฟิงยังคงบ่นอุบอิบ มือปิดปากแน่นราวกับจะกลั้นอาเจียน ข้าหัวเราะเบา ๆ แม้ในอกจะยังรู้สึกคลื่นไส้ไม่หาย
「ข้าเองก็อยากล้างกลิ่นนี้ออกจากความทรงจำเสียจริง ๆ 」 [^^’]
เสียงหัวเราะของเราดังลั่นไปทั่วทางเดิน เฉินอี้เฟิงยังคงบ่นอุบอิบ ข้าส่ายหน้าเบา ๆ
ทันใดนั้น ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่าน โคมไฟในมือเขาสั่นไหว ตัวอักษรสีส้มเหมือนเปลวไฟปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า
ข้าชะงัก หัวใจเต้นแรง
เฉินอี้เฟิงชี้ขึ้นไป
"นั่นคืออะไร" [O_o]
「ตัวอักษรนี้...ข้าเคยเห็นที่โรงน้ำชา」
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังมาจากเงามืดข้างทาง
"พวกเจ้ามีหน้าที่ต้องทำร่วมกัน"
ข้ากับเขามองหน้ากันด้วยความงุนงง [O_o]
เขาได้ยินและเห็นสิ่งเดียวกับที่ข้าได้เห็น
"ข้าควรกลับเรือนแล้ว" เขาว่าเสียงสั่น
ข้าพยักหน้า
"เช่นกัน"
เราต่างคนต่างรีบแยกย้ายกันกลับเรือนของตนเอง ข้ายังรู้สึกถึงความเย็นวาบในอก
「เหตุใดชื่อของเขาจึงต้องมาโดนผงวิเศษของตระกูลข้้า ...」
ข้าหันกลับไปมองทางเดินอีกครั้ง แสงโคมไฟยังส่องสลัว ลมเย็นยังพัดผ่าน
「บางที...โชคชะตาอาจกำลังเล่นตลกกับข้า」 [TwT]
ข้าสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะก้าวต่อไปข้างหน้า แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถามและความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบาย