หมอดูสาวพลิกชะตา

    chapter 30 : ที่มาของผงวิเศษ

     

     ข้าจึงจำต้องนั่งลงข้างเขา แม้ใจจะอยากแยกย้ายกลับเรือนเสียเดี๋ยวนั้น

     

     「เหตุใดข้าต้องมานั่งเปิดตำรากลางดึกกับเขาด้วยนะ」 [--] 

     

     นิ้วเรียวของข้าไล้ไปตามหน้ากระดาษเก่าแก่ สายตาสะดุดกับข้อความหนึ่ง ข้าขมวดคิ้ว อ่านถ้อยคำโบราณอย่างตั้งใจ

     "สายเลือดตระกูลนี้...มีพลังเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติ" ข้าพึมพำแผ่วเบา

     เฉินอี้เฟิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกาย

     

     "เช่นนั้นผงวิเศษนี้เกี่ยวข้องกับการเห็นผีหรือ"

     

     ข้าพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะอ่านต่ออย่างช้า ๆ

     

     "ในตำราว่าไว้...ผงวิเศษนี้ทำจากอุจาระสุนัขตัวเมียที่ขโมยกินเครื่องเซ่นศาลเจ้าแม่หนีวา ผสมกับสมุนไพรเทพ...วิธีใช้ ให้แตะเหนือคิ้ว จะเห็นผีปีศาจชัดขึ้น"

     

     ข้าหยุดนิ่งไปชั่วครู่ รู้สึกขนลุกวาบตั้งแต่ต้นคอจรดปลายเท้า

     

     「เหตุใดบรรพบุรุษจึงคิดค้นสิ่งนี้ขึ้นมาได้...」 [O_o] 

     

     ข้าก้มหน้าลงอ่านถ้อยคำในตำราอย่างละเอียด ลายมือโบราณบรรจงเขียนอธิบายถึงกรรมวิธีอันพิสดาร สุนัขตัวเมียที่เลือกใช้ต้องเป็นสุนัขจรจัดซึ่งกล้าบุกเข้าไปในศาลเจ้าแม่หนีวา แอบขโมยกินเครื่องเซ่นไหว้ที่ผู้คนตั้งใจนำมาถวายด้วยความศรัทธา เมื่อมันกระทำการเช่นนั้นแล้ว เชื่อกันว่าวิญญาณของมันจะได้รับพลังพิเศษจากเทพเจ้า กลายเป็นสื่อกลางระหว่างโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณ

     「ช่างเป็นความคิดที่ประหลาดยิ่งนัก...บรรพบุรุษข้าคงต้องมีจิตใจกล้าหาญหรือไม่ก็พิสดารเกินใคร」 [>///<~] ข้าสะกดกลั้นลมหายใจขณะอ่านต่อ

     ในตำรายังระบุไว้อย่างละเอียดว่า ต้องรอให้สุนัขตัวเมียขับถ่ายในคืนเดือนดับ จากนั้นจึงเก็บอุจาระสดใหม่มาผึ่งลมจนแห้งสนิท แล้วนำไปบดผสมกับสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ที่ปลูกในสวนหลังศาลเจ้า ทุกขั้นตอนต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง ห้ามให้ผู้ใดล่วงรู้ เพราะหากมีผู้ใดเห็นหรือเอ่ยถึงในระหว่างปรุง ผงวิเศษนี้จะเสื่อมฤทธิ์ทันที

     ข้ารู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพียงจินตนาการถึงกลิ่นและสัมผัสของวัตถุดิบเหล่านั้นก็แทบจะทนไม่ไหว

     

     「บรรพบุรุษข้า...ท่านช่างกล้าหาญหรือจะเรียกว่าบ้าบิ่นดี」 [x_x] ข้าหลุบตาลง พยายามข่มความรู้สึกสะอิดสะเอียนในอก

     

     ในตำรายังกล่าวต่อว่า ผงวิเศษนี้มิใช่เพียงช่วยให้เห็นผีปีศาจเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ใจผู้ใช้ ว่ากล้าหาญพอจะเผชิญหน้ากับความจริงหรือไม่ หากผู้ใดใช้โดยไม่รู้ที่มา มักจะเกิดอาการคลื่นไส้หรือหวาดกลัวจนไม่อาจควบคุมตนเองได้

     ข้าสูดลมหายใจตื้น ๆ พลางเหลือบมองเฉินอี้เฟิงที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตนเอง

     

     「หากเขารู้ว่าผงที่เปื้อนอยู่บนตัวคือสิ่งใด...คงได้โวยวายลั่นเรือนเป็นแน่」 [>w<] 

     

     ข้าสูดลมหายใจแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

     

     "ในตำราว่าไว้...ผงวิเศษนี้ทำจากอุจาระสุนัขตัวเมียที่ขโมยกินเครื่องเซ่นศาลเจ้าแม่หนีวา ผสมกับสมุนไพรเทพ ต้องเก็บในคืนเดือนดับ แล้วนำไปบดผสมสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ ทุกขั้นตอนต้องกระทำอย่างลับ ๆ หากมีผู้ใดล่วงรู้ ผงจะเสื่อมฤทธิ์ทันที"

     

     ข้าหยุดนิ่งไปชั่วครู่ มองเขาด้วยแววตาเห็นใจ

     

     "กล่าวโดยสรุป...สิ่งที่เปื้อนตัวท่านอยู่ในยามนี้ คือผงที่ทำจากอุจาระสุนัขตัวเมียเจ้าค่ะ"

     

     เฉินอี้เฟิงนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เขายกมือขึ้นแตะเสื้อผ้าตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ

     "เจ้าว่า...อุจาระสุนัขตัวเมีย?" เสียงเขาแผ่วเบา ราวกับไม่อาจเปล่งถ้อยคำออกมาได้เต็มปาก [x_x] 

     ข้าพยักหน้าเบา ๆ

     

     "ใช่เจ้าค่ะ และต้องเป็นสุนัขที่ขโมยกินเครื่องเซ่นด้วย"

     

     เขาเบือนหน้าหนีทันที มืออีกข้างยกขึ้นปิดปาก สีหน้าบิดเบี้ยวราวกับจะอาเจียน

     

     "ข้า...ข้าแตะสิ่งนี้ลงบนหน้าตนเองจริงหรือ..." เสียงเขาสั่นเครือ [>///<] 

     

     ข้ากลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่

     

     「ท่าทางเขาเช่นนี้ ช่างน่าสงสารปนขบขัน」 [^O^] ข้าหลุบตาลง พยายามข่มความรู้สึกสะอิดสะเอียนในอก

     

     เฉินอี้เฟิงยังคงนิ่งงันอยู่เช่นนั้น ราวกับวิญญาณหลุดลอยไปแล้วครึ่งหนึ่ง

     เขานิ่งงันไปครู่หนึ่ง สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนจากสงสัยเป็นตกใจสุดขีด เขาเบิกตากว้าง

     

     "เจ้าว่า...อุจาระสุนัขตัวเมีย?"

     

     ข้ากลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่

     

     "ใช่...และต้องเป็นสุนัขที่ขโมยกินเครื่องเซ่นด้วย หากเป็นสุนัขธรรมดาหรือไม่ได้ขโมยกิน จะใช้ไม่ได้ผล"

     

     เขาเบือนหน้าหนีทันที มือยกขึ้นแตะหน้าผากตนเองราวกับเพิ่งตระหนักถึงสิ่งที่เปื้อนอยู่

     

     "ข้า...ข้าแตะสิ่งนี้ลงบนหน้าตนเองจริงหรือ" [x_x] 

     

     ข้าหลุบตาลง พยายามกลั้นหัวเราะแต่ก็อดขำไม่ได้

     

     "ในตำราว่าไว้ ต้องพิถีพิถันถึงเพียงนี้ เพราะเชื่อว่าสุนัขตัวเมียที่กล้าขโมยของศักดิ์สิทธิ์ ย่อมมีจิตวิญญาณกล้าแกร่ง ผงที่ได้จึงมีพลังเปิดตาทิพย์"

     

     เฉินอี้เฟิงทำท่าจะอาเจียนทันที สีหน้าซีดเผือด

     

     "บรรพบุรุษเจ้าช่างโหดร้ายยิ่งนัก!" [>.<] 

     

     ข้ายิ้มบางเบา

     

     "ท่านต่างหากที่ขโมยผงนี้มาใช้เอง" [-w-] 

     

     เขาโวยวายเสียงสั่น

     

     "ข้าจะไม่มีวันเข้าใกล้ของ ๆ เจ้าอีกแล้ว! ข้าจะไปอาบน้ำสามรอบ!" [>///<~] 

     

     ข้ากลอกตา

     

     "ก็ท่านอย่าเอาผงของผู้อื่นมาใช้โดยพละการซิเจ้าคะ" [--] 

     

     "ข้านี่นะ ใช้ของผู้อื่นโดยพละการ ข้าทำเพราะสถานการณ์บังคับ รู้งี้ข้ายอมให้ปีศาจนั้นกินซะดีกว่า"

     

     พูดเสร็จเฉินอี้เฟิง ก็เหมือนจะอาเจียนอีกรอบ [x_x] 

     

     「กลิ่นแปลก ๆ ที่ติดอยู่บนตัวเขา...ข้าเองก็เริ่มคลื่นไส้ขึ้นมาเสียแล้ว」ข้าสูดลมหายใจตื้น ๆ พยายามไม่ให้จินตนาการไปไกลกว่านี้

     เฉินอี้เฟิงยังคงบ่นอุบอิบ มือปิดปากแน่นราวกับจะกลั้นอาเจียน ข้าหัวเราะเบา ๆ แม้ในอกจะยังรู้สึกคลื่นไส้ไม่หาย

     

     「ข้าเองก็อยากล้างกลิ่นนี้ออกจากความทรงจำเสียจริง ๆ 」 [^^’] 

     

     เสียงหัวเราะของเราดังลั่นไปทั่วทางเดิน เฉินอี้เฟิงยังคงบ่นอุบอิบ ข้าส่ายหน้าเบา ๆ

     ทันใดนั้น ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่าน โคมไฟในมือเขาสั่นไหว ตัวอักษรสีส้มเหมือนเปลวไฟปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า

     ข้าชะงัก หัวใจเต้นแรง

     

     เฉินอี้เฟิงชี้ขึ้นไป

     

     "นั่นคืออะไร" [O_o] 

     

     「ตัวอักษรนี้...ข้าเคยเห็นที่โรงน้ำชา」

     เสียงกระซิบแผ่วเบาดังมาจากเงามืดข้างทาง

     

     "พวกเจ้ามีหน้าที่ต้องทำร่วมกัน"

     

     ข้ากับเขามองหน้ากันด้วยความงุนงง [O_o] 

     

     เขาได้ยินและเห็นสิ่งเดียวกับที่ข้าได้เห็น

     

     "ข้าควรกลับเรือนแล้ว" เขาว่าเสียงสั่น

     ข้าพยักหน้า

     

     "เช่นกัน"

     

     เราต่างคนต่างรีบแยกย้ายกันกลับเรือนของตนเอง ข้ายังรู้สึกถึงความเย็นวาบในอก

     

     「เหตุใดชื่อของเขาจึงต้องมาโดนผงวิเศษของตระกูลข้้า ...」

     

     ข้าหันกลับไปมองทางเดินอีกครั้ง แสงโคมไฟยังส่องสลัว ลมเย็นยังพัดผ่าน

     

     「บางที...โชคชะตาอาจกำลังเล่นตลกกับข้า」 [TwT] 

     

     ข้าสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะก้าวต่อไปข้างหน้า แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถามและความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบาย

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องหมอดูสาวพลิกชะตา ที่คุณอ่าน